ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน

สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน

เมื่อเจ้าบ่าวหนีงานแต่ง เฉียวซิงเฉินจึงตัดสินใจคว้าชายแปลกหน้ามาจดทะเบียนสมรสแทนเพื่อประชดรัก ทว่าสามีใหม่ของเธออย่างลู่ถิงเซียวกลับถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงคุณชายไร้ค่าของตระกูลลู่ ท่ามกลางเสียงเยาะเย้ยและคำเตือนจากอดีตคนรักที่ทรยศ เธอเลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างเขาและประกาศว่าทั้งคู่รักกันหวานชื่น แต่แล้วความจริงก็ปรากฏเมื่อตัวตนลับของเขาถูกเปิดเผยว่าคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่พร้อมจะคุกเข่ามอบแหวนเพชรล้ำค่าและดูแลเธอไปชั่วชีวิต
ตอน
แชร์

ตอน 3

เรือนหอที่เคยอบอุ่น เวลานี้ข้าวของระเกะระกะไปหมด จนจำภาพเดิมของมันแทบจะไม่ได้แล้ว

เฉียวซิงเฉินซึ่งเป็น ‘ผู้ก่อเหตุ’ ได้ขนของที่ยังไม่เสียหายไปเก็บไว้ในซอกเล็ก ๆ ราวกับจะทำการเคลียร์ที่นี้ให้โล่งไปเลย

เฉินหยูเจ๋อมองทุกสิ่งรอบตัวอย่างไม่อยากจะเชื่อ แล้วก็สาวเท้าเดินไปหาเฉียวซิงเฉิน

“เฉียวซิงเฉิน นี่คุณเป็นบ้าไปแล้วรึไง? ผมแค่ออกไปแป๊บเดียว คุณถึงกับอารมณ์เสียจนต้องใช้วิธีแบบนี้เลยเหรอ?”

เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับพยายามที่จะข่มความโกรธเอาไว้ แล้วออกคำสั่งเธออย่างไร้ซึ่งความเกรงใจใด ๆ “ผมให้เวลาคุณหนึ่งชั่วโมง ทำให้ที่นี่กลับมาเป็นเหมือนเดิมเดี๋ยวนี้!”

เฉียวซิงเฉินเก็บข้าวของอย่างไม่รีบร้อน แล้วเธอก็หันไปมองเฉินหยูเจ๋ออย่างเย็นชา

เธอพูดด้วยสีหน้าเย้ยหยันว่า “เฉินหยูเจ๋อ นี่คุณไม่รู้อะไรเลยเหรอ หลายครั้งของที่สูญหายไปแล้ว มันก็ไม่สามารถเอากลับมาได้หรอกนะ แล้วก็ไม่มีทางที่จะทำให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ด้วย”

เฉินหยูเจ๋อขมวดคิ้วด้วยความรำคาญใจอย่างมาก “คุณต้องการจะสื่ออะไรกันแน่?”

เฉียวซิงเฉินไม่รู้เหมือนกันว่าเฉินหยูเจ๋อไปเอาความมันใจมาจากไหนถึงได้ถามเธออกมาเช่นนี้ บางทีคนอย่างเขา อาจจะคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดล่ะมั้ง

ไม่สิ ไม่ถูก ความอ่อนโยนของเขา มีเอาไว้ให้แค่เยว่เหมิงซิน ผู้หญิงที่เขารักคนเดียวเท่านั้น

เฉียวซิงเฉินมองเฉินหยูเจ๋ออย่างไร้อารมณ์ แต่ละคำที่เธอพูดออกมาเหมือนได้ใช้พลังของเธอไปจนหมดแล้ว

“ในวันแต่งงานของเรา คุณกลับไม่สนใจใยดีฉัน ไม่สนใจคำขอร้องของฉันเลย คุณทิ้งฉันไว้ที่งานแบบนั้น คุณรู้ไหมว่าตอนนั้นฉันรู้สึกยังไง เฉินหยูเจ๋อ คุณเคยคิดถึงฉันบ้างไหม? เคยคิดไหมว่าฉันจะรู้สึกเสียใจมาก นี่คุณยังคิดว่าฉันแค่กำลังอารมณ์เสียอยู่งั้นเหรอ?”

ตอนที่เฉียวซิงเฉินพูดออกมาเช่นนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าขึ้นมา ดวงตาของเธอเริ่มแดงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ เธอจ้องเขม็งไปที่เฉินหยูเจ๋อ

เมื่อเห็นเช่นนี้ เฉินหยูเจ๋อก็รู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย แต่พอย้อนคิดดูอีกที เขาก็รู้สึกว่ามันไม่ได้สำคัญเลยสักนิด

พวกเขาคบกันมาตั้งหลายปี เขาเคยทำให้เฉียวซิงเฉินโกรธมาก็ตั้งหลายครั้ง ซึ่งเขาไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่อะไรเลย ยังไงเฉียวซิงเฉินก็ต้องให้อภัยเขาอยู่แล้ว

ด้วยความที่เมื่อก่อนเฉียวซิงเฉินสามารถที่จะทำความเข้าใจถึงเจตนาของเขาได้ ครั้งนี้เขาจึงคิดว่าหากค่อย ๆ เกลี้ยกล่อมเธอ เดี๋ยวเธอก็คงจะหายโกรธเอง

หลังจากที่เฉินหยูเจ๋อคิดได้เช่นนี้แล้ว ใบหน้าที่ดูโกรธเคืองของเขาก็จางหายไป เขาเริ่มยิ้มออกมาอย่างใจเย็นแทน

“เอาล่ะ ซิงเฉิน ผมเข้าใจนะว่าคุณกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ แต่คุณอย่าทำให้เรื่องมันบานปลายแบบนี้สิ คุณลองดูสิ คุณทำอะไรกับเรือนหอของพวกเราไปบ้าง?”

เฉินหยูเจ๋อยิ้ม แล้วก็จับไหล่ที่เรียวเล็กของเฉียวซิงเฉินไว้ จากนั้นก็พูดเกลี้ยกล่อมเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ดูสิ คุณก็ระบายอารมณ์ไปแล้ว เลิกโวยวายเถอะ ไว้วันหลังเราค่อยเลือกวันที่ฤกษ์ดีกว่านี้กันใหม่ก็ได้ ผมสัญญานะว่า ผมจะจัดงานแต่งงานให้คุณแบบใหญ่โตและหรูหรากว่านี้ โอเคไหม?”

เฉียวซิงเฉินมองดูรอยยิ้มบนใบหน้าของเฉินหยูเจ๋ออย่างเงียบ ๆ แม้ว่าเขาจะพูดเช่นนี้ แต่ดวงตาของเขากลับดูไม่ได้จริงจังอะไรเลย แถมท่าทางเขายังดูเหมือนมั่นใจมากว่าจะสามารถควบคุมเธอไว้ในกำมือได้ เขาดูเหมือนจะมั่นใจมากว่าเธอจะตอบตกลง

จริงสิ เมื่อก่อนเขาก็ชอบทำแบบนี้มาตลอดเหมือนกันนี่?

เฉียวซิงเฉินหัวเราะเยาะตัวเองในใจ เธอให้โอกาสเขามากเกินไปจริง ๆ ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่จำเป็นต้องดูแลเอาใจใส่เธอก็ได้

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เฉียวซิงเฉินก็สลัดมือของเฉินหยูเจ๋อออกจากไหล่ของเธอด้วยใบหน้าที่เย็นชา

“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน ฉันรังเกลียด!”

เฉินหยูเจ๋อมองไปที่เฉียวซิงเฉินอย่างไม่อยากจะเชื่อ เธอไม่เคยทำกับเขาแบบนี้มาก่อน

หลังจากนั้น เฉียวซิงเฉินก็พูดอย่างเย็นชาว่า “เฉินหยูเจ๋อ งานแต่งงานมันจบลงแล้ว แล้วฉันก็ไม่ได้คิดจะจัดใหม่แล้วด้วย ที่ฉันมาที่นี่วันนี้ก็เพื่อย้ายของออกไปเท่านั้น”

เพราะเฉียวซิงเฉินผลักเขาออก เฉินหยูเจ๋อจึงรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา หลังจากที่เขาได้ยินคำพูดของเธอในวินาทีต่อมา เขาจึงขมวดคิ้วด้วยความงุนงงและพูดว่า “ย้ายออกงั้นเหรอ?”

เฉียวซิงเฉินพยักหน้า “ใช่ ฉันจะย้ายออกไปตอนนี้เลย”

เฉินหยูเจ๋อรู้สึกเหมือนได้ฟังเรื่องตลกเรื่องหนึ่ง เขายังคงถามต่ออย่างขำ ๆ ไปว่า “คุณจะย้ายไปอยู่ที่ไหนได้?”

เฉินหยูเจ๋อรู้ดีว่าเฉียวซิงเฉินเป็นเด็กกำพร้า นอกจากบ้านหลังนี้ เธอก็ไม่มีที่ไปอีกแล้ว!

ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เฉียวซิงเฉินจะวนเวียนอยู่รอบตัวเขาตลอด เฉินหยูเจ๋อจึงมั่นใจมากว่าเธอไม่มีทางอยู่ได้ถ้าไม่มีเขา

ซึ่งสาเหตุที่เธอบอกว่าจะย้ายออก ก็เพื่อต้องการบีบบังคับให้เขายอมจำนนให้เธอเท่านั้น

เฉินหยูเจ๋อส่ายหน้าไปมาอย่างจนใจ ตอนที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างกับเฉียวซิงเฉินต่อ

จู่ ๆ เสียงของเยว่เหมิงซินก็ดังมาจากด้านหลัง

“หยูเจ๋อ คุณบอกว่าเก็บของเสร็จแล้วก็จะออกมาไม่ใช่เหรอคะ? ทำไมตั้งนานแล้วถึงยังไม่เสร็จอีกคะ?”

ทันทีที่เยว่เหมิงซินพูดจบ เธอก็เดินเข้าไป หลังจากที่เห็นเฉียวซิงเฉินยืนอยู่ตรงข้ามกับเฉินหยูเจ๋อ เธอก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาทันที “ซิงเฉิน ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”

เฉียวซิงเฉินชำเลืองมองไปที่เยว่เหมิงซินอย่างเฉยชาและพูดขึ้นว่า “ดูเหมือนที่นี่จะเป็นเรือนหอของฉันนะ ฉันจำเป็นต้องอธิบายให้เธอฟังด้วยเหรอว่าทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ว่าแต่เธอเถอะ มาทำอะไรที่นี่ล่ะ?”

เยว่เหมิงซินแสร้งทำเป็นลดสายตาลงอย่างคนที่ได้รับบาดเจ็บ แล้วก็พูดอย่างอ่อนแอว่า “พอดีฉันไม่ทันระวังโดนมีดผลไม้บาดเข้าน่ะ หยูเจ๋อก็เลยเป็นห่วงฉัน อยากจะย้ายมาอยู่เป็นเพื่อนฉันสักสองสามวัน”

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เธอก็ดูเหมือนจะเห็นกระเป๋าเดินทางของเฉียวซิงเฉิน เธอจึงเอามือปิดปากอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ซิงเฉิน นี่เธอจะทำอะไรน่ะ? เธอคงไม่ได้โกรธหรอกใช่ไหม? หรือต่อให้เธอจะโกรธ เธอก็อย่าทำจนเป็นเรื่องใหญ่โตแบบนี้เลยนะ หากเธอรู้สึกไม่สบายใจเธอบอกฉันได้นะ ฉันขอโทษเธอเองก็ได้ ทำไมเธอต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ด้วยล่ะ?”

เฉียวซิงเฉินยิ้มอย่างเย็นชา แล้วก็ค่อย ๆ เดินไปหาเยว่เหมิงซินอย่างช้า ๆ พลางถามขึ้นมาว่า “เธออยากจะขอโทษฉันจริง ๆ น่ะเหรอ เธอจริงใจใช่มั้ย?”

เยว่เหมิงซินคิดว่าเฉินหยูเจ๋อก็อยู่ตรงนี้ด้วย เธอจึงต้องแสดงละครต่อไป

เธอพยักหน้าอย่างน่าสงสารและพูดว่า “ก็ใช่น่ะสิ ขอแค่เธอไม่โกรธก็พอแล้ว”

“ได้สิ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” เฉียวซิงเฉินยิ้มแย้มสดใส แต่แววตาของเธอก็ดูไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ “ในเมื่อเธออยากจะขอโทษฉันจากใจจริง งั้นฉันก็จะไม่เกรงใจแล้วกัน”

วินาทีถัดมาหลังจากที่พูดจบ เฉียวซิงเฉินก็หวดมืออย่างแรง ตบหน้าเยว่เหมิงซินอย่างจังไปครั้งหนึ่ง

“เพียะ!”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อีหนูของเสี่ย
8.7
อีหนูเอาหลีมาให้กูจับสิ อยากจับหลีหนูค่าครูมาก่อน เท่าไหร่มึงว่ามากูพร้อมเปย์ สิบล้าน อีสัส กูคิดว่าหลีทองทองคำ ___________________________________- > สิบนิ้วพนมมือก้มกราบหว่างขา"ผัวจะไปทำงานกระผมขอเบิกเงินหน่อยครับคุณภรรยาทีรัก" "50บาทพอไหม" "เอาไว้ตีหม้อมึงเถอะ!!" ช่างกล้าให้ค่าน้ำมันรถยังไม่พอเลย "แล้วจะเอาเท่าไหร่" "10,000ครับ" "10บาทพอ" น้ำตากูจะไหล หนักกว่า50อีกกู ชีวิตผมทำไมมันช่างน่าสงสารเยียงนี้ นี่กูคิดผิดหรือคิดถูกที่เอาอีหอยสังข์มาเป็นเมียเนี่ย แม่งให้กูมาได้สิบบาทใครเขารู้กูอายเขาตาย "เสียดีใจถึงกับชึ้งน้ำตาคลอเลยเหรอ"เอียงคอถาม เดี๋ยวอีพ่อฟาดก้านคอหักเลยนิ น้ำตากูคลอเบ้าก็เพราะเงินมึงนี่แหละ "ถามจริงๆคิดจะให้เงินเหรอเปรี้ยว สิบบาทจะเอาไปทำอะไรได้ เป๊ปซี่ขวดนึงยังไม่ได้เลยขาดตั้ง2บาทแน่ะ" "สรุปจะไม่เอาใช่ไหม" เปรี้ยวเลิกคิ้วขึ้นถาม " ถ้าไม่เอาสิบบาทงั้นหนูจะให้5..." "5 พัน!! สัก5พันก็ยังดี เวลากลับบ้านจะได้ซื้อขนมมาฝาก" "ใครบอกหนูจะให้เสี่ย5พัน หนูจะให้เสี่ยแค่5บาทต่างหากล่ะ อะ!10บาทไม่เอางั้นเอาไป5บาทพอ เสี่ยไม่ได้ซืัออะไรอยู่แล้วนิ ข้าวเช้าก็กินที่บ้านส่วนข้าวเที่ยงหนูสั่งให้แม่บ้านห่อไว้ให้แล้วของใช้ทุกอย่างก็มีครบ อาหารการกินไม่ขาดเหลือ เกินไปซะด้วยซ้ำ" "__"มึงอะเกินไป น้ำตากูจะไหล "วงจรในแต่ละวัน เสี่ยก็ไม่ได้หยิบจ่ายใช้สอยอะไรอยู่แล้ว เวลาไปพบปะไปกินกับลูกค้า หนูบอกเลขาของเสี่ยทำการเบิกเงินผ่านจากหนูไว้แล้ว ส่วนน้ำมันรถหนูให้พี่จอมเติมไว้ให้แล้วเต็มถังใช้ไม่จำกัดหมดตรงไหนก็เข็นเอา" "__"กรรมของกูแท้ๆ "เอาไปห้าบาทนั่นล่ะ นี่หนูใจดีกับเสี่ยมากแล้วนะ จิบอกให้" "___"กูล่ะเกลียดคำนี้ฉิบหาย
หน้าปกนวนิยาย บ่วงร้ายสายใยรัก
8.5
ชาวีทายาทนักธุรกิจผู้สูญเสียความทรงจำและถูกตามหลอกหลอนด้วยฝันประหลาด ต้องเผชิญหน้ากับเฌอริตา แม่เลี้ยงเดี่ยวที่กลับมาสืบหาความจริงเพื่อล้างมลทินให้พ่อจนพบอดีตอันแสนเจ็บปวด ขณะที่อิงดาวหญิงสาวผู้อาภัพรักกลับถูกลีโอนาโด มาเฟียหนุ่มผู้เต็มไปด้วยไฟแค้นใช้เป็นเครื่องมือทำลายศัตรู ทว่าพันธะที่ไม่ได้ตั้งใจกลับผูกมัดเขาไว้กับเธอด้วยสายใยใหม่ที่กำลังจะเกิด ท่ามกลางกงเกวียนกำเกวียนและบ่วงความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัว พวกเขาจะเลือกเดินต่อไปอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย รักร้ายสามีอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม4)
8.5
“ไอ้คนเลว! ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!” ด้านนุดีเมื่อเห็นหน้าวัลลภ เธอก็พ่นวาจาด่าหยาบคายใส่ทันที “จะลงนรกอยู่แล้วยังจะมาทำปากดีอีกนะ” วัลลภดันร่างบางให้หันหลังแล้วแก้เชือกที่มัดมือของเธอออก บังคับด้วยดวงตาถมึงทึงให้นุดีลุกขึ้น แต่กลับเป็นเขาเองที่อุ้มเธอออกจากรถ “โอ๊ยย!! ไอ้บ้า!! ฉันเจ็บนะ!!” เมื่อถูกปล่อยให้ยืน นุดีที่ไม่ทันได้ทรงตัวดีก็เซถลาชนข้างรถล้มลงไปกองบนพื้นดินแข็งๆ “อย่ามาทำสำออย ลุกขึ้น!!” วัลลภไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวจะเจ็บไหม เขาจับแขนเล็กกระชากอย่างแรงให้เธอยืนขึ้น “นายพาฉันมาทำอะไรในกลางป่าน่ากลัวแบบนี้” ดงป่าเขียวจนครึ้ม ต้นไม้สูงใหญ่ดำทมิฬหนาทึบ กิ่งก้านใบไหวไปตามลมผสมเสียงแปลกประหลาดร้องและวิ่งไล่กัดกันอยู่ในป่าหญ้าคาข้างทางทำให้นุดีกลัวจนหน้าซีด “นรกอเวจีไง อยากลงไปเล่นน้ำในกระทะทองแดงไหม” วัลลภก้มๆ เงยๆ อยู่หลังรถจึงไม่ได้ทันระวังภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง นุดีเป็นอิสระจากสายตาของชายหนุ่ม เธอยิ้มหยันเมื่อเห็นไม้กำลังเหมาะมือ แล้วจับท่อนไม้ขึ้นมาฟาดใส่กลางหลังและหัวของชายหนุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย “แกไปคนเดียวเถอะ ไอ้คนถ่อย!! นี่แน่ะ!!” “โอ๊ยย!! ยัยบ้าเอ๊ย!! นี่เธอกล้าตีหัวฉันเหรอฮะ!!” วัลลภยกมือกุมหัว เขาเดือดเป็นน้ำร้อนเมื่อเห็นเลือดเปรอะมือทั้งสองข้าง “ฉันฆ่าแกแน่ ถ้าเข้ามาหาฉันแม้แต่ก้าวเดียว” นุดีกลัวเมื่อเห็นเลือดแดงฉานซึมออกมาจากศีรษะเขา ไหลเป็นทางผ่านหัวคิ้วเป็นปื้นหยดลงใส่เสื้อยืด เธอเสียงดัง ใช้ไม้ชี้หน้าขู่ชายหนุ่ม “เธอหรือฉันจะถูกฆ่ากันแน่!!” เลือดจากหัวไหลเป็นทางผ่านหน้าผากเข้าตา วัลลภจึงใช้หลังมือเช็ดออก เขาแสยะยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นชัดเจนว่า ตอนนี้หญิงสาววิ่งหัวซุกหัวซุนหนีเข้าป่า “กรี๊ดดด!!” นุดีวิ่งผ่านต้นไม้ใบหญ้าโดยที่ไม่ได้ดูหน้าดูหลังทำให้สะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งไปกองบนพื้นดิน “ฉันว่าจะไม่รุนแรงกับเธอแล้วนะ!! นุดี แต่เธอรนหาเรื่องเอง” วัลลภกระโจนเข้าไปยืนดักหน้าหญิงสาวที่กำลังคลานหนี เขาคว้าแขนเล็กแล้วกระชากให้เธอลุกยืนเผชิญหน้ากัน “ถุย!! ไอ้ขยะ กะ...แกจะทำอะไรฉัน!!” นุดีก็ใช่จะยอม เมื่อได้ยืนอยู่ในอ้อมแขนกำยำ ใบหน้าของเธออยู่แค่ระดับราวนมของชายหนุ่ม หญิงสาวขัดขืน หยิกข่วนตามตัววัลลภ เขย่งปลายเท้าให้สูงจนดวงหน้าของเขาและเธออยู่ในระดับเดียวกันแล้วก็พ่นน้ำลายใส่หน้าหล่อ วัลลภกลายเป็นคนดุร้าย มือหนาหยาบกร้านเช็ดของเหลวออกจากแก้ม แล้วกางมือออกเหวี่ยงใส่ใบหน้างามซ้อนกันขวาซ้ายสุดแรงเกิด เผียะ!! เผียะ!! “กรี๊ดดด!!” ด้านนุดีไม่ทันตั้งตัว ถูกตบจนล้มกลิ้งไปนอนกองบนพื้นดินอีกครั้ง เธอเจ็บจนน้ำตาไหลจึงยกมือกุมแก้มที่แดงเป็นรอยนิ้วมือทั้งห้าแล้วค่อยๆ หันมองหน้าผู้ชายใจชั่ว ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้ “ไอ้หน้าตัวเมีย!! แกตบฉันทำไม!!” “วันนี้แหละ ฉันจะทำให้เธอไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นคน” เสียงของปีศาจคำรามดังก้องป่า มือเพชฌฆาตคว้าข้อมือน้อยกระชากลากถูไปตามทางเล็กๆ ที่ข้างทางมีแต่ต้นหนามกับใบหญ้า “กรี๊ดดด!! ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อน!! ทำไมแกต้องทำกับฉันแบบนี้!! ปล่อยฉันนะ!! ไอ้ชั่ว!! ฮืออ” นุดีถูกฉุดลากทั้งที่กึ่งนั่งกึ่งนอนไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยดินแข็งและหินก้อนเล็กๆ เสียงร้องโหยหวนของหญิงสาวดังก้องทั่วป่าทำให้คนงานชายสี่คนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้มารอที่กลางป่าแห่งนี้มองหน้ากัน แล้วหันไปมองเงาดำทมิฬสูงใหญ่เดินลากอะไรบางอย่างตรงมาหาพวกมัน “นะ นาย!!” พวกมันทั้งสี่ยืนตาค้างเมื่อสิ่งที่ฟุบอยู่ตรงหน้ามันนั้นเป็นหญิงสาว ขนาดถูกวัลลภทำร้ายเช่นนี้ก็ยังดูออกว่าเธอสวยและเซ็กซี่มาก “พวกมึงมีโทรศัพท์ไหม?” วัลลภยืนมือเท้าสะเอวมองนุดีกำลังช่วยตัวเองดึงชายกระโปรงผ้าลูกไม้ที่ถลกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวผ่องสองข้างลงปิดเนื้อเปลือยของตัวเอง “มะ มีครับ” ไอ้ลูกน้องสี่คนไม่ได้มองหน้าวัลลภเวลาพูด เพราะจุดสนใจของพวกมันคือผู้หญิงของเจ้านาย ซึ่งเวลานี้ เธอคลานหนีไปนั่งชันเข่าอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ “พวกมึงถ่ายคลิปผู้หญิงคนนี้ไว้ ทำแบบนี้สิวะ ไอ้ห่า” วัลลภแยกเขี้ยวใส่นุดี เขาแย่งโทรศัพท์ของลูกน้องมาถือไว้ด้วยมือเดียวแล้วย่อตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ มือข้างที่ว่างยื่นเข้าไปจับคางน้อยบีบจนปากของหญิงสาวห่อแล้วดันให้หันมาสู้กล้อง “คะ ครับ” พวกลูกน้องพากันทำหน้าหื่นเหมือนเจ้านายแล้วจ่อกล้องโทรศัพท์ทำตามคำสั่งของนาย “ไอ้ลภ!! แกบอกให้พวกสวะนี้หยุดถ่ายฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีแย่งโทรศัพท์จากมือของวัลลภได้ก็เหวี่ยงเครื่องสื่อสารเฉียดหน้าของชายหนุ่มไปกระทบต้นไม้เสียงดัง เพล้งง!! “พวกมึงเตรียมเก็บภาพทุกช็อตไว้เลยนะ กูจะเล่นเป็นพระเอกคาวบอยควบม้าให้พวกมึงดู” แววตาดุจเสือร้ายหันขวับมองไอโฟนรุ่นใหม่กองเป็นเศษขยะอยู่ข้างต้นไม้ วัลลภกระตุกยิ้ม หันกลับมามองมือสองข้างที่กำกระชับคอเสื้อเปิดไหล่ของนุดี แล้วกระชากจนขาดเป็นสองส่วนเผยให้เห็นอกอิ่มขาวผ่องล้นออกมาจากบราไร้สาย “ว้ายย!! อย่าทำฉัน ฮืออ” นุดีรีบยกแขนข้างเดียวกอดตัวเองไว้ ส่วนอีกข้างทุบตี หยิกข่วนไปตามตัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง “พวกมึงอย่าลืมถ่ายวิดีโอนะโว้ย!! กูจะแสดงหนังสดกับยัยนี่ในกระท่อม” สายตาของลูกน้องมองนุดีอย่างหื่นกระหายทำให้วัลลภรีบฉุดให้เธอเข้ามาซบหน้าอก แล้วอุ้มคนตัวน้อยขึ้นพาดบ่า “ไอ้คนเลว!! ฉันเกลียดแก!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีอับอายจนอยากจะทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดมากที่สุด จึงทำร้ายเขาโดยการทุบๆ ที่หัวไหล่และจะกัดหลังเขาอีกครั้ง “ถ้าเธอกัดฉันอีก เธอได้มีผัวเป็นกรรมกรแบกหามหลายคนแน่!!” โครมม!! ก่อนที่วัลลภจะถีบประตูกระท่อมให้เปิดกว้างนั่นเขาได้คำรามเสียงเหี้ยมขู่เธอ
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์สามีเถื่อนจอมซาดิสม์
8.4
สัมผัสความเร่าร้อนกับคอลเลกชันนิยายโรมานซ์ 9 เรื่องในซีรีส์สามีเถื่อนจอมซาดิสม์ พบกับเรื่องราวหลากหลายรสชาติ ทั้งความรักรุนแรงในสามีเถื่อน จอมซาดิสม์ และสุดที่รักร้าย ติดตามเสน่ห์ของบอดี้การ์ดจอมเถื่อน บำเรอรักเจ้าพ่อ และความสัมพันธ์ในหลงรักภรรยาตีทะเบียน พร้อมความสายเปย์ของสามี CEO ในคืนเร่าร้อน ร่วมลุ้นไปกับเจ้าสาวฝาแฝดและปิดท้ายด้วยความดิบเถื่อนของเมียรักกำนันเถื่อนที่คัดสรรมาเพื่อนักอ่านสายอีโรติกโดยเฉพาะ
หน้าปกนวนิยาย เมื่อความรักนิรันดร์พังทลาย – สัจธรรมอันโหดร้ายของความรัก
8.9
ภาคินสามีมหาเศรษฐีที่เคยแสนดีของฉันกลับเปลี่ยนไปเมื่อคนรักเก่าปรากฏตัวพร้อมลูกชายที่ป่วยหนัก ในนาทีวิกฤตที่ฉันล้มลงจนแท้งลูก เขากลับเมินเฉยแล้ววิ่งไปหาลูกชายคนนั้น ทิ้งให้ฉันสูญเสียลูกไปอย่างโดดเดี่ยว ซ้ำร้ายเขายังกลับมาพร้อมรอยจูบของหญิงอื่นและขอให้ฉันยอมให้เขาจัดงานแต่งปลอมๆ กับเธอเพื่อเติมเต็มคำขอสุดท้ายของเด็ก ฉันจึงตอบตกลงด้วยความเย็นชาเพื่อปิดฉากความรักที่พังทลายนี้ลงตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เทพบุตรพรากพรหมจรรย์
8.3
อเล็คซานเดอร์ เชอร์ราวิน ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซีย รู้สึกเสียหน้าอย่างหนักเมื่อถูก พิชญ์สินี พยาบาลสาวผู้แสนเย็นชาเมินเฉยต่อเสน่ห์ของเขา เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีที่เสียไป เขาจึงวางแผนล่อลวงเธอเข้าสู่หลุมพรางเพื่อพรากพรหมจรรย์เป็นการแก้แค้น หญิงสาวผู้ไร้เดียงสาตกเป็นเหยื่อในเกมล่าโดยไม่รู้ตัว แต่ความเจ็บปวดที่แท้จริงกลับเกิดขึ้นหลังจากเธอได้มอบทั้งตัวและหัวใจให้เขาด้วยความรัก ทว่าสิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับเป็นเพียงเช็คเงินสดค่าตัวที่ทำลายหัวใจของเธอจนแหลกสลาย