ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เขียนนิยายให้กลายเป็นรัก

เขียนนิยายให้กลายเป็นรัก

กัลป์ นักเขียนหนุ่มไทยผู้ฝันไกลในญี่ปุ่นต้องเผชิญวิกฤตเมื่อนิยายถูกตัดจบ จนต้องฝืนใจเขียนแนวบอยเลิฟเพื่อความอยู่รอด เขาจึงพึ่งพาพลังจากสมุดบันทึกลึกลับที่ได้รับจากศาลเจ้าหวังให้งานสำเร็จ ทว่าปาฏิหาริย์กลับส่ง เซย์จิ นายเอกในจินตนาการออกมาสู่โลกจริงในจังหวะที่ไม่คาดคิด ที่ร้ายกว่านั้นคือเซย์จิไม่ได้เป็นฝ่ายรับอย่างที่เขาเขียนไว้แต่กลับเป็นฝ่ายรุกจอมเผด็จการ การร่วมมือกันเขียนนิยายรักฉบับพิเศษจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมความรู้สึกที่ค่อยๆ ถักทอเหนือจินตนาการ
ตอน
แชร์

ตอน 2

เรื่องนั้นทำไมกัลป์จะไม่รู้ เขารู้ดีเลยล่ะ นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้นิยายเรื่องแรกของเขาได้รับความนิยมเพราะเขาเขียนเป็นแนวฮาเร็มหญิง ซึ่งมันไม่ใช่ตัวเขาเลย มันไม่มีความแตกต่าง และเขาก็อยากสร้างความแตกต่าง จึงเป็นเหตุผลที่เขาเขียนนิยายที่ได้ตีพิมพ์เดี่ยวแหวกตลาดออกไป ซึ่งเขาก็มั่นใจมากๆ ด้วยว่าถึงจะมีแต่ตัวละครชายเป็นตัวละครหลัก แต่พล็อตกับเนื้อเรื่องสนุกไม่แพ้ใครแน่

“คุณรู้ได้ยังไงว่าคนอ่านไม่โอเค” กัลป์เถียงขึ้นมาด้วยคิดว่าเนื้อหาเล่ม 1 ถึง 3 มันยังไม่ถึงไคลแม็กซ์ ซึ่งยังไม่น่าจะตัดสินได้ว่านิยายของเขาไม่โอเค

ฟุรุคาวะก็เลยก้มลงไปหยิบปึกกระดาษปึกหนึ่งในลิ้นชักขึ้นมาวางบนโต๊ะ กัลป์มองปราดเดียวก็รู้เลยว่ามันเป็นแบบสอบถามจากนักอ่านที่ถูกสอดไว้ในหนังสือเพื่อให้นักอ่านส่งฟีดแบ็กกลับมา

“ตอบกลับมาเยอะขนาดนี้ แต่ถูกติทั้งนั้น อาจารย์ว่าคนอ่านโอเคมั้ยล่ะครับ ให้ผมลองอ่านให้ฟังนะ... ดำเนินเรื่องช้า ตัวเอกน่ารำคาญ ตัดสินใจไม่ได้สักที” อ่านแผ่นแรกจบก็ดึงแผ่นที่สองออกมาอ่าน “เขียนไม่สนุกเหมือนตอนที่เขียนเรื่องเก่าลงในนิตยสาร เสียดายเงินที่ซื้อมาก ที่สำนักพิมพ์มีนโยบายคืนเงินมั้ย”

กัลป์ฟังแล้วก็ใจแป้ว ไม่อยากจะยอมรับเท่าไหร่แต่ในเมื่อมีหลักฐานมายืนยันตรงหน้าก็เลี่ยงไม่ได้จนต้องยกมือเป็นเชิงบอกให้ฟุรุคาวะที่ทำท่าจะอ่านแบบสอบถามแผ่นต่อไปให้หยุดทันที

“อย่างที่บอกแหละครับว่านิยายแนวไลท์โนเวลเนี่ย จะเป็นแนวแฟนตาซีหรือจะแนวโรงเรียน ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเราคือผู้ชาย ดังนั้นเราจะให้ตัวละครมีแต่ผู้ชายแล้วต่อยคีกันทั้งเรื่องไม่ได้ มันขายไม่ออก นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมนิยายบางเรื่องถึงต้องเขียนเป็นแนวฮาเร็ม มีตัวละครหญิงเยอะๆ มันตอบสนองความต้องการของคนอ่านน่ะครับ ผมว่าผมบอกอาจารย์ไปแล้วนะเรื่องนี้ บอกตั้งแต่ตอนที่เราคุยเรื่องพล็อตกันใหม่ๆ แล้ว ส่วนเรื่องพล็อตของอาจารย์ พูดตรงๆ เลย ผมว่าพล็อตดี เนื้อหาน่าอ่าน แต่มันยังไม่พอ สิ่งที่เราต้องการก็คือนิยายที่ขายได้ นิยายสนุกมันไม่เท่าไหร่ ขายได้คือนโยบายของทางเรา”

“เข้าใจแล้วครับ พอเถอะ” ในที่สุด กัลป์ก็ต้องปริปากพูด เขาไม่อยากจะฟังความจริงอันโหดร้ายเท่าไหร่นักว่าเหล่าสำนักพิมพ์เองก็ต้องการความอยู่รอด สำนักพิมพ์ไม่สนใจหรอกว่านิยายที่เขาเขียนจะสนุกหรือไม่ สนแค่ว่าขายได้หรือไม่ได้เท่านั้น

และนั่นคือสัจธรรมที่นักเขียนอย่างเขาต้องยอมรับว่ามันไม่ได้สวยหรูอย่างที่ฝันไว้ก่อนได้เป็นนักเขียนเต็มตัว

ฟุรุคาวะเห็นท่าทางเหนื่อยล้าของหนุ่มรุ่นน้องแล้วก็ลอบถอนหายใจ เขารู้ว่ากัลป์เป็นนักเขียนหน้าใหม่ไฟแรงที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจสูง ขนาดเขาเองยังหวังเลยว่านิยายของกัลป์จะสร้างชื่อเสียงให้กับชายหนุ่มและสำนักพิมพ์ได้ เพราะเขาเองก็จะได้หน้าในฐานะผู้ดูแลต้นฉบับด้วย น่าเสียดายนักที่นิยายของกัลป์อุตส่าห์ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากการลงนิตยสารรายสัปดาห์มาแล้วแท้ๆ แต่พอตัดสินใจให้ออกเป็นเล่มดันล้มเหลวเสียอย่างนั้น ถึงจะไม่อยากดับฝันชายหนุ่มชาวไทยคนนี้สักเท่าไหร่ แต่เขาเองก็จำเป็นต้องทำเพราะทางผู้ใหญ่สั่งมา ไม่อย่างนั้นเขานี่แหละที่จะเดือดร้อนโทษฐานทำสำนักพิมพ์ขาดทุน

“อาจารย์มีอะไรอยากคุยอีกมั้ยครับ” พอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ ฟุรุคาวะก็เลยถามอย่างนั้น

กัลป์เงยหน้าขึ้นสบดวงตาเรียวเล็กใต้เลนส์แว่นครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับริมฝีปากเล็กน้อย

“นิยายผมถูกตัดจบที่เล่ม 3 หมายความว่าหลังจากนี้ ผมจะไม่ได้ออกนิยายอีกแล้วใช่มั้ยครับ”

ฟุรุคาวะลำบากใจที่จะตอบ แต่ก็จำต้องพยักหน้ารับ

คำตอบของคนตรงหน้าทำให้คนมองใจฝ่อหนักกว่าเดิม มือทั้งสองข้างเผลอกำแน่น ความผิดหวังประดังประเดเข้ามาพร้อมกับคำถามว่าที่เขาพยายามมาทั้งหมดจนกว่าจะถึงจุดนี้มันเพื่ออะไร ทั้งที่เขาก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าการเป็นนักเขียนมืออาชีพในเมืองที่มีการแข่งขันสูงอย่างญี่ปุ่นมันยาก แต่เขาบอกได้เลยว่าการเป็นนักเขียนมืออาชีพให้ได้ตลอดรอดฝั่งนี่มันยากกว่า

แต่คนอย่างเขาไม่ใช่พวกที่จะมาตายกลางทางอย่างนี้แน่ เขาไม่มีทางที่จะทิ้งฝันในการเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง วิชาความรู้ด้านภาษาญี่ปุ่นที่กัดฟันทนร่ำเรียนมาหลายปี เขาก็จะไม่ยอมทิ้งไปเหมือนกัน และนั่นทำให้เขาสบตาฟุรุคาวะอีกครั้ง

“ถ้าออกเล่ม 3 แล้ว แต่ผมอยากจะมีผลงานออกต่อ ผมต้องทำยังไง”

ฟุรุคาวะลำบากใจกว่าเดิม ส่วนใหญ่นักเขียนที่ไม่ประสบความสำเร็จกับยอดขายที่ทางสำนักพิมพ์คาดหวัง หลังจากถูกพักงานแล้วก็มักจะโดนพักยาว โอกาสที่จะเอาของนักเขียนคนนั้นกลับมาพิมพ์อีกค่อนข้างเป็นเรื่องยากเพราะสำนักพิมพ์ไม่อยากเสี่ยงด้วยเท่าไหร่

หากแต่เห็นดวงตากลมเป็นประกายอย่างมีความหวังของกัลป์แล้ว เขาก็ครุ่นคิดไม่ตกว่าจะช่วยนักเขียนคนนี้ได้อย่างไร พลันก็นึกขึ้นมาได้ว่าเขาเพิ่งจะได้รับไหว้วานมาให้ช่วยหานักเขียนอยู่พอดี... ไม่ใช่ได้รับไหว้วานให้หานักเขียนธรรมดาเสียด้วย แต่เป็นนักเขียนที่สามารถทำได้ทั้งงานเขียนและการเป็นไอดอล

ที่ทางสำนักพิมพ์มีนโยบายปั้นนักเขียนประเภทนี้ก็เพื่อกระตุ้นยอดขายนี่แหละ

เท่านั้นก็ปรายตาสำรวจใบหน้าและรูปร่างของกัลป์ไปด้วย

ใบหน้าหวานเหมือนผู้หญิง ผมยาวระต้นคอยิ่งทำให้ดูเหมือนผู้หญิงเข้าไปใหญ่ แต่ร่างกายไม่ใช่ ทุกส่วนดูสมเป็นผู้ชาย มีกล้ามเนื้อแน่นดี กะจะสายตาคร่าวๆ คงสูงราว 175 เซนติเมตร ชอบแต่งตัวสไตล์หนุ่มร็อค ออกแนวแบดบอยนิดๆ มีรอยสักที่ต้นแขนด้วย... ช่วงนี้พวกสาวฟุโจชิ1ก็ชอบผู้ชายแบดๆ แต่หน้าสวยอยู่เหมือนกัน อืม น่าจะขายได้ไม่ยาก

“ว่าไงครับ มีทางมั้ย” พอถูกมองนานเข้าแต่ไม่มีเสียงพูดคุยใดๆ สักที กัลป์ก็ถามขึ้นมาอีก

ฟุรุคาวะขยับท่าทางให้เข้าที่ก่อนจะพูดขึ้น

“สำหรับแนวไลท์โนเวล อาจารย์คงต้องพักยาวนะครับ แต่สำหรับแนวอื่น ก็พอมีทางอยู่ถ้าอาจารย์อยากจะมีผลงานออก แต่มีเงื่อนไขอยู่ข้อนึงคือ อาจารย์ต้องเป็นนักเขียนไอดอลนะ”

กัลป์ย่นคิ้วไปเล็กน้อย ใจจริงเขาไม่อยากจะเป็นนักหรอกนักเขียนไอดอลที่งานเขียนดังขึ้นมาเพราะหน้าตาเป็นหลักเนี่ย แต่พอฟุรุคาวะพูดขึ้นมาอีก เขาก็ตัดสินใจราวกับไม่มีทางเลือก

“ถ้าอาจารย์ไม่เอา ผมก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ”

“แล้วงานเขียนที่ว่านี่แนวอะไรเหรอครับ”

พูดมาอย่างนี้ คนฟังก็รู้เลยว่ากัลป์ตอบรับแล้ว เขาก็เลยแสยะยิ้มก่อนจะปริปาก

“แนวบอยเลิฟ อาจารย์รู้จักมั้ยครับ”

กัลป์ย่นคิ้วหนักกว่าเดิม ไม่ใช่ไม่รู้จัก รู้จักดีเลยล่ะเพราะเคยเห็นเพื่อนผู้หญิงในคณะกรี๊ดกร๊าดกันบ่อยๆ สมัยเขายังเรียนมหา’ลัยอยู่

แต่เดี๋ยวนะ... นั่นมันนิยายชายรักชายไม่ใช่เหรอ จะให้เขาย้ายแนวจากไลท์โนเวลไปเขียนบอยเลิฟอย่างนั้นน่ะนะ! หนำซ้ำยังจะให้เขาเป็นนักเขียนไอดอลอีก ตลกเกินไปแล้ว มีหวังได้ถูกตราหน้าว่าเป็นเกย์แน่!

“เอ่อ... คือผมว่ามันไม่เหมาะกับผมมั้งครับ” กัลป์ตอบพลางทำหน้ากระอักกระอ่วนไปด้วย

ฟุรุคาวะกะอยู่แล้วว่าจะต้องได้คำตอบแบบนี้ เขาก็รู้อยู่ว่ากัลป์น่ะ ถึงจะหน้าหวานราวกับผู้หญิงสักแค่ไหน แต่ยังไงก็เป็นผู้ชายเต็มร้อย ดูจากงานเขียนแนวแฟนตาซีที่สู้กันเลือดสาดก็รู้แล้ว

“ถ้าอาจารย์ไม่สนใจ ผมก็คงช่วยอะไรไม่ได้นะครับ อย่างที่บอกว่านักเขียนที่โดนพักงานไปเนี่ย ทางสำนักพิมพ์มักจะไม่กล้าเอางานใหม่ๆ มาเสี่ยงสักเท่าไหร่ นอกจากจะเปลี่ยนนามปากกาแล้วย้ายไปเขียนแนวอื่นแทน”

“อันนั้นผมเข้าใจ แต่แนวบอยเลิฟนี่มันก็...” กัลป์ทำท่าลำบากใจ

หากแต่ฟุรุคาวะฟังไม่ทันจบก็ดึงลิ้นชัก คว้านามบัตรของใครบางคนออกมาวางบนโต๊ะแล้วเลื่อนไปตรงหน้าอีกฝ่าย

“ผมรู้ว่าอาจารย์ลำบากใจนะครับ แต่จะทำหรือไม่ทำก็อยู่ที่การตัดสินใจของอาจารย์เอง เลือกเอาแล้วกันครับ ถ้าทำก็มีงานออก ออกง่ายกว่านักเขียนโนเนมคนอื่นๆ ด้วยเพราะอาจารย์มีเส้นสายอยู่แล้วซึ่งก็คือผม ผมจะช่วยดันอาจารย์เอง แต่ถ้าอาจารย์ไม่ทำ ก็ไม่มีงานออก และต้องรอจนกว่าสำนักพิมพ์จะยอมเอางานใหม่ของอาจารย์ไปพิมพ์อีกครั้ง ซึ่งก็แน่ล่ะว่าไม่มีอะไรรับประกันว่าจะได้พิมพ์มั้ย อาจจะถูกดอง” ว่าพลางเหลือบไปมองยังลังกระดาษที่บรรจุต้นฉบับกองพะเนินข้างๆ โต๊ะประกอบไปด้วย

กัลป์มองแล้วก็หวั่นใจ เขาเองก็ไม่อยากให้ต้นฉบับของตัวเองเป็นหนึ่งในกองดองนั่นหรอก ก่อนจะหันกลับมามองคนตรงหน้าอีกครั้งเมื่อถูกเรียกความสนใจ

“ตัดสินใจแล้วกันครับ ถ้าสนใจก็โทรไปที่นี่ ผมจะส่งต่ออาจารย์ให้ บ.ก.คุรุกิเอง”

กัลป์จำใจรับนามบัตรนั้นไป ถอนหายใจส่งท้ายก่อนจะลุกขึ้น

“ขอบคุณมากครับ ผมขอตัดสินใจก่อนแล้วกัน”

“ตามสบายครับ มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หมื่นฝันพันคะนึง
9.1
ท่ามกลางกาลเวลาที่ผันผ่านนับหมื่นราตรี ซุนหลวนคุนยังคงเฝ้าคะนึงหาเพียงสตรีผู้เป็นที่รัก จนกระทั่งเขาได้พบกับนางอีกครั้งในสภาพที่ไร้ซึ่งความทรงจำ หญิงสาวจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตนเองหรืออดีตที่เคยมีร่วมกัน ท่ามกลางความสับสนและสิ่งแปลกใหม่รอบกาย แม่ทัพหนุ่มจึงยัดเยียดฐานะภรรยาให้นางพร้อมตั้งชื่อใหม่ว่าหรูซื่อ เพื่อผูกมัดนางไว้ข้างกายในฐานะฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวของเขาตลอดไป แม้ความจำจะสูญสิ้นแต่พันธะหัวใจระหว่างเขากับนางกลับเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย เพลิงหัวใจไฟเสน่หา
8.1
สีหราชระเบิดอารมณ์คลุ้มคลั่งใส่บุษย์น้ำเพชรอย่างรุนแรงจนเธอเปรียบเขาเป็นดั่งคนบ้าที่ไร้สติ แม้หญิงสาวจะพยายามประชดประชันเพื่อปกปิดความกลัว แต่ทว่าโทสะของชายหนุ่มกลับทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่อาจต้านทานได้ เขาประกาศกร้าวแสดงความเป็นเจ้าของเหนือตัวเธอเพียงผู้เดียวพร้อมพันธนาการร่างบางไว้ด้วยกำลังมหาศาล ท่ามกลางเสื้อผ้าที่ถูกฉีกขาดและคราบน้ำตาแห่งความหวาดหวั่นที่รินไหล บุษย์น้ำเพชรจำต้องเผชิญกับเพลิงเสน่หาอันดุดันที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ไปกับความโกรธแค้นของเขา
หน้าปกนวนิยาย คำสาปรักท่านชายแวมไพร์
9.7
ชีวิตของ ลินิน ต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเพียงเพราะการเก็บดอกกุหลาบที่ตกอยู่ขึ้นมา โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของพันธนาการรักจาก เจย์เดน แวมไพร์หนุ่มผู้ลึกลับที่ใช้ชีวิตผ่านกาลเวลามานานหลายร้อยปี เขาตามทวงคืนของสำคัญพร้อมประกาศสิทธิ์เหนือตัวเธอในฐานะว่าที่ชายาอย่างเผด็จการ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมนตราและคำสาปรักที่ยากจะถอนตัว เธอต้องเผชิญกับความลุ่มหลงและความหวงแหนที่แสนอันตรายจากปีศาจผู้ไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปจนกว่าจะได้ครอบครองทั้งตัวและหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตรักข้ามกาลเวลา
9.1
เขามองดูหญิงสาวที่เมามายไม่ได้สติขณะอุ้มเธอไปที่เตียง กลิ่นกายและสัมผัสใกล้ชิดทำให้เขาอดใจไม่ไหวจนต้องแอบมอบจูบที่มุมปากและหอมแก้มอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้เธอตื่น ชายหนุ่มลูบไล้ผิวเนียนละเอียดผ่านเนื้อผ้าบางเบาด้วยความหลงใหล เมื่อวางร่างบางลงบนที่นอน เขาก็กระซิบข้างหูว่าแม้กิริยาเช่นนี้จะไม่เหมาะสมแต่เขากลับพึงใจที่เป็นเธอ ก่อนจะประทับจูบลงบนริมฝีปากอวบอิ่มนั้นอย่างแนบแน่นด้วยความเสน่หาที่ท่วมท้นในใจ
หน้าปกนวนิยาย เทพสวรรค์บัญชา
8.6
เมื่อความรักมาถึงจุดเปลี่ยนที่บีบคั้นหัวใจ หญิงสาวผู้ติดอยู่ในวังวนแห่งความผูกพันต้องเผชิญกับคำถามที่ยากจะตอบ เมื่อต้องเลือกระหว่างบุรุษสองผู้ทรงอำนาจ นางกลับไม่อาจตัดใจทิ้งใครคนใดคนหนึ่งไปได้ เพราะทั้งคู่ต่างสถิตอยู่ในใจนางอย่างเท่าเทียมกัน ในเมื่อความรักครั้งนี้ไม่มีที่ว่างให้ความสูญเสีย ข้อเสนอสุดท้ายที่เหนือความคาดหมายจึงเกิดขึ้น หากเลือกไม่ได้ก็จงครองรักร่วมกันทั้งสามคน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์บทใหม่ที่โลกต้องจารึก
หน้าปกนวนิยาย แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอ?เกิดชาติใหม่สามีผู้เกลียดชังอยากตามง้อ
8.0
ชาติก่อน เหมยหว่านอิ๋งต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการแต่งงานที่ไร้รักกับเผยเยี่ยน สามีที่ชิงชังนางจนหนีไปชายแดน ซ้ำร้ายเมื่อนางอุ้มท้องตามไปกลับพบว่าเขามีหญิงอื่นในใจ จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่นางต้องปลิดชีพตนเองเพื่อรักษาเกียรติ ยามเมื่อได้รับโอกาสกลับชาติมาเกิดใหม่ในชาตินี้ นางจึงตั้งมั่นที่จะตัดขาดและหลบหนีจากเขาไปให้ไกลที่สุดเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เจียงหนาน ทว่าเมื่อข่าวลือเรื่องการวิวาห์ครั้งใหม่ของนางแพร่ออกไป อดีตสามีผู้เคยเย็นชาอย่างเผยเยี่ยนกลับบุกเข้ามาพังพิธีในห้องหอด้วยความโกรธแค้นและหึงหวงอย่างบ้าคลั่ง พร้อมประกาศกร้าวทวงคืนสิทธิ์ความเป็นสามีที่นางไม่มีวันหลีกหนีได้พ้น