
โอนรักใส่บัญชีใจ
ตอน 2
ตอนที่ 1
ลาภก้อนโต
ร่างสมส่วนในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนรองเท้าผ้าใบสีขาวอมเหลืองเก่าๆ ก้าวเท้าลงจากรถโดยสารประจำทาง แล้วเดินย้อนกลับไปที่หน้ารถเพื่อจ่ายค่าโดยสารให้คนขับ จากนั้นก็พาร่างอันเหนื่อยอ่อนจากการเดินตะเวนสมัครงานจนเกือบจะทุกซอกซอยของนิคมอุตสาหกรรม เข้าไปในซอยที่เต็มไปด้วยตึกและห้องแถว สำหรับคนทำงานไว้เช่าพักอาศัย และเธอก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ที่มาหางานทำและเช่าห้องเดือนละหนึ่งพันสองร้อยบาทอยู่ตามลำพัง
“ทำมันงานมันหายากหาเย็นอย่างนี้ว้า...” กัญชรสหรือรสบ่นพึมพำ ขณะยกซองเอกสารขึ้นโบกสะพัดบรรเทาอากาศที่ร้อนอบอ้าว จนไม่น่าจะย่างกายออกไปไหน นอกจากอาบน้ำปะแป้งเย็นๆ แล้วนอนผึ่งพัดลมอยู่ในห้อง
หญิงสาวหยุดเท้าที่กำลังก้าวขึ้นบันไดเตี้ยๆ สองสามขั้นหน้าร้านสะดวกซื้อ หางตาเหลือบไปมองที่ตู้เอทีเอ็ม ก่อนจะกลับมาก้มมองกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลกลางเก่ากลางใหม่ ที่ด้านในมีเพียงเอกสารสำหรับใช้สมัครงานกระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์มือถือของตัวเองอย่างชั่งใจ
“ลองเช็กยอดดูหน่อยดีกว่า เผื่อจะมีใครหลงโอนเงินเข้ามา สักร้อยสองร้อยก็ยังดี”
ด้วยความที่ตอนนี้เงินติดตัวเหลือไม่ถึงพันบาท และคาดว่าจะต้องตะเวนหางานอีกนาน และไม่รู้เมื่อไหร่มันจะได้ ทำให้กัญชรสตัดสินใจเบนเข็มไปที่ตู้เอทีเอ็ม แทนการเข้าร้านสะดวกซื้อ ร่างสมส่วนไปหยุดนิ่งอยู่หน้าตู้เอทีเอ็ม ก่อนจะเอี้ยวตัวกลับมามองข้างหลังว่ามีใครต่อคิวหรือเปล่า พอเห็นว่าไม่มีใครเลยสักคน หญิงสาวจึงดึงบัตรเอทีเอ็มในกระเป๋าเงินที่มีอยู่สองใบ ขึ้นมาเช็กยอดที่ละใบ โดยเริ่มจากใบล่าสุด ที่เพิ่งไปเปิดมาเมื่อสองเดือนก่อน ผลปรากฏว่ายอดเงินคงเหลือเก้าสิบเก้าบาทเจ็ดสิบห้าสตางค์ สร้างความเจ็บใจให้เธอเป็นอย่างมาก เพราะขาดแค่ไม่กี่สตางค์ก็จะสามารถกดเงินจำนวนนั้นมาใช้ได้แล้ว นิ้วเรียวกดปุ่มยกเลิกย้ำแรงๆ ดึงบัตรเก็บเข้ากระเป๋า ก่อนจะดึงบัตรอีกใบ ที่ไม่ได้ใช้มาเกือบปีอยู่แล้ว ค่อยๆ สอดมันเข้าไปในช่องเสียบบัตร จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนอย่างใจเย็น จนกระทั่งมาถึงขั้นตอนสำคัญคือการเช็กยอด นิ้วเรียวค่อยๆ จิ่มพร้อมกับกลั้นลมหายใจ เมื่อได้ยินเสียงกดดัง ติ๊ด! เธอก็รีบยกมือทั้งสองขึ้นไปปิดหน้าจอ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมันออกที่ละข้าง...ที่ละข้างอย่างลุ้นระทึก ด้วยความหวังว่ามันอาจจะมีหลงเหลือสักร้อยสองร้อยพอได้ให้ชื่นใจ นำมาสมทบกับเงินเก่าเพื่อต่อชีวิตไปอีกสักวันสองวัน
ตากลมโตเบิกโพลง รู้สึกตื่นตะลึงกับสิ่งที่เห็น มือบางยกขึ้นตบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อย้ำว่าไม่ได้ฝันไป และเมื่อพอตั้งสติได้ใบหน้าตื่นเต้นตกใจ ก็ยื่นเข้าไปมองตัวเลขบนหน้าจอชัดๆ อีกครั้ง จากนั้นเพื่อความแน่ใจในจำนวนเงินที่เห็น ริมฝีปากบางจึงขมุบขมิบนับไล่ ไปตั้งแต่หลักหน่วย...สิบ...ร้อย...พัน...และมาจบลงที่หลักหมื่น
“ห้าหมื่น!” กัญชรสอุทานเสียงหลง ก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดปากที่อ้าค้างของตัวเองเอาไว้ แล้วรีบกดยกเลิกการทำรายการ ดึงบัตรเอทีเอ็มมากอดแนบอกไว้ด้วยหัวใจที่เต้นระทึก
เธอเริ่มทำอะไรไม่ถูก ความคิดฝ่ายดีฝ่ายชั่วตีกันวุ่นวาย ทำไมในบัญชีของเรามีเงินเยอะแยะขนาดนี้ เกิดมาไม่เคยมีเงินค้างในบัญชีถึงห้าหมื่น กดเลยดีไหมหรือว่าไม่ดี เพราะมันไม่ใช่เงินเราแน่นอน ร่างสมส่วนยืนนิ่งชั่งใจไปพักหนึ่ง ว่าจะเชื่อจิตใต้สำนึกที่เป็นเทวดาหรือซาตานดี ท้ายที่สุดมันก็จบลงตรงที่ ‘เอาไว้ก่อน’ จากที่ตั้งใจว่าจะแวะซื้ออาหารญี่ปุ่น (มาม่า) และไข่ไปตุนเก็บไว้ แล้วค่อยเดินเล่นๆ กลับห้อง กัญชรสก็เปลี่ยนใจเรียกวินมอเตอร์ไซค์ไปส่งที่ห้องพักแทน
กัญชรสปลุกปล้ำอยู่กับการไขกุญแจหน้าห้องมาพักใหญ่ แล้วในที่สุดเธอก็ไขมันได้สำเร็จ มือข้างที่ถือแม่กุญแจเจ้าปัญหายกขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลมาจนถึงขมับแรงๆ ก่อนจะรีบเปิดประตูพาตัวเองเข้าไปด้านในทั้งรองเท้า จากนั้นก็ทำการปิดประตูลงกลอน แล้วโยนร้องเท้าที่เพิ่งถอดออกไว้ตรงมุมห้องข้างประตู วางซองเอกสารและกระเป๋าสะพายไว้ตรงหัวนอน ใช้เท้ากดเปิดพัดลมที่ตั้งอยู่ปลายที่นอน ก่อนจะมานั่งขัดตะหมาดแหมะลงตรงกลางห้อง ยื่นแขนออกไปจนสุดเอื้อมแล้ววางบัตรเอทีเอ็ม ที่ชื้นไปด้วยเหงื่อลงบนพื้นกระเบื้อง
คุณอาจจะชอบ





