ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แผนการหย่าร้าง ฉบับเต็มร้อย

แผนการหย่าร้าง ฉบับเต็มร้อย

ตลอดสามปีในชีวิตคู่ ฉันเฝ้าบันทึกความร้าวรานลงในสมุดเพื่อหักคะแนนความประพฤติของภาคินัย ทุกครั้งที่เขาเห็นอารยารักแรกสำคัญกว่าเมียตัวเอง จนถึงวันที่คะแนนติดลบเมื่ออุบัติเหตุทำให้ฉันต้องนอนจมกองเลือดพร้อมลูกในครรภ์แปดสัปดาห์ ทว่าสามีที่เป็นถึงศัลยแพทย์มือหนึ่งกลับปฏิเสธการอนุมัติเลือดกรุ๊ปหายากให้คนไข้นิรนามอย่างฉัน เพียงเพราะต้องการสำรองทรัพยากรไว้ให้คนรักเก่าที่เจ็บเพียงเล็กน้อย เขาเลือกทอดทิ้งลมหายใจของลูกเพื่อผู้หญิงคนนั้น ถึงเวลาที่ฉันจะปิดสมุดเล่มนี้และจากไปถาวร
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตลอดสามปีที่ผ่านมา ฉันบันทึกการตายอย่างช้าๆ ของชีวิตแต่งงานของฉันไว้ในสมุดบันทึกสีดำเล่มหนึ่ง

มันคือแผนการหย่า 100 คะแนนของฉัน ทุกครั้งที่ภาคินัย สามีของฉัน เลือกอารยา รักแรกของเขา แทนที่จะเป็นฉัน ฉันจะหักคะแนนออกไป

เมื่อคะแนนเหลือศูนย์ ฉันจะเดินจากไป

คะแนนสุดท้ายหายไปในคืนที่เขาทิ้งให้ฉันนอนจมกองเลือดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์

ตอนนั้นฉันท้องได้แปดสัปดาห์ เป็นลูกที่เราเฝ้าภาวนามาตลอด

ในห้องฉุกเฉิน พยาบาลโทรหาเขาอย่างร้อนรน...ศัลยแพทย์ดาวเด่นของโรงพยาบาลที่ฉันกำลังจะตายนี่เอง

“คุณหมอภาคินัยคะ เรามีผู้ป่วยหญิงนิรนาม กรุ๊ปเลือดโอเนกาทีฟ กำลังเสียเลือดมาก เธอตั้งครรภ์อยู่ และเรากำลังจะเสียทั้งคู่ไป เราต้องการให้คุณหมออนุมัติการถ่ายเลือดฉุกเฉินค่ะ”

เสียงของเขาดังผ่านลำโพง เย็นชาและไร้ความอดทน

“ผมทำไม่ได้ ตอนนี้ผมต้องให้ความสำคัญกับคุณอารยาก่อน ทำเท่าที่ทำได้ไปก่อนแล้วกัน แต่ตอนนี้ผมดึงอะไรไปให้ไม่ได้จริงๆ”

เขาวางสายไป

เขาตัดสินชะตากรรมลูกของตัวเองให้ตาย เพื่อให้แน่ใจว่าแฟนเก่าของเขามีทรัพยากรสำรองพร้อมใช้ หลังจากการผ่าตัดเล็กๆ น้อยๆ

บทที่ 1

ภาคินัย ศิริวัฒนา ไม่เคยคาดคิดว่าจะเจอกับสมุดบันทึกเล่มนั้น

เขากำลังมองหาคัฟลิงค์แพลทินัมคู่โปรด ของขวัญจากพ่อของเขา ที่อยู่ด้านในสุดของตู้เสื้อผ้าที่ใช้ร่วมกัน นิ้วของเขาสัมผัสกับสมุดบันทึกปกหนังที่ซ่อนอยู่ในกล่องรองเท้าหลังรองเท้าบูทฤดูหนาวของพลอย มันไม่ใช่ของเธอ สมุดบันทึกของพลอยมักจะมีสีสันสดใส เต็มไปด้วยภาพสเก็ตช์งานสถาปัตยกรรม แต่เล่มนี้เป็นสีดำเรียบๆ ความสงสัยซึ่งเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาไม่บ่อยนัก เข้าครอบงำ เขาเปิดมันออก

หน้าแรกมีหัวข้อเขียนด้วยลายมือที่เรียบร้อยและบรรจงของพลอย: แผนการหย่า 100 คะแนน

ภาคินัยขมวดคิ้ว เขาอ่านกฎที่เขียนไว้ด้านล่าง

คะแนนเริ่มต้น: 100

ทุกการกระทำที่พิสูจน์ว่าการแต่งงานครั้งนี้คือความผิดพลาด จะถูกหักคะแนน

เมื่อคะแนนถึงศูนย์ ฉันจะฟ้องหย่า ไม่มีข้อยกเว้น

เขาหัวเราะหึออกมาสั้นๆ อย่างไร้อารมณ์ขัน เกม มันต้องเป็นเกมโง่ๆ ที่ภรรยาของเขากำลังเล่นอยู่แน่ๆ เขาพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ แต่ละรายการมีวันที่กำกับ เป็นบันทึกอย่างพิถีพิถันเกี่ยวกับความผิดที่เขาก่อขึ้น

-1 คะแนน: เขาลืมวันครบรอบแต่งงานของเราอีกแล้ว เขาไปทานอาหารเย็นกับอารยา

-2 คะแนน: เขายกเลิกวันหยุดของเราเพราะหมาของอารยาป่วย เขาใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์อยู่ที่อพาร์ตเมนต์ของเธอ

-1 คะแนน: เขาเรียกฉันว่าอารยาโดยไม่ได้ตั้งใจ

-3 คะแนน: เขาซื้อไวน์วินเทจขวดสุดท้ายที่ฉันตามหามานาน เพียงเพื่อจะมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดของอารยา

รายการยังคงดำเนินต่อไป หน้าแล้วหน้าเล่า บันทึกเหตุการณ์ที่เจ็บปวดและละเอียดลออเกี่ยวกับการถูกละเลยของเธอ ภาคินัยรู้สึกถึงความรำคาญที่พุ่งขึ้นมา ไม่ใช่ความรู้สึกผิด เขามองว่ามันไม่ใช่บันทึกความล้มเหลวของเขา แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความหมกมุ่นของพลอยที่มีต่อมิตรภาพของเขากับอารยา วิลสัน อารยาคือรักแรกของเขา คนที่ทำให้เขาแตกสลายเมื่อเธอจากไปเมื่อหลายปีก่อน

พลอยรู้เรื่องนั้น เขาแต่งงานกับพลอยเพื่อประชดรัก เป็นตัวเลือกที่สะดวกและมั่นคงจากครอบครัวที่ดี คนที่สามารถจัดการดูแลบ้านศิริวัฒนาได้ในขณะที่เขามุ่งเน้นไปที่อาชีพ และถ้าจะให้พูดตามตรง ก็คือเพื่อเยียวยาหัวใจที่แตกสลายของเขา

เขาปิดสมุดบันทึก ความรำคาญของเขาแข็งกระด้างขึ้นเป็นความเฉยเมยเย็นชา เขาโยนมันกลับเข้าไปในกล่อง รายการที่ไร้สาระและเหมือนเด็กเล่น มันไม่มีความหมายอะไรเลย เขาหาคัฟลิงค์เจอและปิดประตูตู้เสื้อผ้า สมุดบันทึกเล่มนั้นเลือนหายไปจากความคิดของเขาแล้ว เขามีเรื่องสำคัญกว่าให้คิด เขามีสร้อยคอที่สั่งทำพิเศษสำหรับอารยาอยู่ในกระเป๋าเอกสาร แกลเลอรี่ศิลปะของเธอกำลังจะมีพิธีเปิด และเขาต้องไปที่นั่น

เขาเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น พลอยนั่งอยู่บนโซฟา กำลังสเก็ตช์ภาพบนแผ่นกระดาษขนาดใหญ่ คิ้วของเธอขมวดด้วยความตั้งใจ เธอมองขึ้นมาเมื่อเขาเข้ามา แววตาของเธอมีความหวังที่เขาเลิกสังเกตไปนานแล้ว

“กลับมาเร็วนะคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“เดี๋ยวผมต้องออกไปอีก” เขาตอบ พลางคลายเนกไท “งานเปิดแกลเลอรี่ของอารยา”

แสงในดวงตาของเธอหรี่ลง “อ้อ ค่ะ”

เขาเห็นสมุดบันทึกบนโต๊ะกาแฟ เป็นอีกเล่มหนึ่ง สมุดสเก็ตช์ภาพของเธอ เขาเหลือบมองหน้าที่เปิดอยู่ มันเป็นภาพวาดห้องเด็กอ่อน ที่มีรายละเอียดและเต็มไปด้วยแสงนุ่มนวล มีเปลเด็ก โมบายล์รูปดาวเล็กๆ และเก้าอี้โยก เขารู้สึกเจ็บแปลบในอก เป็นความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยซึ่งเขาไม่สามารถระบุได้ พวกเขาพยายามมีลูกกันมาปีกว่าแล้ว

“ของลูกค้ารึเปล่า” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

พลอยรีบปิดสมุดสเก็ตช์ “แค่ไอเดียค่ะ”

เขาไม่ได้ซักไซ้ต่อ เขาไม่สนใจ จิตใจของเขาอยู่ที่อารยา เขามองนาฬิกา เขาควรจะไปได้แล้ว เขาอยากไปถึงเป็นคนแรก เพื่อจะได้เห็นสีหน้าของเธอเมื่อเห็นสร้อยคอ

เขายืนอยู่ตรงนั้น กำแพงเงียบงันกั้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคน เมื่อโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เป็นมาร์ค เพื่อนสนิทของเขา

“คิน! เปิดข่าวเดี๋ยวนี้! เร็วเข้า!” เสียงของมาร์คตื่นตระหนก

ภาคินัยคว้าเอารีโมตแล้วเปิดโทรทัศน์ รายงานสดข่าวปรากฏขึ้นเต็มจอ ตึกหลังหนึ่งกำลังถูกไฟลุกท่วม ควันดำทะมึนพวยพุ่งสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน เสียงของผู้สื่อข่าวเต็มไปด้วยความเร่งรีบ

“เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังอยู่ในที่เกิดเหตุที่วิลสันแกลเลอรี่แห่งใหม่ใจกลางเมือง ซึ่งเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เพียงหนึ่งชั่วโมงก่อนกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ...”

เลือดในกายของภาคินัยเย็นเยียบ

อารยา

โลกทั้งใบของเขาแคบลงเหลือเพียงความคิดนั้น เขาคว้ากุญแจ เสื้อโค้ท และพุ่งไปที่ประตูโดยไม่พูดอะไรกับพลอยสักคำ เขาไม่ได้หันกลับมามอง เขาไม่เห็นสีหน้าที่พังทลายอย่างสิ้นเชิงของเธอขณะที่เธอมองเขาจากไป

พลอยตามเขาไป เธอไม่รู้ว่าทำไม ส่วนลึกที่สิ้นหวังและโง่เขลาในใจของเธอบอกว่าต้องไปเห็นด้วยตาตัวเอง เธอขับรถฝ่าการจราจรในเมือง มือของเธอกำพวงมาลัยแน่น หัวใจเต้นระรัวเป็นจังหวะที่น่าสะอิดสะเอียน

เมื่อเธอไปถึง ที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยความโกลาหล แนวกั้นของตำรวจ แสงไฟวูบวาบ เสียงคำรามของเปลวเพลิง ภาคินัยทิ้งรถของเขาและกำลังโต้เถียงกับนักดับเพลิง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างสุดขีด

“เธออยู่ในนั้น! ผมต้องเข้าไปช่วยเธอ!” ภาคินัยตะโกน พยายามจะผลักชายคนนั้นเข้าไป

“คุณครับ มันอันตรายเกินไป! โครงสร้างอาคารไม่มั่นคงแล้ว!” นักดับเพลิงตะโกนกลับ

“ผมไม่สน! เธอติดอยู่ข้างใน!”

มาร์คอยู่ที่นั่น พยายามจะรั้งเขาไว้ “คิน ใจเย็นๆ! เดี๋ยวพวกเขาก็ช่วยเธอออกมาเอง!”

“พวกเขาช้าไป!” เสียงของภาคินัยแหบพร่าด้วยความสิ้นหวังอย่างที่พลอยไม่เคยได้ยินจากเขามาก่อน ไม่ใช่เพื่อเธอ ไม่เคยเลย เขามองไปที่ตึกที่กำลังลุกไหม้ราวกับว่ามันบรรจุโลกทั้งใบของเขาไว้ ในวินาทีนั้น พลอยรู้ว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ

เขาผลักมาร์คออกไปและวิ่งไปที่ทางเข้า

“มือของผม!” เขาตะคอกใส่นักดับเพลิงที่คว้าแขนเขาไว้ “คุณรู้ไหมว่าผมเป็นใคร? ผมคือภาคินัย ศิริวัฒนา! มือคู่นี้มีประกันเป็นล้าน! มันสร้างปาฏิหาริย์! แต่ผมยอมแลกมัน ยอมแลกอาชีพทั้งชีวิตของผม แค่เพื่อให้รู้ว่าเธอปลอดภัย! ปล่อยผม!”

มันคือคำประกาศ คือคำสารภาพ คือความจริงที่โหดร้ายจนรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างจัง

แล้วมาร์คก็เห็นพลอย ยืนอยู่ในเงามืด ใบหน้าของเธอซีดเผือด เขาดูตกใจสุดขีด

“พลอย... ผม...”

เธอได้ยินเสียงษา ภรรยาของมาร์ค กระซิบกับเขา “พระเจ้าช่วย... คินมันหลงอารยามาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว ฉันนึกว่าแต่งงานกับพลอยแล้วจะดีขึ้น แต่นี่มันกลับแย่ลงไปอีก”

คำพูดของษายืนยันทุกสิ่ง มันไม่ใช่แค่การถูกละเลย แต่มันคือเรื่องราวความรักที่เธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เธอเป็นเพียงอุปสรรค เป็นของนอกสายตา

ตลอดสามปี เธอพยายามแล้ว เธอรักเขาด้วยทั้งหมดที่เธอมี หวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะมองเห็นเธอ เธอตกแต่งบ้านของพวกเขา จัดการภาระทางสังคมของเขา ปลอบโยนเขาหลังจากการผ่าตัดที่ยาวนาน และอดทนต่อการจับตามองอย่างเย็นชาของครอบครัวเขา เธอเชื่อว่าความรักของเธอจะสามารถเยียวยาบาดแผลเก่าของเขาได้ในที่สุด และมันจะเพียงพอ

มันเป็นคำโกหกที่เธอบอกตัวเอง ความจริงอยู่ตรงนั้นมาตลอด ในทุกวันครบรอบที่ถูกลืม ทุกแผนการที่ถูกยกเลิก ทุกครั้งที่เขามองทะลุผ่านเธอไปราวกับว่าเธอเป็นอากาศธาตุ

แผน 100 คะแนนไม่ใช่เกม มันคือเส้นชีวิต คือหนทางที่จะวัดปริมาณความรักที่ค่อยๆ ตายลงอย่างช้าๆ คือหนทางที่จะให้เส้นชัยกับตัวเอง เป็นทางหนีออกจากชีวิตแต่งงานที่กำลังกัดกินเธอจนกลวงโบ๋ และในคืนนี้ การได้เห็นเขาพร้อมที่จะมอดไหม้เพื่อผู้หญิงอีกคน เธอรู้สึกว่าคะแนนก้อนใหญ่มหาศาลได้พังทลายลงไป

เสียงเชียร์ดังขึ้นจากฝูงชน ภาคินัยปรากฏตัวออกมาจากกลุ่มควัน อุ้มอารยาไว้ในอ้อมแขน เธอรู้สึกตัว ไอ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เขาอุ้มเธอราวกับว่าเธอเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในโลก ใบหน้าของเขาซบอยู่ที่ผมของเธอ เขากระซิบสิ่งที่เธอเท่านั้นที่ได้ยิน

เขาไม่เคยมองหาพลอยเลยแม้แต่ครั้งเดียว

หลังจากแน่ใจว่าอารยาปลอดภัยกับหน่วยกู้ภัยแล้ว ร่างกายของภาคินัยก็หมดแรงในที่สุด อะดรีนาลีนจางหายไป และเขาก็ทรุดลงกับพื้น หมดสติจากการสำลักควัน

ในห้องรอสีขาวปลอดเชื้อของโรงพยาบาล กลิ่นยาฆ่าเชื้อฉุนกึกในจมูก ความคิดของพลอยล่องลอยกลับไป เธอนึกถึงงานกาลาการกุศลที่เธอพบเขาครั้งแรก เขาเป็นผู้ชายที่ฉลาดและมีเสน่ห์ที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา เป็นศัลยแพทย์ระบบประสาทดาวรุ่งจากตระกูลศิริวัฒนาที่ทรงอิทธิพล ส่วนเธอ สถาปนิกสาวอนาคตไกล เป็นฝ่ายรุก เธอเป็นคนไล่ตามเขา

เขากำลังโศกเศร้ากับการแต่งงานของอารยากับชายอื่น เธอรู้เรื่องนั้น แต่เมื่อเขาขอเธอแต่งงานในอีกหกเดือนต่อมา เธอคิดว่าเธอชนะแล้ว เธอคิดว่าความทุ่มเทของเธอได้ทลายกำแพงของเขาลงในที่สุด

ภาพลวงตานั้นแตกสลายลงเมื่อแต่งงานได้หนึ่งปี ในงานปาร์ตี้งานหนึ่ง เธอได้ยินเพื่อนคนหนึ่งของภาคินัยที่เมาและปากพล่อย พูดความจริงกับใครบางคน “คินมันแต่งกับยัยนั่นก็เพราะอารยาแต่งงานไปแล้ว มันต้องการอะไรมาเบี่ยงเบนความสนใจ ต้องการเมียมาเอาใจครอบครัว น่าสงสารผู้หญิงคนนั้นนะ คิดว่าเขารักเธอจริงๆ”

นั่นคือวันที่อารยากลายเป็นหนามยอกอกของเธอ เป็นสิ่งที่คอยทิ่มแทงและเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลาในชีวิตแต่งงานของเธอ เป็นวันที่เธอออกไปซื้อสมุดบันทึกสีดำเรียบๆ เล่มนั้น มันเป็นการกระทำสุดท้ายเพื่อรักษาตัวเอง เป็นหนทางที่จะวัดความเจ็บปวดจนกว่ามันจะมากเกินจะทนไหว

การกลับมาที่กรุงเทพฯ ของอารยาหลังจากการหย่าร้างของเธอเมื่อปีที่แล้วได้เร่งทุกอย่างให้เร็วขึ้น คะแนนในรายการของเธอหายไปอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ หัวใจของเธอที่เคยเต็มไปด้วยความหวัง กลับกลายเป็นเย็นชาและหนักอึ้ง

หมอคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอ ดึงเธอออกจากภวังค์ “คุณพลอยครับ สามีของคุณอาการคงที่แล้ว เขาสำลักควันเข้าไปเยอะ แต่เขาจะไม่เป็นอะไรครับ ส่วนคุณอารยาก็ปลอดภัยดี มีแค่รอยขีดข่วนเล็กน้อย”

มาร์คกับษาเดินเข้ามา ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความสงสาร “พลอย เดี๋ยวเขาก็ได้สติเองแหละ” ษาพูด พลางวางมือบนแขนของเธอ “ครอบครัวศิริวัฒนาจะจัดการให้เขาปฏิบัติต่อเธออย่างดีเอง”

พลอยแค่มองพวกเขา รสขมปร่าอยู่ในปาก เธอลุกขึ้นยืนและเดินออกจากห้องรอ ทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลัง

กลับมาถึงบ้านที่เงียบสงัดและว่างเปล่า เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าและหยิบสมุดบันทึกสีดำออกมา เธอเปิดไปที่รายการล่าสุด

-5 คะแนน: เขาวิ่งเข้าไปในตึกที่กำลังลุกไหม้เพื่อเธอ

-10 คะแนน: เขาบอกว่าเขายอมทิ้งอาชีพการงานเพื่อเธอ

เธอเปิดฝาปากกา มือของเธอนิ่ง

-10 คะแนน: เขาหมดสติหลังจากช่วยเธอ และความคิดแรกและสุดท้ายของเขาก็คือเธอ ไม่ใช่ฉัน

เธอคำนวณคะแนน เหลืออีกไม่กี่คะแนนแล้ว น้อยมาก จุดจบใกล้เข้ามาแล้ว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พ่อเพื่อนหนูขอจอง
8.2
ภาพติดตาที่ขวัญข้าวเห็นพ่อเพื่อนร่วมรักกันอย่างเร่าร้อนทำให้เธอเก็บเอาไปจินตนาการจนร่างกายรุ่มร้อนเกินทนไหว เธอจึงเผลอไผลปลดปล่อยอารมณ์ดิบด้วยตัวเองอย่างลืมตัว แต่ความผิดพลาดครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นเมื่อเขาดันมาพบเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ที่ร้ายแรงไปกว่านั้นคือเขายังได้ยินเสียงครางกระเส่าที่เธอจงใจเอ่ยเรียกชื่อของเขาออกมาอย่างชัดเจน ความสัมพันธ์ต้องห้ามและความเย้ายวนที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย กลายเป็นตัวตลกที่น่าสงสาร
7.9
ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่พลั้งเผลอได้กลายเป็นตราบาป เมื่อโชคชะตาบีบให้เธอต้องเผชิญหน้ากับชายคนเดิมในสถานะพี่เขย ยิ่งเธอพยายามหนีจากความสัมพันธ์ต้องห้ามนี้ เขากลับยิ่งใช้เล่ห์กักขังเธอไว้ข้างกาย หญิงสาวเคยหลงคิดว่าความอ่อนโยนที่ได้รับคือความโชคดี แต่ความจริงอันโหดร้ายกลับตอกย้ำว่านั่นเป็นเพียงการหลอกลวง เมื่อรู้ตัวว่าถูกปั่นหัวให้เป็นตัวตลกในสายตาเขา ความรักจึงแปรเปลี่ยนเป็นความชิงชังลึกซึ้ง พร้อมคำวิงวอนสุดท้ายจากก้นบึ้งหัวใจว่าทุกภพชาติที่เหลืออย่าได้พานพบกันอีก
หน้าปกนวนิยาย จะอ่อยให้คุณรักหัวปักหัวปำ
8.7
เมื่อมีนาตกหลุมรักเจตต์ ชายหนุ่มเพอร์เฟกต์ที่เป็นดั่งเกราะคุ้มกันเธอ แผนการพิชิตใจจึงเริ่มขึ้นด้วยการขอแต่งงานดื้อๆ แม้จะถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงเด็กแก่แดดไร้ประสบการณ์ในสายตาเขา ทว่าเธอกลับไม่ยอมแพ้และประกาศกร้าวว่าจะใช้เสน่ห์ทุกทางเพื่อยั่วยวนให้เขาสยบแทบเท้า จากความประมาทที่มองว่าเธอเป็นเพียงหมากระเป๋า เจตต์อาจต้องรับมือกับปฏิบัติการอ่อยสุดกำลังที่จะทำให้เขาต้องหลงรักเธอจนโงหัวไม่ขึ้น เตรียมพบกับเกมรักที่เธอเดิมพันด้วยหัวใจเพื่อให้ได้เขามาครอบครอง
หน้าปกนวนิยาย ดั่งทรายต้องลม
9.1
เมื่อปรินทร์ตัดสินใจพาทิวาทิพย์เข้ามาในบ้านในฐานะภรรยาอีกคน หัวใจของพราวฟ้าก็แตกสลายจนเกินจะรับไหว ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศทำให้เธอเลือกที่จะจบชีวิตคู่ที่ไร้ค่านี้ แม้เขาจะมองว่าการมีเมียน้อยไม่ใช่เรื่องใหญ่และพยายามบีบบังคับให้เธอทนอยู่ แต่พราวฟ้ากลับยืนหยัดปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง เธอตัดสินใจหันหลังให้ผู้ชายที่หมดรักและไม่เคยถนอมน้ำใจ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ไปพร้อมกับลูกในครรภ์ที่เขายังไม่เคยรับรู้ ทราบ ทิ้งอดีตอันแสนร้าวรานไว้เบื้องหลังเพียงลำพัง
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวลวงสวาท
7.9
หญิงสาวผู้ถูกครอบครัวทอดทิ้งและไร้ซึ่งความรัก กำลังเผชิญกับวิบากกรรมครั้งใหญ่เมื่อถูกบังคับให้วิวาห์กับชายชราเพื่อผลประโยชน์ ทว่าโชคชะตาที่พลิกผันกลับนำพาให้เธอได้ครองคู่กับมหาเศรษฐีหนุ่มรูปงามผู้เพียบพร้อมและพร้อมมอบความรักให้อย่างหมดหัวใจ ท่ามกลางความสุขที่ได้รับ ความลับอันดำมืดในอดีตที่เคยถูกกลบฝังไว้ค่อยๆ ถูกเปิดเผยออกมา นำไปสู่การค้นพบความจริงที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังชีวิตของเธออย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน