หน้าปกนวนิยาย บำเรอรัก ท่านประธานแสนร้าย เล่ม 1

บำเรอรัก ท่านประธานแสนร้าย เล่ม 1

9.3 / 10.0
มายาวีย์ถูกส่งไปทดสอบถุงยางอนามัยของบริษัทลีอาห์แต่กลับตั้งท้องอย่างไม่คาดฝัน ทว่าท่านประธานหนุ่มผู้มั่นใจในสินค้ากลับตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่หวังจับคนรวย เธอจึงหอบลูกกลับมาพิสูจน์ความจริงพร้อมท้าทายด้วยกฎหมายเพื่อกู้ศักดิ์ศรีคืนมา การกลับมาครั้งนี้เธอกลายเป็นแม่ลูกอ่อนที่สวยสง่าจนเพลย์บอยหนุ่มที่เคยดูถูกต้องคลั่งไคล้และตามง้อขอคืนดีอย่างน่าเวทนา แต่สำหรับเธอแล้วพ่อที่ดีคือพ่อใหม่เท่านั้น ลีอาห์จึงต้องพยายามอย่างหนักเพื่อเอาชนะใจหญิงสาวที่เคยขับไสไล่ส่งไป

บำเรอรัก ท่านประธานแสนร้าย เล่ม 1 ตอนที่ 1

2565 ประเทศไทย…

เกลียวคลื่นหยอกล้อสายลม แสงสีส้มตกกระทบผิวน้ำวิบวาวระยับ นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยมาทำกิจกรรมริมหาด บ้างก็ว่ายน้ำ บ้างก็วิ่งออกกำลังกาย หรือบางคนก็ปูผ้านอนอาบแดดอยู่บนชายหาด หลังจากรัฐบาลประกาศคลายล็อกดาวน์และเปิดรับนักท่องเที่ยวครั้งแรกในรอบสองปี

ช่วงเวลาสองปีเหมือนโควิดจะกลืนกินลมหายใจของคนที่นี่ไปแล้ว จากเมืองที่ไม่เคยขาดสีสัน แทบจะกลายเป็นเมืองร้าง กิจการร้านรวงต่าง ๆ ต้องปิดตัวลงเซ่นพิษเศรษฐกิจ ความคึกคักของมหานครแห่งแสงสีสงบเงียบลง ความมีชีวิตชีวาที่เคยโอบล้อมเมืองไว้แทบจะสูญสลายไปจนหมด ลมหายใจของผู้คนที่นี่กำลังจะหมดลง หากสถานการณ์ยังทอดยาวต่อเนื่องไปอีก

โชคดีที่รัฐบาลประกาศผ่อนปรนลงมาเล็กน้อย นั่นก็เหมือนลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่บรรดาเจ้าของกิจการและพลเมืองในพัทยาเริ่มฟื้นคืนกลับมาทีละนิด ความคึกคักและเสียงอึกทึกในยามเย็นย่ำไปจนถึงดึกดื่น เริ่มกลับมาทำหน้าที่ของมันตามเดิม

พัทยาขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองโลกีย์ เป้าหมายของนักท่องเที่ยววัยนักล่า และที่นี่ก็เป็นเป้าหมายของผู้หญิงหลายคนเดินทางมาขุดทอง บ้างก็หวังอยากมีสามีฝรั่งรวย ๆ บ้างก็อยากมีงานทำที่ดี แต่ในขณะที่บางคนอยากออกไปจากตรงนี้ใจจะขาด

ชีวิตของคนกลางคืนที่นี่ไม่ได้สวยหรูนัก หรือจะเรียกได้ว่าเน่าเฟะก็ไม่ผิดคำ เพราะในชีวิตที่พัทยาของมายาวีย์ เธอไม่เคยเจอสิ่งดี ๆ ที่นี่เลย นับตั้งแต่เกิดมาจนป่านนี้

สิบโมงเช้านับว่าเป็นเวลาเช้าตรู่ของคนที่นี่ เพราะยังเป็นเวลานอนของบรรดาสาวสวยหลายคน ร้านรวงแถวนี้จะทยอยเปิดก็ตอนใกล้เที่ยง แต่จะคึกคักในตอนหัวค่ำไปจนถึงดึกแทน ดังนั้นถนนในซอยดังที่รู้จักของนักท่องเที่ยวจึงค่อนข้างเงียบ จะมีก็แค่นักท่องเที่ยวที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจเมื่อตอนกลางคืนกำลังหาทางกลับที่พัก ส่วนคนท้องถิ่นก็ออกมาเตรียมเปิดร้านในคืนนี้เท่านั้นเอง

มายาวีย์เปิดม่านรับแสง ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมของการเริ่มต้นทำงานของวัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะได้ยินเสียงทะเลาะกันอยู่เป็นประจำ

“เอารถโกโรโกโสของแกออกจากหน้าร้านฉัน” เสียงดังของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นที่คุ้นหูของคนแถบนี้ เจ้าของเสียงเป็นคนแต่งตัวจัด ปากแดงจนเป็นเอกลักษณ์ คนแถบนี้ไม่มีใครสนใจ เพราะเริ่มชาชินกับเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายทะเลาะกัน

“ขอจอดแป๊บเดียวนะมาดาม ตำอีกครกเดียวก็จะไปแล้ว” ยายปู เจ้าของร้านส้มตำรถเข็นเจ้าประจำของซอยบอกด้วยน้ำเสียงกึ่งเว้าวอนขอความเห็นใจ คนทำมาหากินด้วยกันน่าจะเห็นใจกันบ้าง

“นาทีเดียวก็ไม่ได้ รีบเข็นรถผุ ๆ ของแกออกไปก่อนที่ฉันจะโทรแจ้งเทศกิจมาลากออกไป” มาดามเนื้อทองตวาดแว้ดเสียงดังลั่น เจ้าของเสียงยืนเท้าสะเอวพร้อมกับชี้มือ

“ใจดำจริง ๆ เป็นคนทำมาหากินเหมือนกันน่าจะเข้าใจ” แม่ค้าส้มตำบ่นกระปอดกระแปด มือก็กำสากแน่นรัวตำในครก เหมือนเร่งรีบตั้งใจจะให้เสร็จเร็ว ๆ เพราะไม่อยากมีปัญหากับเจ้าของร้าน

“เอาน้ำสาดเลย” เสียงมาดามเนื้อทองสั่งเด็กในร้านของตัวเอง

“เฮ้ย! ต้องขนาดนั้นเลยเหรอ” แม่ค้าร้านส้มตำเงยหน้าขึ้นถาม แค่เศรษฐกิจตอนนี้ก็ย่ำแย่และขายยากจนแทบไม่เห็นกำไรในแต่ละวัน แต่อย่าเพิ่งคิดไปถึงกำไรเลย กว่าจะได้ทุนในแต่ละวันก็แทบรากเลือด พอมีลูกค้าเรียกจะจอดขาย ก็เกิดไปบังหน้าร้านคนรวยเข้าให้ ชีวิตของคนจนมันแสนลำเค็ญจริง ๆ

“ก็นี่มันหน้าร้านของกู” มาดามเนื้อทองว่า

“แต่นี่ก็เป็นพื้นที่ถนนสาธารณะ ประชาชนในประเทศไทยสามารถใช้ได้ทุกคน”

“แต่กูไม่ให้มึงใช้เว้ย! เพราะมันคือหน้าร้านของกู เกะกะ สกปรก ร้านกูเป็นร้านขายอาหารหรู เอารถโกโรโกโสแบบนี้มาจอดบังหน้าร้าน คิดว่าลูกค้าจะมองว่ายังไง” มาดามเนื้อทองเท้าสะเอวชี้มือไปที่แม่ค้าร้านส้มตำ ก่อนจะตะโกนกลับไปบอกเด็กในร้าน

“บอกให้เอาน้ำมาสาด ได้หรือยัง” มาดามเนื้อทองเร่ง พนักงานในร้านต่างช่วยกันดึงเวลา เพื่ออะลุ่มอล่วยให้แม่ค้าส้มตำตำเสร็จ พวกเธอก็เป็นหนึ่งในลูกค้าของนางเช่นกัน ถ้าหากว่าไม่สามารถจอดตรงนี้ได้ ก็ต้องเดินตามไปซื้อที่อื่น ลำบากไปอีก

“ขออีกนิดนะคะมาดามเนื้อทอง เหลือตำของหนูอีกครกเดียว” ลูกค้าที่ยืนต่อคิวอยู่ช่วยต่อรอง เธอเองก็ไม่อยากเดินตามไปซื้อเหมือนกัน

“ใช่ ๆ ตอนนี้ก็ยังไม่มีลูกค้า คนทำมาหากินกันเอง” เสียงเจ้าของร้านฝั่งตรงข้ามที่รอคิวสั่งส้มตำบอกขึ้น เธอเองก็เป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ก็ไม่ใจแคบถึงขนาดไม่ให้รถเข็นมาจอดขาย เพราะแม่ค้าเพียงจอดชั่วคราวและเดินวนไปเรื่อย ๆ ไม่ได้จอดแช่เป็นชั่วโมงสักหน่อย

“งั้นก็ย้ายไปจอดที่ร้านมึงสิ”

“ก็เห็นอยู่ว่าหน้าร้านฉัน รถลูกค้าจอดเต็ม”

“เห็นมั้ยล่ะ ขนาดมึงยังไม่อยากให้จอดเลย อย่ามาทำตัวเป็นคนดีหน่อยเลย”

“ก็ฉันเปิดร้านตอนเช้า ช่วงบ่าย ๆ ก็ไม่มีรถมาจอดแล้ว ฉันก็ไม่ได้ห้ามรถเข็นมาจอดขายนะ”

“อันนั้นมันเรื่องของมึงจ้ะ ส่วนนี่มันหน้าร้านกู” มาดามเนื้อทองเท้าสะเอวอย่างโมโห แม่ค้าส้มตำตั้งหน้าตั้งตาเร่งสปีดตำอย่างเร็ว เป็นที่รู้กันว่าพวกเธอเพียงแค่ดึงเวลาให้แม่ค้าส้มตำรับออร์เดอร์เสร็จ ลูกค้าที่รอซื้อส้มตำก็เข้าข้างแม่ค้าขายส้มตำ ต่อว่าถึงความใจแคบในขณะที่เจ้าของร้านก็ยืนกรานไม่ยอมท่าเดียว เรื่องนี้ไม่มีใครผิดใครถูก เป็นเพียงความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันเท่านั้นเอง

เสียงอึกทึกครึกโครมด้านล่างคือ ยายปูเจ้าของร้านส้มตำรถเข็นกับมาดามเนื้อทองคงจะเปิดศึกกันเหมือนอย่างเคย มาดามเนื้อทองเป็นเจ้าของร้านอาหารสามคูหาขนาดใหญ่ ตกแต่งอย่างหรูหรา ตอนกลางคืนเปิดเป็นบาร์เบียร์ให้นักท่องเที่ยวมานั่งดื่ม มีสามีฝรั่งเอาไว้ชูคออวดคนอื่นว่าเป็นมาดาม

มาดามเนื้อทองไม่ชอบให้รถเข็นมาจอดบังหน้าร้านของเธอ แต่โลเคชันเจ้ากรรมก็เหมาะเหม็ง เพราะเนื้อที่หน้าร้านของเธอกว้างขวางกว่าที่อื่น ลูกค้าส่วนมากเป็นชาวต่างชาติที่เดินมาเที่ยว ไม่ได้ใช้รถยนต์ สาว ๆ แถวนี้ก็มักกวักมือเรียกให้ร้านส้มตำหยุดเสมอ เพราะส้มตำเป็นเมนูโปรดของพวกเธอ จะไปจอดที่ไหนได้ ในเมื่อที่นี่เป็นทำเลทอง

ถัดจากร้านอาหารมาดามเนื้อทองเป็นร้านนวดที่เป็นคู่แข่งกัน ต้องตากับมาลี ไม้เบื่อไม้เมาที่ชอบแย่งลูกค้ากันเป็นประจำ ต้องตาเป็นสาวใหญ่ที่เข็ดหลาบกับผู้ชายไทยและไม่ยอมลงเอยกับใครอีก ในขณะที่มีหนุ่มต่างชาติแวะเวียนมาขายขนมจีบเธอเสมอ ต้องตาเป็นม่ายสาวเนื้อหอม กระดังงาลนไฟหอมฉุย มีแต่คนบ่นว่าเสียดายที่เธอไม่ตกลงปลงใจหาคู่สักที

ร้านของต้องตาอยู่ติดกับร้านของมาลี ที่เนื้อหอมไม่ต่างกัน แต่จะแตกต่างตรงที่มาลีกวาดเรียบทุกหนุ่มที่เข้ามาดอมดมเธอ แถมยังอวดฟุ้งคุยโวกับการกระทำของตัวเองโดยไม่รู้สึกกระดากอาย เรียกได้ว่าเป็นเจ้าแม่ในเรื่องการบริหารเสน่ห์ ถ้าจะให้นับสามีก็คงต้องใช้ตัวเลขหลายหลักทีเดียว

แล้วคุณล่ะ… คุณเป็นสาวสวยที่ชอบบริหารเสน่ห์เหมือนมาลี หรือเข็ดหลาบผู้ชายเหมือนต้องตา

อ่านต่อ

สารบัญ บำเรอรัก ท่านประธานแสนร้าย เล่ม 1

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้กุมอำนาจล้นมือพร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า กลับต้องมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้อ่อนโยนดั่งลูกกวางน้อยที่ตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่มีทางสู้และต้องยอมจำนนต่อการตัดสินใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าเขาจะเลือกบีบคั้นให้เธอมอดไหม้หรือจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ทว่าทุกสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้นั้นกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แสนเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจเธอจะต้านทานไหว ในเกมแห่งความรักและความใคร่นี้เธอจึงติดอยู่ท่ามกลางไฟพิศวาส
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักจอมทมิฬ
8.2
ลลนาหรือนุ่มถูกสิงหาชายหนุ่มรูปงามแต่ใจร้ายจับตัวมาเพราะความเข้าใจผิด เธอต้องเผชิญกับคำพูดทำร้ายจิตใจท่ามกลางความกังวลถึงคนใกล้ชิดที่บาดเจ็บ นุ่มจึงบนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ตนหลุดพ้นจากอำนาจเถื่อนของเขา พร้อมหวังจะมีชีวิตใหม่ที่รวยทางลัดเพื่อเลิกทำงานกลางคืนและพบสามีที่ดี แม้สิงหาจะยอมรับความผิดพลาดที่จับตัวคนผิดมาและกล่าวขอโทษอย่างหัวเสีย แต่ท่าทีพยศและรอยยิ้มยียวนของหญิงสาวกลับทำให้เขาหมั่นไส้จนสถานการณ์ระหว่างทั้งคู่ยิ่งวุ่นวาย
หน้าปกนวนิยาย จอมใจอสูร
8.5
อัคราแสดงความโหดร้ายด้วยถ้อยคำดูแคลนเมื่อเขามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า รวิษาพยายามหลบหนีจากความเจ็บปวดด้วยความเงียบ แต่กลับถูกเขาใช้กำลังรั้งตัวไว้พร้อมเยาะเย้ยถึงความสัมพันธ์ในอดีต แม้เธอจะอ้างถึงคนรักใหม่ของเขาเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่อัครากลับไม่สนและอาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่อยู่ฉุดกระชากเธอไปที่เตียงเพื่อระบายอารมณ์ดิบเถื่อน เขาบังคับจูบอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจโดยไม่สนแรงขัดขืนของหญิงสาวที่พยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดที่รัดแน่นดุจงูร้ายในห้องที่ไร้ทางออก
ตอน
อ่านเลย
แชร์