
กลรักพนันหัวใจ
ตอน 2
ไม่รู้ว่าตอนนี้นิสัยเพี้ยนๆ บ้าๆ พวกนั้นหายไปหรือยัง ถ้ายังไม่หายเขาก็จะหาทางเลี่ยงการพบหน้าเธอไปตลอดแบบไม่มีกำหนดเช่นกัน
“แม่ดูแลตัวเองได้ อีกอย่างบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกน้องแบบนั้น น้องชื่อม่อน”
“โอเคๆ น้องม่อนก็น้องม่อน” มิณทร์จำต้องเรียกชื่อดารัณออกมาอย่างจำยอม โทนเสียงมันจึงไม่ได้น่าฟังสักเท่าไหร่
“จะขึ้นมารับน้องเองหรือจะให้น้องลงไปหา” ธิดาวกกลับมาคุยเรื่องสำคัญ เพราะไม่ว่ายังไงวันนี้เธอต้องเอาคำตอบจากมิณทร์ให้จงได้
“แม่ครับ ผมพูดตรงๆ อีกสักครั้งได้ไหม”
“ว่ามาสิ” คนเป็นแม่เดาได้ว่ามิณทร์จะพูดอะไร
“ผมไม่สะดวกให้เด็กนั่น เอ๊ย…ให้น้องม่อนมาอยู่ด้วยจริงๆ ผมเป็นผู้ชายนะครับแม่ จู่ๆ ชายหญิงอยู่ด้วยกันมันน่าเกลียดเปล่าๆ”
“น่าเกลียดยังไง นั่นน้องสาวแกนะ” ปลายสายเสียงห้วนกลับมาเล็กน้อย
“แต่ก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ” มิณทร์แย้งขึ้น เพราะดารัณคือเด็กที่แม่เขารับมาเลี้ยงเป็นลูกตั้งแต่เกิดก็ว่าได้ เธอเป็นลูกสาวเพื่อนสนิทแม่เขาเห็นว่าพอคลอดได้ไม่นานแม่แท้ๆ ของดารัณก็เสียชีวิต ส่วนพ่อของเธอเขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเป็นใครและดูเหมือนดารัณเองก็ไม่เคยถามถึงด้วย
“งั้นแม่จะซื้อคอนโดที่กรุงเทพฯ ให้น้องสักห้อง ไว้อยู่ตอนทำงาน”
“คอนโดที่นี่ไม่ให้ห้องสองสามพันนะครับ ห้องหนึ่งเป็นล้านๆ”
“ไม่เป็นไร แม่รวย” ธิดาไหวไหล่ มรดกที่สามีทิ้งไว้ให้นั้นมากพอจะซื้อคอนโดที่กรุงเทพฯ ได้หลายห้อง รวมทั้งใช้ไปจนตายก็ไม่หมด แค่แบ่งมาเล็กๆ น้อยๆ มั่นใจได้ว่าขนหน้าแข้งเธอไม่ร่วงหรอก
“ผมรู้ว่าแม่รวย”
“ถ้ารู้ก็ไม่ต้องค้าน ในเมื่อมิณทร์ไม่สะดวกที่จะให้น้องไปอยู่ด้วย แม่ก็จะจัดการตามที่แม่สะดวกแล้วกัน” ธิดาขี้เกียจรอคำตอบจากลูกชายตัวดีที่บ่ายเบี่ยงเรื่องนี้มาตลอดเช่นกัน ถามมาตั้งแต่ดารัณใกล้จะเรียนจบจนตอนนี้จบแล้วก็ยังไม่มารับเสียที
“เอาจริงใช่ไหมครับเนี่ย” แม้จะรู้ว่าแม่เขาเอาจริงแต่มิณทร์ก็ไม่วายที่จะถามขึ้น
“แม่เหมือนคนพูดเล่นหรือไง”
“แม่”
“เอาเป็นว่าแม่ตัดสินใจแล้วก็ตามนี้ ได้ข่าวว่าคอนโดที่มิณทร์อยู่ยังพอมีห้องว่าง ถ้าพอมีเวลาก็ช่วยติดต่อเซลล์ให้แม่ที บอกไปว่าลูกค้ารายนี้จ่ายสด”
“ครับๆ ผมรู้ว่าแม่รวย” มิณทร์จำต้องรับปากก่อนพึมพำออกมาเบาๆ “ทีกับลูกขี้เหนียวแต่กับลูกเลี้ยงนี่เปย์หนักตลอด สรุปใครลูกจริงลูกเลี้ยงกันแน่”
“บ่นอะไร แม่ได้ยินนะ”
“เปล่าครับ เดี๋ยวผมจัดการให้ ภายในสองสามวันนี้แม่ได้เสียเงินล้านแน่นอน งั้นแค่นี้ก่อนนะครับผมต้องไปประชุม” เอ่ยจบมิณทร์ก็วางสายไปก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย สุดท้ายเขาคงหนียัยเด็กขี้เหร่หัวฟูฟ่องอ้วนดำฟันเหยินที่ชื่อดารัณไม่ได้แล้วสินะ แม้จะไม่อยากบูลลี่รูปลักษณ์ภายนอกของคนอื่นแต่เคสนี้มิณทร์ก็อดไม่ได้จริงๆ
ภาพของดารัณในวัยเด็กยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่ แม้จะผ่านมาสิบปีแต่ทุกอย่างกลับยังคงแจ่มชัดโดยเฉพาะตอนที่ยัยเด็กนั่นป่าวประกาศว่าโตขึ้นจะแต่งงานกับเขา นั่นทำให้มิณทร์ทำทุกทางเพื่อจะได้มาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ พอเรียนจบก็ตัดสินใจร่วมหุ้นทำธุรกิจกับเพื่อนสนิทที่นี่นานๆ จะกลับบ้านสักครั้ง ซึ่งทุกครั้งที่กลับก็จะเลือกจังหวะที่ดารัณไม่อยู่เสมอ เรียกได้ว่าเลี่ยงได้เลี่ยงดีกว่าเจอแล้วสยองจนพลอยนอนฝันร้าย
แม้จะไม่ค่อยได้กลับมาเยี่ยมแต่เขาก็มักจะส่งของกินดีๆ หรือเสื้อผ้า รองเท้ามาให้ผู้เป็นแม่เสมอ วันเกิดหรือเทศกาลสำคัญๆ อะไรก็มักจะมีให้ไม่ขาด แม้จะเห็นแก่ตัวที่แสดงความรักต่อแม่ด้วยวิธีนี้แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ แค่คิดว่าต้องอยู่ใกล้เธอก็รู้สึกปั่นป่วนในท้องไปหมด เขาเลี่ยงเธอมาได้ถึงสิบปีและหลังจากนี้ก็จะเลี่ยงตลอดไป เขาทำมันได้แน่นอน
“ทำไมทำหน้าบอกบุญไม่รับแบบนั้น” ธิดาเอ่ยถามลูกบุญธรรมที่เธอรักและเอ็นดูราวกับลูกแท้ๆ อย่างดารัณขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“ม่อนไม่อยากไปอยู่กรุงเทพฯ” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ดารัณปฏิเสธเรื่องไปกรุงเทพฯ นั่นเพราะรู้ว่าเธอต้องไปเจอและต้องไปอยู่ใกล้ใคร ต่อให้ตอนนี้เธอจะสอบสัมภาษณ์ผ่านจนได้ทำงานกับบริษัทที่อยากทำมากก็ตาม
“ทำไม ใครๆ เขาก็อยากไปกรุงเทพฯ กันทั้งนั้น ที่นี่นอกจากป่าจากเขาก็ไม่มีอะไรให้เจริญหูเจริญตาแล้วนะ” ใจจริงธิดาก็ไม่อยากให้ดารัณไปไกลหูไกลตา แต่จะให้เก็บตัวอยู่แต่ในป่าในเขาทำไร่ผลไม้ตามแบบเธอก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีที่ควร ดารัณควรได้ใช้ชีวิตควรได้ออกไปค้นหาสิ่งที่ชอบ
เพราะที่ผ่านมาเธอก็เป็นเด็กดีมาโดยตลอด ไม่เคยทำอะไรนอกลู่นอกทางแม้กระทั่งตอนไปเรียนต่อปริญญาตรีที่เชียงใหม่ ทั้งๆ ที่ดารัณสอบติดมหาลัยในกรุงเทพฯ ด้วยแต่เธอก็เลือกจะขึ้นเหนือแทน ซึ่งธิดารู้ว่าเพราะอะไรดารัณถึงตัดสินใจแบบนั้น
“ม่อนชอบป่าชอบเขา อีกอย่างม่อนอยากอยู่กับแม่ด้วย” ดารัณเรียกธิดาว่าแม่อย่างเต็มใจ แม้จะรู้ว่าผู้หญิงที่เลี้ยงดูเธอมาจะไม่ใช่แม่แท้ๆ ก็ตาม แต่ถ้าชีวิตนี้ไม่มีธิดาคอยเลี้ยงดูให้ที่อยู่ที่กินอบรมบ่มนิสัยจนโตมาอย่างทุกวันนี้ดารัณก็คิดภาพตัวเองไม่ออกว่าจะเป็นยังไง ดีไม่ดีเธออาจตายไปตั้งนานแล้วก็ได้
“คนหนึ่งอยากอยู่อีกคนก็ไม่ค่อยอยากจะกลับมาอยู่ โลกนี้มันยังไง” ธิดาส่ายหน้าไปมา อีกคนที่พูดถึงคือลูกชายแท้ๆ ของเธอที่ชีวิตนี้คงลงหลักปักฐานเป็นคนกรุงเทพฯ ไม่กลับมาบ้านเกิดอีกแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งใจหายแต่นั่นคือชีวิตที่มิณทร์เลือก คนเป็นแม่แบบเธอก็ต้องทำใจให้ยอมรับ เกิดคนเดียวตายคนเดียวจะเป็นไรไป
“พี่เขาเกลียดม่อน ถ้าม่อนไปอยู่ใกล้จะยิ่งทำให้อึดอัดเอานะคะ”
คุณอาจจะชอบ





