ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เรารักกันไม่ได้

เรารักกันไม่ได้

ความสัมพันธ์ที่เคยจบลงไปแล้วกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งราวกับถ่านไฟเก่าที่ถูกจุดจนลุกโชน แม้ความโหยหาจะรุนแรงเพียงใด แต่ความจริงที่แสนเจ็บปวดกลับย้ำเตือนว่าเส้นทางของเราทั้งคู่ไม่มีวันบรรจบกันได้อีก สุดท้ายเปลวเพลิงแห่งความรักครั้งนี้ก็แผดเผาทุกความรู้สึกจนมอดไหม้เหลือเพียงเถ้าถ่านและความว่างเปล่า เป็นบทสรุปของรักที่เป็นไปไม่ได้ซึ่งทิ้งไว้เพียงร่องรอยของความสูญเสียและเศษซากความทรงจำที่ไม่อาจย้อนคืนมาได้อีกตลอดกาล
ตอน
แชร์

ตอน 1

ชายหนุ่มวัยเกือบห้าสิบเดินดูสินค้าในตลาดสด อันเต็มไปด้วยของกินของใช้มากมายเรียงรายทั่วบริเวณ สายตาจับจ้องไปยังอาหารนานาชนิด ด้วยไม่ได้สนใจผู้คนรอบข้างสักเท่าไร ยิ่งเดินมาเลือกซื้อกับข้าวมื้อเย็น จึงจำเป็นต้องรีบซื้อเพราะเวลามีน้อย หนุ่มใหญ่ผู้นี้จึงเลิกแกงไว้สองอย่าง ส่วนเท้าทั้งสองข้างขยับไปเหยียบสาวใหญ่วัยเดียวก่อน

“อุ๊ย ขอโทษผมไม่ได้ตั้งใจครับ” ต้อมเงยหน้ามองหญิงสาวด้วยสายตาอันบ่งบอกว่ายอมรับผิด

“ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวรุ่นเดียวกันยิ้มให้พร้อมพยักหน้าเป็นการให้อภัย

“ต้อมใช่ไหม” ชายหนุ่มยืนข้างหญิงสาวพูดขึ้น

“นาย เอ่อ อาคมใช่ไหม” ต้อมมองตาค้างและรู้สึกประหลาดใจที่ได้เจอเพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย

“อือ เราไม่ได้เจอกันนานเลยหนอ ตอนนี้นายทำอะไรอยู่” อาคมถามด้วยความสงสัย

“เรากลับมาอยู่บ้านทำสวนน่ะ นายล่ะทำงานอะไร” ต้อมถามด้วยความอยากรู้

“เราเป็นนายก อบต ส่วนเวลาว่างเราทำนา”

“อือ ดีจัง กลับบ้านมาคราวนี้ไม่เสียเที่ยว”

“เราก็ดีใจที่เจอนายนะ เพื่อนๆ ถามหานายกันยกใหญ่เลย เอ่อ เราลืมแนะนำนี่เมียเราชื่อส้ม”

“ยินดีที่รู้จักนะ” ต้อมยิ้มให้อย่างยินดี

“เช่นกันค่ะ”

“เราขอเบอร์หน่อย เฟส ด้วย”

“ตรงนี้เลยเหรอ อือ ก็ได้นะ”

ต้อมรีบจ่ายเงินค่าแกงสองถุงแล้วเดินออกห่างมาจากร้าน เฉกเช่นเดียวกันกับอาคมและภรรยาของเขา เมื่อสถานการณ์และเวลาเหมาะต้อมจึงบอกเบอร์โทรพร้อมชื่อเฟส ส่วนเพื่อนเก่าไม่รีรอเม้มเบอร์และแอคเฟสทันใด

“ถ้างั้นเรากลับก่อนนะ ว่างๆ จะโทรหานาย”

“อือ” ต้อมพยักหน้าให้ด้วยความยินดี

สายตาของต้อมมองคู่สามีภรรยาเพื่อนสมัยเรียนจนลับตา หลังจากนั้นเขาเดินต่อไปยังร้านอื่นเพื่อซื้อสิ่งของและอาหารอย่างที่ต้องการอยู่พักหนึ่ง จนสองมือเต็มไปด้วยถุงหิวพะรุงพะรัง ต้อมรีบเดินไปยังรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจที่จอดอยู่ท้ายตลาด เมื่อไปถึงก็ขับรถเครื่องกลางเก่ากลางใหม่ออกไปในทันที

ยามค่ำคืนอันดึกสงัดต้อมยังไม่ได้หลับนอน ถึงแม้จะทำทุกสิ่งทุกอย่างเสร็จหมดแล้วก็ตาม ด้วยความที่อยากจะคุยกับเพื่อนเก่าอดีตคุ้นเคย แต่พูดคุยผ่านทางไลน์ได้ไม่นานเป็นอันต้องหยุด ซึ่งต้อมเข้าใจดีในข้อนี้เพราะอาคมไม่ใช่คนโสด

ความรู้สึกอันดีงามได้เจอเพื่อนเก่าคนแรก ความคิดอีกทางอยากเจอหลายคน โดยเฉพาะเพื่อนบางคนที่เคยมีความนัยต่อกัน ต้อมจึงค้นหาจากเฟสของอาคม เพื่อตามหาเพื่อนสนิทคนคุ้นเคยที่แวบเข้ามาในใจของเขา

ท้ายที่สุดต้อมได้เจอเพื่อนคนนั้นในเฟส เขาจึงกดขอเป็นเพื่อนไม่นานได้รับการตอบรับ ความรู้สึกยินดีปรีดา สมหวังในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ต้อมจึงรีบดูไทม์ไลน์ของเพื่อนคนนี้ เพียงดูครั้งแรกเขารู้สึกใจหาย ด้วยว่ามีแต่รูปโปรไฟส์ที่อยู่เดี่ยวๆ นอกนั้นเป็นรูปครอบครัวของเพื่อนเคยสนิท ต้อมพยายามมองข้ามผ่านไป แต่ด้วยความรู้สึกอยากพูดคุยมีมากกว่า เขาจึงส่งข้อความไปหา คงเดช เพื่อนรักทันที

“จำได้ไหมใครเอ่ย”

“จำได้ ต้อมไง หล่อขึ้นเยอะเลยนะ”

“มีแต่แก่ขึ้นหล่อน้อยลงมากกว่านะเราว่า”

“แหม รุ่นนี้แล้วก็ตามนั้น ว่าแต่นายเป็นไงบ้างอยู่ที่ไหน ทำไมไม่ติดต่อเพื่อนฝูงเลย”

“ตอนนี้เรากลับมาอยู่ที่บ้านแล้วนะ มาทำไร่ทำสวนนายล่ะอยู่ที่ไหนทำอะไร”

“เราอยู่กรุงเทพ ทำงานรับเหมาเดินสายไฟ”

“ได้กลับมาบ้านบ้างไหม”

“ไม่ได้กลับหรอก เราซื้อบ้านจัดสรรอยู่ที่นี่กับลูกและเมียเรา นายล่ะเอาเมียมาอยู่ที่บ้านด้วยเหรอ”

“เปล่า เราไม่มีเมีย เรากลับมาอยู่บ้านกับพ่อและแม่”

“ว้าว”

“หมายความว่าอย่างไง”

“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่ถ้านายว่างๆ มาเที่ยวหาเราก็ได้นะ เราจะพานายไปเที่ยวและนั่งคุยกัน”

“อือ ถ้าว่างเราจะไปหานะ”

“โอเคร แค่นี้ก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้เราต้องทำงาน”

“อือ”

ความรู้สึกหลังคุยแซทจบ ต้อมถึงกับใจสั่นแต่ไม่ได้ผิดคาดมากนัก ด้วยอะไรหลายอย่างเขาจึงไม่แปลกใจ ทำไมเพื่อนรักของตัวเองมีครอบครัวที่อบอุ่น ส่วนตัวของต้อมเองนั้นกว่าจะกลับมาอยู่บ้าน ได้ผ่านมรสุมชีวิตอย่าหนักหน่วง

จิตใจของต้อมในตอนนี้เริ่มคิดถึงอดีตที่หอมหวน มีความสุขสมวัยในวันวาน เป็นความแตกต่างอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ หลังจากได้พูดคุยกับเพื่อนรักคนเคยสนิท ต้อมล้มตัวลงนอนพร้อมหลับตาคิดเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาร่วมสามสิบปี

ร่างบางๆ ของต้อมในสมัยสามสิบปีที่แล้ว ยืนมองหอพักชายในมหาวิทยาลัยฟ้าคราม เขายังไม่กล้าเดินเข้าไปทั้งๆ ที่มีเด็กหนุ่มรุ่นเดียวกัน ต่างเดินทยอยเข้าไปยังหอพักแห่งนี้ จนเสียงเข้มๆ ดุๆ ดังขึ้นต้อมจึงมีสติอย่างทันท่วงที

“น้องเมื่อไรจะเข้ามา ยืนเหม่อมองอะไร” ชายหนุ่มที่ดูแก่กว่าต้อมไม่มากตะโกนมาจากหอพักชาย

เสียงอันดังของรุ่นพี่ทำให้ต้อมต้องเดินเข้าไปหา ถึงแม้ว่าจะกลัวและตื่นเต้นแต่ต้องทำใจเดินไปยังรุ่นพี่หนุ่มรูปหล่อ

“พี่ขอดูใบเสร็จหน่อย”

กระเป๋าที่ต้อมสะพายได้ออกจากไหล่บ่ามาวางไว้บนพื้น มือข้างหนึ่งของต้อมเปิดกระเป๋าควักใบเสร็จค่าหอพักออกมาให้รุ่นพี่ได้ดู

“อือ ตามพี่มา”

รุ่นพี่หนุ่มรูปหล่อเดินนำหน้าต้อมอย่างรวดเร็ว ด้วยน้องๆ นักศึกษาทยอยเข้ามาทีละหลายคน รุ่นพี่คนนี้ต้องรีบพาน้องนักศึกษาเข้าหอพักแข่งกับเวลาอันเหลือน้อย ต้อมได้เดินตามนักศึกษารุ่นพี่ไปยังชั้นสามห้องท้ายสุด เพียงประตูถูกผลักเข้าไปสายตาของต้อมรีบสอดส่ายส่องดูอย่างไว

“ไอ้อ๊อฟฝากน้องด้วยนะ”

“เอ่อ” รุ่นพี่คมเข้มขานรับ

“น้องเข้าไปเลย” รุ่นพี่หนุ่มหล่อยิ้มให้ก่อนรีบวิ่งลงไปยังชั้นล่าง

ต้อมเดินเข้าไปด้วยท่าทีนุ่มนิ่มถ่อมตัวยิ้มนิดๆ ไปหาอ๊อฟรุ่นพี่ในห้อง กระเป๋าที่ถือมาได้วางลงกับพื้นอีกครั้ง เพื่อยกมือไหว้รุ่นพี่ที่นั่งยิ้มอย่างยินดี

“สวัสดีครับพี่อ๊อฟ”

“น้องชื่ออะไร” เสียงแหบๆ ของอ๊อฟได้ดังขึ้น

“ต้อมครับ”

“อือ น้องต้อม เหลือเตียงสุดท้ายพอดีเลย” อ๊อฟชี้มือไปยังเตียงที่หกซึ่งอยู่ริมสุด

“ครับ” ต้อมเดินไปยังทิศทางที่รุ่นพี่ในห้องชี้มือ

สายตาของต้อมมองไปรอบๆ ห้องสี่เหลื่ยมที่กว้างพอสมควร มีเตียงนอนสองแถวหันปลายเท้าเข้าหากัน ส่วนตู้เสื้อผ้าล้วนอยู่บนหัวเตียงนอน ตรงกลางห้องมีราวตากผ้าและโต๊ะรีดเสื้อผ้าสองตัว

ก่อนที่ต้อมจะวางกระเป๋าบนเตียงนอน รอยยิ้มของเขาปรากฏขึ้นให้เตียงข้างๆ ด้วยท่าทีและสีหน้าต้องคาดการณ์ไว้ว่า คงเป็นนักศึกษาใหม่เหมือนกับเขาอย่างแน่นอน

“เราชื่อสนนะนายชื่อต้อมเราได้ยินเมื่อกี้” สนยิ้มตอบกลับอย่างไมตรีจิต

“อือ” ต้อมพยักหน้า

ชายหนุ่มอีกสี่คนที่นั่งบนเตียงต่างแนะนำชื่อ พร้อมบอกคณะที่ได้เข้าศึกษา ทุกคนต่างเป็นเองกับต้อมอย่างมาก จนเขารู้สึกอุ่นใจขึ้นมาพอสมควร

“นายเรียนคณะอะไรล่ะ” สนคนเดิมถามไถ่ด้วยความอยากรู้

“เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเอกไฟฟ้า”

“อ่ะ” เพื่อนใหม่ต่างส่งเสียงออกมาพร้อมกัน รวมทั้งอ๊อฟรุ่นพี่ที่อยู่ภายในห้องคนเดียว

“ไม่อยากเชื่อเลย” สนเอ่ยขึ้น

ต้อมไม่ได้แปลกใจแม้แต่น้อยที่บรรดาเพื่อนใหม่ ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาเรียนคณะนี้ อย่าว่าแต่เพื่อนใหม่เลยในส่วนตัวของเขาเองยังไม่อยากเชื่อเหมือนกัน เพราะก่อนสอบเลือกได้สามคณะ สองคณะแรกต้อมคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ มาได้คณะสุดท้ายที่ใส่ไว้กันพลาด ซึ่งเป็นความสมหวังของต้อมอย่างไม่คาดคิด มีอยู่อีกสิ่งหนึ่งที่ต้อมเข้าใจตัวเองดี ไม่ว่าจะหน้าตาท่าทางบ่งบอกชัดเจนว่าเขาเป็นแบบไหน นี่จึงเหตุที่หลายคนแปลกใจทำไมไปเรียนคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมได้

“อย่ามัวคุยกันเลย เดี๋ยวคืนนี้ต้องลงไปยังห้องประชุม ตอนนี้มีเวลาว่างก็จัดเสื้อผ้าใส่ตู้ แล้วรีบอาบน้ำด้วยนะ เพราะเราไม่มีห้องน้ำส่วนตัว มีแต่ห้องน้ำรวมที่อยู่นอกห้อง เราต้องใช้ร่วมกับคืนอื่น รีบๆ กันหน่อยนะพี่ขอเตือน” อ๊อฟรุ่นพี่ใจดีซึ่งผิดกับหน้าตาอยู่ในโหมดโหด ได้พูดขึ้นด้วยเสียงอันอ่อนโยนจนดูอบอุ่น แต่ยังคงเอกลักษณ์แหบอยู่เหมือนเดิม

สิ้นเสียงของอ๊อฟต้อมรีบจัดแจงทุกอย่างให้รวดเร็ว เพื่อให้ทันเวลาประชุมน้องใหม่ช่วงเวลาค่ำๆ ในเย็นนี้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ราคี(ร้าย)รักอชิระ
8.2
When Pakwan reveals her pregnancy to Achira, the billionaire is skeptical of her four-month disappearance. Desperate and poor, Pakwan proves his paternity, leading to a heartbreaking contract: she must surrender her child and vanish after giving birth. Despite her deep love for him and baby Sun, she accepts the financial compensation and leaves, knowing their lives are parallel lines that can never truly meet. It is a sacrifice made by a woman who has nothing left but her love.
หน้าปกนวนิยาย คู่แค้นแสนรัก
9.2
เมื่อพี่ชายเธอมาแย่งเอาคนรักของเขาไป เขาจะทำยังไงให้ความแค้นที่ฝั่งแน่นในคลายลง แต่การกระทำที่อยากจะกลั่นแกล้งเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง กลับกลายมาเป็นพันธนาการที่ผูกมัดตัวเขา และหัวใจของเขาเอาไว้กับเธอตลอดไป คำโปรย ------- "ไอ้สิ่งที่พี่ของเธอทำ มันโคตรจะทุเรศเลย เธอรู้ไหม มันมาปล้นเอาความรักของนิ้งไปจากฉันแท้ๆ มันปล้นเอาไป หัวใจของนิ้งต้องเป็นของฉันสิ" “ไม่จริง คุณมันดื้อด้าน อยู่แต่ในความมืดมนแบบนี้ไง ไม่มองเห็นความรู้สึกของใครบ้างเหรอ ถ้าพี่นิ้งเขารักคุณ เขาจะปฏิเสธคุณทำไม” คำตอบช่างย้ำชัด วิษรุจโกรธมากๆ ที่เด็กสาวพูดแทงใจดำ "คุณก็หารักใหม่ได้นี่คะ คุณทั้งหล่อทั้งดูดี" เธอเถียงเขาข้างๆ คูๆ และอยากจะพูดให้เขามีสติมากขึ้น บางทีวิษรุจอาจจะคิดได้ "กับใครฮึ แม่สาวน้อย" เขาจ้องสบตากับเด็กสาว ก้มลงมาหายใจรดใบหน้าที่เงยขึ้นมองหน้าเขา "กับเธอหรือ หึ..." เสียงหัวเราะเย็นๆ สายตาที่มุ่งร้าย มองเธอแบบโลมเลีย เธอสะดุ้ง เขาเดินมาใกล้จนชิด สองมือของวิษรุจถูกยกขึ้นมากั้นร่างกายเล็กๆ ของเด็กสาวเอาไว้ สายตาที่มองเธอเหมือนกระหายใคร่รัก อยากแกล้งเด็กที่ไม่รู้เด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่ เธอบังอาจมาสอนเขาได้ยังไง ให้เขาทำแบบนั้นแบบนี้ เขาชิดใบหน้าก้มต่ำลงมาเรื่อยๆ และหายใจพ่นแรงๆ ลมที่ออกมาเต็มไปด้วยกลิ่นของแอลกอฮอล์ ดูเหมือนเขาจงใจเป่าลมหายใจนั้นไปทั่วใบหน้าและลำคอขาวๆ "คุณจะทำอะไร” เธอนึกขยาด ตอนนี้ภายใต้หน้าอกข้างในนี้มันสั่นไหวเต้นแรงโครมครามไปหมดแล้ว "ทำอะไรเหรอ แม่หนูน้อย อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่า มาเสนอตัวซะขนาดนี้" เขาพูดชัดเจน ++++++++++++++++++++++++++
หน้าปกนวนิยาย น้ำเหนือที่รัก
9.1
...ผมรักเธอด้วยหัวใจ รักโดยไม่มีข้อแม้และรักที่สุดครับ... *** “แต่งงานกันไหมคะ” ในที่สุดน้ำเหนือก็โพล่งถามออกไป เธอคิดว่าโรเบอร์โตคงอยากขอเธอแต่งงานนานแล้ว แต่ไม่กล้าเพราะคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับหญิงสาวที่มีผู้ชายมากหน้าหลายตามาแอบหลงรักเช่นเธอ เฮ้อ... ดังนั้นเพื่อไม่ให้พี่ร็อบแสนดีของเธอขึ้นคาน เธอจึงจำต้องเป็นฝ่ายยอมเอ่ยปากขอเขาแต่งงานก่อน สินสอดทองหมั้นไม่ต้อง เงินทองเป็นของนอกกาย เธอไม่อยากได้ เธอมีเยอะแล้ว... “ครับ” โรเบอร์โตรับคำตาโต ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู “นี่ครบเวลาที่คุณพ่อกำหนดหนึ่งปีแล้วค่ะ ไม่อย่างนั้น น้ำต้องแต่งงานกับผู้ชายที่พ่อหาให้ แต่จริงๆ แล้วน้ำมั่นใจในตัวพี่ร็อบนะคะ เลยตัดสินใจพูดออกไป น้ำรู้ดีว่าพี่ร็อบไม่กล้า ไม่ต้องอายหรอกนะคะ น้ำเลยเป็นฝ่ายพูดเสียเอง พี่ร็อบจะได้ไม่ต้องคิดหาคำพูดที่จะขอน้ำแต่งงาน พี่ร็อบเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในชีวิตของน้ำ นอกจากคุณพ่อ เราแต่งงานกันนะคะ” โรเบอร์โตพิงพยักเก้าอี้ที่นั่งอยู่ด้วยรอยยิ้ม เขาแทบหลุดขำกับน้ำเสียงซื่อๆ ของคนตรงหน้า แต่แววตาจริงใจนั้นทำให้เขาหัวใจเบ่งบานพองโตแทบคับอก “จะขอแต่งงานทั้งที ก็ต้องโรแมนติกหน่อยสิครับ” โรเบอร์โตพูดเสียงทุ้มชวนฝัน “คะ” น้ำเหนือมองอย่างไม่เข้าใจ ร่างสูงลุกจากเก้าอี้ คุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนที่ประโยคลึกซึ้งกินใจจะเปล่งออกมา “แต่งงานกับพี่นะครับน้ำ พี่ก็รักน้ำ เราคบกันเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว พี่เองไม่อยากรออีกแล้วเหมือนกัน เราใจตรงกัน วันนี้พี่เองอยากขอน้ำแต่งงาน เลยนัดน้ำออกมาเจอกันที่นี่” โรเบอร์โตสารภาพ อ้อนขออย่างน่ารัก น้ำเหนือตาโต ลูกค้าที่รับประทานอาหารอยู่โต๊ะข้างๆ ถึงกับอมยิ้ม บางคนก็เชียร์ให้เธอตอบตกลง น้ำเหนือหัวใจพองโตคับอก รู้สึกมีคุณค่าเหลือเกินที่มีชายหนุ่มมาขอแต่งงาน รู้สึกอบอุ่นใจและดีใจที่เขาใจตรงกับเธอ รู้สึกมีความสุขอิ่มเอมในหัวใจ อุปสรรคข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เธอไม่สน ขอแค่เขาเคียงข้างอยู่ใกล้ๆ เธอแบบนี้ก็เพียงพอแล้ว “ค่ะพี่ร็อบ น้ำจะแต่งงานกับพี่ร็อบค่ะ”
หน้าปกนวนิยาย ลวงรักสัญญาจ้าง
9.0
เมื่อกันจิราได้รับข้อเสนอว่าจ้างสุดแปลกพร้อมค่าตอบแทนมหาศาล เธอจึงไม่อาจปฏิเสธได้ แต่เป้าหมายกลับเป็นชายหนุ่มในฝันที่ทำให้ใจสั่นหวั่นไหวอย่างปัทม์ ทว่าปัทม์กลับคัดค้านการดูตัวที่ครอบครัวจัดฉากขึ้นอย่างรุนแรง เพราะเขาต้องการคู่ชีวิตที่พร้อมลุยงานไม่ใช่คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่เมื่อได้ใกล้ชิดเขากลับเริ่มมีใจให้หญิงสาวตรงหน้าโดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเธอคือตัวปลอมที่สวมรอยมาในชื่อสิตา ความสัมพันธ์ภายใต้สัญญาจ้างครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายและหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
หน้าปกนวนิยาย เกมส์บังคับรัก [ A love game ]
8.7
ชีวิตของขวัญชนกเปลี่ยนไปทันทีที่อายุครบสิบแปดปี เมื่อเธอต้องเปลี่ยนนามสกุลมาเป็นของดีแลน ฟง นักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบผู้เคร่งขรึมในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงในนามเท่านั้น ท่ามกลางเกมการประมูลที่ร้อนแรง ขวัญชนกตัดสินใจใช้ตัวเองเป็นเดิมพันเพื่อดึงดูดให้เขาก้าวออกมาจากเงามืด แม้ราคาจะพุ่งสูงถึงห้าล้านบาทจนสร้างความตกตะลึงไปทั่วงาน แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบในเกมรักที่เขาและเธอต่างเดิมพันด้วยหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย เทพบุตรพรากพรหมจรรย์
8.3
อเล็คซานเดอร์ เชอร์ราวิน ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซีย รู้สึกเสียหน้าอย่างหนักเมื่อถูก พิชญ์สินี พยาบาลสาวผู้แสนเย็นชาเมินเฉยต่อเสน่ห์ของเขา เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีที่เสียไป เขาจึงวางแผนล่อลวงเธอเข้าสู่หลุมพรางเพื่อพรากพรหมจรรย์เป็นการแก้แค้น หญิงสาวผู้ไร้เดียงสาตกเป็นเหยื่อในเกมล่าโดยไม่รู้ตัว แต่ความเจ็บปวดที่แท้จริงกลับเกิดขึ้นหลังจากเธอได้มอบทั้งตัวและหัวใจให้เขาด้วยความรัก ทว่าสิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับเป็นเพียงเช็คเงินสดค่าตัวที่ทำลายหัวใจของเธอจนแหลกสลาย