ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คุณแม่ฝากรัก

คุณแม่ฝากรัก

เมื่อเจ้าบ่าวใจร้ายหนีงานแต่งงานไปอย่างไม่ใยดี ทิ้งให้หญิงสาวต้องเผชิญความอับอายและสู้ชีวิตเพียงลำพังจนกระทั่งให้กำเนิดลูกแฝดโดยไร้คนเหลียวแล ทว่าเมื่อเขารู้ซึ้งถึงความผิดในวันที่เกือบจะสายเกินไป ปฏิบัติการง้อขอคืนดีจึงเริ่มต้นขึ้น ชายหนุ่มต้องงัดทุกกลเม็ดและเล่ห์เหลี่ยมที่มีเพื่อพิชิตใจแม่ของลูกให้ยอมใจอ่อนอีกครั้ง หวังเพียงจะได้กลับมาเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมทั้งภรรยาและลูกรักในท้ายที่สุด
ตอน
แชร์

ตอน 3

ริมฝีปากหนาของชายหนุ่มคลี่ยิ้มเล็กน้อยอย่างใจเย็น ในขณะที่มือก็ค่อยๆ ดึงเนกไทที่อยู่บนคอเสื้อออกให้พอหลวมๆ เขาขยับเข้าไปและวางสูทไว้บนพนักโซฟา เงยหน้าสบตามารดา

“แค่คำสั่งประจำการ ผมคิดว่าคุณแม่ชินกับมันแล้วเสียอีก” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบพอกับประโยคที่หลุดออกมาจากปากของเขา

“มันคงทำให้แม่ชินไม่ได้หรอก”

“มันก็เป็นอาชีพของผมเหมือนกัน”

“แต่ป้องสัญญากับแม่แล้วว่าคราวนี้จะอยู่นาน ทำไมมันกะทันหันอย่างนี้ล่ะ คำสั่งออกไม่คิดจะบอกแม่เลยใช่ไหม” นางวรากุลถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ผมก็รู้ก่อนที่คุณแม่จะเห็นจดหมายไม่นานนี้เอง” น้ำเสียงของเขายังคงรักษาระดับความราบเรียบเอาไว้เฉกเช่นประโยคแรกที่เขาพูดกับมารดา

ชายหนุ่มขยับและหมุนตัวพร้อมกับยืดตัวเต็มความสูง สูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ “คุณแม่มีอะไรกับผมอีกหรือเปล่าครับ พอดีว่าผมต้องตอบอีเมล์อีกหลายฉบับ” ชายหนุ่มบอกธุระของตัวเอง ซึ่งก็เป็นไปตามที่เขาบอก คำสั่งด่วนเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้เขาต้องรีบจัดการทุกอย่างให้เสร็จอย่างรวดเร็วที่สุด

นางวรากุลมองหน้าลูกชายอย่างจับผิด แต่ก็ไม่เห็นความผิดปกติในดวงตาคู่นั้น เขายังรักษามาดนิ่งเอาไว้ได้ดีเหมือนเดิม

“อะไรกัน ดึกขนาดนี้แล้วยังจะทำงานอีก” เมื่อเห็นว่าเขายังนิ่งนางก็แกล้งโวยวาย เพราะอาการแบบนี้เดาทางของเขาได้ยาก ไม่รู้ว่าลูกชายกำลังคิดอะไรอยู่

แม้ช่วงหลายปีที่ผ่านมานางเห็นลูกชายโหมงานหนักจนแทบไม่มีเวลาเจอหน้ามารดา บางทีงานเป็นเพียงเหตุผลที่เขาใช้อ้างในระยะหลังที่นางรุกหนัก จงใจจับคู่และนัดบอดดูตัวถี่มากขึ้นกว่าเดิม เพราะเขารู้ว่างานเป็นหนทางเดียวที่จะปฏิเสธนางได้

ชายหนุ่มถอนหายใจออกมา เขาจนใจที่จะอธิบายให้มารดาเข้าใจถึงความรู้สึกของเขา ไม่ว่าจะยกข้ออ้างใดๆ มาอ้าง นางก็มีทางออกคอยขัดแย้งเสมอ ในที่สุดเขาจำต้องบอกเหตุผลก่อนที่จะเกิดคำสั่ง และเหตุผลของเขาก็หนีไม่พ้นงานอีกตามเคย

“ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวคนก่อนเกิดเครื่องบินตกในระหว่างเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ผมจึงได้รับคำสั่งแต่งตั้งเร็วกว่ากำหนด และต้องเดินทางทันทีเมื่อ ทุกอย่างพร้อม”

“เราคงต้องคุยกันจริงๆ สักที” นางวรากุลบอกด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น

“ครับ” ป้องเขตหันกลับมามองมารดา หัวคิ้วของเขาย่นเข้าหากันเพราะ ไม่เข้าใจสิ่งที่มารดากำลังบอกจริงๆ

“อย่ามาทำไขสือนะ เราคุยเรื่องนี้กันไม่รู้กี่รอบแล้ว” นางวรากุลรีบย้ำ เมื่อได้ยินแบบนั้นชายหนุ่มก็เข้าใจทุกอย่าง

“ถ้าคุณแม่จะพูดถึงเรื่องแต่งงาน เรื่องนัดบอดดูตัว ผมก็บอกคุณแม่ไป ทุกครั้งว่าผมสามารถหาภรรยาเองได้ แล้วตอนนี้ก็ยังไม่พร้อมที่จะใช้ชีวิตครอบครัวกับใคร”

“แล้วเมื่อไหร่ถึงจะพร้อมล่ะ” นางวรากุลถามทันที ด้วยอายุอานามของ ลูกชายที่เฉียดใกล้เลขสี่เข้าไปทุกที คนเป็นแม่อย่างนางก็ไม่สามารถทนรอไปเรื่อยๆ เหมือนอย่างที่ผ่านมาได้

“เราคุยเรื่องนี้กันหลายรอบแล้วนะครับคุณแม่”

“ก็เพราะว่าเราคุยกันหลายรอบแล้วน่ะสิ แม่ถึงต้องย้ำและถามอยู่บ่อยๆ ครั้งนี้แม่ขอเป็นครั้งสุดท้ายนะป้อง” น้ำเสียงของคนเป็นแม่อ่อนลงแฝงไปด้วยความเว้าวอน

ชายหนุ่มใจอ่อนอีกครั้ง เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า บางทีเขาก็ไม่อยากเป็นลูกชายเพียงคนเดียว เขาไม่อยากเป็นลูกโทน ลูกเพียงคนเดียวที่แบกรับความหวังทั้งหมดของพ่อแม่ ตั้งแต่เริ่มต้นเข้าเรียน เข้ามหาวิทยาลัย กระทั่งเรียนจบออกมาทำงาน จนถึงตอนนี้ความหวังที่มารดาผูกติดกับตัวเขาเอาไว้ยังไม่จบสิ้น

“ต้องให้ผมไปเจอใครอีกล่ะครับ” ชายหนุ่มถามกลับอย่างเหนื่อยหน่าย ทุกครั้งที่มารดาเอ่ยปากว่ามีเรื่องจะพูดคุยกับเขาในระยะหลังก็ไม่เคยหนีพ้นเรื่องนี้สักที

“แม่อยากมีหลาน” นางวรากุลโพล่งออกมา

ชายหนุ่มหัวเราะขำในลำคอ “ครั้งนี้คุณแม่มาเหนือเมฆนะครับ พอผม ไม่ยอมแต่งงานและลงเอยกับใครสักที คุณแม่ก็เร่งรัดเอาเรื่องหลานมาอ้าง ผมยังยืนยันคำเดิมครับคุณแม่” ชายหนุ่มย้ำเสียงหนักในท้ายประโยค คำว่ายืนยันคำเดิมเป็นที่รู้กันระหว่างเขากับมารดาว่าเขาไม่ยินยอมแต่งงาน ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ย้ำประโยคชัดเจนกับมารดาอีกครั้ง

“ผมยังไม่พร้อม และคุณแม่ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องหลาน วิวัฒนาการทางการแพทย์สมัยนี้ก้าวหน้าไปมาก ผมรับรองว่าจะต้องมีหลานสืบสกุลให้คุณแม่อย่างแน่นอน”

“ป้องคิดว่าแม่จะอยู่รอดูหน้าหลานได้อีกกี่ปี” นางหันมาถามลูกชาย “อายุของแม่เกือบจะเจ็ดสิบแล้วนะป้อง มีลูกชายคนเดียวก็ใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่”

ชายหนุ่มสะอึกไป หยุดนิ่งหันกลับมามองใบหน้าของมารดา ท่านแก่ลงไปมากจริงๆ คำพูดของคนเป็นแม่สะท้อนถึงความตัดพ้อต่อว่า เป็นอย่างที่ท่านพูด ทุกอย่าง เขาเพียงใช้เงินดูแลมารดา จ้างทุกอย่างเพื่ออำนวยความสะดวกให้ท่าน ในขณะที่ตัวเขาเองแทบจะหาเวลาอยู่กับมารดาได้น้อยมากในแต่ละปี

“แม่จะไม่บังคับให้ป้องแต่งงาน เพียงแค่ป้องมีลูกกับเธอเท่านั้น จะไม่มีความสัมพันธ์หรือข้อผูกมัดใดๆ เกิดขึ้นระหว่างลูกกับเธอหลังจากที่เธอคลอด” นางวรากุลยื่นข้อเสนอ

ชายหนุ่มส่ายหน้า แม้เขาจะรู้สึกเห็นใจความรู้สึกของแม่ คล้อยตามท่านในเบื้องต้น แต่วิธีการของท่านก็ขัดกับความรู้สึกของเขาอยู่ดี

“ชีวิตของคนไม่ใช่ละครนะครับคุณแม่ เด็กที่เกิดมาจะต้องแบกรับความอาภัพรันทดมากแค่ไหน หากรู้ว่าเขาเกิดขึ้นมาเพราะเหตุผลบางอย่างและกำพร้ามาตั้งแต่เกิด พ่อกับแม่ของเขาไม่ได้รักกัน เด็กคนนั้นจะมีความอบอุ่นได้อย่างไร” ชายหนุ่มพยายามอธิบายให้มารดาเข้าใจ

“ก็ในเมื่อป้องไม่พร้อมที่จะแต่งงานและอยู่กับใคร แม่ก็ไม่บังคับ นี่เป็นทางออกเดียว แม่ขอป้องแค่เรื่องนี้ มีหลานให้แม่เอาไว้สืบสกุลสักคน หลังจากนี้แม่จะไม่ยุ่งวุ่นวายกับชีวิตอิสระของป้องอีก” นางวรากุลบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

“แม่แก่แล้ว และลูกก็อายุมากขึ้น แม่ไม่รู้ว่าจะสามารถอยู่จนได้เห็นหน้าหลานหรือเปล่า แม่ขอนะป้อง”

ชายหนุ่มลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาพยายามหาข้ออ้างมาหลายปี และเขาก็ยังตั้งมั่นและยืนยันคำเดิมว่ายังไม่พร้อมจะแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ร่วมกับใคร

หากแต่ครั้งนี้เขาต้องจนมุมด้วยเหตุผลของมารดา ยิ่งได้เห็นแววตาและน้ำเสียงของท่านเขาก็อดสงสารไม่ได้

“แล้วผู้หญิงคนไหนพร้อมที่จะรับข้อเสนอโดยการรับเป็นแม่พันธุ์ให้หลานคุณแม่ล่ะครับ” เขาถามหยั่งเชิง แต่น้ำเสียงในประโยคของชายหนุ่มบอกได้ถึงความไม่พอใจ เขาไม่ค่อยชอบวิธีการแบบนี้เท่าใดนัก ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงไร้ค่า ไม่ทำงานทำการ รอวันที่จะมีสามีและให้ผู้ชายเป็นฝ่ายหาเลี้ยง เขายิ่งรู้สึกต่อต้าน

“เพียงแค่ป้องรับปาก” นางวรากุลยังไม่ตอบคำถามลูกชาย

ชายหนุ่มพยักหน้าแทนคำตอบ ที่ทำเพื่อความสบายใจของคนเป็นแม่ โดยที่เขาไม่รู้สึกคล้อยตามสักนิด หวังว่าเรื่องนี้จะจบลง

ป้องเขตเป็นผู้ชายหัวสมัยใหม่ เขารักผู้หญิงทำงาน ผู้หญิงเก่งที่จะสามารถยืนหยัดเคียงข้างเขา สามารถเชิดหน้าชูตาและเกื้อหนุนกันและกัน แต่ที่เขายอมตกลงกับมารดาอย่างง่ายดายก็เพราะไม่คิดว่าจะหยิบผู้หญิงคนนั้นมาเป็นภรรยาอย่างเด็ดขาด อย่างเก่งก็แค่แม่พันธุ์สร้างหลานให้มารดาของเขาเท่านั้น

การตอบรับทางกายของลูกชายทำให้นางวรากุลยิ้มออก แต่นางก็ย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ “เพียงแค่ป้องรับปากว่าก่อนเดินทาง ป้องจะผลิตทายาทให้แม่สืบสกุล เรื่องทุกอย่างแม่จะจัดการเอง”

ชายหนุ่มก็เพียงพยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงตอบรับแบบผ่านๆ เหมือนเดิม เขาไม่สนใจจะถามรายละเอียดด้วยซ้ำ

“หมดธุระของคุณแม่แล้วใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มบอกตัดบท

“ถ้าป้องสัญญา แม่ก็หมดธุระ พรุ่งนี้แม่จะพาหนูศกุนตลาเข้ามาอยู่ในบ้านเพื่อทำความคุ้นเคยกับลูก” นางวรากุลบอกย้ำอีกหน บอกรายละเอียดให้อีกฝ่ายรับรู้ แต่เขากลับไม่สนใจที่จะจดจำและใส่ใจรายละเอียดนั้นเลย

ป้องเขตทำหน้าเหนื่อยหน่าย เมื่อเขาไม่ยืนกรานที่จะขัดแย้งหรือคัดค้านนางก็ชอบ วางแผนต่อตามอำเภอใจ ทุกความคิดและการกระทำของมารดาแทบจะขัดแย้งและสวนทางกับความคิดของเขาในขณะนี้อย่างสิ้นเชิง แต่เขาก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยออกมาให้เรื่องราวบานปลายไปอีก

“แล้วแต่คุณแม่จะจัดการเถอะครับ”

นางวรากุลยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำตอบที่พอใจ จากเริ่มต้นนางไม่คิดว่าเรื่องราวจะจบลงและลงเอยอย่างง่ายดายเพียงนี้

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JKN” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JKN
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คุณอาเพื่อน
8.8
หญิงสาวผู้หนึ่งถลำลึกเข้าสู่บ่วงตัณหาอันเร่าร้อนที่เขามอบให้ จนความปรารถนาทางกายแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันทางใจโดยที่เธอเองก็ไม่ทันตั้งตัว ทว่าในขณะที่เธอกำลังเริ่มเรียนรู้ที่จะรัก เขากลับเป็นฝ่ายที่มอบหัวใจให้เธอไปก่อนหน้านั้นแล้ว ชายหนุ่มผู้ลึกลับคนนี้ตกหลุมรักเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้นตั้งแต่เพียงวินาทีแรกที่ได้พบสบตา กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเสน่หาและความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจของคนทั้งคู่
หน้าปกนวนิยาย -ภรรยาในความลับ-
8.1
บัวรินจำใจรับสถานะเมียลับของภวินท์เพื่อทดแทนบุญคุณ แม้เขาจะแสดงออกว่าชิงชังเธอเพียงใด แต่กลับตักตวงความสุขจากร่างกายเธออย่างบ้าคลั่งไม่เว้นวัน จนกระทั่งวันที่เขาต้องเข้าพิธีวิวาห์กับเจ้าสาวที่เหมาะสม บัวรินจึงตัดสินใจเดินจากไปพร้อมความลับสำคัญนั่นคือลูกในท้องที่เกิดจากความผิดพลาดเพียงคืนเดียว เธอเลือกที่จะหลบหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง ทิ้งความรักที่มีต่อชายใจร้ายไว้เบื้องหลังเพื่อปกป้องเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย แฟนเก่าหลบไปเพราะสามีใหม่นั้นดีกว่า
8.9
เมื่ออดีตคนรักยังกล้ามาดูถูกความสัมพันธ์ใหม่ เธอจึงไม่รอช้าที่จะตอกกลับให้หน้าหงายเพื่อเตือนสติว่าเขากำลังประเมินตัวเองสูงเกินไป เพราะสามีคนปัจจุบันของเธอนั้นเพียบพร้อมไปทุกด้าน ทั้งหน้าตาที่หล่อเหลา ฐานะทางสังคมที่ร่ำรวยเหนือระดับ และเสน่ห์ดึงดูดที่เหนือชั้นกว่าอย่างเทียบไม่ติด ผู้ชายที่ไร้ค่าอย่างเขาไม่มีทางก้าวขึ้นมาเทียบเคียงกับสามีสุดเพอร์เฟกต์ของเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว เลิกสำคัญตัวผิดแล้วหายไปจากชีวิตของเธอเสียที
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์เมียต้องสวาท
9.2
โชคชะตาบีบบังคับให้ ใบหม่อน หญิงสาวธรรมดาต้องเข้าพิธีวิวาห์กับ คินทร์ธร มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลเพื่อชดใช้หนี้สินของครอบครัว การแต่งงานที่เริ่มต้นจากข้อตกลงกลับกลายเป็นพันธะทางใจ เมื่อสัมผัสที่อ่อนโยนและความปรารถนาอันลึกซึ้งของเขาเริ่มทลายกำแพงความกลัวในใจเธอ คินทร์ธรไม่ได้ต้องการเพียงภรรยาตามกฎหมาย แต่เขาต้องการครอบครองทั้งตัวและหัวใจของเธอ ใบหม่อนจะรับมืออย่างไรกับสามีสุดร้อนแรงที่พร้อมทุ่มเทความรักและดูแลเธออย่างใกล้ชิดจนแทบหยุดหายใจ
หน้าปกนวนิยาย เมียเก็บบำเรอแค้น
8.2
มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของสายการบินยักษ์ใหญ่อย่าง เมมฟิส แคเมอรอน ต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อน้องสาวเพียงคนเดียวตัดสินใจจบชีวิตตนเองลงเพราะความเสียใจจาก นีล เทอร์เนอร์ ดาราหนุ่มชื่อดัง เมื่อเขารู้ความจริงว่าต้นเหตุที่แท้จริงคือ รีส เบคเลอร์ ดาราสาวสวยที่เป็นมือที่สามทำลายความรักจนเกิดโศกนาฏกรรม ความโศกเศร้าจึงแปรเปลี่ยนเป็นไฟแค้นอันร้อนระอุ เขาพร้อมแลกทุกอย่างในชีวิตเพื่อทวงคืนความยุติธรรมและทำให้ผู้หญิงคนนั้นต้องชดใช้อย่างสาสมกับสิ่งที่เธอทำ
หน้าปกนวนิยาย คุณรู้จักฉันหรอคะ
9.1
ความล่มสลายของธุรกิจครอบครัวจนล้มละลาย เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้ายสำหรับหญิงสาว ขณะที่เธอทนมองความพินาศโดยไม่อาจแก้ไขสิ่งใดได้ ชะตากรรมกลับโหดร้ายยิ่งกว่า เมื่อสามีที่เธอเคยมอบความไว้วางใจได้เปลี่ยนสภาพเป็นปีศาจร้าย เขาลงมือพรากชีวิตลูกสาวของตนเองไปอย่างเลือดเย็น ภาพลมหายใจของลูกน้อยที่ดับสูญไปต่อหน้าต่อตา กลายเป็นคมมีดกรีดแทงจิตใจคนเป็นแม่จนแหลกสลาย ความเจ็บปวดแสนสาหัสพรากเอาชีวิตของเธอให้ตายตกตามกันไป ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดและรอยแผลแห่งความโศกเศร้าที่ไม่อาจลบเลือน