
แผนการหย่าร้าง ฉบับเต็มร้อย
ตอน 3
พลอยบอกบีว่าเธอกำลังจะหย่าและต้องการตั้งบริษัทของพวกเขา “ฟีนิกซ์ อาร์ค” ที่ซานฟรานซิสโก บีผู้ภักดีเสมอ ไม่ได้ถามอะไรและเริ่มจัดการทันที ชื่อนี้ให้ความรู้สึกที่ใช่ ชีวิตใหม่ที่ฟื้นคืนจากเถ้าถ่านของชีวิตเก่า
สัปดาห์ต่อมา พลอยใช้ชีวิตอยู่กับกิจกรรมต่างๆ อย่างไม่หยุดหย่อน เธอซื้อหนังสือเกี่ยวกับการออกแบบสมัยใหม่ กฎหมายอาคาร และการจัดการธุรกิจ เธอใช้เวลาหลายชั่วโมงบนโลกออนไลน์ ศึกษาผลงานของสถาปนิกชั้นนำ จิตใจของเธอกลับมาคึกคักด้วยพลังสร้างสรรค์ที่เธอเก็บกดมานานหลายปี เธอรู้สึกว่าส่วนหนึ่งของตัวเองที่หลับใหลมานานกำลังตื่นขึ้น
เธอไม่ได้โทรหาภาคินัย เธอไม่ได้ไปโรงพยาบาล เธอไม่สนใจข้อความจากแม่ของเขาที่เรียกร้องให้รู้ว่าทำไมเธอถึงไม่อยู่เคียงข้างสามีของเธอ เธอกำลังสร้างกำแพงไฟล้อมรอบหัวใจของเธอ ทีละก้อน ทีละก้อน
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ในวันครบรอบแต่งงานปีที่สามของพวกเขา ภาคินัยกลับมาบ้าน เขาพบเธอในห้องทำงานที่บ้าน ล้อมรอบด้วยกองหนังสือและพิมพ์เขียว
เขาดูประหลาดใจ “นี่มันอะไรกัน”
“ฉันจะกลับไปทำงานค่ะ” พลอยพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะเขียนแบบ “บีกับฉันกำลังจะเริ่มบริษัทของเราเอง”
“นั่น... เยี่ยมไปเลย” เขาพูด แม้ว่าเขาจะฟังดูสับสนมากกว่าพอใจ เขาเคยชินกับชีวิตของเธอที่หมุนรอบตัวเขา “งั้นเธอก็คงไม่มีเวลาทำอาหารฟื้นฟูหลังผ่าตัดให้ผมแล้วสินะ”
ในที่สุดพลอยก็มองเขา สายตาของเธอเย็นชาและห่างเหิน “ค่ะ ไม่มี”
เขานึกถึงวิธีที่เธอเคยดูแลเขา แผลกระดาษบาดเล็กๆ ก็ทำให้มือของเขาต้องพันผ้าพันแผลและได้รับความสนใจอย่างกังวลจากเธอเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ความเฉยเมยอย่างกะทันหันของเธอเป็นเรื่องแปลก แต่เขาก็ปัดมันทิ้งไป เขาเหนื่อย
“เอาเป็นว่า ผมสนับสนุนคุณนะ” เขาพูด คำพูดที่แม้แต่ตัวเขาก็รู้สึกว่ามันกลวงเปล่า “มันดีสำหรับคุณที่จะมีงานอดิเรก”
งานอดิเรก สามปีของการแต่งงาน และเขายังคงมองว่าความหลงใหลตลอดชีวิตของเธอเป็นเพียงงานอดิเรก
“คิน” เธอเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ถ้าฉันบอกว่าฉันต้องการหย่า คุณจะคัดค้านไหม”
ก่อนที่เขาจะตอบ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เขามองไปที่หน้าจอ เป็นอารยา
“ขอตัวนะ” เขาพูด พลางเดินเข้าไปในห้องทำงานของเขาและปิดประตู
พลอยได้ยินเสียงพึมพำของเขา น้ำเสียงที่อ่อนโยนและปลอบประโลมที่เขาไม่เคยใช้กับเธอ เธอไม่จำเป็นต้องได้ยินคำพูด เธอรู้ เธอหันกลับไปที่พิมพ์เขียวของเธอ ความตั้งใจของเธอแข็งแกร่งขึ้นเป็นเหล็กกล้า
ต่อมาในเย็นวันนั้น เขาออกมาจากห้องทำงาน “ผมจะพาคุณไปทานข้าวนอกบ้านในวันครบรอบของเรา” เขาประกาศ
เธอตกลง มีสิ่งสุดท้ายที่เธอต้องเห็น
เขาขับรถพาพวกเขาไปที่ร้านอาหารหรูใจกลางเมือง เขาจอดรถที่ขอบทาง “ผมไปจอดรถก่อนนะ คุณเข้าไปก่อนเลย”
เธอลงจากรถและมองเขาขับรถออกไป ไม่กี่นาทีต่อมา เขากลับมา ไม่ได้มาคนเดียว เขากำลังถือช่อดอกการ์เดเนียสีขาวขนาดใหญ่และกล่องของขวัญที่ห่ออย่างสวยงาม ชั่ววินาทีที่น่าเวียนหัว หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ เขาไม่เคยให้ดอกไม้เธอเลย ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียว
“คิน...” เธอเริ่มพูด ประกายแห่งความหวังเก่าๆ ที่โง่เขลาจุดประกายขึ้นในใจเธอ
แล้วอารยาก็ปรากฏตัวขึ้นข้างๆ เขา คล้องแขนของเขา
“พลอย! ดีใจที่ได้เจอนะ” อารยาพูด รอยยิ้มของเธอสดใสและเปี่ยมด้วยชัยชนะ “คินบอกฉันว่าเธอจะมาร่วมฉลองการเปิดตัวแกลเลอรี่ของฉันอีกครั้งที่ประสบความสำเร็จ น่ารักจังเลยนะ”
ประกายแห่งความหวังดับวูบลง กลายเป็นเถ้าถ่าน
ภาคินัยดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นสีหน้าที่แข็งทื่อของพลอย เขายิ้มให้อารยา
“นี่สำหรับคุณ” เขาพูด พลางยื่นดอกไม้และของขวัญให้เธอ “ของเล็กๆ น้อยๆ เพื่อฉลอง”
มันสำหรับอารยา แน่นอน มันสำหรับอารยา อาหารเย็น ดอกไม้ ของขวัญ เธอเป็นเพียงส่วนเกิน เป็นอุปกรณ์ประกอบฉากในเรื่องราวความรักที่สมบูรณ์แบบของพวกเขา
“โอ้ คิน คุณจำได้ด้วย” อารยาคราง ซบหน้าลงบนดอกการ์เดเนีย “มันเป็นดอกไม้โปรดของฉันเลย” เธอแกะของขวัญออกเพื่อเผยให้เห็นสร้อยคอเพชรที่เขาตื่นเต้นมาก “แล้วนี่... มันคืออันเดียวกับที่ฉันปักหมุดไว้ในบอร์ดแรงบันดาลใจของฉันเมื่อเดือนที่แล้ว คุณรู้ได้ยังไง”
“แค่เดาถูกน่ะ” ภาคินัยพูด สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่อารยา สีหน้าอ่อนโยนและเปี่ยมด้วยความรัก
พลอยรู้สึกเหมือนอากาศถูกดูดออกจากปอด เธอหายใจไม่ออก เธอเอื้อมมือไปหยิบช่อดอกไม้จากมือของอารยา บังคับให้ตัวเองยิ้ม
“ให้ฉันถือให้นะคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงกระซิบที่ตึงเครียด มือของเธอสั่น
อารยายิ้มกว้าง “ขอบคุณนะพลอย เธอเป็นภรรยาที่ดีจริงๆ”
คำพูดเหล่านั้นเป็นการเยาะเย้ย พลอยรู้ในตอนนั้นว่าภาคินัยไม่ได้แค่พาเธอมาด้วย เขาใช้เธอ เขาใช้วันครบรอบของพวกเขาเป็นข้ออ้างเพื่อฉลองกับผู้หญิงที่เขารักจริงๆ เธอไม่ใช่ภรรยาของเขา เธอคือข้ออ้างของเขา
คุณอาจจะชอบ





