ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กลรักพนันหัวใจ

กลรักพนันหัวใจ

มีคนอยู่ประเภทหนึ่งที่ต่อให้รักก็ยังปากแข็งว่าไม่รัก และมีคนอยู่ประเภทหนึ่งที่ต่อให้เขาไม่รักก็ยังคงรักไม่เปลี่ยน ‘ม่อนรักพี่มิณทร์ โตขึ้นม่อนจะเอาพี่เป็นผัว คนอื่นห้ามยุ่ง’ นั่นคือคำประกาศจากยัยเด็กกะโปโล อ้วนดำ ผมหยิกหัวฟูฟ่อง ขี้หูขี้ตาเกราะเต็มหน้าที่ชื่อว่าดารัณ ประโยคนั้นทำเอามิณทร์ถึงกับต้องถอยห่างและก้าวออกไปจากการเป็นพี่ชายที่แสนดีของเธอ ชายหนุ่มจงใจไม่เข้าใกล้ในขณะที่หญิงสาวเองก็อายและไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขาเช่นกัน กระทั่งเวลาได้ผ่านไปจนทำให้ทั้งคู่หวนกลับมาเจอกันในวัยหนุ่มสาว เธอสวยขึ้นดูดีขึ้นและไม่ได้อยากแต่งงานกับพี่ชายอย่างมิณทร์อีกแล้ว แต่แทนที่จะดีใจเขากลับตื้อเพื่อให้ได้หัวใจของเธอคืนมา
ตอน
แชร์

ตอน 3

“นั่นมันปัญหาของพี่เขาไม่ใช่ของเรา ม่อนไปเพื่อเรียนรู้เพื่อหาประสบการณ์ คนเราต้องลองทำอะไรหลายๆ อย่างเพื่อค้นหาตัวเองว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร ม่อนเรียนจบภาษามาก็ต้องทำงานที่ใช้ภาษาจะให้มาคุยกับต้นไม้ใบหญ้าอีกหน่อยก็ลืมกันหมด ไหนบอกแม่ว่าถ้ามีโอกาศอยากไปเรียนต่อหรือทำงานต่างประเทศ อยู่กับแม่ที่นี่จะได้ไปหรือ” ธิดาพยายามหว่านล้อมแต่รู้ว่าคุยกับดารัณนั้นง่ายกว่าคนหัวแข็งอย่างมิณทร์มากนัก

ลูกชายเธอพอได้ปักใจอะไรแล้วก็ยากจะเปลี่ยน ที่เลี่ยงกลับมาบ้านคงตั้งใจเลี่ยงเจอหน้าดารัณเป็นแน่คิดเหรอว่าเธอรู้ไม่ทัน คงคิดว่าน้องยังรักตัวเองสินะพ่อคุณ

“แต่ม่อนเปลี่ยนใจแล้ว อยากอยู่กับแม่มากกว่า” น้ำเสียงรวมถึงแววตาที่แสดงออกมานั้นทำให้ธิดายิ่งเอ็นดูดารัณ ลูกสาวของเธอคนนี้ช่างงามทั้งหน้าตาและจิตใจ

“ห่วงอะไร คนที่นี่ออกเยอะแยะ อีกอย่างอย่ามัวแต่ห่วงแม่จนตัดโอกาสดีๆ ในชีวิตตัวเองสิม่อน ลูกแม่ต้องเติบโตไปในวันข้างหน้านะ” คำพูดของธิดาทำให้ดารัณเงียบไป เพราะตั้งแต่เล็กจนโตนั้นธิดาคอยสอนให้เธอเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และใช้ชีวิตอยู่กับความเปลี่ยนแปลงให้ได้ แม้แรกๆ มันยากแต่ก็ไม่ได้ยากเกินที่จะปรับตัว

“งั้นม่อนขอไปแค่หกเดือนได้ไหมคะ” เมื่อรู้ว่าปฏิเสธไม่ได้ดารัณก็ยื่นเงื่อนไขเรื่องเวลาแทน นั่นเพราะกรุงเทพฯ คือสถานที่ที่เธอไม่ค่อยอยากไปเป็นอันดับหนึ่ง

สาเหตุเพราะมิณทร์อยู่ที่นั่นต่อให้กรุงเทพฯ มันจะกว้างจนแทบไม่มีโอกาสได้พบหน้ากันทว่าหากเลี่ยงได้ดารัณก็อยากจะเลี่ยง เวลาหกเดือนคงมากพอแล้วกับการลงไปทำงานหาประสบการณ์

ระหว่างนี้ก็จะพยายามค้นหาตัวตนของตัวเองว่าชอบทำอะไรแล้วต่อยอดสิ่งที่ชอบให้เป็นเงินได้มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งเรื่องไปทำงานหรือเรียนต่อที่ต่างประเทศเธอก็ยังคงไม่ทิ้งเช่นกัน เธอต้องทำงานและยืนหยัดให้ได้ด้วยตัวเอง ส่วนใครที่ไม่ชอบหน้าเธอเธอก็จะอยู่ไกลๆ เข้าไว้ ไม่รบกวน ไม่สร้างความวุ่นวายให้เหมือนที่ผ่านๆ มา

“ต่อรองเก่งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

“นะคะแม่ ม่อนขอไปอยู่แค่หกเดือน”

“หกเดือนจะพออะไร”

“พอค่ะ” ดารัณตอบอย่างหนักแน่น

“เอาเถอะๆ หกเดือนหลังจากนี้ค่อยมาว่ากัน อ้อ…ข่าวดีอีกข่างคือม่อนไม่ต้องไปอยู่ห้องเดียวกันกับพี่เขาแล้วนะ แม่ซื้อห้องให้อยู่ต่างหากแล้วแต่ก็ยังเป็นคอนโดเดียวกันนั่นแหละ จะได้สบายใจกันทั้งคู่”

“ขอบคุณค่ะแม่” ดารัณยกมือไหว้ธิดา เพราะเธอเองก็กังวลเรื่องที่ต้องไปอยู่คอนโดมิเนียมมิณทร์มาก แม้จะอยู่กันคนละห้องแต่ก็ถือว่ายังอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เข้าออกหรือจะทำอะไรคงเลี่ยงการเผชิญหน้าไม่ได้ เขาไม่ชอบหน้าเธอขนาดนั้นแล้วเรื่องอะไรเธอต้องไปอยู่ใกล้ให้รำคาญ

เมื่อแยกตัวกับธิดาแล้วดารัณก็ตรงกลับมาห้องนอนตัวเองก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงขนาดหกฟุตแสนนุ่ม ก่อนจะนึกย้อนไปเมื่อครั้งยังเป็นเด็กพร้อมกับตั้งคำถามว่าเธอทำแบบนั้นไปได้ยังไง

‘ม่อนรักพี่มิณทร์ โตขึ้นม่อนจะเอาพี่เป็นผัว คนอื่นห้ามยุ่ง’

ดารัณส่ายหน้าแรงๆ ไล่เหตุการณ์บ้าๆ ที่ตัวเธอก่อไว้ในอดีตออกไปจากสมอง แต่ไล่มาสิบปีแล้วก็ยังคงแจ่มชัดตอนนั้นเธอคงคิดน้อยไปแน่ๆ ถึงพูดออกไปหรือไม่ก็อาจจะไม่ได้คิดอะไรเลย คิดแล้วก็อยากจิกหัวตัวเองในตอนนั้นนัก

“เห้อ…อยากย้อนเวลาได้จริงๆ จะโผล่ไปตอนนั้นแล้วเอามืออุดปากตัวเองซะ” เอ่ยจบก็คว้าหมอนอีกใบขึ้นมาปิดหน้าตัวเองไว้

สิบปีที่ผ่านมาเธอรู้ว่ามิณทร์เลี่ยงเหตุการณ์ที่ทำต้องมาเจอหน้าเธอตลอด ซึ่งเธอเองก็ทำเช่นนั้นขนาดสอบได้มหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ ที่ใครๆ ก็อยากเรียน ทว่าเธอกลับเลือกไปเรียนที่เชียงใหม่แทน สุดท้ายพอเรียนจบมาก็ต้องลงไปทำงานที่กรุงเทพฯ อยู่ดี หกเดือนคือเวลาที่ดารัณกำหนดกับตัวเอง หวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน

ขณะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของดารัณก็ดังขึ้น ซึ่งคนที่โทรมาก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ได้เกือบหนึ่งเดือนแล้ว ซึ่งโมนาคือสาวแกร่งที่ได้งานตั้งแต่เกรดยังออกไม่ครบทุกตัวเลยด้วยซ้ำ คุยไปคุยมาพอโมนารู้ว่าดารัณกำลังจะไปกรุงเทพฯ ก็กรี๊ดอย่างดีใจจนแสบคอไปหมด ก่อนที่ทั้งสองจะนัดหมายเจอกัน

สองอาทิตย์ต่อมา ดารัณกับธิดาก็ลงมากรุงเทพฯ โดยธิดาให้ลูกน้องที่สวนขับรถมาส่ง เรียกได้ว่ามาแบบไม่บอกไม่กล่าวเพราะขนาดลูกชายแท้ๆ อย่างมิณทร์เองยังไม่รู้ด้วยซ้ำ

แม้คอนโดมิเนียมที่ธิดาซื้อให้ดารัณนั้นจะได้ชื่อว่าพร้อมเข้าอยู่ได้เลย แต่ก็ยังต้องซื้อของเพิ่มอีกเล็กน้อยซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของกินที่ธิดานั้นแทบจะเหมามาทั้งห้าง เมื่อจัดของเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้เวลาโทรหามิณทร์

“ว่าอะไรนะครับแม่ แม่บอกว่าตอนนี้อยู่กรุงเทพฯ อย่างนั้นเหรอ” มิณทร์อุทานออกมาอย่างตกใจ นั่นเพราะไม่คิดมาก่อนว่าเวลานี้แม่จะอยู่กรุงเทพฯ

“ใช่…แม่อยู่กรุงเทพฯ”

“ตรงไหนของกรุงเทพฯ ครับหรือว่าคอนโด”

“อืม…คอนโด” ธิดาเอ่ยรับ

“แม่มาทั้งทีทำไมไม่บอกผม ผมจะได้ขับรถไปรับเองที่บ้าน”

“ขี้เกียจรอ ว่าแต่แถวนี้มีอะไรกินบ้างแม่กับน้องหิวแล้ว”

“เยอะครับ แต่ผมไม่มีคีย์การ์ดชั้นที่แม่อยู่ เอาเป็นว่าเราไปเจอกันที่ล็อบบี้น่าจะสะดวกกว่า” นั่นเพราะคอนโดมิเนียมที่นี่ค่อนข้างขึ้นชื่อเรื่องระบบความปลอดภัย คีย์การ์ดแต่ละห้องแต่ละชั้นจะล็อคไว้จึงไม่สามารถใช้กับชั้นอื่นได้ ถ้าจะไปที่ชั้นอื่นก็ต้องให้คนที่พักในชั้นนั้นๆ มารับที่หน้าล็อบบี้แล้วค่อยกดลิฟต์ขึ้นไปชั้นที่พัก

“อืม เดี๋ยวแม่พาน้องลงไป”

“ครับแม่” มิณทร์เอ่ยรับ ก่อนจะคว้ากระเป๋ารวมถึงกุญแจรถติดมือมาจากนั้นก็รีบปิดห้องแล้วลงไปรอแม่กับน้องสาวบุญธรรมที่ล็อบบี้

เพราะวันนี้เป็นวันหยุดชายหนุ่มจึงแต่งตัวสบายๆ ต่อให้สวมเสื้อยืดกางเกงยีนมิณทร์ก็รอดทุกลุค ยิ่งมีรูปร่างหน้าตาเป็นทรัพย์ด้วยแล้วใส่อะไรก็ดูหล่อไปเสียหมด

ในขณะที่ดารัณก็เลือกที่จะใส่เสื้อแขนยาวกางเกงขายาวแถมยังเป็นโอเวอร์ไซซ์ทั้งเสื้อและกางเกง รองเท้าผ้าใบและยังเก็บผมยาวไว้ใต้หมวกแก๊ปสีดำไม่เพียงแค่นั้นยังสวมแมสอีกชิ้น โดยให้เหตุผลกับธิดาว่าเธอรู้สึกไม่ค่อยสบายจึงไม่อยากเอาเชื้อไปแพร่ให้คนอื่น

เธอจงใจแต่งตัวทอมบอยเพื่ออำพรางรูปร่างหน้าตาของตัวเอง อยากให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าตอนนี้เธอยังคงขี้เหร่และไม่อยากเข้าใกล้เหมือนที่ผ่านๆ มา เขาหมางเมินใส่เธอแค่ไหนเธอเองก็จะหมางเมินใส่เขาหลายเท่า

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมียใบ้บำเรอรัก
9.1
ม่านไหมต้องทนรองรับอารมณ์ใคร่ที่รุนแรงจากเจ้านายผู้เป็นเจ้าของชีวิต แม้ร่างกายจะแหลกสลายจากบทรักที่หนักหน่วงเพียงใด เธอกลับไม่อาจห้ามใจไม่ให้รักเขาได้เลย ความพิการที่ทำให้เธอพูดไม่ได้กลายเป็นช่องว่างให้เขาตักตวงความสุขตามอำเภอใจโดยไม่สนความเจ็บปวด สำหรับเขาแล้วเธอเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ที่มีไว้ตอบสนองตัณหาบนเตียงเท่านั้น ไร้ซึ่งค่า ไร้ความผูกพัน และไม่มีวันได้รับความรักตอบแทนกลับมาแม้แต่น้อย
หน้าปกนวนิยาย Sweet Sense สัมผัสรัก เกี่ยวหัวใจยัยจอมป่วน
8.7
เมื่อคริสตัลถูกทักว่าโดนคุณไสยและต้องแต่งงานแก้เคล็ดด่วน เธอจึงหนีมาพึ่งพี่ชายจนพบกับฮาเร็มชายหนุ่มที่เป็นรักแรก เพื่อมัดใจเขาเธอจึงขอให้เยลล์เพื่อนชายคนสนิทช่วยแปลงโฉมและวางแผนพิชิตใจ แต่แผนการกลับยุ่งเหยิงเมื่อหัวใจเจ้ากรรมดันเริ่มหวั่นไหวกับตัวช่วยอย่างเยลล์แทน ท่ามกลางความสับสนเธอยังต้องคอยหลบหนีการตามล่าจากแม่ที่พยายามจับเธอแต่งงานให้ได้ คริสตัลจะจัดการกับความวุ่นวายและปัญหาหัวใจที่ซับซ้อนนี้อย่างไรดี
หน้าปกนวนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมมอบทุกอย่างให้ราซิเอลโล่ด้วยความรัก แต่เมื่อเธอแจ้งข่าวเรื่องตั้งครรภ์ เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่มึนเมา จึงตราหน้าว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา คำสบประมาทนั้นสร้างความเจ็บปวดให้หญิงสาวอย่างแสนสาหัส เธอตัดสินใจหอบหัวใจที่แตกสลายพร้อมลูกในท้องกลับเมืองไทย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ และความมั่นใจนั้นกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย บ่วงสวาทเจ้าบ่าวทมิฬ
9.4
เฟื่องลดา นักเขียนอิสระสาวเริ่มต้นทริปตามฝันที่สเปน แต่โชคชะตากลับพาเธอไปพบกับ ลีโอนาร์ด ดีเอซ กอนซาเลซ มหาเศรษฐีเจ้าของฉายานักล่าแห่งสเปนโดยบังเอิญ การพบกันครั้งนี้ดึงดูดเธอเข้าสู่บ่วงเสน่หาที่ยากจะถอนตัว แม้เธอจะพยายามปฏิเสธความเร่าร้อนของเขา แต่สัมผัสที่อ่อนโยนและรุกรานจากชายหนุ่มกลับทำให้หัวใจของเธอสั่นคลอนจนแทบเสียอาการ ท่ามกลางบรรยากาศแสนหวานที่ทำให้เธอรู้สึกราวกับเป็นคนรักจริงของเขาจนไม่อาจหนีพ้น
หน้าปกนวนิยาย จากเงารัก สู่การเป็นตัวของตัวเอง
7.9
ตลอดระยะเวลากว่าห้าปีที่ฉันต้องยอมใช้ชีวิตอยู่ในเงามืดฐานะคนรักลับๆ ของเขา เพียงเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับพี่ชายผู้ล่วงลับของเขาซึ่งเป็นคู่หมั้นตัวจริงของฉัน แต่เมื่อพันธะแห่งคำสัญญานั้นจบสิ้นลง เขากลับทำลายความรู้สึกกันอย่างเลือดเย็นด้วยการสั่งให้ฉันเป็นคนจัดการเตรียมงานหมั้นของเขากับผู้หญิงคนอื่นด้วยตัวเอง เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการพยายามกลับมาเป็นตัวของตัวเองจึงได้เริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เถ้าถ่านรัก จุดไฟแค้น ขึ้นมา
8.6
ปาริชาติถูกพุฒิสามีผู้เย็นชาบีบคั้นให้มอบกำไลหยกแทนใจของแม่แก่ลลิตาแฟนเก่าของเขา ไม่เพียงทำลายของรักเขายังบังคับให้เธอถ่ายเลือดช่วยหญิงคนนั้นจนปางตาย ท้ายที่สุดพุฒิเลือกช่วยลลิตาจากเหตุระเบิดและทิ้งปาริชาติให้ตายในกองเพลิง เธอรอดชีวิตมาได้พร้อมหัวใจที่แตกสลายและหนีไปเริ่มต้นใหม่ที่อังกฤษ เมื่อพุฒิรู้ความจริงว่าลลิตาคือคนร้ายจึงตามมาคุกเข่าอ้อนวอนขอคืนดี แต่ปาริชาติในลุคใหม่กลับยืนเคียงข้างชายอื่นพร้อมยืนยันว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จบลงตั้งแต่วันที่เขาเลือกทิ้งเธอไว้ในกองไฟ