ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส

ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส

เมื่อความเข้าใจผิดทำให้จิรัฎฐ์ปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาใหม่ของบิดา ทายาทหนุ่มเพียงคนเดียวจึงเริ่มต้นแผนการขับไล่ด้วยสารพัดวิธีข่มขู่เพื่อบีบบังคับให้เธอหายไปจากชีวิตครอบครัวของเขา ทว่ายิ่งเขาลงทัณฑ์เธออย่างรุนแรงและป่าเถื่อนมากเท่าไหร่ หัวใจที่เคยเต็มไปด้วยความเคียดแค้นกลับเริ่มสั่นคลอนจนเขากลายเป็นฝ่ายที่เสพติดรสชาติแห่งบทลงทัณฑ์นั้นเสียเอง ท่ามกลางไฟแค้นที่กำลังมอดไหม้กลายเป็นความพิศวาสที่ยากจะถอนตัว
ตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 1

ความวุ่นวายในงานรับปริญญาในตอนเที่ยงยังไม่จบสิ้น เสียงหัวเราะของนิสิตมากมายที่ต่างพากันดีใจเมื่อตัวเองสำเร็จการศึกษา ดอกไม้ช่อโตที่ทุกคนต่างถือมาเพื่อแสดงความยินดีให้กับคนในครอบครัว สายตาคู่ของพาขวัญมองไปยังคนรอบตัวที่ถ่ายรูปกับครอบครัว มีเพียงแต่เธอที่ไม่มีครอบครัวมาด้วยได้ เพราะแม่ของเธอนั้นเสียชีวิตลงเมื่อหลายปีก่อน

“หนูจีน” พาขวัญหันไปตามต้นเสียงเมื่อจำเสียงได้ว่าเสียงนี้คือใคร

“คุณลุง!” เธออุทานด้วยความตกใจ

“ลุงมาแสดงความยินดีที่หนูเรียนจบ ยินดีด้วยนะ คนเก่ง” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์พูดพร้อมกับยื่นดอกไม้ช่อใหญ่ให้

“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณพร้อมกับเอื้อมมือไปรับ

“ลุงให้คนเตรียมห้องที่บ้านหนูให้แล้วละ”

“แต่หนูว่า...ไม่ดีกว่าค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ

“แต่ลุงอยากให้หนูเข้ามาอยู่เป็นครอบครัวเดียวกันนะ”

“เอ่อ...แต่ว่าคุณลุง...” สายตามองด้วยความลังเลและเกรงใจ

“อย่าปฏิเสธเลยนะ” พูดแบบนี้ ปฏิเสธหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ หญิงสาวพยักหน้าอย่างยอมรับก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นถามหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์

“แล้วลูกชายของคุณลุงจะไม่คัดค้านเหรอคะ ดูเหมือนว่าจะไม่ชอบหนูเท่าไหร่เลย”

เธอยังจำสายตาของเขาที่มองในวันงานศพของภรรยาหม่อมหลวง- ณรงค์ฤทธิ์ได้ดี สายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและความแค้น เธอไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจตอนไหนกันแน่

“อย่าไปสนใจเลย เจ้าเพลิงก็เป็นแบบนี้นั่นแหละ อีกอย่างนี่ไม่กลับมาที่บ้านตั้งหลายวันแล้ว”

“แต่หนูก็เกรงใจอยู่ดีค่ะ” หญิงสาวเริ่มตอบปฏิเสธอีกครั้งหนึ่ง

“เอาเถอะ จะได้ไปทำงานง่ายๆ ไง อีกอย่างคนแก่คนเฒ่าอยู่บ้านคนเดียวเหงาจะตาย ลุงก็เห็นหนูเหมือนลูกสาวมาตลอด”

“แต่ว่า...”

“ไม่ต้องแต่หรอก ลุงแค่อยากช่วยหนูน่ะ แล้วนี่จะย้ายของออกจากหอวันไหนล่ะ ลุงจะได้ให้คนขับรถมารับ”

“ว่าจะวันพรุ่งนี้ค่ะ เอ่อ...แต่หนูก็ยัง...”

“เลิกพูดเกรงใจลุงได้แล้ว เอาเป็นว่าลุงเห็นหนูเป็นเหมือนลูกของลุงอีกคนละกันนะ อย่าคิดมากอีกล่ะ” มือเหี่ยวย่นของหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เอื้อมขึ้นไปลูบเส้นผมบางของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเอ็นดู

พาขวัญยกมือขึ้นพร้อมกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณค่ะ”

“ได้เวลาลุงต้องไปทำงานต่อแล้ว พรุ่งนี้ตอนบ่ายๆ ลุงจะให้คนไปรับหนูที่หอนะ” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์พูดขึ้นก่อนจะยิ้มให้อีกครั้งหนึ่ง

“ค่ะ” พาขวัญขานรับพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ สายตาของเธอมองชายวัยกลางคนที่หมุนตัวเดินหางไกลออกไปด้วยความรักและเคารพ หญิงสาวยังคงยิ้มให้แม้กระทั่งหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์จากไปนานแล้วก็ตาม ในใจของเธอนับถือเสมือนเป็นบิดาคนที่สองที่ดูแลเธอมาตลอด

แสงอาทิตย์สีส้มสาดส่องเข้าห้องทางหน้าต่างทิศตะวันตก สายตาคมทอดมองมายังเบื้องล่างจากตึกสูงตระการฟ้าในใจกลางเมือง เสียงถอนหายใจดังขึ้นหลายสิบครั้ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องงาน อีกส่วนคงเป็นเรื่องครอบครัวของเขา นี่เขาก็ไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้ว ใจจริงแทบไม่อยากจะกลับไปด้วยซ้ำ ทุกครั้งที่เขากลับไปมีเพียงแต่ความเจ็บปวดที่เขาไม่อาจที่จะลืมได้

จิรัฎฐ์หมุนตัวเดินกลับเข้ามานั่งที่โต๊ะทำงานดั่งเดิม สายตากวาดมองรอบๆ ห้องทำงานที่ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงอย่างสมฐานะกับการเป็นรองประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของภาคเอกชนที่มีการงานและอนาคตมั่นคง

นิ้วแกร่งเคาะจังหวะไปตามโต๊ะจนเกิดเสียง สายตาของชายหนุ่มชำเลืองมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่มุมโต๊ะ ซึ่งบอกเวลาว่าเกือบเย็นมาก จิรัฎฐ์กลอกตาด้วยความชั่งใจว่าเขาควรจะกลับบ้านดีหรือไม่กลับดี เขาไม่อยากกลับไปแล้วมีปากเสียงกับบิดาจนทะเลาะกันอีก

ชายหนุ่มตัดสินใจลุกขึ้นเก็บแฟ้มทำงานวางไว้มุมหนึ่งของโต๊ะก่อนจะก้าวเดินออกไปจากห้อง ใบหน้าคมคายเรียบนิ่งไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา พนักงานที่ต่างชื่นชอบมองเขาได้แต่คุยกันอยู่ห่างไม่กล้าที่จะเข้ามาสนิทใกล้ชิดเจ้านายหนุ่มแม้แต่น้อย

จิรัฎฐ์เดินมายังลานจอดรถของเขาพร้อมกับเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง เขาสตาร์ทรถแล้วขับออกไปด้วยความรู้สึกมากมายที่แทรกเข้ามาจนรู้สึกอึดอัด

รถยนต์คันหรูราคาแพงเฉียดสิบล้านแล่นไปตามท้องถนนที่ว่าง มือแกร่งเอื้อมไปกดปุ่มวิทยุเพื่อเปิดเพลงฟังระบายความเครียดของตัวเองให้ลดลง นานกว่าที่ขับรถไปและตัดสินใจว่าจะกลับไปที่บ้าน

จิรัฎฐ์หยุดจอดอยู่หน้าประตูใหญ่หน้าคฤหาสน์สีขาวสไตล์ยุโรปหลังใหญ่เพื่อรอให้ประตูเปิดออก ก่อนจะขับเข้าไปอย่างช้าๆ ใต้ชายคาบ้าน เขาเปิดประตูลงจากรถกับจังหวะที่มีชายวัยกลางคนเดินเข้ามาหาในท่าทางที่นอบน้อม ชายหนุ่มยื่นกุญแจให้ก่อนที่จะเดินเข้าไปข้างในบ้าน

สายตาคมกวาดมองคนในบ้านที่ต่างกันเตรียมของยกตู้กันดูวุ่นวาย จนอดที่จะเดินเข้าไปถามไม่ได้

“จะยกของพวกนี้ไปไหนกัน แล้วนี่อะไรเยอะแยะไปหมด”

น้ำเสียงเข้มเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นเฟอร์นิเจอร์หรูราคาแพงไว้สำหรับตกแต่งห้องนอนวางเรียงรายอยู่ที่พื้นหน้าบันได

“คุณผู้ชายสั่งครับ ว่าให้ยกขึ้นไปจัดห้องใหม่อีกห้องหนึ่งขึ้นมาครับ”

จิรัฎฐ์คิ้วขมวดด้วยความสงสัยอย่างไม่เข้าใจว่าบิดาเขาจะสั่งให้จัดห้องเพิ่มขึ้นมาทำไม?

“จัดทำไม แค่นี้ก็เยอะอยู่แล้ว”

“เห็นว่าวันพรุ่งนี้คุณผู้ชายว่าจะมีคนเข้ามาพักอยู่ด้วยน่ะครับ เลยให้ผมจัดยกให้เสร็จก่อนพรุ่งนี้เย็น”

“ใครจะย้ายเข้ามา”

เขาถามพร้อมจ้องด้วยสายตาเค้นคำตอบจากคนตรงหน้า

“ผมไม่รู้เหมือนกันครับ คุณผู้ชายไม่ได้บอกไว้ครับ”

“ขอบใจมาก” จิรัฎฐ์พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องทำงานเพื่อหาบิดาถามให้รู้เรื่องไปทีเดียว สองเท้าก้าวยาวตรงไปก่อนเลี้ยวซ้ายเพื่อไปห้องทำงานส่วนตัวของบิดา

ประตูใหญ่สีน้ำตาลลายไม้เถาวัลย์ไทยขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้า จิรัฎฐ์เอื้อมมือไปผลักออกก่อนจะก้าวเข้าไปข้างในห้อง สายตามองบิดาที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานที่กำลังก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ เข้าก้าวเข้าไปหาพร้อมนั่งลงที่โซฟา

“นึกว่าจะไม่กลับมาซะแล้ว” ผู้เป็นบิดาพูดขึ้นในขณะที่ปิดหนังสือ และละสายตาขึ้นมามองบุตรชาย “แล้วนี่มีอะไร ถึงมาหาล่ะ”

“เห็นชาติบอกว่าคุณพ่อให้จัดห้อง จะมีคนย้ายเข้ามา ใครหรือครับ” จิรัฎฐ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“พาขวัญ” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ตอบโดยที่รู้ว่าลูกชายของเขาต้องเกิดโทสะอย่างแน่นอน

“หมายความว่ายังไงครับ!?”

“พ่อจะให้พาขวัญย้ายมาอยู่ที่บ้านของเรา พ่อสงสารเขาน่ะ”

“พ่อสงสาร แต่ผมไม่!”

จิรัฎฐ์ตอบด้วยน้ำเสียงเข้ม นัยน์ตาคมมองบิดาด้วยความไม่พอใจ

“นั่นมันเรื่องของแก แต่ฉันได้บอกให้พาขวัญมาอยู่ที่นี่และช่วยทำงานที่บริษัทแล้ว แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธฉัน!”

“ฮึ! ที่แท้พ่อทำดีกับผู้หญิงคนนี้เพราะวังจะเอาเป็นเมียแต่แรกอยู่แล้ว...อย่างน้อยพ่อก็ควรคิดถึงคุณแม่ที่เสียไปบ้าง!”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อำลาคำสัญญา
9.7
ลู่เหยาเผชิญกับการนอกใจซ้ำซากหลังเห็นภาพถ่ายลับของซ่งจินเหนียน แฟนหนุ่มที่คบกันมานานกับเลขาของเขา หลักฐานนี้ตอกย้ำว่าในวันครบรอบสามปีที่เขาอ้างว่าเกิดอุบัติเหตุ แท้จริงแล้วเขาอยู่กับหญิงอื่นที่ยอมสละชีวิตช่วยเขาจนความจำเสื่อม เมื่อซ่งจินเหนียนเลือกดูแลหญิงคนนั้นด้วยความรู้สึกผิดและละเลยเธอ ลู่เหยาจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์นี้โดยการตอบตกลงแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ตามความต้องการของแม่ พร้อมเตรียมของขวัญชิ้นสำคัญทิ้งท้ายไว้ให้เขาก่อนจากไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์(ลวง)รัก
8.3
เมื่อพี่สาวผู้เป็นดั่งดวงใจเกือบจบชีวิตตนเองเพราะความช้ำรัก น้องสาวอย่างเธอจึงไม่อาจนิ่งดูดายและตัดสินใจเริ่มแผนการทวงคืนความยุติธรรมที่เต็มไปด้วยคำลวง เธอตัดสินใจเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้ไร้หัวใจพร้อมประกาศกร้าวว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์เพื่อบีบให้เขารับผิดชอบ ทว่าเขากลับตอบโต้ด้วยท่าทีเย็นชาและไม่ยี่หระต่อคำกล่าวอ้างนั้น สงครามประสาทที่เดิมพันด้วยเล่ห์เหลี่ยมและความรักจึงอุบัติขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยากจะคาดเดาบทสรุป
หน้าปกนวนิยาย บำเรอรัก ท่านประธานแสนร้าย เล่ม 1
9.3
มายาวีย์ถูกส่งไปทดสอบถุงยางอนามัยของบริษัทลีอาห์แต่กลับตั้งท้องอย่างไม่คาดฝัน ทว่าท่านประธานหนุ่มผู้มั่นใจในสินค้ากลับตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่หวังจับคนรวย เธอจึงหอบลูกกลับมาพิสูจน์ความจริงพร้อมท้าทายด้วยกฎหมายเพื่อกู้ศักดิ์ศรีคืนมา การกลับมาครั้งนี้เธอกลายเป็นแม่ลูกอ่อนที่สวยสง่าจนเพลย์บอยหนุ่มที่เคยดูถูกต้องคลั่งไคล้และตามง้อขอคืนดีอย่างน่าเวทนา แต่สำหรับเธอแล้วพ่อที่ดีคือพ่อใหม่เท่านั้น ลีอาห์จึงต้องพยายามอย่างหนักเพื่อเอาชนะใจหญิงสาวที่เคยขับไสไล่ส่งไป
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์เจ้านายจอมเจ้าเล่ห์
8.8
เมื่อเลขาฯ สาวต้องกลับมาทำงานร่วมกับเจ้านายหนุ่มผู้แสนเย็นชา ซึ่งเคยเป็นคู่ปรับตัวฉกาจในสมัยเรียน ความทรงจำครั้งเก่าเริ่มหวนคืนพร้อมความรู้สึกที่เขาแอบซ่อนไว้มานานแสนนาน แม้ในอดีตทั้งคู่จะชอบกลั่นแกล้งและปะทะคารมกันเพียงใด แต่การกลับมาพบกันครั้งนี้กลับทำให้ความใกล้ชิดกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ท่ามกลางความขัดแย้งและความสับสน พวกเขาต้องยอมรับความจริงว่าไม่อาจหลีกหนีเสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเองได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์สวงมาเฟียแค้นรัก (mafia bluff love) ต่อภาคจาก สงครามรักต่างแดน
9.2
หลังค่ำคืนอันเร่าร้อนที่ไร้การป้องกัน แคทรินต้องเผชิญกับข้อความดูถูกจากชายหนุ่มที่สั่งให้เธอทานยาคุมฉุกเฉินเพื่อตัดปัญหาเรื่องลูกที่เขาไม่ต้องการ ด้วยความเจ็บปวดจากการถูกตราหน้าว่าร่านและไร้ค่า เธอจึงตัดสินใจโต้กลับด้วยความเด็ดเดี่ยวว่าจะไม่มีวันอ้อนวอนขอความรับผิดชอบจากเขาเด็ดขาด พร้อมประกาศกร้าวว่าหากตั้งครรภ์จริงเธอก็พร้อมจะกำจัดมารหัวขนทิ้งไปเสีย ความสัมพันธ์ที่เคยลึกซึ้งพังทลายลงเหลือเพียงคนแปลกหน้าที่เคยรู้จักกันเพียงเท่านั้น