
สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน
ตอน 2
หลังจากเฉียวซิงเฉินพูดออกมาเช่นนี้ ดวงตาของชายผู้นั้นก็หรี่ลงเล็กน้อย เขาถามออกมาอย่างคาดไม่ถึงว่า “คุณผู้หญิง คุณคิดดีแล้วเหรอ? ผมเป็นคนพิการนะ หากคุณแต่งงานกับผม สักวันหนึ่งคุณจะต้องเสียใจกับการตัดสินใจในวันนี้ของคุณ”
เฉียวซิงเฉินไม่ได้ตอบตรง ๆ แต่กลับย้อนถามกลับไปว่า “คุณจะทิ้งภรรยาของตัวเอง เพื่อไปหาผู้หญิงคนอื่นรึเปล่า?”
“ไม่มีทาง” น้ำเสียงของเขาไม่มีความลังเลใด ๆ เลย
เฉียวซิงเฉินจึงตอบโดยไม่ลังเลว่า “ฉันก็ไม่มีวันเสียใจภายหลังเช่นกัน ขอแค่คุณกล้าแต่งงานกับฉัน ฉันก็กล้าที่จะแต่งงานกับคุณ!”
เมื่อเห็นว่าเธอจริงจังขนาดนี้ เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธอีก “โอเค งั้นเรามาแต่งงานกันเถอะ”
ด้วยเหตุนี้ งานแต่งงานของเฉียวซิงเฉินที่เดิมทีจะต้องถูกยกเลิก จึงได้มีการจัดขึ้นตามกำหนด
โดยมีพยานเป็นบาทหลวง แล้วเธอก็ได้รับใบทะเบียนสมรสของพวกเขามา
ตอนที่เดินออกจากโบสถ์ เฉียวซิงเฉินยังคงรู้สึกมึนงงอยู่เล็กน้อย นี่เธอได้แต่งงานกับผู้ชายแปลกหน้าไปแล้วจริง ๆ เหรอเนี่ย!
นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอก็จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว
เธอเข็นวีลแชร์ของเขาออกไปข้างนอก แล้วจู่ ๆ เธอก็เกิดคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “จริงสิ ฉันยังไม่รู้เลยว่าคุณชื่ออะไร”
“ลู่ถิงเซียว” ชายคนนั้นตอบกลับมา
เมื่อเฉียวซิงเฉินได้ยินเช่นนั้นก็ถามขึ้นมาอย่างตกใจทันที “คุณคือลู่ถิงเซียว คุณชายใหญ่ตระกูลลู่ ตระกูลที่เป็นเจ้าของลู่คอปปอเรชั่นอย่างนั้นเหรอ?”
ลู่ถิงเซียวเห็นถึงอาการตกใจของเฉียวซิงเฉินได้ในทันที เขาจึงอดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปากเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเยาะเย้น
“ทำไม พอรู้ว่าตัวเองแต่งงานกับผู้ชายที่คนอื่นมองว่าเป็นคนไร้ประโยชน์ คุณเกิดนึกเสียใจขึ้นมาแล้วเหรอ?”
แทบจะทุกคนในเมืองต่างก็รู้เรื่องของคุณชายใหญ่ตระกูลลู่ ตระกูลที่เป็นเจ้าของลู่คอปปอเรชั่นกันหมด
หลังจากเขาเกิดมา แม่เขาเสียชีวิตระหว่างคลอด จากนั้นพ่อของเขาก็ไปแต่งงานใหม่
ต่อมาเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ คุณชายใหญ่ก็เลยขาพิการทั้งสองข้าง ทำให้เขากลายเป็นผู้พิการไปโดยปริยาย
ซึ่งบังเอิญเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่เลี้ยงให้กำเนิดคุณชายน้อยออกมาพอดี ลู่ถิงเซียวจึงยิ่งไม่เป็นที่โปรดปรานของตระกูลลู่เข้าไปใหญ่
ถ้าไม่ใช่เพราะคุณย่าของเขา ซึ่งก็คือย่าลู่คอยปกป้องเขามาตลอด เกรงว่าเขาที่เป็นคุณชายใหญ่คงจะถูกไล่ออกจากตระกูลลู่ไปตั้งนานแล้ว แล้วก็คงจะมีสถานะเลวร้ายยิ่งกว่าขอทานข้างถนนซะอีก......
ในมุมมองของลู่ถิงเซียว ผู้หญิงทั่วไปคงไม่มีทางยอมแต่งงานกับคนไร้ประโยชน์อย่างเขาแน่ ๆ เว้นเสียแต่ว่าจะยอมแต่งงานเพื่อเงิน
แต่เขาไม่เพียงแต่เป็นคนพิการเท่านั้น เพราะเขายังเป็นคุณชายใหญ่ที่ไม่เป็นที่โปรดปรานของตระกูลลู่อีกด้วย ท่าทางผู้หญิงคนนี้คงจะผิดหวังน่าดูเลยสิท่า?
ตอนแรกลู่ถิงเซียวนึกว่าจะได้เห็นสีหน้าไม่พอใจและเสียใจของเฉียวซิงเฉิน
แต่เฉียวซิงเฉินกลับรู้สึกแค่ว่าเธอเองก็มีปัญหาเช่นเดียวกันกับลู่ถิงเซียว ทั้งคู่ต่างก็เป็นคนน่าสงสารที่ถูกครอบครัวทอดทิ้งเหมือนกัน
เธอจึงจับมือเขาไว้ แล้วก็พูดขึ้นมาอย่างจริงจังว่า “ฉันบอกแล้วไงว่าหากฉันตัดสินใจที่จะแต่งงานกับคุณแล้ว ฉันจะไม่มีวันเสียใจภายหลังเด็ดขาด ฉันก็แค่คิดว่า ในเมื่อเราเป็นสามีภรรยากันแล้ว ต่อจากนี้ไปฉันจะเป็นครอบครัวที่อบอุ่นให้คุณเอง”
“งั้นเหรอ หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นนะ!”
เห็นได้ชัดเลยว่าลู่ถิงเซียวไม่เชื่อคำพูดของเฉียวซิงเฉิน
เขาอยากจะดูสิว่า หลังจากที่ผู้หญิงคนนี้รู้ว่าเธอจะไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ จากเขา เธอจะยังเสแสร้งไปได้อีกนานแค่ไหน?
ในไม่ช้า รถคันหนึ่งก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา
“ไปกันเถอะ” เขาพูด
เฉียวซิงเฉินอดไม่ได้ที่จะถามว่า “คุณจะพาฉันไปไหนเหรอ?”
“ก็พาคุณกลับบ้านยังไงล่ะ ในเมื่อพวกเราแต่งงานกันแล้วก็ต้องไปอยู่ด้วยกันสิ ไม่ใช่รึไง?”
พาเธอกลับบ้านงั้นเหรอ?
เฉียวซิงเฉินรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมาเล็กน้อย
จู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นมาได้ว่า เธอกับเฉินหยูเจ๋อก็มีบ้านอยู่หลังหนึ่ง ซึ่งเป็นเรือนหอที่เธอตั้งใจเตรียมไว้สำหรับอนาคตของพวกเขา
แต่ตอนนี้เธอได้แต่งงานกับลู่ถิงเซียวแล้ว ดังนั้นเธอจะต้องรีบไปเคลียร์ของทุกอย่างข้างในที่เกี่ยวกับเธอออกมาโดยเร็วที่สุด
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เธอก็พูดขึ้นมาว่า “ฉันยังมีธุระที่ต้องรีบกลับไปจัดการอีกนิดหน่อย คุณพอจะทิ้งช่องทางติดต่อกับที่อยู่เอาไว้ให้ฉันได้ไหมคะ? หากฉันเคลียร์ธุระเสร็จแล้ว ฉันจะรีบย้ายไปอยู่กับคุณโดยเร็วที่สุดค่ะ”
“ไม่ให้ผมไปส่งเหรอ?” ลู่ถิงเซียวเลิกคิ้วขึ้นถาม
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจัดการเองได้” เฉียวซิงเฉินไม่อยากสร้างปัญหาให้ลู่ถิงเซียว
ลู่ถิงเซียวก็ไม่ได้พูดอะไรมากอีก หลังจากแลกช่องทางติดต่อกับเฉียวซิงเฉินเสร็จ เขาก็ขึ้นรถจากไปทันที
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉียวซิงเฉินก็รีบไปที่ชุมชนเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง แล้วก็เปิดประตูใหญ่ของเรือนหอออก
เธอมองดูทุกสิ่งทุกอย่างในเรือนหอ ตั้งแต่ผ้าที่ปูไว้บนโต๊ะ ภาพวาดบนผนัง ไปจนถึงกระถางต้นไม้ที่เขียวขวีสองกระถางข้างหน้าต่าง ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เธอได้จัดเตรียมทุกอย่างเอาไว้อย่างตั้งอกตั้งใจ เพื่อที่จะให้บ้านหลังนี้อบอุ่นขึ้น......
ทว่าเฉียวซิงเฉินกลับเดินไปยังสิ่งของเหล่านี้และรื้อมันออก จับมันทิ้งลงถังขยะอย่างรวดเร็ว จะบอกว่าไม่ลังเลเลยก็ว่าได้
ในเมื่อเธอตัดสินใจที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว เธอก็ไม่จำเป็นต้องมีเยื่อใยอะไรกับอดีตอีกต่อไป!
ขณะที่เธอกำลังโยนสิ่งของที่เหลือทิ้ง แล้วก็ทำการเก็บสัมภาระ เธอก็ไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยว่ามีใครคนหนึ่งมาปรากฏตัวอยู่นอกประตู
หลังจากเฉินหยูเจ๋อเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นด้านใน เขาก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราดว่า “เฉียวซิงเฉิน นี่คุณกำลังทำอะไรอยู่ฮะ? !”
คุณอาจจะชอบ





