ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กลรักพนันหัวใจ

กลรักพนันหัวใจ

ตอน
แชร์

ตอน 3

“นั่นมันปัญหาของพี่เขาไม่ใช่ของเรา ม่อนไปเพื่อเรียนรู้เพื่อหาประสบการณ์ คนเราต้องลองทำอะไรหลายๆ อย่างเพื่อค้นหาตัวเองว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร ม่อนเรียนจบภาษามาก็ต้องทำงานที่ใช้ภาษาจะให้มาคุยกับต้นไม้ใบหญ้าอีกหน่อยก็ลืมกันหมด ไหนบอกแม่ว่าถ้ามีโอกาศอยากไปเรียนต่อหรือทำงานต่างประเทศ อยู่กับแม่ที่นี่จะได้ไปหรือ” ธิดาพยายามหว่านล้อมแต่รู้ว่าคุยกับดารัณนั้นง่ายกว่าคนหัวแข็งอย่างมิณทร์มากนัก

ลูกชายเธอพอได้ปักใจอะไรแล้วก็ยากจะเปลี่ยน ที่เลี่ยงกลับมาบ้านคงตั้งใจเลี่ยงเจอหน้าดารัณเป็นแน่คิดเหรอว่าเธอรู้ไม่ทัน คงคิดว่าน้องยังรักตัวเองสินะพ่อคุณ

“แต่ม่อนเปลี่ยนใจแล้ว อยากอยู่กับแม่มากกว่า” น้ำเสียงรวมถึงแววตาที่แสดงออกมานั้นทำให้ธิดายิ่งเอ็นดูดารัณ ลูกสาวของเธอคนนี้ช่างงามทั้งหน้าตาและจิตใจ

“ห่วงอะไร คนที่นี่ออกเยอะแยะ อีกอย่างอย่ามัวแต่ห่วงแม่จนตัดโอกาสดีๆ ในชีวิตตัวเองสิม่อน ลูกแม่ต้องเติบโตไปในวันข้างหน้านะ” คำพูดของธิดาทำให้ดารัณเงียบไป เพราะตั้งแต่เล็กจนโตนั้นธิดาคอยสอนให้เธอเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และใช้ชีวิตอยู่กับความเปลี่ยนแปลงให้ได้ แม้แรกๆ มันยากแต่ก็ไม่ได้ยากเกินที่จะปรับตัว

“งั้นม่อนขอไปแค่หกเดือนได้ไหมคะ” เมื่อรู้ว่าปฏิเสธไม่ได้ดารัณก็ยื่นเงื่อนไขเรื่องเวลาแทน นั่นเพราะกรุงเทพฯ คือสถานที่ที่เธอไม่ค่อยอยากไปเป็นอันดับหนึ่ง

สาเหตุเพราะมิณทร์อยู่ที่นั่นต่อให้กรุงเทพฯ มันจะกว้างจนแทบไม่มีโอกาสได้พบหน้ากันทว่าหากเลี่ยงได้ดารัณก็อยากจะเลี่ยง เวลาหกเดือนคงมากพอแล้วกับการลงไปทำงานหาประสบการณ์

ระหว่างนี้ก็จะพยายามค้นหาตัวตนของตัวเองว่าชอบทำอะไรแล้วต่อยอดสิ่งที่ชอบให้เป็นเงินได้มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งเรื่องไปทำงานหรือเรียนต่อที่ต่างประเทศเธอก็ยังคงไม่ทิ้งเช่นกัน เธอต้องทำงานและยืนหยัดให้ได้ด้วยตัวเอง ส่วนใครที่ไม่ชอบหน้าเธอเธอก็จะอยู่ไกลๆ เข้าไว้ ไม่รบกวน ไม่สร้างความวุ่นวายให้เหมือนที่ผ่านๆ มา

“ต่อรองเก่งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

“นะคะแม่ ม่อนขอไปอยู่แค่หกเดือน”

“หกเดือนจะพออะไร”

“พอค่ะ” ดารัณตอบอย่างหนักแน่น

“เอาเถอะๆ หกเดือนหลังจากนี้ค่อยมาว่ากัน อ้อ…ข่าวดีอีกข่างคือม่อนไม่ต้องไปอยู่ห้องเดียวกันกับพี่เขาแล้วนะ แม่ซื้อห้องให้อยู่ต่างหากแล้วแต่ก็ยังเป็นคอนโดเดียวกันนั่นแหละ จะได้สบายใจกันทั้งคู่”

“ขอบคุณค่ะแม่” ดารัณยกมือไหว้ธิดา เพราะเธอเองก็กังวลเรื่องที่ต้องไปอยู่คอนโดมิเนียมมิณทร์มาก แม้จะอยู่กันคนละห้องแต่ก็ถือว่ายังอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เข้าออกหรือจะทำอะไรคงเลี่ยงการเผชิญหน้าไม่ได้ เขาไม่ชอบหน้าเธอขนาดนั้นแล้วเรื่องอะไรเธอต้องไปอยู่ใกล้ให้รำคาญ

เมื่อแยกตัวกับธิดาแล้วดารัณก็ตรงกลับมาห้องนอนตัวเองก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงขนาดหกฟุตแสนนุ่ม ก่อนจะนึกย้อนไปเมื่อครั้งยังเป็นเด็กพร้อมกับตั้งคำถามว่าเธอทำแบบนั้นไปได้ยังไง

‘ม่อนรักพี่มิณทร์ โตขึ้นม่อนจะเอาพี่เป็นผัว คนอื่นห้ามยุ่ง’

ดารัณส่ายหน้าแรงๆ ไล่เหตุการณ์บ้าๆ ที่ตัวเธอก่อไว้ในอดีตออกไปจากสมอง แต่ไล่มาสิบปีแล้วก็ยังคงแจ่มชัดตอนนั้นเธอคงคิดน้อยไปแน่ๆ ถึงพูดออกไปหรือไม่ก็อาจจะไม่ได้คิดอะไรเลย คิดแล้วก็อยากจิกหัวตัวเองในตอนนั้นนัก

“เห้อ…อยากย้อนเวลาได้จริงๆ จะโผล่ไปตอนนั้นแล้วเอามืออุดปากตัวเองซะ” เอ่ยจบก็คว้าหมอนอีกใบขึ้นมาปิดหน้าตัวเองไว้

สิบปีที่ผ่านมาเธอรู้ว่ามิณทร์เลี่ยงเหตุการณ์ที่ทำต้องมาเจอหน้าเธอตลอด ซึ่งเธอเองก็ทำเช่นนั้นขนาดสอบได้มหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ ที่ใครๆ ก็อยากเรียน ทว่าเธอกลับเลือกไปเรียนที่เชียงใหม่แทน สุดท้ายพอเรียนจบมาก็ต้องลงไปทำงานที่กรุงเทพฯ อยู่ดี หกเดือนคือเวลาที่ดารัณกำหนดกับตัวเอง หวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน

ขณะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของดารัณก็ดังขึ้น ซึ่งคนที่โทรมาก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ได้เกือบหนึ่งเดือนแล้ว ซึ่งโมนาคือสาวแกร่งที่ได้งานตั้งแต่เกรดยังออกไม่ครบทุกตัวเลยด้วยซ้ำ คุยไปคุยมาพอโมนารู้ว่าดารัณกำลังจะไปกรุงเทพฯ ก็กรี๊ดอย่างดีใจจนแสบคอไปหมด ก่อนที่ทั้งสองจะนัดหมายเจอกัน

สองอาทิตย์ต่อมา ดารัณกับธิดาก็ลงมากรุงเทพฯ โดยธิดาให้ลูกน้องที่สวนขับรถมาส่ง เรียกได้ว่ามาแบบไม่บอกไม่กล่าวเพราะขนาดลูกชายแท้ๆ อย่างมิณทร์เองยังไม่รู้ด้วยซ้ำ

แม้คอนโดมิเนียมที่ธิดาซื้อให้ดารัณนั้นจะได้ชื่อว่าพร้อมเข้าอยู่ได้เลย แต่ก็ยังต้องซื้อของเพิ่มอีกเล็กน้อยซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของกินที่ธิดานั้นแทบจะเหมามาทั้งห้าง เมื่อจัดของเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้เวลาโทรหามิณทร์

“ว่าอะไรนะครับแม่ แม่บอกว่าตอนนี้อยู่กรุงเทพฯ อย่างนั้นเหรอ” มิณทร์อุทานออกมาอย่างตกใจ นั่นเพราะไม่คิดมาก่อนว่าเวลานี้แม่จะอยู่กรุงเทพฯ

“ใช่…แม่อยู่กรุงเทพฯ”

“ตรงไหนของกรุงเทพฯ ครับหรือว่าคอนโด”

“อืม…คอนโด” ธิดาเอ่ยรับ

“แม่มาทั้งทีทำไมไม่บอกผม ผมจะได้ขับรถไปรับเองที่บ้าน”

“ขี้เกียจรอ ว่าแต่แถวนี้มีอะไรกินบ้างแม่กับน้องหิวแล้ว”

“เยอะครับ แต่ผมไม่มีคีย์การ์ดชั้นที่แม่อยู่ เอาเป็นว่าเราไปเจอกันที่ล็อบบี้น่าจะสะดวกกว่า” นั่นเพราะคอนโดมิเนียมที่นี่ค่อนข้างขึ้นชื่อเรื่องระบบความปลอดภัย คีย์การ์ดแต่ละห้องแต่ละชั้นจะล็อคไว้จึงไม่สามารถใช้กับชั้นอื่นได้ ถ้าจะไปที่ชั้นอื่นก็ต้องให้คนที่พักในชั้นนั้นๆ มารับที่หน้าล็อบบี้แล้วค่อยกดลิฟต์ขึ้นไปชั้นที่พัก

“อืม เดี๋ยวแม่พาน้องลงไป”

“ครับแม่” มิณทร์เอ่ยรับ ก่อนจะคว้ากระเป๋ารวมถึงกุญแจรถติดมือมาจากนั้นก็รีบปิดห้องแล้วลงไปรอแม่กับน้องสาวบุญธรรมที่ล็อบบี้

เพราะวันนี้เป็นวันหยุดชายหนุ่มจึงแต่งตัวสบายๆ ต่อให้สวมเสื้อยืดกางเกงยีนมิณทร์ก็รอดทุกลุค ยิ่งมีรูปร่างหน้าตาเป็นทรัพย์ด้วยแล้วใส่อะไรก็ดูหล่อไปเสียหมด

ในขณะที่ดารัณก็เลือกที่จะใส่เสื้อแขนยาวกางเกงขายาวแถมยังเป็นโอเวอร์ไซซ์ทั้งเสื้อและกางเกง รองเท้าผ้าใบและยังเก็บผมยาวไว้ใต้หมวกแก๊ปสีดำไม่เพียงแค่นั้นยังสวมแมสอีกชิ้น โดยให้เหตุผลกับธิดาว่าเธอรู้สึกไม่ค่อยสบายจึงไม่อยากเอาเชื้อไปแพร่ให้คนอื่น

เธอจงใจแต่งตัวทอมบอยเพื่ออำพรางรูปร่างหน้าตาของตัวเอง อยากให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าตอนนี้เธอยังคงขี้เหร่และไม่อยากเข้าใกล้เหมือนที่ผ่านๆ มา เขาหมางเมินใส่เธอแค่ไหนเธอเองก็จะหมางเมินใส่เขาหลายเท่า

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KZF” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KZF
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ตรวนมัจจุราช
9.2
เจอรัลด์ ซาโกร่า กาซิยาส ทายาทมหาเศรษฐีผู้หยิ่งผยอง ใช้ความเข้าใจผิดเป็นข้ออ้างในการพรากความบริสุทธิ์ของ ญาดามินทร์ แซคารี สาวน้อยผู้อ่อนโยน แม้เขาจะดูแคลนว่าเธอไร้ค่า แต่กลับกักขังเธอไว้ด้วยเล่ห์กลจนเธอไร้ทางหนี แม้หัวใจของญาดามินทร์จะบอบช้ำจากถ้อยคำทำร้ายจิตใจและการตีตราว่าเธอเป็นเพียงสมบัติของเขา แต่ความโหยหาที่มีต่อชายใจมัจจุราชกลับยังฝังรากลึก ท่ามกลางพันธนาการที่ตัดไม่ขาด เธอต้องเผชิญกับเกมร้ายที่บีบให้เธอต้องเป็นฝ่ายอ้อนวอนต่อพญาราชสีห์ผู้ไร้ความปรานีคนนี้เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย เมื่อผมรวยด้วยระบบปลูกผัก
7.9
มังกรได้รับโอกาสครั้งที่สองในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ หลังถูกคนรักเก่าลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยมจนเสียชีวิต การหวนคืนสู่อดีตในครั้งนี้เขาไม่ได้กลับมาเพียงตัวเปล่า แต่มาพร้อมกับระบบปลูกผักสุดมหัศจรรย์ที่จะเปลี่ยนโชคชะตาของเขาไปตลอดกาล จากความแค้นในชาติก่อนสู่เส้นทางการสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยพลังพิเศษ มังกรต้องใช้ระบบนี้เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้ที่มั่งคั่งและแข็งแกร่งที่สุด พร้อมเผชิญหน้ากับอุปสรรคในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และโอกาส
หน้าปกนวนิยาย ท่านระธาน ขอช้าหน่อย
8.2
ชีวิตที่เคยสูงส่งของคุณหนูไป๋เสว่เอ๋อร์พังทลายลง เมื่อบริษัทตระกูลไป๋ล้มละลายซ้ำยังถูกคนรักทอดทิ้ง เธอจำใจไปขอร้องอดีตแฟนหนุ่มแต่กลับถูกเยาะเย้ย ทว่าเผยลี่เชิน พี่ชายของชายที่หักหลังเธอ กลับยื่นมือเข้าช่วยประคองบริษัทไม่ให้ล่มสลาย โดยแลกกับการที่เธอต้องยอมใช้ตัวเองเป็นข้อแลกเปลี่ยนตามเงื่อนไขของเขา สิ่งที่เริ่มต้นจากพันธสัญญาทางธุรกิจและผลประโยชน์ กลับค่อยๆ หลอมละลายกำแพงในใจของทั้งสองคน ความรู้สึกผูกพันเริ่มก่อตัวขึ้นเงียบๆ ท่ามกลางความสัมพันธ์อันแสนซับซ้อนที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ดั่งน้ำค้างกลางตะวัน
9.6
เมื่อศิศิราสงสัยในตัวคู่หมั้นจนนำไปสู่การพิสูจน์ที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล ท่ามกลางความสูญเสียนั้น ปรมะนักเขียนหนุ่มผู้รักสันโดษกลับได้พบกับหญิงสาวที่เขาเปรียบดั่งนางฟ้าบนชายหาดอันเงียบสงบ แต่ความสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืนกลับจบลงด้วยการจากลาทิ้งไว้เพียงความทรงจำและความรู้สึกผิด ปรมะจึงเริ่มออกตามหาเจ้าของชื่อน้ำค้างซึ่งเป็นเบาะแสเดียวที่มี เพื่อหวังว่าจะได้พบกับผู้หญิงที่ตราตรึงใจเขาอีกครั้งท่ามกลางโชคชะตาที่เล่นตลก
หน้าปกนวนิยาย เมียเก็บ ชุด The billionaire demon's virgin mistress
8.5
นิโคไล มาร์คิเดฟ ทายาทจอมเผด็จการผู้แสวงหาความสมบูรณ์แบบ มีรสนิยมทางเพศที่ดุดันและไร้ความปรานี เขามองผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องระบายอารมณ์ชั่วข้ามคืนภายใต้กฎเหล็กอันแสนเย็นชา ทว่าโชคชะตากลับขีดเขียนให้อิงบุญ หญิงสาวผู้แข็งแกร่งจากการเติบโตในซ่องโสเภณี ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับมหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจคนนี้เพื่อตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณ แต่ตำแหน่งที่เธอได้รับกลับเป็นเพียงเมียเก็บที่ไร้เกียรติ ท่ามกลางความดิบเถื่อนและอำนาจที่เขามีเหนือตัวเธอ
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์รักแรงพยาบาท
9.2
เมื่อแม่ต้องเผชิญวิกฤตความตาย มนต์มีนา แอร์โฮสเตสสาวจึงไร้ทางเลือกนอกจากหวนกลับไปหา คาร์โล คัสล์ซัน CEO หนุ่มเจ้าของสายการบินผู้กุมอำนาจเงินตราและอดีตอันขมขื่นระหว่างกัน เขาจำเธอได้แม่นยำในฐานะอดีตคนรักที่เคยฝากแผลใจไว้ ซาตานร้ายในคราบนักธุรกิจจึงยื่นข้อเสนอสุดอัปยศเพื่อแลกกับการช่วยเหลือทางการแพทย์ นั่นคือเธอต้องยอมพลีกายเพื่อมอบทายาทให้แก่เขา การกลับมาเจอกันครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นโอกาสที่คาร์โลจะใช้พันธสัญญาเสน่หาเพื่อแก้แค้นเธอให้สาสมกับความเจ็บปวดในอดีต