
เกิดใหม่สุดยอดตัวประกอบผู้ร่ำรวยในยุค80
ตอน 2
ตอนที่2 ไหนลองอ่านดู
ณ ประตูรั้วหน้าบ้านตระกูลกู่
หลัวจุนฮวานำคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีกู่หวานหวานและเฉินหยุนถิงบุกตรงเข้ามา ปิดท้ายด้วยนายทหารอีกสองสามนายซึ่งรับหน้าที่เข้ามาตรวจดูเหตุการณ์ ชายแต่ละคนล้วนสวมใส่เครื่องแบบสีเขียวพร้อมปลอกแขนรูปดาวแดง ทุกย่างก้าวของพวกเขาตบเท้าเดินอย่างดุดัน บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความกระตือรือร้นและภาคภูมิ ทุกคนในที่นี้ล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือ การปราบปรามผู้กระทำผิดและสร้างความชอบธรรมให้แก่สังคม
“คนชั่วพวกนี้กล้าทำเรื่องผิดประเวณีกันกลางวันแสกๆ! น่าสมเพชที่สุด! เป็นตายยังไงวันนี้เราก็จะต้องจับตัวพวกมันมารับโทษให้ได้!”
“ถูกต้องแล้วสหายต้า ไอ้เจ้าเซิ่งเต๋าอันคนนี้ ฉันได้ข่าวมาว่ามันเคยมีประวัติเสียอยู่ในกองทัพ ถึงขนาดต้องโทษถูกย้ายไปทำงานในโรงงานเหล็กแล้ว มันก็ยังไร้วินัยไม่มีสำนึกเหมือนเดิม! คราวนี้ล่ะ ถึงเวลาลงดาบจริงๆซะที!”
“สาเหตุที่มันกล้าหัวกบฏแบบนี้ ได้ยินมาว่ามีคนใหญ่คนโตคอยหนุนหลังอยู่”
“ฮ่าฮ่า น่าตลกชะมัด! ยังมีสุนัขหน้าไหนกล้าตั้งตนอยู่เหนือประชาชนอีก! พวกเราอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมนิยม ทุกชีวิตล้วนเท่าเทียม! ถ้าไอ้ชาติชั่วนั่นมันกล้าเก็บซ่อนนายทุนไว้เบื้องหลังจริงๆล่ะก็ ต่อให้มีอำนาจบาตรใหญ่แค่ไหนก็ไม่มีทางรอด!”
สหายเหล่านั้นจับกลุ่มพูดคุยกันเบาๆ
กู่หวานหวานส่งเสียงกระแอมไอเล็กน้อย พร้อมเผยปรากฏร่องรอยความกังวลผ่านใบหน้าใสซื่อของตน แอบชักมือกระตุกแขนเสื้อเฉินหยุนถิงอย่างแผ่วเบา
สัมผัสได้ถึงเรี่ยวแรงของสาวน้อยขี้อาย เฉินหยุนถิงจึงลดระดับฝีเท้าลงพร้อมเหลียวหลังกลับไปมอง
“เอ่อ..สหายเฉิน ปกติพี่สาวของฉันค่อนข้างหูเบาเชื่อคนง่าย ถ้าคราวนี้สืบค้นได้ว่า เธอถูกเซิ่งเต๋าอันหลอกมาขืนใจจริงๆ สหายเฉินพอจะช่วย…ปล่อยเธอไปได้มั้ย?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินหยุนถิงจึงปั้นสีหน้าเคร่งขรึม พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“ถ้าสหายซูหนี่ถูกบังคับขืนใจจริงๆ คดีนี้ย่อมถือว่าเธอตกเป็นเหยื่อ กฎหมายย่อมอยู่ข้างเธออย่างแน่นอน แล้วยังมีอะไรให้ต้องกังวลอีกงั้นเหรอ? หรือมีเรื่องอะไรมากกว่านั้นครับ?”
“ฉัน…ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นค่ะ ฉันเชื่อค่ะว่าพี่ซูหนี่ไม่ใช่คนแบบนั้นแน่นอน!”
กู่หวานหวานส่ายหน้าพร้อมน้ำตาหยดน้อยที่เริ่มเอ่อ ได้แต่ส่งยิ้มหวานปนเศร้าให้เฉินหยุนถิง ประหนึ่งว่า ต่อให้วันนี้จะมืดหม่นเพียงใด แต่เธอก็จะยิ้มสู้ต่อไป
เห็นเช่นนั้น เฉินหยุนถิงได้แต่แอบใจสั่นเต้นระรัว แท้ที่จริงเขาเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของกู่หวานหวานมาพักหนึ่งแล้ว นอกเหนือจากเสน่ห์ความสวย เธอคนนี้ยังมีจิตใจอ่อนโยนด้วย นับเป็นมิตรสหายที่ดีและหาได้ยากยิ่งภายในสหพันธ์สตรี
ครั้งแรกที่ได้ยิน เขายังคิดว่าคงเป็นการเยินยอเกินจริง แต่หลังจากได้พบปะสนทนากันระยะหนึ่ง ทุกอากัปกิริยาและคำโต้ตอบของกู่หวานหวาน ล้วนเปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์และความจริงใจ จนทำให้เขารู้สึกว่า ตัวจริงของผู้หญิงคนนี้ช่างประเสริฐเสียยิ่งกว่าที่ผู้คนร่ำลือกันอีก
เห็นถึงความประทับใจที่เฉินหยุนถิงมีต่อกู่หวานหวานผู้เป็นลูกสาว หลัวจุนฮวาลอบแสยะยิ้มชั่วร้ายกับตัวเอง หลังจากที่จับซูหนี่กับเซิ่งเต๋าอันขังอยู่ในห้องเดียวกันแล้ว เธอก็รอฟังผลลัพธ์อยู่ในบ้านต่ออีกครู่หนึ่ง
ทันทีที่ทั้งคู่เริ่มส่งเสียงครวญครางดังขึ้น หลัวจุนฮวาก็รีบวิ่งแจ้นไปที่กองพัน เพื่อเรียกบุตรสาวของตนกับเฉินหยุนถิงให้มาช่วยตรวจสอบ
ขอเพียงจับสองคนนั้นได้คาหนังคาเขา วีรกรรมในวันนี้ก็จะกลายมาเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดบนหน้าประวัติศาสตร์ตระกูลกู่ของเธอ!
แต่ถึงอย่างนั้น กว่าจะรอให้ยาออกฤทธิ์ก็ดี กว่าจะพากู่หวานหวานและเฉินหยุนถิงมาถึงที่นี่ก็ดี กระบวนการทั้งหมดต้องเสียเวลาไปร่วมสองชั่วโมงทีเดีว
ช้ากว่ากำหนดการเดิมเล็กน้อย
แต่นี่ไม่น่าใช่ปัญหา เพราะปริมาณยาที่เธอใช้มอมเมาทั้งสองคนนั้นค่อนข้างมาก ไม่มีทางที่ทั้งคู่จะฟื้นคืนสติตื่นขึ้นมาได้ทันอย่างแน่นอน
หุหุ
แผนการคราวนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับลูกสาวของเธอจริงๆ!
ทั้งโฉนดที่ดินและทรัพย์สินทั้งหมดของนังโง่ซูหนี่ อีกไม่นานก็จะตกเป็นของลูกสาวเธอแล้ว!
คิดได้เช่นนั้น หลัวจุนฮวาก็พลันยิ้มกริ่มอย่างมีความสุขเหลือล้น อดเร่งเร้าคนอื่นๆไม่ได้
“สหายทั้งหลาย สองคนนั้นน่าจะยังหลับอยู่ในห้อง รีบเข้าไปดูกันเถอะ!”
ตัดภาพอีกด้านหนึ่ง สถานการณ์ภายในบ้านตอนนี้
เวลาบีบคั้นเข้าใกล้ทุกที ซูหนี่เพิกเฉยต่อความเขินอายทั้งมวล สะบัดผ้าห่มเพียงผืนเดียวที่ปิดคลุมเรือนร่างทิ้งอย่างไม่ไยดี สองมือพัลวันคว้าเสื้อผ้ากางเกงในเร่งสวมใส่ทันที ขณะเดียวกันก็ยังหันไปปั้นหน้าขึงขังพูดกับฝ่ายชายว่า
“สหายเซิ่งเต๋าอัน ตอนนี้มีเวลาเหลือไม่มากแล้ว เอาเป็นว่าฉันจะสรุปให้ฟังสั้นๆนะ ไม่ว่าจะแก้ตัวยังไงตอนนี้ก็ไม่คงทันแน่ ทันทีที่คนพวกนั้นมาถึง ก็แค่บอกไปว่า พวกเรากำลังคบหาดูใจกันอยู่ แค่นั้นพอ! เพราะถ้าจับพวกเราอยู่บนเตียงคาหนังคาเขาไม่ได้ ก็ถือว่าไม่ผิด จริงมั้ย?”
“ไม่อย่างนั้น พวกเราทั้งคู่ต้องแย่แน่ ลองคิดดูนะ ตัวฉันคงต้องถูกรุมประณามแล้วขับไล่ออกจากหมู่บ้าน ส่วนคุณอาจโดนข้อหาหนักถึงขั้นเข้าคุกเข้าตาราง ต่อให้จะมีเส้นสายก็เถอะ แต่ครั้งนี้ไม่น่าจะรอด!”
“ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคน ขอแค่วันนี้เอาตัวรอดไปให้ได้ก่อน หรือจะให้ฉันสาบานก็ยังได้ หลังจากที่เรื่องทุกอย่างจบลง ฉันสัญญาจะไม่มายุ่มย่ามหรือรบกวนชีวิตของคุณอีกตลอดไป”
คู่ชายหญิงสบประสานมองตากัน ซูหนี่จ้องตรงไปยังนัยน์ตาลึกล้ำสีดำสนิทของอีกฝ่าย เฝ้ารอคอยคำตอบภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้นเข้ามาทุกที
“ไม่ต้องห่วง ผมจะรับผิดชอบคุณเอง”
ประกายตาคมชัดสีเข้มขลับของเซิ่งเต๋าอันจ้องมองซูหนี่อย่างห้าวหาญแน่วแน่ ราวกับเขาได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างไปเรียบร้อยแล้ว
ตั้งแต่ย้ายมาที่นี่ เขาย่อมต้องเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับบุตรสาวบุญธรรมตระกูลกู่แล้วเช่นกัน ลือกันว่า เธอคือลูกเป็ดขี้เหร่ที่มีน้องสาวเป็นถึงหงส์ขาวแสนงดงาม
อย่างไรเสีย สิ่งที่ตาของเขาได้เห็นในวันนี้กลับไม่เหมือนข่าวลือแม้แต่น้อย ผู้หญิงคนนี้ทั้งใจเย็นและมีเหตุผล ภายใต้สถานการณ์เลวร้ายสุดขีดถึงขั้นเรียกได้ว่า สามารถบดขยี้อนาคตที่สดใสของเธอได้อย่างไม่ยากเย็นนี้ แต่ตัวเธอกลับไม่แสดงท่าทีตื่นตระหนกใดๆออกมาให้เห็นเลย
เธอค่อยๆลงมือแก้ไขสถานการณ์ไปทีละขั้นตอน คัดสรรหาวิถีทางที่ดีที่สุดและตัดสินใจออกมาได้อย่างฉับไวไร้ที่ติ
ต้องพูดเลยว่า กระทั่งตัวเขาในตอนนี้ยังเริ่มสนใจในตัวซูหนี่ขึ้นบ้างแล้ว
เซิ่งเต๋าอันยกมือลูบศีรษะหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ลูบไล้ไล่เรียงตามไรผมยาวสลวยไปสุดอยู่ที่ใบหน้ารูปไข่สวยงาม ผิวพรรณผ่องใสของเธอช่างเนียนขาวละเอียดดั่งหิมะ มีเสน่ห์ชวนให้ลุ่มหลงจนทำให้เขาถึงกับใจสั่นสะท้านที่ปลายนิ้วเมื่อสัมผัส เวลาเดียวกันนั้น ภาพฉากสุดร้อนแรงยามที่เธอขึ้นคร่อมขี่ดุจม้าพยศบนเรือนร่างของเขาในตอนนั้น ก็พลันผุดปรากฏขึ้นเลือนลางในใจ
ซูหนี่ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าลูกเป็ดขี้เหร่เลยสักนิด ทั้งหมดเป็นเพียงข่าวลือไร้สาระทั้งสิ้น และมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ดีที่สุดว่า แท้จริงแล้ว ภายใต้เสื้อผ้าตัวใหญ่หลวมโคร่งของเธอนั้น ได้เก็บซ่อนเรือนร่างทรงโตสุดยั่วยวนปานใดเอาไว้
เซิ่งเต๋าอันเร่งระงับดับไฟอารมณ์ภายในใจจนสิ้น จากนั้น จึงเร่งจับไหล่ของเธอกดให้นั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะหนังสืออย่างรวดเร็ว
เขาเปิดลิ้นชักหยิบหนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อว่า ‘คำปฏิญาณจากมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่’ ออกมาและกางเปิดไว้บนโต๊ะเสร็จสรรพ
“เอาล่ะ ลองอ่านบรรทัดต่อไป”
“ห๊ะ?”
ซูหนี่นั่งตะลึงงันอยู่ชั่วครู่ บริเวณใบหน้าที่เรียวนิ้วของชายหนุ่มลูบไล้สัมผัสยังคงร้อนผ่าวไม่จางหาย
เปลี่ยนเรื่องเร็วแท้
เซิ่งเต๋าอันกระตุกเชือกเปิดโคมไฟบนโต๊ะให้ส่องสว่าง หมุนตัวย้อนกลับไปที่เตียงและทำการสะบัดผ้าปูจัดระเบียบให้เรียบร้อย แล้วจึงค่อยเดินถือดินสอกลับมาทำท่านั่งสอนหนังสือหญิงสาวด้วยท่าทีเป็นปกติ
เขาไม่วายเอียงตัวขยับเข้าชิดใกล้ซูหนี่ ยื่นมือชี้ปลายดินสอไปที่อักษรประโยคหนึ่งในหนังสือ ปลายเสียงเข้มผสานความนุ่มลึกพ่นผ่านใบหูของเธอเบาๆ ทำเอาซูหนี่ถึงกับเสียวสันหลังวาบพร้อมสั่นระทวยเล็กๆ
“อ่านประโยคนี้ออกใช่มั้ย?”
“ชะ-ใช่ค่ะ” ซูหนี่พยักหน้าแอบใจสั่นเบาๆ
ในฐานะที่เป็นถึงนักศึกษาชั้นหัวกะทิระดับแนวหน้าของประเทศ อย่าว่าแต่อ่านออกเลย กระทั่งช่วงปีที่มหาบุรุษผู้นี้พูดออกมาครั้งแรก รวมไปถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ใกล้เคียงกัน เธอก็สามารถไล่เรียงสาธยายให้ฟังได้ครบถ้วน มิหนำซ้ำ เจ้าของร่างเดิมยังเป็นคนเรียนเก่งอีกด้วย ดังนั้นแล้ว นี่จึงไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย
“บัดนี้ประชาชนจีนได้ลุกขึ้นแล้ว”
ซูหนี่อ่านท่องเสียงไม่ดังหรือเบาจนเกินไป คอยรับฟังการเคลื่อนไหวจากภายนอกไปด้วย และสิ่งที่ได้ยินค่อนข้างชัดเจนก็คือ เสียงกระแทกเท้าที่ค่อยๆใกล้เข้ามา
บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ใครเข้าออกจึงย่อมรู้ตัวได้ไม่ยากนัก
พริบตาถัดมา เสียงถีบประตูก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น ‘ปัง!’ มันถูกเปิดขึ้นทันทีจากภายนอก
ตอนที่2 ไหนลองอ่านดู
ณ ประตูรั้วหน้าบ้านตระกูลกู่
หลัวจุนฮวานำคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีกู่หวานหวานและเฉินหยุนถิงบุกตรงเข้ามา ปิดท้ายด้วยนายทหารอีกสองสามนายซึ่งรับหน้าที่เข้ามาตรวจดูเหตุการณ์ ชายแต่ละคนล้วนสวมใส่เครื่องแบบสีเขียวพร้อมปลอกแขนรูปดาวแดง ทุกย่างก้าวของพวกเขาตบเท้าเดินอย่างดุดัน บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความกระตือรือร้นและภาคภูมิ ทุกคนในที่นี้ล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือ การปราบปรามผู้กระทำผิดและสร้างความชอบธรรมให้แก่สังคม
“คนชั่วพวกนี้กล้าทำเรื่องผิดประเวณีกันกลางวันแสกๆ! น่าสมเพชที่สุด! เป็นตายยังไงวันนี้เราก็จะต้องจับตัวพวกมันมารับโทษให้ได้!”
“ถูกต้องแล้วสหายต้า ไอ้เจ้าเซิ่งเต๋าอันคนนี้ ฉันได้ข่าวมาว่ามันเคยมีประวัติเสียอยู่ในกองทัพ ถึงขนาดต้องโทษถูกย้ายไปทำงานในโรงงานเหล็กแล้ว มันก็ยังไร้วินัยไม่มีสำนึกเหมือนเดิม! คราวนี้ล่ะ ถึงเวลาลงดาบจริงๆซะที!”
“สาเหตุที่มันกล้าหัวกบฏแบบนี้ ได้ยินมาว่ามีคนใหญ่คนโตคอยหนุนหลังอยู่”
“ฮ่าฮ่า น่าตลกชะมัด! ยังมีสุนัขหน้าไหนกล้าตั้งตนอยู่เหนือประชาชนอีก! พวกเราอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมนิยม ทุกชีวิตล้วนเท่าเทียม! ถ้าไอ้ชาติชั่วนั่นมันกล้าเก็บซ่อนนายทุนไว้เบื้องหลังจริงๆล่ะก็ ต่อให้มีอำนาจบาตรใหญ่แค่ไหนก็ไม่มีทางรอด!”
สหายเหล่านั้นจับกลุ่มพูดคุยกันเบาๆ
กู่หวานหวานส่งเสียงกระแอมไอเล็กน้อย พร้อมเผยปรากฏร่องรอยความกังวลผ่านใบหน้าใสซื่อของตน แอบชักมือกระตุกแขนเสื้อเฉินหยุนถิงอย่างแผ่วเบา
สัมผัสได้ถึงเรี่ยวแรงของสาวน้อยขี้อาย เฉินหยุนถิงจึงลดระดับฝีเท้าลงพร้อมเหลียวหลังกลับไปมอง
“เอ่อ..สหายเฉิน ปกติพี่สาวของฉันค่อนข้างหูเบาเชื่อคนง่าย ถ้าคราวนี้สืบค้นได้ว่า เธอถูกเซิ่งเต๋าอันหลอกมาขืนใจจริงๆ สหายเฉินพอจะช่วย…ปล่อยเธอไปได้มั้ย?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินหยุนถิงจึงปั้นสีหน้าเคร่งขรึม พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“ถ้าสหายซูหนี่ถูกบังคับขืนใจจริงๆ คดีนี้ย่อมถือว่าเธอตกเป็นเหยื่อ กฎหมายย่อมอยู่ข้างเธออย่างแน่นอน แล้วยังมีอะไรให้ต้องกังวลอีกงั้นเหรอ? หรือมีเรื่องอะไรมากกว่านั้นครับ?”
“ฉัน…ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นค่ะ ฉันเชื่อค่ะว่าพี่ซูหนี่ไม่ใช่คนแบบนั้นแน่นอน!”
กู่หวานหวานส่ายหน้าพร้อมน้ำตาหยดน้อยที่เริ่มเอ่อ ได้แต่ส่งยิ้มหวานปนเศร้าให้เฉินหยุนถิง ประหนึ่งว่า ต่อให้วันนี้จะมืดหม่นเพียงใด แต่เธอก็จะยิ้มสู้ต่อไป
เห็นเช่นนั้น เฉินหยุนถิงได้แต่แอบใจสั่นเต้นระรัว แท้ที่จริงเขาเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของกู่หวานหวานมาพักหนึ่งแล้ว นอกเหนือจากเสน่ห์ความสวย เธอคนนี้ยังมีจิตใจอ่อนโยนด้วย นับเป็นมิตรสหายที่ดีและหาได้ยากยิ่งภายในสหพันธ์สตรี
ครั้งแรกที่ได้ยิน เขายังคิดว่าคงเป็นการเยินยอเกินจริง แต่หลังจากได้พบปะสนทนากันระยะหนึ่ง ทุกอากัปกิริยาและคำโต้ตอบของกู่หวานหวาน ล้วนเปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์และความจริงใจ จนทำให้เขารู้สึกว่า ตัวจริงของผู้หญิงคนนี้ช่างประเสริฐเสียยิ่งกว่าที่ผู้คนร่ำลือกันอีก
เห็นถึงความประทับใจที่เฉินหยุนถิงมีต่อกู่หวานหวานผู้เป็นลูกสาว หลัวจุนฮวาลอบแสยะยิ้มชั่วร้ายกับตัวเอง หลังจากที่จับซูหนี่กับเซิ่งเต๋าอันขังอยู่ในห้องเดียวกันแล้ว เธอก็รอฟังผลลัพธ์อยู่ในบ้านต่ออีกครู่หนึ่ง
ทันทีที่ทั้งคู่เริ่มส่งเสียงครวญครางดังขึ้น หลัวจุนฮวาก็รีบวิ่งแจ้นไปที่กองพัน เพื่อเรียกบุตรสาวของตนกับเฉินหยุนถิงให้มาช่วยตรวจสอบ
ขอเพียงจับสองคนนั้นได้คาหนังคาเขา วีรกรรมในวันนี้ก็จะกลายมาเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดบนหน้าประวัติศาสตร์ตระกูลกู่ของเธอ!
แต่ถึงอย่างนั้น กว่าจะรอให้ยาออกฤทธิ์ก็ดี กว่าจะพากู่หวานหวานและเฉินหยุนถิงมาถึงที่นี่ก็ดี กระบวนการทั้งหมดต้องเสียเวลาไปร่วมสองชั่วโมงทีเดีว
ช้ากว่ากำหนดการเดิมเล็กน้อย
แต่นี่ไม่น่าใช่ปัญหา เพราะปริมาณยาที่เธอใช้มอมเมาทั้งสองคนนั้นค่อนข้างมาก ไม่มีทางที่ทั้งคู่จะฟื้นคืนสติตื่นขึ้นมาได้ทันอย่างแน่นอน
หุหุ
แผนการคราวนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับลูกสาวของเธอจริงๆ!
ทั้งโฉนดที่ดินและทรัพย์สินทั้งหมดของนังโง่ซูหนี่ อีกไม่นานก็จะตกเป็นของลูกสาวเธอแล้ว!
คิดได้เช่นนั้น หลัวจุนฮวาก็พลันยิ้มกริ่มอย่างมีความสุขเหลือล้น อดเร่งเร้าคนอื่นๆไม่ได้
“สหายทั้งหลาย สองคนนั้นน่าจะยังหลับอยู่ในห้อง รีบเข้าไปดูกันเถอะ!”
ตัดภาพอีกด้านหนึ่ง สถานการณ์ภายในบ้านตอนนี้
เวลาบีบคั้นเข้าใกล้ทุกที ซูหนี่เพิกเฉยต่อความเขินอายทั้งมวล สะบัดผ้าห่มเพียงผืนเดียวที่ปิดคลุมเรือนร่างทิ้งอย่างไม่ไยดี สองมือพัลวันคว้าเสื้อผ้ากางเกงในเร่งสวมใส่ทันที ขณะเดียวกันก็ยังหันไปปั้นหน้าขึงขังพูดกับฝ่ายชายว่า
“สหายเซิ่งเต๋าอัน ตอนนี้มีเวลาเหลือไม่มากแล้ว เอาเป็นว่าฉันจะสรุปให้ฟังสั้นๆนะ ไม่ว่าจะแก้ตัวยังไงตอนนี้ก็ไม่คงทันแน่ ทันทีที่คนพวกนั้นมาถึง ก็แค่บอกไปว่า พวกเรากำลังคบหาดูใจกันอยู่ แค่นั้นพอ! เพราะถ้าจับพวกเราอยู่บนเตียงคาหนังคาเขาไม่ได้ ก็ถือว่าไม่ผิด จริงมั้ย?”
“ไม่อย่างนั้น พวกเราทั้งคู่ต้องแย่แน่ ลองคิดดูนะ ตัวฉันคงต้องถูกรุมประณามแล้วขับไล่ออกจากหมู่บ้าน ส่วนคุณอาจโดนข้อหาหนักถึงขั้นเข้าคุกเข้าตาราง ต่อให้จะมีเส้นสายก็เถอะ แต่ครั้งนี้ไม่น่าจะรอด!”
“ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคน ขอแค่วันนี้เอาตัวรอดไปให้ได้ก่อน หรือจะให้ฉันสาบานก็ยังได้ หลังจากที่เรื่องทุกอย่างจบลง ฉันสัญญาจะไม่มายุ่มย่ามหรือรบกวนชีวิตของคุณอีกตลอดไป”
คู่ชายหญิงสบประสานมองตากัน ซูหนี่จ้องตรงไปยังนัยน์ตาลึกล้ำสีดำสนิทของอีกฝ่าย เฝ้ารอคอยคำตอบภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้นเข้ามาทุกที
“ไม่ต้องห่วง ผมจะรับผิดชอบคุณเอง”
ประกายตาคมชัดสีเข้มขลับของเซิ่งเต๋าอันจ้องมองซูหนี่อย่างห้าวหาญแน่วแน่ ราวกับเขาได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างไปเรียบร้อยแล้ว
ตั้งแต่ย้ายมาที่นี่ เขาย่อมต้องเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับบุตรสาวบุญธรรมตระกูลกู่แล้วเช่นกัน ลือกันว่า เธอคือลูกเป็ดขี้เหร่ที่มีน้องสาวเป็นถึงหงส์ขาวแสนงดงาม
อย่างไรเสีย สิ่งที่ตาของเขาได้เห็นในวันนี้กลับไม่เหมือนข่าวลือแม้แต่น้อย ผู้หญิงคนนี้ทั้งใจเย็นและมีเหตุผล ภายใต้สถานการณ์เลวร้ายสุดขีดถึงขั้นเรียกได้ว่า สามารถบดขยี้อนาคตที่สดใสของเธอได้อย่างไม่ยากเย็นนี้ แต่ตัวเธอกลับไม่แสดงท่าทีตื่นตระหนกใดๆออกมาให้เห็นเลย
เธอค่อยๆลงมือแก้ไขสถานการณ์ไปทีละขั้นตอน คัดสรรหาวิถีทางที่ดีที่สุดและตัดสินใจออกมาได้อย่างฉับไวไร้ที่ติ
ต้องพูดเลยว่า กระทั่งตัวเขาในตอนนี้ยังเริ่มสนใจในตัวซูหนี่ขึ้นบ้างแล้ว
เซิ่งเต๋าอันยกมือลูบศีรษะหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ลูบไล้ไล่เรียงตามไรผมยาวสลวยไปสุดอยู่ที่ใบหน้ารูปไข่สวยงาม ผิวพรรณผ่องใสของเธอช่างเนียนขาวละเอียดดั่งหิมะ มีเสน่ห์ชวนให้ลุ่มหลงจนทำให้เขาถึงกับใจสั่นสะท้านที่ปลายนิ้วเมื่อสัมผัส เวลาเดียวกันนั้น ภาพฉากสุดร้อนแรงยามที่เธอขึ้นคร่อมขี่ดุจม้าพยศบนเรือนร่างของเขาในตอนนั้น ก็พลันผุดปรากฏขึ้นเลือนลางในใจ
ซูหนี่ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าลูกเป็ดขี้เหร่เลยสักนิด ทั้งหมดเป็นเพียงข่าวลือไร้สาระทั้งสิ้น และมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ดีที่สุดว่า แท้จริงแล้ว ภายใต้เสื้อผ้าตัวใหญ่หลวมโคร่งของเธอนั้น ได้เก็บซ่อนเรือนร่างทรงโตสุดยั่วยวนปานใดเอาไว้
เซิ่งเต๋าอันเร่งระงับดับไฟอารมณ์ภายในใจจนสิ้น จากนั้น จึงเร่งจับไหล่ของเธอกดให้นั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะหนังสืออย่างรวดเร็ว
เขาเปิดลิ้นชักหยิบหนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อว่า ‘คำปฏิญาณจากมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่’ ออกมาและกางเปิดไว้บนโต๊ะเสร็จสรรพ
“เอาล่ะ ลองอ่านบรรทัดต่อไป”
“ห๊ะ?”
ซูหนี่นั่งตะลึงงันอยู่ชั่วครู่ บริเวณใบหน้าที่เรียวนิ้วของชายหนุ่มลูบไล้สัมผัสยังคงร้อนผ่าวไม่จางหาย
เปลี่ยนเรื่องเร็วแท้
เซิ่งเต๋าอันกระตุกเชือกเปิดโคมไฟบนโต๊ะให้ส่องสว่าง หมุนตัวย้อนกลับไปที่เตียงและทำการสะบัดผ้าปูจัดระเบียบให้เรียบร้อย แล้วจึงค่อยเดินถือดินสอกลับมาทำท่านั่งสอนหนังสือหญิงสาวด้วยท่าทีเป็นปกติ
เขาไม่วายเอียงตัวขยับเข้าชิดใกล้ซูหนี่ ยื่นมือชี้ปลายดินสอไปที่อักษรประโยคหนึ่งในหนังสือ ปลายเสียงเข้มผสานความนุ่มลึกพ่นผ่านใบหูของเธอเบาๆ ทำเอาซูหนี่ถึงกับเสียวสันหลังวาบพร้อมสั่นระทวยเล็กๆ
“อ่านประโยคนี้ออกใช่มั้ย?”
“ชะ-ใช่ค่ะ” ซูหนี่พยักหน้าแอบใจสั่นเบาๆ
ในฐานะที่เป็นถึงนักศึกษาชั้นหัวกะทิระดับแนวหน้าของประเทศ อย่าว่าแต่อ่านออกเลย กระทั่งช่วงปีที่มหาบุรุษผู้นี้พูดออกมาครั้งแรก รวมไปถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ใกล้เคียงกัน เธอก็สามารถไล่เรียงสาธยายให้ฟังได้ครบถ้วน มิหนำซ้ำ เจ้าของร่างเดิมยังเป็นคนเรียนเก่งอีกด้วย ดังนั้นแล้ว นี่จึงไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย
“บัดนี้ประชาชนจีนได้ลุกขึ้นแล้ว”
ซูหนี่อ่านท่องเสียงไม่ดังหรือเบาจนเกินไป คอยรับฟังการเคลื่อนไหวจากภายนอกไปด้วย และสิ่งที่ได้ยินค่อนข้างชัดเจนก็คือ เสียงกระแทกเท้าที่ค่อยๆใกล้เข้ามา
บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ใครเข้าออกจึงย่อมรู้ตัวได้ไม่ยากนัก
พริบตาถัดมา เสียงถีบประตูก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น ‘ปัง!’ มันถูกเปิดขึ้นทันทีจากภายนอก
คุณอาจจะชอบ


![หน้าปกนวนิยาย [Back to be Superstar] ย้อนอดีตมาเป็นดาว](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/78c6fda95001834806828245668/SjMb6lTwbzIA.webp!15491.webp)


