
เหมันต์กระสันรัก
ตอน 3
“แต่ตอนแก่ตัวไปไม่มีคนดูแลจะลำบากนะลูก”
“คุณแม่ขา... ไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิตหรอกค่ะ แก่ตัวไปสามีอาจจะทิ้งไปมีอีหนูให้เราเฝ้าบ้านเป็นยายแก่อยู่ก็ได้ค่ะ หรือมีลูกก็อาจจะไปทำงานจน ไม่ได้มาเลี้ยงดูเราก็ได้นะคะ หนูไม่อยากคาดหวังอะไรกับใครหรอกค่ะ หนู ไม่ชอบทำตัวเป็นภาระใครด้วย สิ่งสำคัญในชีวิตก็คือเราต้องพึ่งตัวเองให้ได้ก่อนค่ะ ถ้าเราพึ่งตัวเองได้ก็ไม่ต้องคอยหวังพึ่งคนอื่นค่ะ”
“แม่แค่เป็นห่วงหนูน่ะจ้ะ” คุณทับทิมดึงบุตรสาวมากอด จุมพิตกลุ่มผมนุ่มสลวยเบาๆ อย่างรักใคร่
“หนูดูแลตัวเองได้ค่ะคุณแม่ ไม่ต้องห่วงนะคะ เรียนจบแล้วเดี๋ยวหนูจะทำงานเลี้ยงดูคุณแม่เอง” เธอเงยหน้าบอกท่านด้วยน้ำเสียงสดใส คุณทับทิมพยักหน้ายิ้มให้ รู้ว่าบุตรสาวดูแลตัวเองได้ แต่คนเป็นแม่ก็อดเป็นห่วงเสียไม่ได้ ถ้ามีผู้ชายดีๆ เข้ามาในชีวิต ท่านก็อยากให้บุตรสาวรับเอาไว้พิจารณา อยากเห็นบุตรสาวคนเดียวมีครอบครัวที่ดีได้ดูแลกัน
รุ่งเช้าของวันใหม่ ศศิตื่นมาช่วยมารดาจัดบ้าน คนที่อาสาจะมาช่วยก็มาจริงๆ เขาช่วยยกตู้ เตียง ย้ายข้าวของอย่างคล่องแคล่ว
“เดี๋ยวน้าทำขนมจีนน้ำยาเลี้ยงนะจ๊ะ อุตส่าห์มาช่วยจัดข้าวจัดของ เกรงใจจัง” คุณทับทิมพูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
“ผมยินดีครับคุณน้า มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”
“น้าว่าจะทำลอดช่องด้วยจ้ะ” คนชอบทำอาหารบอกเมนูในวันนี้ให้ เด็กทั้งสองฟัง เรื่องอาหารไทยขนมไทยคุณทับทิมไม่น้อยหน้าใคร เพราะได้สูตรเด็ดมาจากคุณยายอีกทอดหนึ่ง ใครได้ชิมรสมือของท่านแล้วต้องติดใจ และศศิก็ได้สูตรทำอาหารหลายอย่างมาจากมารดาด้วยเช่นกัน
“น่ากินจังครับ” คนตอบช่วยยกข้าวของอย่างแข็งขัน เขาพาสาวใช้มาช่วยด้วยอีกแรงหนึ่งเพราะสองแม่ลูกเพิ่งย้ายกลับมาจึงไม่มีใคร
“ลังนี้ไว้ตรงไหนครับ”
“ของลูกจันทร์ค่ะ เดี๋ยวลูกจันทร์เอาไว้บนห้องเอง” เธอรีบบอกเขา ในขณะที่คุณทับทิมเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมอาหารการกิน
“มันหนักนะครับ พี่ช่วยดีกว่า” เขาพูด ก่อนจะเดินขึ้นห้องของเธอ เหมันต์จำห้องนอนของเธอได้ดี ศศิเดินตามมาเงียบๆ มองเขาอย่างเกรงใจ
“ขอบคุณมากค่ะ” เธอเช็ดมือกับกางเกงยีนส์ที่สวมอยู่ ลากลังใบนั้น ไปที่มุมห้อง ของในลังเป็นของรักของหวงที่เธอไม่อยากให้ใครเข้ามายุ่งเกี่ยว
“ให้พี่ช่วยจัดห้องไหม”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ” เธอรีบบอก ยิ้มให้เขาอย่างเกรงใจ
“กลับมาคราวนี้ลูกจันทร์ดูห่างเหินกับพี่จังเลยนะครับ” เขาเดินเข้าหาแต่เธอถอยหนีไปอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง
“ห่างเหินเหรอคะ ไม่นะคะ” เธอรีบปฏิเสธ แต่ไม่สนิทใจกับเขา เหมือนก่อน เธอจำเรื่องที่เขาปฏิเสธการหมั้นในวันนั้นได้ดี มันเหมือนเป็นปมอยู่ในใจ ทำให้เธอไม่อยากทำตัวให้น่าสงสารหรือน่าสมเพชในสายตาของใครๆ ยอมรับลึกๆ ว่าที่ลุกขึ้นมาดูแลตัวเองและลดน้ำหนัก เพราะคำปฏิเสธของเหมันต์ในวันนั้นนั่นเอง ลึกๆ อยากเอาชนะเขา อยากให้เขาเห็นเธอแล้ว นึกเสียดายเธอขึ้นมาบ้าง แต่พอเจอกันอีกครั้งเขาก็ยังเฉยๆ ไม่ได้ตื่นเต้น กับการเจอเธอเลยแม้แต่น้อย
“โกรธพี่เหรอครับ”
“โกรธเรื่องอะไรคะ” เธอถามกลับ น้ำเสียงสั่นเล็กน้อย แต่ศศิพยายามบังคับน้ำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด
“ที่พี่ปฏิเสธเรื่องหมั้นกับลูกจันทร์ในวันนั้น” เหมันต์ถามตรงจุดและมันเหมือนจี้ปมในใจของเธอด้วย
“ไม่ได้โกรธค่ะ คนเรามีสิทธิ์เลือกนี่คะ อีกอย่างลูกจันทร์ก็ไม่ได้คิดอะไรกับพี่เหนือแบบนั้นด้วย” เธอรีบบอกด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูกนิดๆ ไม่คิดว่าเขาจะถามเรื่องนั้นอีก
“ครับ” เขารับคำ เธอเสไปหยิบของขึ้นจากลังก่อนจะชะงัก รีบเอากลับไปไว้ที่เดิม ของสำคัญที่เธอไม่อยากให้เขาเห็น แม้จะเสียใจ เสียหน้า และอับอาย แต่เธอกลับเก็บข้าวของทุกชิ้นที่เขาเคยซื้อให้ในวันเกิดไม่เคยทิ้งมันเลย ถ้าเขาเห็นเข้าคงจะหัวเราะเยาะหรือนึกสมเพชเธอเป็นแน่
“ลูกจันทร์มีแฟนหรือยังครับ” เหมันต์เอ่ยถาม
“ยะ... ยัง มีแล้วค่ะ” เธอทำท่าจะปฏิเสธ ก่อนจะโกหกคำโต พูดออกไปก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองนัก แค่ไม่อยากเสียหน้า เธอเลยพูดเรื่องไม่จริงออกไปแค่นั้นเหรอ
“เวลาลูกจันทร์โกหก พี่จะจับได้ทุกครั้ง จำได้ไหมครับ” เหมันต์เอ่ยถามก่อนจะเดินเข้าหา เธอถอยหนีก้มงุดไม่กล้ามองหน้าเขา หัวใจของศศิสั่นรัวแทบจะโลดออกมานอกอก
“ลูกจันทร์เปล่าโกหกเสียหน่อย” เธอเถียงเขาด้วยน้ำเสียงไม่มั่นคงนัก
“จริงเหรอครับ” เหมันต์ถามย้ำ มองหน้าเธอไม่วาง
คุณอาจจะชอบ





