ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย 1978 ฉันกลายเป็นสะใภ้ปากร้าย

1978 ฉันกลายเป็นสะใภ้ปากร้าย

เฉินซือหยู่ นักวิทยาศาสตร์สาวอัจฉริยะหลุดมาอยู่ในร่างสะใภ้สามผู้อ่อนแอแห่งบ้านสกุลจางในปี 1978 เธอถูกครอบครัวสามีรังแกสารพัดจนต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองเป็นคนปากร้ายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง เมื่อจางซือหยวนสามีของเธอตัดสินใจพาแยกบ้านมาอยู่ในค่ายทหาร เธอจึงต้องใช้ความสามารถที่มีสร้างอาชีพและฐานะใหม่ท่ามกลางยุคสมัยที่ยากลำบาก เพื่อพิสูจน์ว่าเธอสามารถสร้างอนาคตที่รุ่งโรจน์ให้ครอบครัวได้ด้วยสองมือของตนเองแม้จะต้องเผชิญอุปสรรคมากมายเพียงใดก็ตาม
ตอน
แชร์

ตอน 2

เฉินซือหยู่ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่างเพียงแต่ว่าไม่ได้ออกไปนอกห้อง เธอได้ยินเสียงพูดคุยที่น่าจะเป็นแบบนี้ในทุกวัน ร่างกายของเธอตอนนี้พักผ่อนไม่เพียงพอแต่คงเป็นความเคยชินของร่างนี้ถึงได้ตื่นขึ้นมาในเวลานี้ ในทุก ๆ วันสะใภ้ของบ้านจางต้องตื่นขึ้นมาทำงานบ้าน รดน้ำผักที่ปลูกเอาไว้หลายแปลงเก็บมูลสัตว์นำไปแลกเงินของส่วนกลาง และช่วงเช้าก่อนกินข้าวต้องนำผักเข้าไปแลกสิ่งของในสหกรณ์ของตำบล

ปกติแล้วหน้าที่รดน้ำต้นไม้จะเป็นของเฉินซือหยู่กับไป๋เสวี่ยซึ่งเป็นสะใภ้สี่สองคน แต่หล่อนชอบทำหน้าที่แค่ช่วงแรกหลังจากนั้นจะหนีเข้าบ้านไปนอนกับลูกสาวพร้อมเหตุผลที่ว่าลูกสาวของหล่อนร้องหา

ทำให้ช่วงหลังมาสะใภ้รองเป็นคนเข้ามาทำหน้าที่นี้แทน เสียงด่าทอดังขึ้นครั้งนี้เป็นสะใภ้รองที่ถูกสะใภ้ใหญ่ของบ้านไล่ให้ไปทำอาหารที่เป็นหน้าที่ของหล่อน เฉินซือหยู่ส่ายหน้าหากเธอออกไปคงไม่พ้นต้องถูกด่า

“สะใภ้สาม!”

แต่ไม่ทันได้คิดอะไรก็ถูกคนข้างนอกทุบประตูเรียกแล้ว เฉินซือหยู่ถอนหายใจไม่ยอมออกไปเปิดประตู ต้องการให้เธอออกไปทำงานให้หรือฝันไปเถอะ ที่ผ่านมาพวกเขา

เอาเปรียบร่างเดิมมากพอแล้วเพราะอ่อนแอขี้ขลาดเลย

ถูกรังแกแบบนั้น เธอจะไม่เป็นแบบร่างเดิมเด็ดขาด ต่อให้พวกเขาคิดว่าเธอเปลี่ยนไปก็ช่างถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่มีวันรู้ว่าคนที่อยู่ในร่างนี้ไม่ใช่เฉินซือหยู่ที่ขี้ขลาดคนเดิม

ปัง! ปัง!

“สะใภ้สาม!” คราวนี้เสียงยิ่งดังขึ้นมากกว่าเดิมเมื่อคนข้างในไม่มีท่าทีว่าจะเปิดทั้งที่ปกติต้องออกมารอแล้ว เฉินซือหยู่มองออกไปนอกหน้าต่างบานเล็กมันยังไม่เช้าแต่ต้องลุกขึ้นไปเปลี่ยนชุดที่ต้องใส่ทุกวันซึ่งมีสภาพเก่าและรอยเย็บปะหลายแห่งทว่าเจ้าตัวก็จนปัญญาที่จะซื้อชุดใหม่ เธออาศัยแสงสลัวห้องโถงของบ้านเปลี่ยนชุดและเดินมาเปิดประตูห้อง

“มีอะไร”

“ไปรดน้ำผักสิ! แล้วเก็บผักมาด้วยวันนี้หล่อนต้องนำผักเข้าไปแลกไข่ ลูกชายของฉันเขาต้องได้กินไข่” จ้าวฉิงซึ่งเป็นสะใภ้ใหญ่ของบ้านจางเอ่ยสั่งอย่างถือดี ลูกชายของหล่อนเป็นลูกชายคนโตของบ้านที่ได้กินอาหารดี ๆ และต้องได้กินไข่ไก่ทุก ๆวัน ไม่อย่างนั้นเขาจะร้องไห้งอแงได้

“อยากให้ลูกชายกินก็ไปแลกเองสิ เมื่อวานฉันเป็นคนเอาเข้าไปแลกให้แล้ว”

เฉินซือหยู่ตอบกลับทันทีหน้าที่นำผักเข้าไปแลกในสหกรณ์ไม่ใช่แค่หน้าที่ของเธอเท่านั้น สะใภ้บ้านเฉินต่างได้รับหน้าที่นี้ทุกคนขึ้นอยู่ที่ว่าตอนนั้นใครว่างอยู่ แต่ว่าส่วนมากจะเป็นสะใภ้รองกับเฉินซือหยู่ที่ต้องเข้าไปแลกเปลี่ยนสิ่งของแทน เพราะถูกเอารัดเอาเปรียบจนเคยตัวอีกทั้งไม่รู้จักตอบโต้จึงโดนจิกหัวใช้งานยิ่งกว่าไก่เสียอีก

จ้าวฉินชะงักงันเบิกตากว้างมองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา สะใภ้สามที่หัวอ่อนเชื่อฟังวันนี้กลับดื้อรั้นและเถียงนางอย่างถือดี เมื่อถูกปฏิเสธหล่อนจึงรู้สึกโกรธขึ้นมาก่อนด่าทอน้องสะใภ้อย่างไม่พอใจ

“ฉันมีลูกต้องเลี้ยงไม่ใช่แม่ไก่ไม่ออกไข่อย่างแก!

น้องสามีไม่น่าแต่งสะใภ้แบบนี้เข้าบ้าน”

“มีปัญญาทำลูกแต่ไม่มีปัญญาเลี้ยงลูก ลูกใครก็ทำให้เองสิไม่ใช่หน้าที่ของฉัน” เฉินซือหยู่เหยียดยิ้มอย่ามาอ้างว่าเลี้ยงลูกอยู่ จะมีทำไมถ้าไม่พร้อมดูแล ถ้านับวันตามจริงวันนี้เป็นวันที่สะใภ้ใหญ่ต้องนำผักเข้าไปแลก แต่ที่ผ่านมาหล่อนกดหัวน้องสะใภ้มาตลอดจึงไม่ได้ไปเอง และเมื่อวานเป็นอีกวันที่สะใภ้ใหญ่ต้องไปแต่หล่อนขี้เกียจซึ่งไข่มันหมดจึงโวยวายแต่เช้าให้สะใภ้สามไปแลกให้

“สะใภ้สาม! กล้าดีนักนะอย่างนี้ต้องสั่งสอนให้เข็ดหลาบ” เสียงตวาดดังขึ้นอย่างเอาแต่ใจหล่อนจำไม่ได้แล้วว่าต้องทำเองตั้งแต่เมื่อไหร่ มีแม่สามีคอยถือหลังจึงกล้ารังแกน้องสะใภ้

“ทำไมคิดว่าฉันจะยอมไปตลอดอย่างนั้นหรือ”

เฉินซือหยู่ยืนมองนิ่ง ๆ ไม่ขยับตัวปล่อยให้สะใภ้ใหญ่ด่าทอ พูดจบเธอขยับออกจากประตูเมื่อเห็นว่าอีกคนถลาพุ่งเข้ามาหา

ว้ายย!

สะใภ้ใหญ่ถลาจะเข้ามาตีสะใภ้สามอย่างที่เคยทำ แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปเจ้าตัวขยับหลบทำให้จ้าวฉิงล้ม

หน้าคะมำ สะใภ้อีกสองคนที่อยู่ในเหตุการณ์ร้องขึ้น

ด้วยความตกใจ

“สะใภ้สามฆ่าคนแล้ว สะใภ้สามฆ่าคนแล้ว!”

จ้าวฉิงร้องตะโกนโวยวายเสียงดังลั่นบ้าน ท่าทางดูเจ็บปวดเสียอย่างนั้นเฉินซือหยู่ขมวดคิ้วมุ่นเริ่มมีสีหน้าไม่พอใจในเมื่อเธอไม่ใช่คนเริ่ม ทำไมถึงได้กล่าวหากันแบบนี้ อีกฝ่ายถูกสะใภ้ทั้งสองที่ยืนดูพยุงตัวขึ้นมาแต่จ้าวฉิงก็ยังคิดจะลงมืออีกรอบมีหรือว่าเฉินซือหยูจะยอมเธอลงมือตอบโต้อย่างรวดเร็ว

“กรี๊ดดด”

“สะใภ้สามอย่า!” เสียงสะใภ้ทั้งสองกรีดร้องอย่างตกใจแต่ยังไม่ทันได้กล่าวอะไรต่อ ร่างของสะใภ้ใหญ่ที่จะเข้ามาทุบตีเฉินซือหยู่อีกครั้งถูกผลักล้มลงไปนอนกับพื้นด้านล่างอย่างรวดเร็วตามด้วยร่างของเฉินซือหยู่ที่นั่งคร่อมร่างจ้าวฉิงลงมือกับหล่อนอย่างที่ร่างเดิมเคยประสบพบมา วันนี้เธอขอเอาคืนให้ร่างเดิมบ้างแล้วกัน

“คิดว่าตนเองทำคนอื่นได้เพียงคนเดียวหรืออย่างไร!”

เพี๊ยะ!

“โอ้ย!”

“ลูกของใครคนนั้นก็จัดการเอง!”

เพี๊ยะ!

ทุกคนยืนอึ้งอย่างไม่เชื่อในสายตา พวกเขาไม่คิดว่าสะใภ้สามผู้อ่อนแอจะกล้าลงมือกับพี่สะใภ้ใหญ่ของบ้าน รู้ตัวอีกทีสภาพของสะใภ้ใหญ่ก็ดูไม่ได้แล้ว

“ชะ...ช่วย ด้วย!”

จ้าวฉิงเจ็บไปทั้งตัวสะใภ้สามทุบตีหล่อนแต่ไม่มีใครช่วยเหลือแม้แต่คนเดียว เฉินซือหยู่ยืนขึ้นมองสะใภ้ใหญ่ที่คลานหนีอย่างเย็นชาพลางหัวเราะในลำคอ ก่อนเดินออกจากบ้านท่ามกลางสายตามองของสองสะใภ้ที่หลบมุมด้วยความกลัว อย่างน้อยเธอคงอยู่อย่างสงบไปได้อีกสักพัก

หน้าที่ทำอาหารวันนี้ไม่พ้นสะใภ้ใหญ่กับสะใภ้สี่

เป็นคนทำ เฉินซือหยู่ต้องออกไปจัดการหน้าที่ให้เรียบร้อย ตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่มีอะไรตกถึงท้องและเมื่อครู่ยังใช้แรงทุบสะใภ้ใหญ่ไปขนาดนั้นคงจะถูกสั่งอดข้าวแน่

เสียงร้องไห้พร้อมเสียงโวยวายดังขึ้นในบ้าน

เฉินซือหยู่ไม่ได้สนใจก้มหน้าทำงานของเธอต่อ วันนี้ต้อง

รดน้ำผักพร้อมสะใภ้รองเธอไม่คิดที่จะทำงานเร็วอย่างไรหล่อนต้องออกมาช่วยอยู่แล้ว โจวซือถงก็อ่อนแอขี้ขลาด

ไม่แพ้ร่างเดิมยิ่งมีลูกแต่ลูกสาวคนเดียวยิ่งทำให้แม่สามี

ไม่ชอบหน้าไม่ต่างจากเธอแค่โชคดีหน่อยที่มีสามีปกป้องบ้างเท่านั้น

“สะ...สะใภ้สาม”

“อืม”

โจวซือถงเดินเข้ามาหาด้วยความกลัว เฉินซือหยู่

ถอนหายใจไม่รู้ว่าพี่สะใภ้กับน้องสะใภ้คู่นี้ทำไมถึงต้องยอมให้สะใภ้อีกสองคนรังแกทั้งที่เป็นสะใภ้เหมือนกัน

“วันนี้ฉะ...ฉันจะเข้าไปแลกของที่สหกรณ์เอง เธอไม่ต้องไปหรอก" น้ำเสียงตักกุกตักกักดังขึ้นข้างตัว เฉินซือหยู่เงยหน้ามองสะใภ้ที่มีท่าทางหวาดกลัวเธอแล้วถอนหายใจออกมา

“ฉันจะไปเองค่ะ พี่ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าถ้าฉันไม่ไปจะเกิดอะไรขึ้น” ลำพังตีลูกสะใภ้คนโปรดของแม่สามีว่าแย่แล้ว

ขืนปล่อยให้สะใภ้รองไปจัดการให้หล่อนน่าจะถูกตีแทน

“ด...ได้” สะใภ้รองรีบตอบรับด้วยความเร็ว

เฉินซือหยู่จัดการรดน้ำผักให้เสร็จก่อนที่จะให้สะใภ้รองช่วยเก็บผักที่ปลูกเพื่อนำไปแลกของในสหกรณ์ ในแต่ละวันไม่ได้นำไปแลกเยอะเพราะส่วนมากที่ต้องแลกมาคือไข่ไก่ให้หลานชายของบ้าน ใช้เวลาสามสิบนาทีในการเก็บผักที่ จากนั้นเธอก็เดินถือตะกร้าเข้าไปในบ้านเพื่อหยิบตะกร้าอีกใบไปใส่ของ

“สะใภ้สามถูกผีสิงหรืออย่างไร! หล่อนก้มหัวเชื่อฟังแบบนั้นทำไมถึงปีกกล้าขาแข็งขึ้นมาได้” นางหลี่ซินหรานกล่าวด้วยความเหลือจะเชื่อ

เฉินซือหยู่ชะงักเมื่อได้ยินเสียงของแม่สามีเอ่ยชื่อ ก่อนหน้านี้คงจะออกไปที่แปลงนากับผู้ชายในบ้านจึงไม่ได้ออกมาห้าม แต่พอกลับมาจึงถูกสะใภ้ใหญ่ฟ้อง

“เรียกฉันเหรอคะ?”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย RULE SET : กฎของรามสูร
8.0
ชีวิตของแอรีสต้องพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง เมื่อเธอตัดสินใจเข้าทำงานและได้พบกับรามสูร ชายหนุ่มผู้เฉื่อยชาและเย็นชาที่ยื่นข้อเสนอให้เธอเป็นหมอนข้างส่วนตัวของเขา ด้วยความอวดดีทำให้เธอตกปากรับคำโดยไม่รู้เลยว่าการใกล้ชิดเขาจะทำให้เธอต้องสูญเสียทั้งตัวและหัวใจจนกลายเป็นของเขาในที่สุด รามสูรแสดงความเป็นเจ้าของอย่างดุดัน พร้อมประกาศกร้าวว่าเธอคือเมียของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และเขาจะไม่ยอมให้ชายหน้าไหนมาแตะต้องเธอเด็ดขาด หากใครกล้าฝ่าฝืนกฎนี้เขาพร้อมจะจัดการให้ถึงตาย
หน้าปกนวนิยาย ระทวย
9.6
เรื่องราวความรักในยุคปัจจุบันของหญิงสาวคนหนึ่งที่ลอบเก็บความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อชายในฝันเอาไว้ในใจเพียงลำพัง โดยที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าฝ่ายชายเองก็แอบมีใจและเฝ้ามองเธออยู่เช่นเดียวกัน ความสัมพันธ์ที่ต่างคนต่างซ่อนความรู้สึกเอาไว้กำลังจะถูกเปิดเผย เมื่อความบังเอิญนำพาให้หัวใจสองดวงที่ตรงกันได้โคจรมาพบกันในจังหวะที่เหมาะสมที่สุด จนนำไปสู่เรื่องราวความโรแมนติกที่ทำให้หัวใจต้องสั่นไหวและระทวยไปกับความรักที่ต่างฝ่ายต่างถวิลหามานานแสนนาน
หน้าปกนวนิยาย ปรารถนาราคะ
8.6
เมื่อชมพูนุชตัดสินใจไปค้างคืนที่เสม็ดกับแทน เกวลินที่แอบรักฝ่ายชายอยู่ถึงกับตกตะลึงและรีบเข้ามาคาดคั้นความจริงด้วยความไม่พอใจ ทว่าชมพูนุชกลับโต้ตอบอย่างเย็นชาและตอกกลับความย้อนแย้งของเกวลินที่เพิ่งไปหาชายอื่นมา ทั้งยังรื้อฟื้นคำพูดประชดประชันในอดีตที่เกวลินเคยบอกให้เธอรับแทนไปดูแลเอง เมื่อตอนนี้เธอทำตามนั้นจริงๆ เกวลินจึงไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องหรือทวงผู้ชายคนนี้คืนในวันที่สายเกินไป ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้จึงมาถึงจุดแตกหักที่ไม่อาจย้อนคืนได้
หน้าปกนวนิยาย เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ
8.1
วัสสิกาเดินทางสู่ประเทศอินเดียและข้ามภพไปพบเจ้าชายในอดีตเพื่อช่วยเหลือเขาในการครองบัลลังก์ ก่อเกิดเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ก้าวข้ามกาลเวลา แม้รักในอดีตจะยากเป็นจริง แต่โชคชะตาก็นำพาเธอมาพบกับทายาทผู้สืบเชื้อสายจากเขาในโลกปัจจุบัน ท่ามกลางความขัดแย้งกับเจ้าชายจอมยโสผู้ทำลายความตั้งใจของเธออย่างไร้เยื่อใย วัสสิกาต้องเผชิญกับบทพิสูจน์หัวใจที่แสนซาบซึ้งและสนุกสนาน เพื่อตามหาบทสรุปของความรักที่มั่นคงดั่งศิลาและไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
หน้าปกนวนิยาย ความรักคือ กรงขังของฉัน ไม่ใช่ ความรอด
9.0
ตลอดห้าปี เกรซเชื่อว่าเธอคือทายาทมหาเศรษฐีผู้โชคดีที่มีครอบครัวและสามีอย่างคเชนทร์เคียงข้าง แต่ความจริงอันโสมมกลับถูกเปิดเผยเมื่อเธอพบว่าน้องสาวที่ควรจะตายไปแล้วยังมีชีวิตอยู่พร้อมลูกลับๆ กับสามีของเธอ โดยมีพ่อแม่บุญธรรมคอยหนุนหลังเพื่อฮุบสมบัติและเตรียมกำจัดเธอด้วยการป้ายสีว่าวิกลจริต เมื่อความรักกลายเป็นกรงขังลวงตา เกรซจึงเลือกเผชิญหน้ากับยาพิษในแก้วไวน์ด้วยรอยยิ้ม เพื่อเริ่มเกมล้างแค้นที่จะเอาคืนทุกคนให้สาสม
หน้าปกนวนิยาย รสสวาท กลิ่นปรารถนา (The Smell of Passion)
8.6
เฟลิกซ์ เวอซินี มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลจงใจใช้ฐานะเจ้านายดึงตัว ลินิน พนักงานสาวใต้บังคับบัญชาเข้าสู่บ่วงปรารถนาที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ แม้ลินินจะพยายามรักษาภาพลักษณ์อันเย็นชาเพื่อป้องกันตนเองจากความสัมพันธ์ชั่วคราวตามคำสอนของครอบครัว แต่เสน่ห์อันร้ายกาจของคาสโนวาแห่งปารีสกลับปลุกเร้าความต้องการที่ซ่อนเร้นในใจเธอให้ลุกโชน ท่ามกลางเกมไล่ล่าที่เขามองเธอเป็นเพียงเหยื่ออันโอชะ ลินินกลับเผลอมอบหัวใจให้เขาไปทั้งดวง รสสวาทที่เขาปรนเปรอจึงกลายเป็นพันธนาการที่จองจำเธอไว้ในวังวนแห่งความรัญจวนใจ