ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย 1978 ฉันกลายเป็นสะใภ้ปากร้าย

1978 ฉันกลายเป็นสะใภ้ปากร้าย

เฉินซือหยู่ นักวิทยาศาสตร์สาวอัจฉริยะหลุดมาอยู่ในร่างสะใภ้สามผู้อ่อนแอแห่งบ้านสกุลจางในปี 1978 เธอถูกครอบครัวสามีรังแกสารพัดจนต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองเป็นคนปากร้ายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง เมื่อจางซือหยวนสามีของเธอตัดสินใจพาแยกบ้านมาอยู่ในค่ายทหาร เธอจึงต้องใช้ความสามารถที่มีสร้างอาชีพและฐานะใหม่ท่ามกลางยุคสมัยที่ยากลำบาก เพื่อพิสูจน์ว่าเธอสามารถสร้างอนาคตที่รุ่งโรจน์ให้ครอบครัวได้ด้วยสองมือของตนเองแม้จะต้องเผชิญอุปสรรคมากมายเพียงใดก็ตาม
ตอน
แชร์

ตอน 3

“เรียกฉันเหรอคะ?”

สะใภ้ใหญ่ที่ร้องไห้ฟูมฟายฟ้องแม่สามีเมื่อครู่สะอึก หล่อนรีบขยับเข้าไปซ่อนด้านหลังเพื่อไม่ให้เห็นหน้าสะใภ้สาม รอยมือของเฉินซือหยู่เด่นเต็มหน้าหล่อนอย่างชัดเจน

“มาก็ดี! ไร้ประโยชน์แถมยังทุบตีพี่สะใภ้ ลูกชาย

ของฉันมาฉันจะให้หย่า!”

เดิมทีนางหลี่ซินหรานไม่ได้ชอบลูกสะใภ้ผู้นี้มากนัก แต่ที่แต่งให้ลูกชายเพราะค่าสินสอดเพียงร้อยหยวนทำให้เธอหน้ามืดไปชั่วขณะถึงได้แต่งสะใภ้ไร้ประโยชน์เข้าบ้านมา

“ฮ่า ๆ ฉันทุบตีพี่สะใภ้? ทำไมเวลาพี่สะใภ้ทุบตีฉันแม่สามีไม่ให้หย่าบางล่ะ” รอยยิ้มที่มีหายไปและตอนนี้

เฉินซือหยู่รู้สึกว่าเธอไม่สามารถเข้ากับแม่สามีได้จริง ๆ

คนเริ่มก่อนเป็นเธอหรือย่อมไม่ใช่อยู่แล้ว แต่กลับ

ถูกแม่สามีด่าทอ พอสะใภ้ใหญ่ทุบตีเธอบ้างกลับบอกเพราะอีกฝ่ายคือสะใภ้ใหญ่ ที่ในอนาคตหากแม่สามีเสียไป

ก็จะเป็นเหมือนแม่อีกคนของสามี

“พี่สะใภ้สั่งสอนนับว่าเป็นบุญคุณแล้ว”

หลี่ซินหรานรีบตอบกลับทันที หล่อนมองสะใภ้สามอย่างไม่พอใจตั้งแต่เมื่อไหร่ที่สะใภ้คนนี้ปีกกล้าขาแข็งขึ้นมา ใครทำให้หล่อนมีความกล้ามากขนาดนี้

เฉินซือหยู่หัวเราะบุญคุณ? บุญคุณแบบไหนหรือแบบที่ข่มเหงน้องสะใภ้ใช่หรือไม่ แต่ก็เอาเถอะตอนนี้ใกล้

ถึงเวลาอาหารเช้าแล้วหากนำไข่ไก่กลับมาไม่ทันมันจะ

ยุ่งเอา

“ถ้าอย่างนั้นที่สะใภ้สี่ทุบตีสะใภ้รองก็เป็นบุญคุณ? ฉันได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ” สีหน้าตะลึงของแม่สามีไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเฉินซืออยู่ เธอจัดการถือตะกร้าเดินออกจากห้องโถงให้พวกเขาจัดการกันเอาเอง ตอนนี้ฟ้าสว่างแล้วอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงทุกคนน่าจะกลับมากินอาหารมื้อเช้า

เฉินซือหยู่ต้องเดินเท้าเกือบสามสิบนาทีกว่าจะถึงสหกรณ์ทำเอาแทบแย่ จัดการแลกเปลี่ยนของที่เคยนำกลับบ้านก็รีบกลับทันที ท้องของเธอยังไม่มีอะไรให้ตกถึงท้อง

แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าเช้านี้พวกเขาจะมีอาหารให้ในส่วนของเธอ เมื่อมาอยู่ในยุค1978แบบนี้มีแต่เธอเท่านั้นที่จะช่วยเหลือตัวเองได้

หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเฉินซือหยู่ไม่ช่วยคนอื่นทำงาน

แม้แต้น้อย ยกเว้นส่วนไหนที่เป็นงานที่ได้รับมอบหมาย

จริง ๆ ทำให้มีการแยกส่วนงานที่ต้องทำของทุกคน และการแยกทำอาหาร เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้วัตถุดิบที่มีในบ้านทำอาหารกิน โชคดีที่เธอพอจะมีเงินอยู่ถึงได้ซื้อข้าวมาไว้ที่ห้อง ก่อนจะออกไปหาของป่ามากินนอกจากที่ต้องซื้อข้าวเธอไม่ต้องเสียอะไรอีก หลายวันมานี้ที่เข้าป่าไปอย่างน้อยเฉินซือหยู่จะได้ของกินติดมือกลับมาด้วย แน่นอนว่าไม่ได้แบ่งให้บ้านอื่นด้วย พวกเขามีสมาชิกหลายคนทำไมถึงไม่ยอมไปช่วยกันหา ในขณะที่เธอเป็นเพียงผู้หญิงคนเดียว

แต่ต้องเข้าป่าหาอาหารเพื่อความอยู่รอด ตั้งแต่ที่เธอไม่ได้ช่วยงานคนอื่นพวกเขาก็ไม่เคยแบ่งอาหารให้เธอเลยแม้จะทำงานส่วนของตัวเองแล้วก็ตาม

บางวันเฉินซือหยู่ได้ปลากลับมาด้วย หลานชายอีกสองบ้านออกมานั่งเฝ้าเพื่อขอกินด้วย แต่คนที่ได้กินจริง ๆ ไม่ใช่เด็กพวกนั้นแต่เป็นหลานสาวจากบ้านรองอย่าง

จางซวี่หรู เพราะหล่อนเป็นเด็กที่น่าสงสารมากเพราะเกิดมาเป็นผู้หญิงที่ยุคสมัยนี้ให้ความสำคัญกับเด็กผู้ชายเธอ

จึงถูกละเลยและถูกรังแกอยู่บ่อยครั้ง

“ซวี่หรูจ๊ะไปเปลี่ยนชุดเหมือนที่เคยไปกับอาสะใภ้”

เฉินซือหยู่กระซิบบอกหลานสาวเสียงเบา แม่สามีของเธอชอบลงมือกับหลานสาวคนนี้บอกว่าเกิดเป็นผู้หญิงที่ไร้ประโยชน์ ทั้งที่หลานสาวอีกคนยังเลี้ยงต่างกันอย่างสิ้นเชิง จางซวี่หรูเป็นเด็กสาวที่น่าสงสารเธอจึงใส่ใจเป็นพิเศษ

“ได้ค่ะอาสะใภ้สาม” เด็กสาวตอบรับอย่างร่าเริง ดวงตาทอประกายสดใสคงมีเวลาที่อยู่กับอาสะใภ้สามเท่านั้นที่ทำให้เธอรู้สึกมีความสุข

เฉินซือหยู่มองตามหลังหลานสาวที่วิ่งเข้าห้องของหล่อนเข้าไป ปีนี้หล่อนมีอายุเพียงสี่ปีเท่านั้นแต่รู้ความมากแล้ว วันนี้ในแปลงนามีการเก็บเกี่ยวทำให้ที่บ้านมีเพียงแม่สามีที่ต้องอยู่บ้านดูหลาน ๆ กับเฉินซือหยู่ที่ไม่ยอมไปเพราะเธอซื้อข้าวรับประทานอีกอย่างถึงช่วยงานพวกเขาก็ไม่ได้ข้าวกินอยู่ดี

ทุกครั้งที่หลี่ซือหรานเลี้ยงหลาน เฉินซือหยู่สังเกตได้ว่าบนตัวของจางซวี่หรูจะมีรอยแผลใหม่ทุกรอบ เมื่อสอบถามถึงได้รู้ว่าแม่สามีลงมือตีหลานเพื่อทำโทษที่ทำจางหลินหลินหลานสาวคนโปรดของหล่อนมีแผล

ปกติพี่สะใภ้รองจะหิ้วหลานสาวไปที่แปลงนาด้วย แต่เฉินซือหยู่เห็นว่าอากาศมันร้อนจึงไม่ให้ไป และรับปากว่าจะดูแลหลานสาวให้จะไม่ได้รับรอยแผลใหม่แน่นอน

“วัน ๆ ไม่ทำอะไรเอาแต่ผลาญเงินลูกชายของฉัน” นางหลี่ซินหรานบ่นแต่ว่าไม่ได้หันมาดูลูกสะใภ้ แต่คนตาบอดยังรู้เลยว่าหล่อนกำลังว่าเฉินซือหยู่อยู่

“เงินของสามีฉันไม่ได้แตะสักหยวนแม่สามีพูดเกินไปแล้ว” เฉินซือหยู่ตอบกลับทันที เรื่องที่เธอไม่ได้ทำไม่มีทางยอมรับโดยดเด็กขาด ที่บ้านยังไม่ได้แยกกับบ้านใหญ่การที่เงินของสามีไม่ได้อยู่กับเฉินซือหยู่ไม่ใช่เรื่องแปลก อีกอย่างร่างเดิมหัวอ่อนเสียขนาดนั้นจะได้เงินสามีได้อย่างไร เงินทุกเฟินหลี่ซินหรานเก็บเข้ากระเป๋าตัวเองหมดและยังแอบให้

ลูกชายใหญ่กับลูกชายคนเล็กอยู่บ่อยครั้ง

“อาสะใภ้หนูพร้อมไปแล้วค่ะ”

“ไปกันเถอะจ้ะ”

“อวดดีนัก ลูกชายฉันกลับมาต้องหย่ากับหล่อนให้ได้!” หลี่ซินหรานยังตะโกนไล่หลังลูกสะใภ้ไร้ประโยชน์อย่างโมโหเฉินซือหยู่ไม่ได้สนใจเสียงของแม่สามีเธอพาหลานสาวเดินออกจากบ้านทั้งสองมีตะกร้าไม้สานขนาดพอดีตัว

เป็นพี่ชายรองจางที่จัดการให้พวกเธอ

“ระวังตัวด้วย” จางซินฉีที่เห็นน้องสะใภ้พาลูกสาวขึ้นเขาจึงเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วง

“ได้ค่ะ พี่ไม่ต้องห่วงฉันจะดูแลหลานสาวอย่างดีค่ะ”

ภายในป่าอันตรายมากและมันเป็นเขตหวงห้ามแต่ชาวบ้านลักลอบเข้าไปทุกวัน การที่เฉินซือหยู่กับจางซวี่หรูเข้าป่าด้วยกันเพียงสองคนแน่นอนว่ามันอันตราย แต่การปล่อยให้อยู่กับผู้เป็นย่าจะอันตรายมากกว่า ป่าที่เข้าไปมันไม่ได้ลึกมากและทางเข้ามีเห็ดป่าที่สามารถกินได้เฉินซือหยู่ให้หลานสาวนำใบไม้ขนาดใหญ่มารองเห็ดป่าใส่ตะกร้า

สายตากวาดมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างหวาดระแวงวันนี้พาลูกคนอื่นเข้ามาด้วยต้องดูแลให้ดีที่สุด เมื่อเห็นว่าปลอดภัย เฉินซือหยู่จึงเดินนำจางซวี่หรูเข้าไปอีก เธอพยายาม ไม่เข้าไปป่าลึกเพราะมีเด็กตามมาด้วย แต่จะหาผักป่าและเห็ดตรงตีนเขาเท่านั้น

“ไก่!”

นิ้วเล็กชี้มือไปยังไก่ป่าที่หมอบอยู่ เฉินซือหยู่มองตามหลานสาวก่อนจะยกยิ้มอย่างยินดี เธอวางตะกร้าลงพื้น อย่างเบามือก่อนจะคว้าไม้แถวนั้นมาถือไว้ในมืออย่างระวัง ตอนนี้มันนอนหมอบอยู่กับในพงหญ้าแต่การที่จะเข้าไปเอามันได้ต้องใช้การขยับให้น้อยที่สุด

ตุ๊บ!!!

“ได้แล้ว ๆ”

เฉินซือหยู่ใช้ไม้ตีหัวไก่ที่นอนหมอบอยู่จนแน่นิ่งไปถึงได้หาเครือไม้มามัดขาไก่ทั้งสองติดกับตะกร้าข้างนอก

ในตะกร้าเป็นเห็ดและผักป่าถ้ามีของหนักทับคงไม่ใช่เรื่องที่ดี วันนี้โชคดีที่ได้ไก่ป่ากลับบ้านอาจเพราะมันบาดเจ็บมาทำให้เธอทุบตีมันได้ทันหากร่างกายปกติคงยากจะจับไก่ป่าได้

“อาสะใภ้เก่งจังเลยค่ะ”

“ซวี่หรูต่างหากที่เก่งมาก ถ้าหนูไม่เห็นไก่อาสะใภ้คงหาไม่เจอ”

เฉินซือหยู่ชมหลานสาว ทั้งสองเดินเข้าป่าเก็บของได้หลายอย่างถึงกลับบ้าน เธอไม่ได้ปิดบังที่ว่าได้ไก่มา หลายครั้งเวลาเข้าป่าจะมีสัตว์ติดมือกลับไปด้วยแน่นอนว่าทุกคนรู้ การที่ผู้หญิงอย่างเฉินซือหยู่มีเนื้อให้กินทุกวันนับว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากจะเชื่อ ในขณะที่ครอบครัวอื่นในบ้านจางกินผักลวก เธอจะแบ่งอาหารจานเนื้อไปให้เพียงบ้านรองเท่านั้น

เมื่อออกจากป่าเฉินซือหยู่ปล่อยให้หลานสาวเป็นคนเดินนำทางกลับไปยังบ้านจาง ตอนนี้ทุกคนรวมตัวกันทุกอย่างในบ้านคงจะเสร็จก่อนแล้ว

“ไก่!”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย RULE SET : กฎของรามสูร
8.0
ชีวิตของแอรีสต้องพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง เมื่อเธอตัดสินใจเข้าทำงานและได้พบกับรามสูร ชายหนุ่มผู้เฉื่อยชาและเย็นชาที่ยื่นข้อเสนอให้เธอเป็นหมอนข้างส่วนตัวของเขา ด้วยความอวดดีทำให้เธอตกปากรับคำโดยไม่รู้เลยว่าการใกล้ชิดเขาจะทำให้เธอต้องสูญเสียทั้งตัวและหัวใจจนกลายเป็นของเขาในที่สุด รามสูรแสดงความเป็นเจ้าของอย่างดุดัน พร้อมประกาศกร้าวว่าเธอคือเมียของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และเขาจะไม่ยอมให้ชายหน้าไหนมาแตะต้องเธอเด็ดขาด หากใครกล้าฝ่าฝืนกฎนี้เขาพร้อมจะจัดการให้ถึงตาย
หน้าปกนวนิยาย ระทวย
9.6
เรื่องราวความรักในยุคปัจจุบันของหญิงสาวคนหนึ่งที่ลอบเก็บความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อชายในฝันเอาไว้ในใจเพียงลำพัง โดยที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าฝ่ายชายเองก็แอบมีใจและเฝ้ามองเธออยู่เช่นเดียวกัน ความสัมพันธ์ที่ต่างคนต่างซ่อนความรู้สึกเอาไว้กำลังจะถูกเปิดเผย เมื่อความบังเอิญนำพาให้หัวใจสองดวงที่ตรงกันได้โคจรมาพบกันในจังหวะที่เหมาะสมที่สุด จนนำไปสู่เรื่องราวความโรแมนติกที่ทำให้หัวใจต้องสั่นไหวและระทวยไปกับความรักที่ต่างฝ่ายต่างถวิลหามานานแสนนาน
หน้าปกนวนิยาย ปรารถนาราคะ
8.6
เมื่อชมพูนุชตัดสินใจไปค้างคืนที่เสม็ดกับแทน เกวลินที่แอบรักฝ่ายชายอยู่ถึงกับตกตะลึงและรีบเข้ามาคาดคั้นความจริงด้วยความไม่พอใจ ทว่าชมพูนุชกลับโต้ตอบอย่างเย็นชาและตอกกลับความย้อนแย้งของเกวลินที่เพิ่งไปหาชายอื่นมา ทั้งยังรื้อฟื้นคำพูดประชดประชันในอดีตที่เกวลินเคยบอกให้เธอรับแทนไปดูแลเอง เมื่อตอนนี้เธอทำตามนั้นจริงๆ เกวลินจึงไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องหรือทวงผู้ชายคนนี้คืนในวันที่สายเกินไป ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้จึงมาถึงจุดแตกหักที่ไม่อาจย้อนคืนได้
หน้าปกนวนิยาย เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ
8.1
วัสสิกาเดินทางสู่ประเทศอินเดียและข้ามภพไปพบเจ้าชายในอดีตเพื่อช่วยเหลือเขาในการครองบัลลังก์ ก่อเกิดเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ก้าวข้ามกาลเวลา แม้รักในอดีตจะยากเป็นจริง แต่โชคชะตาก็นำพาเธอมาพบกับทายาทผู้สืบเชื้อสายจากเขาในโลกปัจจุบัน ท่ามกลางความขัดแย้งกับเจ้าชายจอมยโสผู้ทำลายความตั้งใจของเธออย่างไร้เยื่อใย วัสสิกาต้องเผชิญกับบทพิสูจน์หัวใจที่แสนซาบซึ้งและสนุกสนาน เพื่อตามหาบทสรุปของความรักที่มั่นคงดั่งศิลาและไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
หน้าปกนวนิยาย ความรักคือ กรงขังของฉัน ไม่ใช่ ความรอด
9.0
ตลอดห้าปี เกรซเชื่อว่าเธอคือทายาทมหาเศรษฐีผู้โชคดีที่มีครอบครัวและสามีอย่างคเชนทร์เคียงข้าง แต่ความจริงอันโสมมกลับถูกเปิดเผยเมื่อเธอพบว่าน้องสาวที่ควรจะตายไปแล้วยังมีชีวิตอยู่พร้อมลูกลับๆ กับสามีของเธอ โดยมีพ่อแม่บุญธรรมคอยหนุนหลังเพื่อฮุบสมบัติและเตรียมกำจัดเธอด้วยการป้ายสีว่าวิกลจริต เมื่อความรักกลายเป็นกรงขังลวงตา เกรซจึงเลือกเผชิญหน้ากับยาพิษในแก้วไวน์ด้วยรอยยิ้ม เพื่อเริ่มเกมล้างแค้นที่จะเอาคืนทุกคนให้สาสม
หน้าปกนวนิยาย รสสวาท กลิ่นปรารถนา (The Smell of Passion)
8.6
เฟลิกซ์ เวอซินี มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลจงใจใช้ฐานะเจ้านายดึงตัว ลินิน พนักงานสาวใต้บังคับบัญชาเข้าสู่บ่วงปรารถนาที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ แม้ลินินจะพยายามรักษาภาพลักษณ์อันเย็นชาเพื่อป้องกันตนเองจากความสัมพันธ์ชั่วคราวตามคำสอนของครอบครัว แต่เสน่ห์อันร้ายกาจของคาสโนวาแห่งปารีสกลับปลุกเร้าความต้องการที่ซ่อนเร้นในใจเธอให้ลุกโชน ท่ามกลางเกมไล่ล่าที่เขามองเธอเป็นเพียงเหยื่ออันโอชะ ลินินกลับเผลอมอบหัวใจให้เขาไปทั้งดวง รสสวาทที่เขาปรนเปรอจึงกลายเป็นพันธนาการที่จองจำเธอไว้ในวังวนแห่งความรัญจวนใจ