
แผนการหย่าร้าง ฉบับเต็มร้อย
ตอน 2
เช้าวันรุ่งขึ้น พลอยไม่ได้ไปโรงพยาบาล เธอไปหาทนายความ สำนักงานตั้งอยู่บนชั้น 30 ของตึกระฟ้ากระจกใส มองเห็นวิวได้ทั้งเมือง มันให้ความรู้สึกที่เหมาะสม ในที่สุดเธอก็กำลังจะได้มุมมองใหม่
เธอยื่นแฟ้มเอกสารที่บรรจุสัญญาก่อนสมรสและสรุปทรัพย์สินของเธอ
“ฉันต้องการฟ้องหย่าค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสงบและราบเรียบ “ฉันต้องการเตรียมเอกสารตอนนี้เลย เพื่อให้พร้อมเซ็นทันทีที่ฉันตัดสินใจ”
ทนายความ หญิงสาวมาดเฉียบชื่อคุณดาริน มองเธอด้วยความเห็นใจอย่างมืออาชีพ “แน่นอนค่ะ คุณพลอย เราจะร่างทุกอย่างเตรียมไว้รอสัญญาณจากคุณ”
เมื่อออกจากสำนักงานทนายความ พลอยรู้สึกเบาอย่างประหลาด มันไม่ใช่ความสุข แต่มันคือการปลดปล่อย เธอแวะที่ร้านกาแฟเล็กๆ และซื้อซุปไก่กับชาร้อนใส่กระติกน้ำร้อนแบบที่ภาคินัยชอบดื่มเวลาป่วย มันเป็นความเคยชิน เป็นเงาของหน้าที่ที่เธอทำมาหลายปี
เมื่อเธอมาถึงโรงพยาบาล เธอหยุดอยู่หน้าห้องของภาคินัย ผ่านกระจกใสบนประตู เธอเห็นอารยานั่งอยู่ข้างเตียงของเขา เธอกำลังพยายามป้อนซุปให้เขา แต่ท่าทางของเธอดูเงอะงะ เธอทำซุปหกใส่ชุดคนไข้ของเขาหนึ่งช้อน แล้วก็อีกช้อนบนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด
“โอ๊ย ขอโทษนะคิน!” อารยาร้อง พลางใช้กระดาษทิชชูซับรอยเปื้อน “ฉันนี่มันไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ”
“ไม่เป็นไร” เสียงของภาคินัยแหบพร่าแต่อ่อนโยน เขาเอื้อมมือขึ้นไปเช็ดน้ำตาจากแก้มของเธอ “แค่ซุปเอง”
“แต่คุณเจ็บตัวก็เพราะฉัน” เธอสะอื้น ไหล่ของเธอสั่นเทา “หมอบอกว่าการสำลักควันมันรุนแรงมาก มันอาจจะทำลายปอดของคุณ มือของคุณ... อาชีพของคุณ...”
“ชู่ว์” เขาปลอบเธอ “มันคุ้มค่า ตราบใดที่คุณปลอดภัย”
อารยามองเขา ดวงตาของเธอเบิกกว้างและเปล่งประกายด้วยความชื่นชม “คุณอยากเป็นศัลยแพทย์ระบบประสาทมาตลอด คุณยอมทิ้งความฝันที่จะเป็นจิตรกรเพื่อมัน”
แววตาของภาคินัยอ่อนลง “ผมไม่ได้ทิ้งมัน ผมมาเป็นศัลยแพทย์ก็เพราะคุณ”
อารยาดูสับสน “หมายความว่ายังไงคะ”
“จำวันนั้นที่โรงเรียนมัธยมได้ไหม” เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “คุณตกจากอัฒจันทร์แล้วหัวฟาดพื้น คุณหมดสติไปเกือบนาที ผมไม่เคยกลัวอะไรเท่านี้มาก่อนในชีวิต วันนั้นแหละที่ผมตัดสินใจว่าอยากจะเป็นหมอ หมอที่เก่งที่สุด เพื่อที่ผมจะได้อยู่ที่นั่นเพื่อช่วยคุณได้เสมอถ้าคุณต้องการ”
กล่องซุปหลุดจากมือของพลอย ตกลงบนพื้นพร้อมกับเสียงตุบเบาๆ เธอไม่ทันสังเกต คำพูดเหล่านั้นดังก้องอยู่ในหัวของเธอ เป็นเสียงคำรามที่ оглушительный
อาชีพทั้งชีวิตของเขา ความทะเยอทะยานในชีวิตของเขา ทั้งหมดก็เพื่ออารยา
อารยาอ้าปากค้าง มือของเธอยกขึ้นปิดปาก “คิน... ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย”
เธอโผเข้ากอดเขา ซบหน้าลงบนอกของเขา “โอ้ คิน”
เขาลังเลเพียงชั่ววินาที สายตาของเขาวูบไปที่ประตูราวกับสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง แต่แล้วแขนของเขาก็โอบรอบตัวเธอ กอดเธอไว้แน่น ภาพที่สมบูรณ์แบบและเจ็บปวดของความรักและความทุ่มเท
พลอยรู้สึกเจ็บปวดจนหายใจไม่ออกในอก ภาพของเธอพร่ามัว เธอหันหลังและเดินจากไป ฝีเท้าของเธอเงียบงันและชาหนึบ เธอทิ้งซุปและชาไว้บนพื้นนอกประตูห้องของเขา
ชั้นล่าง ในล็อบบี้ของโรงพยาบาล เธอชนเข้ากับเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของภาคินัย หมอเอก เขากำลังรีบร้อน มีแฟ้มเอกสารกองหนึ่งอยู่ในมือ
“พลอย! ผมกำลังจะไปหาคินพอดี เขาเป็นยังไงบ้าง”
“เขาไม่เป็นไรค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงกลวงโบ๋
“ดีๆ ฟังนะ ผมมีผ่าตัดด่วน ฝากนี่ให้เขาหน่อยได้ไหม” เขายื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลให้เธอ “มันเป็นเอกสารลาออกจากบอร์ดวิจัย เขาต้องเซ็น”
“ลาออกเหรอคะ” พลอยถามอย่างสับสน ภาคินัยรักตำแหน่งในบอร์ดวิจัยของเขามาก
“ใช่ เขากำลังจะลงจากตำแหน่งเพื่อไปหาทุนสร้างคลินิกส่วนตัวแห่งใหม่ บ้าไปแล้วใช่ไหมล่ะ เสียสละงานวิจัยของตัวเอง... แต่เขาบอกว่ามันเพื่อคนสำคัญ” เพจเจอร์ของหมอเอกดังขึ้น “ต้องไปแล้ว!”
เขาหายไปตามทางเดิน พลอยยืนอยู่คนเดียวในล็อบบี้ที่วุ่นวาย ถือแฟ้มเอกสารไว้ในมือ มือของเธอสั่นขณะที่เธอเปิดมันออก ข้างในเป็นจดหมายลาออกอย่างเป็นทางการของภาคินัย และที่หนีบติดอยู่กับมันคือข้อเสนอโครงการสำหรับคลินิกแห่งใหม่
มันเป็นสถานบริการสุขภาพจิตและสุขภาวะที่ทันสมัย ผู้รับผลประโยชน์หลักและผู้อำนวยการที่ระบุไว้ในข้อเสนอคือ อารยา วิลสัน
โลกหมุนคว้าง มันไม่ใช่แค่อดีตของเขา มันคืออนาคตของเขาด้วย ทุกส่วนในชีวิตของเขาสร้างขึ้นรอบตัวอารยา เขามาเป็นหมอเพื่อเธอ ตอนนี้เขากำลังจะทิ้งตำแหน่งงานวิจัยอันทรงเกียรติเพื่อสร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับเธอ
พลอยเป็นเพียงชื่อในทะเบียนสมรส เป็นตัวแทน เป็นผีในชีวิตของตัวเอง
เธอนึกถึงวันที่เขาได้รับการยกย่องสำหรับเทคนิคการผ่าตัดที่ก้าวล้ำ เธอภูมิใจมาก หัวใจของเธอพองโตด้วยความรักที่มีต่อชายผู้ฉลาดและทุ่มเทคนนี้ ตอนนี้เธอตระหนักด้วยความชัดเจนจนน่าคลื่นไส้ว่า แม้แต่ช่วงเวลานั้นก็เป็นของอารยา ทุกความสำเร็จ ทุกความสำเร็จ เป็นเพียงอีกก้าวหนึ่งบนเส้นทางของเขากลับไปสู่รักแรกของเขา
ถึงเวลาแล้วที่จะลงจากเส้นทางนั้น ถึงเวลาแล้วที่จะค้นหาเส้นทางของตัวเอง
เธอเดินออกจากโรงพยาบาลและเข้าสู่แสงแดดที่สว่างจ้าและไร้ความปรานี เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาและกดหมายเลขที่เธอไม่ได้โทรมาหลายปี
บี เพื่อนสนิทของเธอจากโรงเรียนสถาปัตย์ คนที่เคยบอกเธอเสมอว่าเธอเกิดมาเพื่ออะไรที่มากกว่าการเป็นแค่คุณนายภาคินัย ศิริวัฒนา
บีรับสายในเสียงกริ่งที่สอง “พลอย! นั่นเธอเหรอ”
“ฉันเอง” พลอยพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงอย่างน่าประหลาดใจ “บริษัทสถาปนิกที่เราเคยฝันว่าจะเปิดด้วยกันน่ะ”
มีความเงียบชั่วครู่ แล้วเสียงของบีก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “เธอพูดจริงเหรอ”
“ฉันพูดจริง” พลอยพูด รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเธอเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี “ฉันกำลังจะทิ้งคิน ฉันพร้อมที่จะเริ่มต้นแล้ว”
“โอ๊ย ขอบคุณพระเจ้า!” บีร้องเสียงแหลม “ฉันจะเริ่มหาพื้นที่สำนักงานเลย! ที่กรุงเทพฯ ใกล้ๆ บ้านเธอ จะได้สะดวกสำหรับเธอใช่ไหม”
พลอยเงยหน้าขึ้นมองเส้นขอบฟ้า มองตึกสูงตระหง่านที่เธอเคยฝันว่าจะได้ออกแบบ
“ไม่” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนและหนักแน่น “ไม่ใช่กรุงเทพฯ ที่ไหนสักแห่งที่ใหม่ ที่ไหนสักแห่งที่ไกลจากที่นี่”
คุณอาจจะชอบ





