
เหมันต์กระสันรัก
ตอน 2
“แล้วแต่ครับ แต่เดี๋ยวนี้งานหายากมากนะครับ”
“จริงด้วย ถ้ามีงานก็ควรจะรีบตะครุบเอาไว้นะลูก งานไม่ได้หากันง่ายๆ อย่างที่พี่เขาบอก” คุณนีรนุชรีบพูดเสริม คุณทับทิมเองไม่ได้บังคับให้ลูกเรียนอะไร หรือทำงานด้านไหน ยิ่งไม่ได้อยากให้รับราชการเหมือนสามีด้วย
“หนูขอคิดดูก่อนนะคะ” เธอแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะใจไม่อยากรบกวน หรือเป็นภาระใคร ที่สำคัญเธอก็คงไม่ไปทำงานกับเหมันต์แน่ๆ
“วันนี้อยู่รับประทานอาหารเย็นกันก่อนนะทับทิม เราจะได้คุยกันด้วย ไม่ได้เจอกันหลายปี คิดถึงมากๆ เลยจ้ะ” นีรนุชรีบเอ่ยชวนเพื่อนรัก ทับทิม พยักหน้ายิ้มแย้ม ศศิยิ้มตาม เธอรู้สึกว่ามีคนจ้องเลยหันไปมอง ก็สบสายตาเข้ากับเหมันต์เข้าพอดี ไม่รู้ทำไมจู่ๆ หัวใจถึงได้เต้นแรงนัก แต่หญิงสาวพยายามบอกตัวเองว่าเขาไม่ชอบหน้าเธอเท่าไหร่ อย่าไปหวั่นไหวเด็ดขาด
ศศิชอบทำอาหาร เธอเลยเข้าไปช่วยทำอาหารในครัวด้วย เพราะให้นั่งอยู่เฉยๆ ฟังผู้ใหญ่คุยกันก็เบื่อ แม่ครัวเห็นเด็กสาวทำอาหารคล่องแคล่วก็ ชื่นชมไม่ขาดปาก
“ลองชิมดูสิคะป้า ว่าลูกจันทร์ปรุงรสได้โอเคหรือยัง” เธอตักอาหารที่ปรุงขึ้นมา หมุนกายมาหาแม่ครัวของบ้านแต่กลับไม่เจอนาง แต่เจอเหมันต์แทน
“อุ๊ย!”
“เดี๋ยวพี่ชิมเองครับ” เหมันต์เดินเข้าไปหา รวบมือของเธอเอาไว้ ก่อนจะอ้าปากชิมน้ำแกงที่ตักใส่ช้อนขึ้นมา ศศิไม่ทันตั้งตัวได้แต่อ้าปากค้างกับการกระทำนั้นของเขา
“อร่อยแล้วครับ”
“เอ่อ... ค่ะ” เธอดึงมือหนี หันหลังให้เขา ไปสนใจกับอาหารที่ปรุงอยู่ในทันที
เหมันต์พิงสะโพกไปกับโต๊ะตัวใหญ่กลางห้องครัว เขามองเธอทำอาหารอย่างเพลินตา
อาหารเย็นในวันนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่น คุณนีรนุชยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ อารมณ์ดีที่ได้เจอเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ ต่อไปก็คงไม่เหงา มีเพื่อนให้นั่งคุยหรือ ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ
“เหนือเดินไปส่งน้าทับทิมกับน้องหน่อยสิลูก” หลังรับประทานอาหารเสร็จสิ้นและนั่งคุยกันอีกครู่ใหญ่ ทับทิมก็ขอตัวกลับ นีรนุชจึงให้บุตรชายเดินไปส่งเพราะบ้านอยู่ใกล้กัน รั้วบ้านสามารถเปิดเข้าถึงกันได้ สมัยก่อนตอน สร้างบ้านก็คิดว่าจะให้ลูกๆ เป็นทองแผ่นเดียวกัน อีกอย่างนีรนุชเองก็ช่วยดูแลบ้านให้เพื่อนมาตลอด เมื่ออีกฝ่ายตามสามีไปอยู่ต่างจังหวัดเพราะหน้าที่ การงาน
“ขอบใจเหนือมากนะลูก อุตส่าห์เดินมาส่ง” คุณทับทิมบอกชายหนุ่มตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม เสียดายที่ไม่ได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน นางอยากได้อีกฝ่ายมาเป็นลูกเขยเพราะเป็นคนดีมีน้ำใจ สุภาพเรียบร้อยและพึ่งพิงได้
“พรุ่งนี้วันหยุด เดี๋ยวผมมาช่วยขนของให้นะครับ” เหมันต์อาสาอย่าง มีน้ำใจ นั่นยิ่งทำให้คุณทับทิมยิ้มหน้าบานแทบจะทันที
“อย่าเลยค่ะ เกรงใจเปล่าๆ” คนที่ตอบไม่ใช่คุณทับทิม แต่เป็นศศิ เธอไม่อยากรบกวนเขามาก เท่าที่มารดาของเขาช่วยดูแลบ้านให้เธอก็คิดว่าเป็นพระคุณมากแล้ว
“ใช่จ้ะ น้าเกรงใจ ไม่อยากรบกวนเหนือ วันพักผ่อนก็ควรจะได้พักผ่อน มาช่วยจัดบ้านเหนื่อยเปล่าๆ เดี๋ยวน้ากับลูกจันทร์ทำกันเองดีกว่าจ้ะ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมอยากช่วย อีกอย่างวันหยุดก็ไม่ได้ไปไหนด้วยครับ”
เขาพูดแค่นั้นก่อนจะขอตัวกลับ ร่างสูงที่เปิดประตูรั้วข้างๆ เดินกลับบ้านไป ทำให้คุณทับทิมหันมามองหน้าบุตรสาว
“เสียดายจัง เขาไม่ชอบลูกสาวแม่”
“ไม่ชอบน่ะดีแล้วค่ะ คนขี้เก๊กแบบนั้น ลูกจันทร์ก็ไม่อยากให้เขามาชอบหรอกค่ะ” ศศิกอดมารดา ก่อนจะพากันเดินเข้าบ้าน
“ลูกสาวแม่ทั้งสวยทั้งน่ารัก เดี๋ยวก็มีผู้ชายดีๆ มาชอบเองนั่นแหละ เขาไม่ชอบก็ช่างเขา” คุณทับทิมลูบศีรษะบุตรสาวขี้อ้อนที่แนบใบหน้ากับตักของท่าน
“แน่ะ! คุณแม่ก็ขี้โม้นะคะ ใครมาได้ยินเข้าเขาจะหาว่ายกยอลูกสาว เกินจริง” คนพูดหัวเราะเบาๆ แม้หลายปีก่อนจะแอบเสียใจที่โดนเหมันต์ปฏิเสธ ดีที่หลังจากเขาปฏิเสธเธอแล้ว บิดาก็ย้ายที่ทำงาน เลยไม่ต้องเจอหน้ากันอีก ถ้าต้องเจอหน้ากันทุกวันอีก เธอเองก็ไม่รู้จะทำตัวอย่างไร
“ลูกสาวของแม่สวยแล้วก็น่ารักจริงๆ นี่จ๊ะ”
“สมัยก่อนพี่เหนือไม่ชอบลูกจันทร์ อาจเพราะลูกจันทร์อ้วนเป็นหมูก็ได้ค่ะ” นึกย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนเธออ้วนฉุจริงๆ แต่เพราะเหตุการณ์วันนั้นทำให้เธอเริ่มลดน้ำหนักอย่างจริงจัง
“แต่ตอนนี้ลูกสาวแม่สวยแล้ว หุ่นดีด้วยนะ” คุณทับทิมยิ้มมุมปากให้บุตรสาว ท่านจำได้ว่าหลายปีก่อน จู่ๆ บุตรสาวก็ลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองทั้งเรื่องอาหาร และออกกำลังกาย เพราะท่านนี่แหละคอยช่วยทำอาหารดีๆ และ ลดน้ำหนักให้ จนตอนนี้ศศิผอมเพรียว หุ่นดี และสุขภาพก็ยังดีอีกด้วย เพราะกินแต่ของดีๆ
“เขาก็ยังไม่ชอบหรอกค่ะ พี่เหนือดูเฉยๆ กับหนูจะตายไป”
“ก็ไม่แน่”
“คุณแม่ขา เราข้ามเรื่องพี่เหนือกันไปดีกว่าค่ะ ถ้าไม่มีผู้ชายดีๆ หนูก็จะไม่แต่งงานหรอกค่ะ ชีวิตคนเราไม่ได้สิ้นสุดอยู่ที่การแต่งงานสักหน่อยนี่คะ ที่สำคัญหนูก็ไม่สนใจพี่เหนือหรอกค่ะ เขาปฏิเสธหนู ก็ไม่เห็นต้องไปง้อ สักหน่อยนี่คะ”
คุณอาจจะชอบ





