ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส

ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส

เมื่อความเข้าใจผิดทำให้จิรัฎฐ์ปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาใหม่ของบิดา ทายาทหนุ่มเพียงคนเดียวจึงเริ่มต้นแผนการขับไล่ด้วยสารพัดวิธีข่มขู่เพื่อบีบบังคับให้เธอหายไปจากชีวิตครอบครัวของเขา ทว่ายิ่งเขาลงทัณฑ์เธออย่างรุนแรงและป่าเถื่อนมากเท่าไหร่ หัวใจที่เคยเต็มไปด้วยความเคียดแค้นกลับเริ่มสั่นคลอนจนเขากลายเป็นฝ่ายที่เสพติดรสชาติแห่งบทลงทัณฑ์นั้นเสียเอง ท่ามกลางไฟแค้นที่กำลังมอดไหม้กลายเป็นความพิศวาสที่ยากจะถอนตัว
ตอน
แชร์

ตอน 1

บทนำ

ภายในห้องทำงานสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ของหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์...บรรยากาศอัดแน่นเต็มไปด้วยความเครียด แม้แต่แอร์เย็นๆ ที่พัดลงกระทบผิวยังไม่ช่วยทำให้ใจของเขานั้นดูเย็นแต่อย่างใด

‘วาดคุณต้องฟังที่ผมอธิบายก่อนนะ สิ่งที่คุณเห็นที่คุณได้ยินคุณกำลังเข้าใจผิด’ เสียงของผู้เป็นสามีเอ่ยขึ้น เพราะตนนั้นยังไม่ได้ทันจะบอกความจริงให้ภรรยาฟังนั้นก็กลับมีเรื่องขึ้นมาเสียก่อน

‘อธิบายหรือคะ เราอยู่ด้วยกันมายี่สิบกว่าปี จนป่านนี้ตาเพลิงโตจะมีครอบครัวแล้ว แล้วคุณยังคิดจะมีเล็กมีน้อยอีกหรือคะ’ ธัญพิมลผู้เป็นภรรยามองใบหน้าสามีด้วยความผิดหวังและเสียใจ เพราะหล่อนเองไม่เคยคิดว่าสามีนั้นจะเก็บเงียบมีเล็กมีน้อยมานานโดยที่ตัวเองไม่เคยรู้มาก่อนเลย

‘มันไม่จริงนะ ข่าวที่คนอื่นพูดมาเป็นแค่เรื่องที่เขาเล่าปากต่อปาก คุณต้องฟังผมอธิบายนะวาด เด็กคนนั้น...’

‘จะให้วาดฟังคุณว่าเด็กคนนั้นเป็นกิ๊กคุณหรือคะ ทำไม…ทำไมคุณถึง...’ ธัญพิมลมองใบหน้าของสามีด้วยความเจ็บปวด

ใบหน้าของธัญพิมลเริ่มแสดงการการอึดอัดออกมา การหายใจเริ่มติดขัดและมือเรียวที่เริ่มเหี่ยวย่นเกาะกุมที่หน้าอกด้วยสีหน้าทรมาน หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ผู้เป็นสามีเดินเข้าไปหาภรรยาที่รักด้วยสีหน้าตกใจและเป็นห่วงเมื่อเห็นอาการกำเริบของภรรยา

‘ออกไป ไม่ต้องมาแตะตัววาด!’ ธัญพิมลใช้มืออีกข้างผลักสามีออก ใบหน้าของหล่อนเริ่มอิดโรยและซีดเข้าไปทุกที สายตามองชายหนุ่มที่รักอย่างตัดพ้อด้วยความเจ็บปวดทั้งกายและใจ ไม่คิดว่าสามีที่อยู่ร่วมทุกร่วมสุขกันมานานจะทำร้ายหล่อนได้มากขนาดนี้

‘วาด ที่จริงแล้วเด็กคนนั้นคือ...’

เสียงบทสวดอภิธรรมงานศพที่ทุกคนต่างมาร่วมงานด้วยความเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของภรรยาหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ จตุรัตน์หัสโยธิน ป่วยเป็นโรคหัวใจวายเฉียบพลัน พร้อมไปด้วยเสียงซุบซิบนินทาต่างๆ นานาในแง่ลบและแง่บวก

บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหมองเศร้าโดยเฉพาะจิรัฎฐ์ บุตรชายวัยยี่สิบเจ็ดปี คนเดียวของของตระกูลที่ร้องไห้เสียใจกับการจากไปของมารดาอย่างกะทันหันทั้งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

สายตาคมของเหลือบไปมองหญิงสาวเจ้าของร่างเล็กที่กำลังเดินเข้ามาในงานในชุดนิสิต ชายหนุ่มลุกขึ้นจากที่นั่งเดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยสายตาที่เกลียดชัง แต่ทว่าเขากลับทำอะไรไม่ได้ทั้งที่ใจนั้นอยากจะไล่หญิงสาวออกไปจากงานนี้ก็ตาม

จิรัฎฐ์ปรายตามองหญิงสาวร่างเล็กที่เดินเข้าไปหาบิดาด้วยความ ขุ่นเคือง มือแกร่งกำหมัดแน่นแทบอยากจะฟาดไปที่กำแพงแรงสักทีเพื่อระบายความเจ็บแค้นที่อยู่ข้างในอกออกมา เขาเกลียดพวกผู้หญิงที่หวังจะสบายทางลัด ก็แค่พวกผู้หญิงไร้ค่า

ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระบายความโกรธแค้นที่อยู่ในใจเขาออก แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ช่วยให้เขาดีขึ้นแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้เขาแทบคลั่งเข้าไปอีก สุดท้ายแล้วจิรัฎฐ์ทนความอึดอัดต่อไปไม่ไหว เขาตัดสินใจเดินเข้าไปหาบิดาที่กำลังยืนคุยกับหญิงสาวอยู่

“ดูท่าทางจะคุยกันสนุกดีนะครับ” จิรัฎฐ์เอ่ยขึ้นพลางจ้องหญิงสาวที่ยืนข้างบิดาด้วยสายตารังเกียจดูแคลน

“ตาเพลิง” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์กล่าวตักเตือนบุตรชายด้วยคำพูดผ่านทางสายตา

พาขวัญ หญิงสาวเจ้าของใบหน้าเรียวสวย ดวงตากลมสีน้ำตาลดำ ผมตรงสีดำที่ถูกรวบเป็นจุกหางม้าอยู่ทางด้านหลังมองชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น บุตรของผู้มีพระคุณของเธอด้วยความหวั่นกลัวในใจ

“เพลิง! หยุดพูดอะไรไร้สาระได้แล้ว อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!” จิรัฎฐ์ได้แต่ขบฟันกรามเก็บความแค้นไว้ในใจรอเวลาที่จะชำระ สายตาคมของเขาปรายตามองหญิงสาวที่ก้มหน้าต่ำลงพลางแสยะยิ้มออกมาด้วยความสมเพชและเหยียดหยาม ก่อนจะก้าวเดินจากไปทั้งที่ใจเขาไหม้แทบเผาหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างบิดาให้เป็นจุล

หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์สายหน้าให้กับบุตรชายที่คิดแค้นเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทั้งที่จริงแล้วภรรยาของเขาไม่ได้เสียชีวิตเพราะพาขวัญแม้แต่น้อยแต่เป็นเพราะอาการกำเริบเฉียบพลันทำให้ไม่สามารถรักษาชีวิตภรรยาที่รักไว้ได้

“คุณลุงคะ หนูขอโทษที่เป็นเหตุทำให้...”

ไม่แปลกเลยที่เธอรู้จักเขา ถึงแม้จะไม่เคยคุยกันตรงๆ สักที แต่สายตาของเขามองมาที่เธอทุกครั้ง เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและน่ากลัว ครั้งแรกที่พบกับเขาเพราะว่าหม่อมหลวงณงค์ฤทธิ์พามาให้รู้จัก ในตอนที่บริจาคช่วยทุนการศึกษาเธอ

“ไม่ใช่ความผิดของหนูจีนหรอก เพราะเจ้าเพลิงใจร้อนชอบเข้าใจอะไรผิดน่ะ อย่าไปสนใจเลย” ชายหนุ่มวัยกลางคนอายุราวๆ สี่สิบห้าปีเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มให้พาขวัญด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน

“ค่ะ ขอบคุณคุณลุงมากจริงๆ นะคะ ที่ช่วยเหลือหนูตั้งมากมาย”

พาขวัญยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณพลางยิ้มให้ก่อนหันไปสบกับสายตาคมที่จ้องมองเธอไม่วางด้วยความเคียดแค้น

“แล้วนี่หนูมายังไงล่ะ”

“เพิ่งเลิกเรียนเลยนั่งรถเมย์และข้ามสะพานจากฝั่งด้านโน้นมาค่ะ” เธอพูดพลางยกมือชี้ให้

“งั้นเดี๋ยวลุงจะแวะไปส่งหนูที่หอก่อน ดึกๆ กลับบ้านคนเดียวมันอันตราย”

“ไม่ต้องหรอกค่ะหนูเกรงใจ แค่นี้หนูไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณของคุณลุงยังไงแล้วค่ะ”

พาขวัญพูดปฏิเสธพลางส่ายหน้าด้วยความเกรงใจ เพราะที่ผ่านมาหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ ช่วยอุปถัมภ์เธอด้านการศึกษาและเงินทุนมาโดยตลอด

“ไม่ต้องหรอก ฉันช่วยเธอเพราะว่าฉันอยากช่วย แล้วนี่ปีนี้เรียนจบแล้วใช่ไหมล่ะ จะไปทำงานที่ไหนหาไว้หรือยัง”

“หาไว้แล้วค่ะ แต่ยังไม่ได้งานเลยค่ะ งานสมัยนี้หายากค่ะ”

หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงปนเศร้า เธอรู้ว่าการหางานทำในสมัยนี้ช่างยากลำบากเสียจริง เธอยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเรียนจบแล้วจะเป็นยังไงต่อ ทำไมสรรค์ไม่ยุติธรรมกับเธอเลย บางคนเกิดมาพร้อมกับหน้าตาและฐานะร่ำรวย แต่นี้เธอเกิดมาพร้อมกับความยากจน

“งั้นไว้หนูเรียนจบแล้วย้ายมาทำงานที่บริษัทพร้อมกับย้ายมาอยู่ที่บ้านของลุงเลยดีไหม” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เอ่ยขึ้นด้วยความเห็นใจ เขาอยากจะช่วยเด็กสาวคนนี้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อชดใช้กับสิ่งที่เขาเคยทำผิดเอาไว้อย่างไม่น่าให้อภัย

พาขวัญเมื่อได้ยินก็ตกใจกับข้อเสนอของหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ แต่เธอไม่อาจที่จะรับไว้ได้อีกแล้ว

“ไม่ค่ะ หนูไม่อยากรบกวนคุณลุงมากไปกว่านี้อีกแล้ว”

“ลุงไม่ถือว่ารบกวนหรอกนะ ลุงดีใจที่ได้หนูเป็นคนเก่งเข้ามาช่วยงาน เอาเป็นว่าเพื่อความสบายใจลุงจะหักเงินเดือนหนูทุกเดือนเดือนล่ะยี่สิบเปอร์เซ็นไว้เป็นค่าที่อยู่โอเคไหม” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์กล่าวขึ้นเพราะว่าพาขวัญนั้นเรียนได้เกรดดีมาตลอด

“แต่...”

“เอาเป็นว่าตกลงตามนี้น่ะ ลุงดีใจที่หนูมาอยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน”

“คุณลุงคะ แต่หนูรับไว้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นปฏิเสธอีกครั้งด้วยความเกรงใจต่อผู้มีพระคุณของเธอ

“เอาเป็นว่ารับไว้เถอะ ลุงให้หนูด้วยความเต็มใจ ถ้าหนูไม่รับไว้ลุงรู้สึกเสียใจนะ” เป็นคำที่เธอไม่สามารถปฏิเสธได้เลยจริงๆ พาขวัญได้แต่พยักหน้ารับพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณอีกครั้ง

“ขอบคุณนะคะ คุณลุงที่ดูแลและช่วยเหลือหนูมาตลอด”

“ไม่เป็นไร ลุงเห็นหนูเหมือนลูกสาวคนหนึ่งมาตลอด” พาขวัญได้แต่ยิ้มรับกล่าวขอบคุณหลายต่อหลายครั้ง

จิรัฎฐ์มองบิดาที่ยืนคุยอยู่กับหญิงสาวด้วยความหงุดหงิดใจ เขาแทบอยากจะเดินเข้าไปลากเธอออกจากงานด้วยซ้ำ!

คิดหรือว่าทุกอย่างจะจบเพียงเท่านี้ เพราะคนอย่างเขา ต้องชำระแค้นกับผู้หญิงคนนี้ อย่างคิดว่าจะเลื่อนขั้นยกตัวเองเป็นเมียคนใหม่ของบิดาเขาไม่มีทางให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด!

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์เมียหวงของเฮียคราม
8.3
เมื่อความสูญเสียพรากพี่ชายสุดที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ หญิงสาวที่ไร้ที่พึ่งจึงต้องหันไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสนิทของพี่ชายที่คบหากันมาอย่างยาวนาน ทว่าการได้ใกล้ชิดกับเขาในฐานะผู้คุ้มครองกลับทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวอย่างรุนแรงทุกครั้ง ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความเศร้าโศกกลายเป็นความรักที่ยากจะต้านทาน เมื่อชายหนุ่มที่คุ้นเคยกลับกลายเป็นคนที่ทำให้ใจเต้นแรงที่สุดในชีวิต
หน้าปกนวนิยาย เขาคิดว่า ฉันจะยอมทนเงียบๆ
8.9
ในวันครบรอบห้าปี ฉันพบความลับในแฟลชไดรฟ์ของสามีที่ใช้รหัสเป็นวันเกิดรักแรกของเขา ตลอดเวลาที่แต่งงานกัน ฉันเป็นเพียงเงาของคนอื่นที่ไม่มีตัวตนในใจเขาเลย เมื่อเขานำผู้หญิงคนนั้นเข้ามาทำงานและยกโปรเจกต์ที่ฉันทุ่มเทให้เธอ พร้อมทั้งตวาดใส่ฉันต่อหน้าทุกคนเพื่อปกป้องเธอ ความอดทนของฉันก็สิ้นสุดลง เขาคิดว่าฉันจะยอมก้มหน้าแบกรับความเจ็บปวดอย่างเงียบงัน แต่เขาคิดผิด ฉันตัดสินใจเทแชมเปญรดหัวเขาต่อหน้าพนักงานทุกคนเพื่อประกาศจุดยืนว่าฉันจะไม่ทนอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ปรารถนารัก ภรรยาไร้ราคา
9.8
ความสัมพันธ์ที่ดีในวัยเด็กระหว่าง กรรวี และ อคิน เป็นอันต้องจบลง เมื่อเธอดันเป็นต้นเหตุทำให้ภรรยาและลูกของเขาต้องตาย แม้เธอจะทำดีสักแค่ไหน ก็ไม่อาจลบล้างความเกลียดชังที่เขามีต่อเธอได้... “ทำไมต้องปิดบังเกรซด้วย ฮื้อ ๆ” “หึ! คงรู้แล้วใช่ไหม” เสียงทุ้มกล่าวอย่างเยือกเย็น “ฮึก ฮื้อ เกรซขอโทษ” “มันสายไปแล้ว!! ต่อให้เธอขอโทษสักหมื่นครั้ง แอนนี่คงไม่มีทางฟื้นขึ้นมา” เขายิ่งเพิ่มแรงบีบใบหน้างาม “แล้วจะให้เกรซทำอย่างไร ถ้าจะแค้นเกรซขนาดนี้ ฆ่าให้ตายเถอะ” “ความตายสำหรับเธอมันง่ายเกินไป!!” อคินยอมปล่อยมือออกจากใบหน้างาม ลุกขึ้นหันหลังออกจากห้องไม่อยากจะมองคราบน้ำตาบนใบหน้าหญิงสาว กลัวจะใจอ่อน “เกรซต้องทำอย่างไรพี่คินถึงจะยอมให้อภัย” เธอวิ่งไปกอดเขาจากด้านหลัง ใบหน้าแนบชิดหลังแกร่ง ความอบอุ่นจากการโดนคนตัวเล็กกอด แทบจะทำให้เขาใจอ่อน มือหนาแกะแขนเรียวออกจากร่างกายตนเอง หันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาว พร้อมจับไหล่มนทั้งสองข้างของเธอ “เธอไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เพราะฉันจะทรมานให้เธอเจ็บปวดจนทนไม่ไหว อีกอย่างฉันบอกหลายรอบแล้วใช่ไหมว่าอย่าเรียกเหมือนสนิทกัน จำใส่สมอง!!” มือหนาผลักกรรวีอย่างแรงจนล้มลง ศีรษะกระแทกกับพื้นห้อง
หน้าปกนวนิยาย สามีที่ (ไม่) รัก
9.4
เมื่อคู่แค้นที่ชิงชังกันสุดขีดต้องเข้าพิธีวิวาห์อย่างไร้ความเต็มใจ บ้านที่เคยเป็นที่พักพิงจึงกลายเป็นสมรภูมิเดือด ทว่าจุดเปลี่ยนกลับเกิดขึ้นในสถานที่อโคจร เมื่ออุบัติเหตุทำให้น่านได้เห็นจิดาภาในสภาพไร้อาภรณ์ปกปิด จากที่เคยพ่นคำดูถูกเขากลับเงียบงันและส่งเสียงครางประหลาดด้วยสายตาหิวกระหาย แทนที่จะรังเกียจเหมือนเก่า เขากลับจู่โจมเข้าหาอย่างคุกคามจนเธอตั้งตัวไม่ติด สัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกขึ้นทำให้สามีจอมร้ายกาจเปลี่ยนไปเป็นคนละคนในค่ำคืนที่ความลับใต้ร่มผ้าถูกเปิดเผย
หน้าปกนวนิยาย หวงรักเพื่อนน้องสาว
8.4
สำหรับเขาแล้ว ผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องมือตอบสนองความปรารถนาชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ชายหนุ่มผู้มีหัวใจเย็นชาไม่เคยรู้จักความรักและไม่เคยคิดจะมอบใจให้ใคร ทว่าทุกอย่างกลับต้องสั่นคลอนเมื่อโชคชะตานำพาให้เขาได้มาพบกับเธอ ผู้ซึ่งอยู่ในฐานะเพื่อนสนิทของน้องสาวตนเอง ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ถาโถมเข้ามาทำให้หัวใจที่เคยด้านชาดวงนี้กลับมาเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาจะจัดการกับความหวงแหนและความรู้สึกที่เปลี่ยนไปนี้ได้อย่างไรเมื่อคนตรงหน้าคือคนที่ไม่ควรเผลอใจ
หน้าปกนวนิยาย เมื่อฟ้าเป็นใจ
8.3
ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่นและมีเสน่ห์ของชายหาดบางแสน สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักที่พรหมลิขิตขีดเขียนขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน เมื่อท้องฟ้าและเกลียวคลื่นเป็นใจให้คนสองคนได้โคจรมาพบกัน ก่อเกิดเป็นความผูกพันที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นในใจของพวกเขาอย่างช้าๆ ท่ามกลางภาพจำของเมืองริมทะเลที่แสนเรียบง่ายแต่กลับตราตรึงใจไปตลอดกาล นี่คือบันทึกความทรงจำของความรักในยุคสมัยใหม่ที่เริ่มต้นขึ้น ณ ดินแดนแห่งนี้