
โอนรักใส่บัญชีใจ
ตอน 3
ตอนที่ 1 ลาภก้อนโต (2)
“เอาไงดีวะ” หญิงสาวพึมพำ พลางค้ำศอกแหลมลงบนต้นขาใช้ฝ่ามือเท้าที่ค้างอย่างคนคิดไม่ตก สายตาก็จ้องมองสิ่งตรงหน้าราวกับไม่เคยเห็นหรือเป็นของแปลกประหลาด ที่ร่วงหล่นมาจากห้วงอวกาศ หัวสมองก็พร่ำคิดอยู่แค่ว่าจะกดหรือไม่กดเงินในบัตรนี้มาใช้ดี
ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่กด แต่พอคิดไปถึงรายจ่ายในสิ้นเดือนที่ใกล้จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เธอก็ชักจะไม่แน่ใจ จนต้องไปรื้อเอาใบแจ้งหนี้ในตู้เสื้อผ้าพลาสติกสีชมพูออกมาคำนวณรายจ่ายในสิ้นเดือนนี้ดู
“บัตรเครดิตหนึ่งใบจ่ายขั้นต่ำเก้าร้อย บวกค่างวดโทรทัศน์อีกหกร้อย บวกค่าห้องก็คงประมาณไม่เกินพันห้า รวมสามรายการก็ปาเข้าไปสามพันแล้ว ไหนจะค่ากินค่าอยู่ ส่งกลับบ้านอีกละ...ทั้งเนื้อทั้งตัวตอนนี้ก็เหลืออยู่แค่เก้าร้อย มันจะพอได้ไงวะ” กัญชรสคำนวณไปบ่นไป เบ็ดเสร็จรายจ่ายสิ้นเดือนนี้ไม่รวมค่าอาหารประทังชีวิตก็ตกประมาณห้าพันบาท แล้วเธอจะเอาเงินจำนวนนี้มาจากไหนล่ะ ถ้าไม่ใช่...
ร่างสมส่วนเลื้อยตัวลงไปนอนบนพื้นกระเบื้องเย็นๆ ข้างๆ บัตรเอทีเอ็ม ใช้นิ้วจิ้มๆ มองตาปริบๆ ก่อนจะเริ่มพูดคุยกับมันราวเป็นสิ่งมีชีวิต
“นี่ๆ แก ถ้าฉันกดเงินที่แกมีอยู่มาใช้ แกคงไม่ว่าฉันใช่ไหม ตอนแรกฉันก็กะว่าจะไม่ แต่ดูๆ แล้วก็คงจะไม่รอด ที่จะต้องกดเงินที่แกมีอยู่ออกมาสักหกเจ็ดพัน” คิ้วสวยได้รูปขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด นิ้วที่จิ้มๆ อยู่ จู่ๆ ก็หยุดชะงัก เมื่อเธอสะดุดเข้ากับคำพูดของตัวเอง
หกเจ็ดพัน หนี้ก็ยังไม่หมด ถ้าจะเอาทั้งทีก็น่าจะปลดหนี้ไปเลย ว่าแล้วร่างสมส่วนก็ดีดตัวลุกขึ้นไปคำนวณหนี้สินทั้งต้นทั้งดอกที่มีอยู่ในขณะนี้บวกกับค่าใช้จ่ายใหม่ ผ่านไปไม่ถึงห้านาทีผลการคำนวณก็ออกมาเป็นเงินประมาณเกือบๆ สามหมื่น เธอเลยปัดเศษไปเป็นสามหมื่นพอดี
“เอามันสามหมื่นนี่แหละ”
ว่าแล้วหญิงสาวก็คว้าบัตรเอทีเอ็มขึ้นมามองอย่างหมายมาด จากนั้นก็คลานไปหยิบกระเป๋าคู่กายขึ้นมาสะพายลุกขึ้นไปสวมรองเท้าแตะ ที่วางอยู่มุมห้องข้างประตูใกล้ๆ กับรองเท้าผ้าใบคู่เก่าที่เธอโยนไว้ก่อนหน้านั้น
และยังไม่ทันที่เธอจะปลดล็อกกลอนประตู เสียงริงโทนโทรศัพท์รุ่นดึกดำบรรพ์ ที่อยู่ในกระเป๋าสะพายก็ดังขึ้น กัญชรสล้วงมันขึ้นมาดูแล้วระบายยิ้มหวาน ก่อนจะกดรับแล้วกรอกเสียงสดใสลงไปตามสาย
“สวัสดีค่ะแม่”
“พ่อไม่ใช่แม่”
“อ้าวเหรอจ๊ะ งั้นก็ค่ะพ่อ...มีไรคะ” หญิงสาวเอ่ยสัพยอกผู้เป็นพ่อน้ำเสียงติดตลก
“คือตอนนี้พ่อกำลังจะเข้าอำเภอ เลยโทรมาถามว่า รสโอนเงินมาให้ยัง ถ้าโอนแล้วพ่อจะได้พกบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินซื้อของใช้มาด้วยเลย”
“อ๋อ...รสกำลังจะไปโอนพอดีเลยจ้ะ ไปถึงพ่อก็กดได้เลยนะจ๊ะ” หญิงสาวบอกพลางปลดล็อกกลอนประตูห้อง ใช้ไหล่ประคองโทรศัพท์ให้แนบกับใบหู ปากก็พูดกับผู้เป็นพ่อไปเรื่อย ส่วนมือก็ปลุกปล้ำกับการล็อกกุญแจห้องเจ้าปัญหา ที่เห็นทีเย็นนี้จะต้องซื้อมาเปลี่ยนใหม่ หลังจากที่ทนใช้มันมานานหลายเดือน
“ดีลูก พ่อจะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาบ่อยๆ ...แล้ววันนี้ไม่ได้ทำงานเหรอ” ผู้เป็นพ่อถามอย่างเช่นทุกครั้งที่โทรมาหาผู้เป็นลูกสาว หรือลูกสาวโทรไปหา
“ทำจ้ะทำ รสเข้ากะดึก นี้ก็เพิ่งจะเลิกงาน ตอนนี้ก็อยู่หน้าปากซอยนี่แหละ พ่อกับแม่สบายดีนะจ๊ะ เงินพอใช้หรือเปล่า” แม้จะตกงานมาเกือบเดือนแล้วกัญชรสก็ตอบอย่างนี้ทุกครั้งที่ถูกถาม และเดือนนี้ก็โชคดีมาก ที่มีเงินก้อนใหญ่หลงเข้าบัญชีมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอก็ยังคิดไม่ตกว่าจะหาเงินที่ไหนใช้หนี้และจ่ายค่าห้อง รวมไปถึงส่วนที่ต้องโอนกลับบ้านในวันนี้ ซึ่งถ้ายังคงได้ทำงานอยู่ที่เดิมวันนี้ก็เป็นวันเงินออก ดังนั้นเธอจึงไม่แปลกใจเลยที่พ่อโทรมาถาม เพราะถ้าไม่มีเงินจากเธอตรงนี้ ผู้เป็นพ่อแม่จะเอาเงินจากไหนมาใช้จ่าย
คุณอาจจะชอบ





