ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ร้ายกว่ารัก

ร้ายกว่ารัก

เมื่อแผนการร้ายที่เธอซ่อนไว้ต้องมาเผชิญหน้ากับกลอุบายแห่งความรักที่เขาตั้งใจขุดหลุมพรางดักเอาไว้ ความสัมพันธ์ในครั้งนี้จึงกลายเป็นเกมชิงไหวชิงพริบที่ไม่มีใครยอมใคร เมื่อเป้าหมายของทั้งคู่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง สมการหัวใจที่เต็มไปด้วยความลับและเล่ห์เหลี่ยมจึงไม่อาจหาบทสรุปที่ลงตัวได้โดยง่าย ท่ามกลางความขัดแย้งที่ก่อตัวขึ้น บททดสอบความรู้สึกครั้งนี้จะลงเอยด้วยชัยชนะของใคร หรือความพ่ายแพ้ของหัวใจทั้งสองดวง
ตอน
แชร์

ตอน 2

“เฮ้อ!” พิชชาภรณ์ถอนหายใจยาวอย่างหนักใจเป็นคำรบสองกับการเดาของปกรณ์ที่มันถูกต้องแม่นยำราวกับตาเห็น

“ต๊าย! บุญบาปนี่ฉันพูดถูกหรือยะ”

แทนคำตอบใบหน้าหวานภายใต้ผมยาวสีเข้มถึงกลางหลังพยักรับพร้อมกับขบริมฝีปากแน่น แต่คนถามกลับเห็นเป็นเรื่องตลกอย่างหาที่สุดมิได้จึงหัวเราะออกมาอย่างขบขัน

“ถ้าอย่างนั้นก็เอาไว้เดี๋ยวสักสามสิบห้า ถ้ายังไม่มีใครเอาเธอ เราสองคนค่อยมาแต่งกันเองก็ได้ แต่ว่าฉันไม่ทำการบ้านหรอกนะ บอกไว้ก่อน” ร่างสูงจีบปากจีบคอพูดอย่างนึกสนุก ด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายเกลียดกลัวการใช้ชีวิตคู่เป็นที่สุด ทั้งๆ ที่ครอบครัวก็ออกจะอบอุ่นจนพิชชาภรณ์เคยออกปากว่า ‘อบอุ่นมากจนหนูร้อนเหงื่อท่วมแล้ว’

คนฟังเบ้ปากพลางปิดนิตยสารที่กำลังอ่านลงอย่างกระแทกกระทั้น ไม่นึกสนุกไปกับคนพูดแม้แต่น้อย เพราะคำพูดของเขาจี้ใจดำเธอเต็มๆ เลยนี่นา โดยเฉพาะคำว่า ‘ไม่มีใครเอา’

ปกรณ์รู้ดีว่าเพื่อนสาวของตนนั้นโสดชนิดที่เรียกได้ว่าตั้งแต่เกิดมาจนอายุจะสามสิบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็ยังไม่เคยมีคำว่า ‘แฟน’ เข้ามาเฉียดใกล้เลยแม้แต่นิดเดียว ฉะนั้น คำว่า ‘แต่งงาน’ ก็ยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้อย่างเด็ดขาด

“เจ๊ก็พูดได้สิ หนูจะสามสิบแล้วนะ”

หญิงสาวบ่นอุบถึงตัวเลขที่เพิ่มขึ้นตามวัย ทั้งที่เธอไม่ใช่ผู้หญิงหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ ติดจะสวยกว่าดาราบางคนเสียด้วยซ้ำ แต่ไม่เคยเลยที่จะมีผู้ชายหน้าไหนมาขายขนมจีบอย่างเพื่อนคนอื่นๆ จนแล้วจนรอดก็เหลือเพียงเธอ ปกรณ์ และปณาลี เพื่อนในกลุ่มอีกคนเท่านั้นที่ยังนั่งครองตัวเป็นโสดอยู่บนคานทองนิเวศแบบนี้ ปกรณ์นั้นดีหน่อยที่ไม่ต้องห่วงเรื่องอายุ แถมยังสามารถครองตัวเป็นโสดได้โดยไม่ต้องสนใจเสียงรอบข้างด้วย แต่เธอนี่สิ เกือบจะสามสิบอยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนมาชายตาแลเลยสักคน คิดแล้วก็เจ็บจี๊ดในอก เธอเป็นถึงดาวมหาวิทยาลัยเชียวนะ

เสียงหัวเราะร่วนของเพื่อนชายใจสาวของพิชชาภรณ์ดังประกอบเป็นระยะๆ จนใบหน้าหวานงอง้ำอย่างขัดใจ มือใหญ่ตบลงบนหลังมือบางเบาๆ พลางเอ่ยปลอบ

“เอาน่า อยู่บนคานก็สบายดีออก จำไม่ได้หรือว่าเคยพูดอะไรไว้”

“จำได้”

คนจำได้ทำหน้าเมื่อย ไม่ใช่เธอกลัวว่าตัวเองจะขึ้นคาน เธอแอบคิดด้วยซ้ำไปว่าการใช้ชีวิตโสดแบบนี้ยังดีกว่าการที่จะต้องคอยห่วงหรือพะวงว่าอีกฝ่ายจะอยู่อย่างไร คิดอย่างไร แต่ที่น่าหนักใจตอนนี้ก็คือเธอเป็นลูกสาวคนเดียวและไม่มีทายาทมาสืบสกุลบิดานี่สิเป็นปัญหาที่บังคับให้เธอต้องหาใครสักคน แต่กว่าจะหาได้ กว่าจะแต่งงาน อู่ของเธอคงสึกจนไม่เหมาะแก่การมีเบบี๋อย่างแน่นอน และเมื่อถึงตอนนั้นนอกจากจะไม่ได้สิ่งที่ต้องการแล้วยังต้องมีใครก็ไม่รู้มานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ข้างๆ อีก ‘อี๋! แค่คิดก็ขนลุกแล้ว’

คิดถึงจุดนี้มือเล็กก็ลูบต้นแขนของตัวเองอย่างอดไม่ไหว นี่แค่คิดเฉยๆ ยังขนลุกขนาดนี้ แล้วถ้าให้มีจริงๆ เธอขอกลั้นใจตายดีกว่า

“ถ้าอย่างนั้นก็เล่ามา” เห็นสีหน้าของเพื่อนก็รู้แน่ว่าอีกฝ่ายต้องการระบายความอัดอั้นตันใจ นางฟ้าผู้ใจดีจึงยอมสละเวลาเป็นกระโถนให้เพื่อนรักได้ระบายเป็นการชั่วคราว แม้ว่าหลังจากที่เอ่ยประโยคนั้นใบหน้าคมจะหันไปอีกทางก็ตามที

“ตอนนี้หนูตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำยังไงดี พวกคุณแม่อยากได้หลานไว้เลี้ยงแก้เหงา เมื่ออาทิตย์ก่อนพี่เซ ลูกพี่ลูกน้องของหนูพาเด็กๆ มาที่บ้าน พวกท่านดีใจมากเลยนะคะที่มีเด็กๆ มาร้องเรียกคุณย่าครับ คุณย่าขา” เสียงหวานบีบให้แหลมเล็กเหมือนเสียงเด็กขณะนึกถึงคำพูดที่ ‘ต้นกล้า’ กับ ‘ต้นแก้ว’ หลานชายหลานสาวตัวแสบเรียกเหล่าผู้อาวุโสทั้งหก

“แต่พอพี่เซกับพี่เอมพาเด็กๆ กลับเท่านั้นแหละ บ่นคิดถึงเช้า สาย บ่าย เย็น แถมพ่วงก่อนนอนอีกต่างหาก แล้วทุกอย่างก็มาลงที่หนูเมื่อคุณปู่เปรยขึ้นว่าอยากได้เหลน เจ๊ก็รู้ว่าหนูไม่อยากแต่งงาน แล้วหนูจะไปหาเหลนที่ไหนมาให้พวกท่านล่ะคะ”

หญิงสาวเล่าเรื่อยๆ พลางถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ เมื่อคิดถึงประโยคที่เศรษฐพงศ์และเอมอรตอบกลับมาเมื่อเธอโทรศัพท์ไปขอร้องให้พาเด็กๆ มาเที่ยวที่บ้านอีก

‘หนูเพลงก็แต่งงานสิครับ จะได้มีหลานไว้ให้พวกคุณยายเลี้ยง’

“แถมพี่เซยังมาบอกให้หนูแต่งงานอีก เรื่องอะไร หนูอุตส่าห์โสดมาได้ตั้งเกือบสามสิบปีเชียวนะ จะให้ไปแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ได้ยังไง เจ๊ว่าจริงมั้ย”

“ถ้าหล่อนไม่อยากแต่งงานขนาดนั้น หล่อนก็หาผู้ชายสักคนมาทำหลานให้ท่านเสียสิ” ปกรณ์ที่ฟังบ้างไม่ฟังบ้างเพราะมัวแต่สนใจหนุ่มน้อยหน้ามนลูกค้าของร้านบอกปัดไปอย่างไม่ใส่ใจในคำพูดของตัวเองมากนัก

แต่นั่นกลับทำให้หญิงสาวที่กำลังนั่งกลุ้มได้พบหนทางสว่างที่รออยู่เบื้องหน้า อาจจะแปลกประหลาดจนดูเหมือนโรคจิตไปสักหน่อยแต่มันก็น่าจะได้ผลที่ดีเกินคาดไม่ใช่หรือ ทำลูกไม่จำเป็นต้องแต่งงานก็ได้นี่นา แค่มีผู้ชายสักคน

“ขอบคุณค่ะเจ๊!”

เสียงหวานร้องออกมาอย่างดีใจ เรียวแขนเล็กวาดโอบรอบลำคอแกร่งแล้วยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตที่แก้มของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วฟอดใหญ่ จนปกรณ์อ้าปากค้างเมื่อโดนจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว

แต่พอจะหันมาแฉ่งเสียให้สมกับที่ทำให้หนุ่มหน้ามนที่อุตส่าห์เล็งไว้ตื่น พิชชาภรณ์ก็ก้มหน้าก้มตาเปิดนิตยสารรายปักษ์บนโต๊ะอย่างเอาเป็นเอาตายทิ้งให้ปกรณ์ได้แต่ค้อนปะหลับปะเหลือกให้กับลมฟ้าและอากาศ

หากทว่าผ่านไปแค่สิบนาทีพิชชาภรณ์ก็ร้องเรียกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขึ้นมาอีกคราจนเขาสะดุ้ง

“เจ๊! หนูเจอแล้ว”

สีหน้าและแววตายามลากปลายนิ้วไปตามตัวอักษรที่ปรากฏบนหน้านิตยสารกอสสิปรายปักษ์ชื่อดังชวนให้ถูกเรียกรู้สึกแปลกๆ โดยเฉพาะเมื่อริมฝีปากสีระเรื่อกระตุกยิ้มให้กับความคิดของตัวเอง

“เจออะไรย่ะหล่อน” ถามด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิดเพราะหนุ่มหน้ามนคนเดิมลุกขึ้นเดินหนีไปตกเสียงเรียกของหญิงสาว หมดกัน อุตส่าห์จ้องมาตั้งนาน

“เป้าหมายค่ะ”

“เป้าหมายอะไรกันยะ” ปกรณ์หันกลับมาถามด้วยความสนใจมากกว่าเมื่อครู่ ทั้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อดูสิ่งที่หญิงสาวกำลังให้ความสนอกสนใจ ดวงตาสีเข้มใต้กรอบแว่นสีดำไล่มองตามอักษรที่ปรากฏบนหน้ากระดาษ

‘บุรินทร์ ภักดีบุรมย์ นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงของธุรกิจขนส่งติดอันดับโลก’

“ทำไม หนุ่มหล่อเริ่ดเพอร์เฟกต์ขนาดนี้...แกคิดจะจับเขาหรือไง" คนเดาเดาอย่างนึกสนุกด้วยมั่นใจว่าเพื่อนสาวไม่มีทางทำแบบนั้นอย่างแน่นอน เพราะหากพิชชาภรณ์ทำจริงคงไม่อยู่เป็นโสดมาจนถึงปูนนี้

ทว่าคำตอบที่ได้กลับทำให้ปกรณ์ตะลึงงันเมื่อ พิชชาภรณ์พิชชาภรณ์หันมาพยักหน้าตอบ

“ใช่ค่ะ”

ไม่เสียแรงที่เป็นเพื่อนกันมาหลายปี เดาความคิดของเธอเก่งจริงๆ พิชชาภรณ์นึกครึ้มในใจแล้วก็ฉีกยิ้มหวานขณะที่ดวงตากลมยังไม่ละไปจากภาพของชายหนุ่มสวมชุดสูทสีเข้มเบื้องหน้า

“นี่แหละผู้ชายที่จะมาเป็นต้นแบบของลูกหนู”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แอบรักลุงข้างบ้าน
8.4
เด็กสาวผู้โดดเดี่ยวจากการเป็นส่วนเกินของครอบครัวตัดสินใจหนีมาพึ่งพายาย จนได้พบกับชายสูงวัยข้างบ้านผู้มีบาดแผลในใจ ทั้งสองเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ช่วยเยียวยากันและกัน ทว่าเธอกลับไม่ได้แค่ลอบเข้ามาในบ้านของเขาเท่านั้น แต่ยังสั่นคลอนหัวใจที่เคยด้านชาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง จนชายหนุ่มรุ่นใหญ่เริ่มสงสัยว่าเสน่ห์อันเหลือล้นในอดีตของตนจะยังกุมหัวใจเด็กสาวคนนี้ได้หรือไม่ ท่ามกลางความวุ่นวายใจที่เขาต้องรับมือกับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้น
หน้าปกนวนิยาย บ่วงเสน่หา
6.5
ความร้ายกาจของเธอคือเกราะกำบังเมื่อครอบครัวกำลังพังทลาย ทุกอย่างแย่ลงเมื่อชายคนนอกเข้ามาแย่งชิงความไว้วางใจจากทุกคนในบ้าน เธอจึงตั้งตนเป็นศัตรูเพื่อขัดขวางไม่ให้เขาฮุบมรดก เมื่อรู้ว่าชายผู้นี้แอบหลงใหลในตัวเธอ แผนการเอาคืนจึงเริ่มขึ้น เธอใช้เสน่ห์ล่อลวงให้เขาตกหลุมรัก หวังเพียงจะได้เห็นเขาเจ็บปวดทุรนทุราย แต่เกมความรู้สึกนี้กลับตลบหลัง เมื่อบ่วงรักที่เธอถักทอขึ้นเพื่อดักจับเขา กลับมาพันธนาการหัวใจของเธอเองอย่างเงียบเชียบ จนไม่อาจหลุดพ้นจากกับดักที่ตนสร้างขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เมียกึ่งสำเร็จรูป
9.2
โชคชะตาเล่นตลกเมื่อ วงศวัฒน์ ทายาทโรงงานเส้นก๋วยเตี๋ยวผู้รักความสะอาดสุดโต่ง ต้องมาพบกับ กรวินท์ ลูกสาวฟาร์มโคนมที่เขาตราหน้าว่าไร้ค่าเหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่แค่ถอดก็พร้อมกิน แม้เขาจะรังเกียจกลิ่นคาวและขี้วัวเพียงใด แต่คำทำนายดวงคู่แท้หงส์คู่มังกรที่ไม่อาจเลี่ยงได้กลับผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยกัน ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างความเนี้ยบเจ้าระเบียบกับวิถีชีวิตชาวไร่ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เขาจะยอมรับเมียที่เขาแสนยี่หระคนนี้ได้จริงหรือ
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์ราคี
8.3
มัสลินต้องเผชิญกับฝันร้ายเมื่อถูกชายแปลกหน้าลักพาตัวมาทำลายเกียรติจนมีพันธะแห่งชีวิตเกิดขึ้นในครรภ์ เธอเฝ้าถามถึงเหตุผลของความใจร้ายนี้ ก่อนจะพบความจริงอันโหดร้ายว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของการล้างแค้น เพียงเพราะเธอคือเจ้าสาวของภานุ ชายผู้ทำให้พี่ชายของเขาต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ความแค้นที่เธอไม่ได้ก่อกลับย้อนมาทำลายชีวิตเธออย่างย่อยยับ เมื่อเขาตั้งใจใช้เธอเป็นเครื่องมือชำระความเกลียดชังที่มีต่อศัตรูให้สาสม
หน้าปกนวนิยาย กบฏรักหัวใจปรารถนา
9.6
อกัณห์ นักธุรกิจหนุ่มโสดวัย 35 ผู้พรั่งพร้อมด้วยฐานะแต่ไร้ศรัทธาในความรัก ต้องมาดูแลเด็กสาวกำพร้าวัย 18 ปีที่มีเป้าหมายชัดเจนในการพิชิตทั้งกายและใจของเขา ความใกล้ชิดท่ามกลางความแตกต่างของวัยและมุมมองชีวิตกลายเป็นชนวนเหตุของความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน แม้สาวน้อยจะเข้าถึงตัวเขาได้ไม่ยาก ทว่าการทลายกำแพงหัวใจที่เย็นชาของชายหนุ่มกลับเป็นบททดสอบที่แสนท้าทาย ทั้งคู่จึงต้องร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อพิสูจน์ว่ารักครั้งนี้จะเป็นจริงได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย แสนร้ายพ่ายเสน่หา
9.7
มัสรินพยายามร้องขออิสรภาพเมื่อถูกพันธนาการด้วยอ้อมแขนของเหมราช ชายหนุ่มผู้มีสถานะเป็นว่าที่สามีในอนาคตของเธอ ทว่าการเผชิญหน้ากันในครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด เพราะเหมราชเคยลั่นวาจาประกาศกร้าวไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่ทั้งคู่ได้พบกันว่า เขาไม่เคยปรารถนาจะให้เธอเข้ามาก้าวก่ายหรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในชีวิตของเขาเลยแม้แต่น้อย ท่าทีที่แสนเย็นชาและดุดันของเขาจึงกลายเป็นกำแพงสูงชันที่ขวางกั้นความสัมพันธ์ของคนทั้งสองเอาไว้