
เกิดใหม่สุดยอดตัวประกอบผู้ร่ำรวยในยุค80
ตอน 3
ตอนที่3 แม่ลูกการละคร
เสมือนฟ้าถล่มดินทลาย หลัวจุนฮวาไม่ทันเห็นด้วยซ้ำว่า ภายในนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่เธอก็ยังกรีดร้องเสียงดังลั่นบ้านชนิดไม่สนอะไรทั้งนั้น
“กรี๊ดด! ไอ้พวกวิตถาร!! จับตัวพวกมันเร็ว! จับตัวพวกมันเร็วเข้า!!”
ซูหนี่สาดประกายตาคู่ใสจ้องจับไปทางหลัวจุนฮวาด้วยความสับสน ในมือกำลังถือหนังสือปรัชญา เธอหันกลับไปร้องถามด้วยสีหน้าฉงน
“อ้าว แม่เองเหรอคะ? เมื่อกี้พูดอะไรเหรอคะ?”
“เกิด…เกิดอะไรขึ้น?”
หลัวจุนฮวาอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ เอ่ยเสียงตะกุกตะกักอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาว่า
“ซูหนี่ ลูกกำลังทำอะไรอยู่น่ะ?”
“กำลังอ่านหนังสือปรัชญาของมหาบุรุษอยู่อยู่ค่ะแม่”
เธอเอียงศีรษะอย่างไร้เดียงสาทำสีหน้าท่าทางฉงนใจเล็กน้อย พร้อมโบกหนังสือในมือขึ้นชูให้ดูเป็นหลักฐานต่อหน้าทุกคน
ซูหนี่ยังพูดเสริมอีกว่า
“แม่คะ เราเชิญสหายเซิ่งมาร่วมทานข้าวเที่ยงด้วยกันวันนี้ไม่ใช่เหรอคะ? เขาเองก็รับราชการทหาร มิหนำซ้ำยังเคยผ่านการร่วมรบในศึกใหญ่มาด้วย ทำให้เขารู้ซึ้งในปรัชญาของท่านมหาบุรุษอย่างถ่องแท้ หนูก็เลยวานให้มาช่วยสอนให้น่ะค่ะ เขาสุดยอดมากเลยนะคะแม่ สหายเซิ่งเก่งมากจริงๆ!”
“โกหก!”
หลัวจุนฉวาเร่งร้องสบถขึ้นขัดจังหวะ เธอชี้หน้าคำรามใส่ซูหนี่อย่างเกรี้ยวกราด
“อย่ามาตอแหลหน่อยเลย! เห็นๆอยู่ว่าแกกับไอ้หมอนี่กำลังร่วมรักกันอยู่ชัดๆ! อย่าคิดว่าฉันไม่ได้ยินนะ!!”
ถูกอีกฝ่ายตะคอกเสียงดังชี้หน้าด่าใส่เช่นนี้ ซูหนี่ก็ถึงกับทรุดฮวบลงกับพื้น แสร้งมีน้ำตาร่ำไห้ออกมาพร้อมตัดพ้อกับตัวเอง
“ฮึกๆ…แม่คะ ทำไม…ทำไมต้องกล่าวหาหนูแบบนี้ด้วย? หรือเพราะหนูเป็นแค่เด็กกำพร้าที่แม่เก็บมาเลี้ยงใช่มั้ยคะ? อะไรไม่ดีก็เลยโทษแต่หนู ฮึกๆ..หนูเคยทำเรื่องแบบนั้นที่ไหนกัน!”
วินาทีเดียวกันนั้น ซูหนี่ก็สบผสานสายตากับกู่หวานหวาน รูปร่างหน้าตาของคู่พระนางอย่างเธอและเฉินหยุนถิงฉายสะท้อนชัดเจนผ่านนัยน์ตาคู่นี้ ตามเนื้อหาเดิมในนวนิยาย ภายหลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ กู่หวานหวานและเฉินหยุนถิงก็ได้ผลงานกันไปเต็มๆ ส่งผลให้ทั้งคู่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งตามสายงานของแต่ละคน
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งนี้ยังทำให้ความสัมผัสระหว่างกู่หวานหวานและเฉินหยุนถิงพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วอีก้วย
จากเพื่อนนักปฏิบัติชาติสู่คู่รักที่หวานชื่น
ส่วนเธอและเซิ่งเต๋าอัน ก็เป็นได้แค่บันไดหินส่งให้คู่รักทั้งสองปีนป่ายขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของชีวิต!
ซูหนี่กระพริบตาปริบๆ ขนตายาวของหญิงสาวสะบัดพลิ้วเปื้อนไปด้วยน้ำตาดูช่างน่าสงสารเห็นใจยิ่ง เธอเริ่มเก็บอาการไม่อยู่พร้อมร้องไห้หนักขึ้น ท้ายสุดได้แต่โยนตัวเองเข้าสู่อ้อมกอดของกู่หวานหวาน เอ่ยทั้งน้ำตาว่า
“หวานหวาน เข้าใจความรู้สึกของพี่คนนี้ใช่มั้ย! พี่ไม่ใช่คนแบบนั้นเลย ถ้า…ถ้าแม่รังเกียจเดียดฉันท์กันขนาดนี้ล่ะก็ พี่จะเป็นฝ่ายไปเอง! พี่จะไปจากชีวิตของทุกคนเอง!”
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะเอาชีวิตมาพัวพันอยู่กับพวกชาติสุนัขตระกูลกู่ ต่อหน้างานแสดงฉากใหญ่เช่นนี้ มีอะไรดีซูหนี่ก็งัดออกมาใช้ทั้งหมด!
สองนิ้วของเธอจีบจับ ซูหนี่หยิกต้นขาตัวเองสุดแรง หวังบีบเค้นเรียกน้ำตาให้ไหลอาบแก้มสุดชีวิต ร้องห่มร้องไห้เสียงดังอย่างไม่อาย
“พี่ซูหนี่ อย่าร้องไห้ไปเลยนะ ให้ฉันถามแม่ก่อนดีกว่าว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ บางทีพี่ซูหนี่อาจจะแค่เข้าใจผิดไปเท่านั้นเอง”
กู่หวานหวานจำใจรับบทน้องสาวผู้แสนดี โอบกอดปลอบโยนซูหนี่ด้วยความรักใคร่
ระหว่างนั้น จังหวะที่หลายคนไม่ทันสังเกตเห็น กู่หวานหวานก็ส่งสายตาไม่พอใจถลึงใส่หลัวจุนฮวาผู้เป็นแม่ แม้ก่อนหน้าไม่ทันมีโอกาสได้สอบถามความคืบหน้า แต่เท่าที่เห็นรูปการณ์ขณะนี้ เธอก็พอคาดเดาได้แล้วว่า เกิดอะไรขึ้น
แม่นะแม่ ไหนว่าเข้าใจแผนการดีแล้วยังไงล่ะ! ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ได้?
เรื่องง่ายๆแค่นี้ก็ยังทำพลาด! โง่สิ้นดี!
ร่องรอยความไม่พอใจฉายปรากฏขึ้นในดวงตาของกู่หวานหวาน เธอคนนี้เกลียดคำว่าล้มเหลวเป็นที่สุด เว้นเสียแต่ว่าตนเองจะเป็นคนทำพลาดเท่านั้น
ในเมื่อผิดแผนพลาดเป้า กู่หวานหวานจึงเร่งขยิบตาส่งสัญญาณให้อย่างลับๆ ปากก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่า
“แม่หูแว่วไปเองรึเปล่าคะ? เสียงที่ได้ยินอาจจะเป็นเสียงพี่ซูหนี่กำลังร้องไห้ก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ?”
ประโยคท้ายคล้ายทิ้งปมเป็นนัยแฝง ซูหนี่ที่กำลังซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่าย ภายในใจถึงกับสะดุ้งตกใจไม่น้อย ปรากฏว่าผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจกว่าที่คิด ถึงขนาดพูดเปิดช่องให้จังหวะหลัวจุนฮวาแถได้ต่อ
แน่นอน หลัวจุนฮวาได้โอกาสจึงรีบคว้าหมับไว้แน่น ต่อมาถึงขั้นร้องไห้ปาดน้ำตาเช่นกัน
“ซูหนี่ แม่ขอโทษ แม่ขอโทษนะลูก ฮึกๆ… ความจริงแม่เองก็ทั้งเครียดทั้งกังวลจนพูดจาผิดเพี้ยนไป ใช่ว่าแม่จะกล่าวหาลูกแอบไปมีสัมพันธ์กับผู้ชาย แต่ความจริงสิ่งที่แม่ได้ยินก็คือ ลูกกำลังถูกผู้ชายคนนี้บังคับขืนใจ นี่…เป็นความจริงใช่มั้ยซูหนี่?”
กู่หวานหวานโอบกอดซูหนี่พร้อมลูบไล้ศรีษะปลอบขวัญอย่างแผ่วเบา
“จริงเหรอคะพี่ซูหนี่ มีเรื่องอะไรก็พูดออกมาเถอะค่ะ พวกเราต่างก็เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน มิหนำซ้ำตรงนี้ก็มีคนจากกองพันอยู่พร้อมหน้า พวกเขาไม่มีวันปล่อยคนชั่วให้ลอยนวลอย่างแน่นอน!”
ระหว่างที่เปล่งเสียงพูดออกมาเช่นนั้น ก็ได้หันไปสบตาเฉินหยุนถิงจนอีกฝ่ายต้องหลบตาหน้าแดงขึ้นฉับพลัน
เสมือนเฉินหยุนถิงคนนี้ถูกปลุกกระตุ้นความหาญกล้าขึ้น เขาตบเท้าเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ ทุบอกตนเองเบาๆพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“สหายซูหนี่ ถ้าถูกอีกฝ่ายข่มขู่หรือรังแกจริงๆ ขอจงบอกกับผมอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องกลัวครับ ตราบใดที่ผมยังอยู่ตรงนี้ จะไม่มีใครรังแกคุณได้เด็ดขาด!”
คล้อยหลังรับฟังคำพูดสุดลิเกของอีกฝ่าย ซูหนี่ก็ถึงกับเม้มริมฝีปากกดแน่น ผู้ชายแบบนี้ดีแต่พูดล่ะสิไม่ว่า
นี่น่ะเหรอพระเอก? ไม่เห็นจะมีราศีอะไรเลย!
ซูหนี่ผละตัวเองออกจากอ้อมแขนของกู่หวานหวานทั้งน้ำตานองหน้า ส่ายหัวอย่างสับสนขณะเอ่ยตอบ
“ไม่ใช่แบบนั้น สหายเซิ่งไม่ได้ข่มขู่ขืนใจอะไรฉันเลย พวกเราตั้งหน้าตั้งตาเรียนกันอยู่จริงๆ”
“เรียนอีท่าไหนต้องปิดประตูอยู่กันสองต่อสองแบบนี้?”
หลัวจุนฮวาตอบโต้สบถใส่อย่างเหลือทน
จังหวะนั้น เซิ่งเต๋าอันที่นิ่งเงียบอยู่นาน ในที่สุดก็ได้ปริปากถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ในเมื่อบอกเองว่าได้ยินเสียงลูกสาวร้องไห้กับหู แต่แทนที่จะรีบเข้าไปช่วย กลับเสียเวลาวิ่งออกไปเรียกคนอื่นนี่นะ? ไม่คิดว่ามันแปลกเกินไปหน่อยเหรอครับ?”
คุณอาจจะชอบ


![หน้าปกนวนิยาย [Back to be Superstar] ย้อนอดีตมาเป็นดาว](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/78c6fda95001834806828245668/SjMb6lTwbzIA.webp!15491.webp)


