หน้าปกนวนิยาย นิยายชุด อุ้มรักประกาศิต

นิยายชุด อุ้มรักประกาศิต

9.4 / 10.0
นิยายชุดที่รวบรวมสามเรื่องราวรักสุดอบอุ่น เริ่มด้วยประกาศิตชายผู้แอบรักพราวรุ้งที่ยอมอุ้มท้องแทนเพื่อช่วยยายจนเกิดเป็นความผูกพันที่ไม่อาจแยกขาด ต่อด้วยภีมหนุ่มสหกรณ์มาดเข้มกับพลอยใสสาวช่างฝันที่ต้องร่วมมือกันสร้างแบรนด์ข้าวชุมชนภายใต้กติกาพิสูจน์รักสามเดือน ปิดท้ายด้วยเลอทรัพย์วิศวกรหนุ่มจอมนิ่งที่ถูกมินตราอสม.สาวจอมโก๊ะเขย่าหัวใจท่ามกลางความวุ่นวายในหมู่บ้าน ทั้งหมดคือเส้นทางความรักที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและแรงบันดาลใจอันแสนหวาน

นิยายชุด อุ้มรักประกาศิต ตอนที่ 1

ลมอุ่นพัดกลีบกุหลาบปลิวผ่านลานสวนของคฤหาสน์ตระกูลศิริวัฒน์ แสงเช้าละมุนสะท้อนผืนผ้าแพรบนซุ้มดอกไม้ สีขาวและทองตัดไปกับสีเขียวของสนามจนเหมือนภาพในโปสการ์ด ผู้คนมากหน้าหลายตาแวะเวียนเข้ามาแสดงความยินดีกับเจ้าบ่าวเจ้าสาว

ประกาศิต... ชายหนุ่มที่มักยิ้มอยู่เสมอ และเจ้าสาวศิรินทิพย์ คุณหนูผู้สงบเสงี่ยมของบ้านตระกูลใหญ่ไม่แพ้กัน

“เจ้าบ่าวยิ้มเก่งจังเลยนะจ๊ะ” แขกผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเอ่ยแซว

“คุณลุงชมแบบนี้ ผมต้องยิ้มเพิ่มอีกสองเท่าเลยครับ” เขาตอบพร้อมหัวเราะเบา ๆ นัยน์ตามีประกายขี้เล่นตามแบบฉบับของเขา

พิธีการดำเนินไปอย่างเรียบร้อย เสียงดนตรีคลอเบา ๆ ใต้ร่มเงาต้นจามจุรี ศิรินทิพย์แตะชายกระโปรงอย่างเรียบร้อย ยิ้มละมุนด้วยมารยาท เธอหันไปสบตาพิมพ์ลดา พี่เลี้ยงสาวคนสวยที่คอยดูแลเธออยู่ไม่ห่าง สายตาที่ทั้งสองมองสบกันนั้น ทั้งอ่อนโยนและมั่นคง

หลังซุ้มด้านข้าง มีหญิงสาวรูปร่างบอบบางกำลังจัดวางจานรองเค้กอย่างตั้งใจ เธอสวมผ้ากันเปื้อนสีอ่อน ผมถูกรวบเรียบง่าย ใบหน้าสะอาดสะอ้าน

พราวรุ้งช้อนสายตามองเวทีพิธีเพียงแวบเดียว ก่อนกลับไปจดจ่ออยู่กับงานในมือ กลิ่นดอกมะลิที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่วัยเด็กลอยเบา ๆ ผสมกับกลิ่นชาอุ่น

“พราวจ๊ะ เดี๋ยวช่วยพี่จัดแก้วตรงโต๊ะผู้ใหญ่เพิ่มหน่อยนะ” แก้วใจซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ในบ้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส

“ได้จ้ะพี่แก้ว” พราวรุ้งยิ้มบาง ๆ แล้วหยิบถาดแก้วอย่างคล่องแคล่ว

ประกาศิตเหลือบเห็นมุมที่พราวรุ้งกำลังจัดแก้ว เขาชะงักเสี้ยววินาที ราวกับความทรงจำเก่า ๆ เฉียดผ่านภาพหญิงสาวตัวเล็กที่วิ่งวุ่นช่วยงานบ้านเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เขามาเยี่ยมบ้านของศิรินทิพย์ครั้งในฐานะคู่หมั้น เขาเคยเห็นพราวรุ้งคอยยกน้ำให้คนงาน ช่วยป้าแม่บ้านเช็ดกระจก และกลับไปอ่านหนังสืออย่างไม่ย่อท้อ ความทรงจำนั้นทิ้งรอยยิ้มจาง ๆ บนริมฝีปากของเขาโดยไม่รู้ตัว

“เจ้าบ่าวคะ ได้เวลาตัดเค้กแล้วค่ะ” เสียงพิธีกรเรียก

“ครับผม” เขาตอบอย่างร่าเริง หันกลับไปประคองศิรินทิพย์ขึ้นเวที แม้ไม่ได้รักใคร่ประดุจดั่งคนรัก ก็เอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ตลอดหลายปีมานี้เธอไม่เคยทำให้เขาต้องลำบากใจเลย ไม่เคยงี่เง่า ตามหึงหวง หรือพูดจาชวนทะเลาะ มีแต่เคารพเขาเสมอมา ดังนั้นการตัดสินใจแต่งงานเพื่อครอบครัวและธุรกิจ จึงทำให้เขาไม่ได้ลังเลใจเลยแม้แต่น้อย

เค้กสามชั้นประดับดอกไม้สีครีมยืนโดดเด่นกลางสายตาทุกคน มีเพียงไม่กี่คนที่สังเกตว่า พิมพ์ลดายืนห่างออกมาเล็กน้อย ทว่าแววตาที่มองศิรินทิพย์นั้นเต็มไปด้วยความรักความห่วงใย ศิรินทิพย์ละสายตามองครู่หนึ่ง แล้วจึงหันกลับมาทำตามพิธีด้วยท่วงท่าสงบ

“ขอบคุณทุกคนมากนะครับ ที่มาเป็นสักขีพยานให้พวกเรา” ประกาศิตกล่าวหลังตัดเค้ก น้ำเสียงของเขานุ่มและจริงใจ

“ผมหวังว่าสองครอบครัวเราจะร่วมมือกันอย่างดีทั้งทางธุรกิจและในฐานะคู่ค้าของกันและกัน” เขาพูดหยอกปิดท้าย

“ถ้าอาหารอร่อย ชมเจ้าของบ้านนะครับ แต่ถ้าชาเขียวหวานไปหน่อย ชมผมครับ เพราะผมเป็นคนแอบขอเพิ่มน้ำเชื่อมเอง” ผู้คนหัวเราะเบา ๆ กับอารมณ์ขันของเขา บรรยากาศในงานผ่อนคลายลง

ขณะที่แขกทยอยรับประทานของหวาน พราวรุ้งกำลังเก็บแก้วบนโต๊ะผู้ใหญ่ด้วยมือที่สั่นเพียงน้อยไม่ใช่เพราะความเหนื่อย แต่เพราะความหนักอึ้งในหัวใจ เธอแอบเงยหน้ามองเวทีอีกครั้ง ศิรินทิพย์ยิ้มจาง ๆ ทว่าในตาเต็มไปด้วยความเศร้า

“น้องพราวพักหน่อยไหม” แก้วใจยื่นขวดน้ำให้

“พราวไหวค่ะพี่ เดี๋ยวเสร็จโต๊ะนี้แล้วค่อยพัก” พราวรุ้งเอ่ยตอบ

สายลมเย็นยามบ่ายกระทบระฆังลม ก้องแผ่วเหมือนเตือนว่าค่ำคืนนี้กำลังใกล้เข้ามา ทุกอย่างดูสวยงามและปกติถ้ามองจากภายนอกงานแต่งของสองตระกูลใหญ่ที่เหมาะสมกันที่สุด แต่ในความเงียบ มีข้อตกลงบางอย่างที่ซุกซ่อนเอาไว้ และใครบางคนกำลังยอมแลกบางสิ่งที่สำคัญเพื่อคนที่รัก

เมื่อพิธีจบลง ดวงไฟระยิบระยับถูกจุดขึ้นทั่วสวน แขกเริ่มทยอยกลับ ประกาศิตยืนส่งอย่างสุภาพ เขายังยิ้ม แต่แววตาแอบมองตามร่างเล็กที่กำลังยกถาดจานเข้าครัว ราวกับมองผ่านม่านหมอกของกาลเวลา

“ขอบคุณที่มานะครับคุณอา”

“ยินดีมาก ๆ หลานชาย ดูแลหนูศิให้ดี ๆ”

“ครับผม” เขาตอบด้วยรอยยิ้ม

เมื่อเงียบสงบลง ศิรินทิพย์เดินมาหาเขา

“วันนี้เหนื่อยไหมคะ”

“นิดหน่อยครับ น้องศิเหนื่อยไหม ถ้าเหนื่อยพี่จะนวดให้คลายเมื่อย” เขาตอบติดตลก

ศิรินทิพย์ยิ้มบาง ๆ

“พี่ใหญ่ใจดีเสมอเลยนะคะ”

“เราโตมาด้วยกัน เราก็เหมือนน้องสาวของพี่ มีอะไรก็บอกพี่ได้” คำพูดนั้นเหมือนม้วนผ้าไหมที่คลุมความจริงเอาไว้อย่างนุ่มนวล เขาจะบอกเธอกลายๆ ว่าเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาว ไม่ต้องกังวลอะไรไป เหมือนจะรู้ด้วยว่าเธอเองก็ไม่ได้มีใจให้เขาเช่นกัน

ศิรินทิพย์ก้มหน้ารับคำอย่างสุภาพ พิมพ์ลดาที่คอยอยู่ไม่ไกลเงยขึ้นสบตาเจ้าสาว และขยับยิ้มให้กำลังใจ เธอเอ่ยเบา ๆ

“คุณหนูแวะทานซุปอุ่น ๆ ก่อนไหมคะ”

“ขอบคุณค่ะพี่พิมพ์ลดา” ศิรินทิพย์เอ่ยตอบ ก่อนหันไปบอกประกาศิต

“งั้นเจอกันตอนค่ำนะคะพี่ใหญ่”

“ครับ ตามสบาย”

ค่ำคืนคืบคลานอย่างช้า ๆ ไฟระย้าตามทางเดินสว่างขึ้นทีละดวง ห้องหอถูกตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้สีครีม กลิ่นดอกไม้สดลอยอ่อน ๆ

ประกาศิตยืนอยู่หน้ากระจก จัดเน็กไทง่าย ๆ แล้วยิ้มกับเงาตัวเอง

เขาไม่ได้คิดจะล่วงเกินใครมาตั้งแต่แรก แผนในหัวของเขาคือคุยให้ชัดเจนว่าหลังพิธีเสร็จสิ้น ธุรกิจดำเนินไปด้วยดี จะหาทางแยกย้ายไปอย่างผาสุก

ในอีกฟากหนึ่งของบ้าน ห้องเล็กชั้นล่างที่พราวรุ้งพักชั่วคราวมีเพียงโคมไฟตั้งโต๊ะส่องแสงอบอุ่น พราวรุ้งกุมมือแน่นจนเย็นเฉียบ เธอคิดถึงคุณยาย ยายสายบัวที่กำลังป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ความทรมานจากโรคและค่ารักษาที่พอกพูนคือเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอต้องตัดสินใจ

เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น

“พราวรุ้ง” ศิรินทิพย์ยืนอยู่พร้อมกับพิมพ์ลดา ทั้งสองมองเจ้าของห้องอย่างเอ็นดูระคนเห็นใจไม่น้อย

อ่านต่อ

สารบัญ นิยายชุด อุ้มรักประกาศิต

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
หน้าปกนวนิยาย เพรงมายา
8.3
คู่รักคู่หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจากสิ่งลี้ลับ วิญญาณอาฆาตที่หมายเอาชีวิต และมันจะไม่หยุดจนกว่าทั้งคู่จะตายตกไปตามกัน อีกครั้ง! ตั้งแต่วันที่ได้พบกับ มะปราง เด็กกำพร้าท่าทางแปลกๆ ที่ญาติของ ชวิน ธำมรงค์ รับเป็นลูกบุญธรรม สิตางศุ์ ศรัทธาธรรม ก็พบเจอเหตุการณ์ประหลาดชวนสยองขวัญ หล่อนเริ่มตาฝาดเห็นภาพน่ากลัวบ่อยครั้ง และฝันเห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแต่มุ่งหมายเอาชีวิตก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกฆาตกรรมโดยหล่อนและชายที่หน้าเหมือนชวิน ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องกันทุกครั้งจนปะติดปะต่อเรื่องได้ ในขณะที่คนรอบข้างก็เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว จนกระทั่งหล่อนได้พบประกาศขายบ้านและที่ดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งรอคอยให้พวกทั้งคู่วนเวียนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีอะไรดลใจให้ชวินซื้อที่นั่นเพื่อปลูกเรือนหอ บ้านหลังหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง และความฝัน ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร ทำไมต้องการเอาชีวิตทั้งคู่ และความแค้นนั้นเริ่มต้นที่จุดใด คือคำตอบที่สิตางศุ์อยากรู้
หน้าปกนวนิยาย สามีสั่งชานมเย็นหวานน้อยไม่น้ำแข็ง ฉันเลือกยุติชีวิตคู่เจ็ดปี
8.8
เจียงเจียเหนียนตัดสินใจขอหย่ากับเสิ่นหนาน สามีศาสตราจารย์ผู้แสนเย็นชาหลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาเจ็ดปี จุดแตกหักเกิดขึ้นเพียงเพราะชานมเย็นหวานน้อยไม่ใส่น้ำแข็งที่เขาสั่งให้เธอ แม้หลินหยวนหยวนนักศึกษาสาวคนใหม่จะพยายามช่วยพูดให้เธอมองข้ามเรื่องเล็กน้อยนี้ไป แต่เสิ่นหนานกลับไม่เข้าใจและตำหนิว่าเธอใช้อารมณ์เกินเหตุ ทว่าสำหรับเจียเหนียนแล้ว ชานมแก้วนั้นคือหลักฐานความเหินห่างที่ชัดเจนจนเธอเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างและเดินจากไปพร้อมใบหย่าในวันรุ่งขึ้น
หน้าปกนวนิยาย หวงรักเมียบังเอิญ
9.0
พบูสาวโสดวัยยี่สิบสี่ปีที่เพิ่งตกงาน ตัดสินใจออกเดินทางพักใจบนเรือสำราญหรูด้วยตั๋วฟรีที่ได้มาอย่างโชคดี ทว่าทริปในฝันกลับกลายเป็นพันธนาการที่เธอไม่อาจหลีกหนี เมื่อได้พบกับอาเชอร์ ชายหนุ่มผู้มั่งคั่งที่ถูกดึงดูดด้วยความงามราวกับดอกไม้ของเธอ เขาพยายามเข้าหาด้วยเล่ห์กลเพื่อเอาชนะการต่อต้านของหญิงสาว แต่เมื่อเขาได้ครอบครองเธอสมใจและตั้งใจจะสลัดทิ้ง อาเชอร์กลับพบว่าความรู้สึกที่มีต่อเมียบังเอิญคนนี้ซับซ้อนเกินกว่าจะตัดใจได้ง่ายอย่างที่คิดไว้
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยในกอด คือผู้ยิ่งใหญ่
8.4
ท่ามกลางความสิ้นหวังในต่างแดน ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อช่วยหญิงสาวจากนรกและตั้งชื่อเธอว่าป๋อซิง แม้ในสายตาเขาเธอจะเป็นเพียงเด็กน้อยผู้อ่อนโยน แต่แท้จริงแล้วเธอคือมือสังหารระดับสูงและหมอเทวดาผู้เก่งกาจ เมื่อตัวตนที่แท้จริงในฐานะทายาทตระกูลลึกลับถูกเปิดเผย ทุกคนที่เคยดูถูกต่างต้องสยบแทบเท้า คุณหนูผู้ยิ่งใหญ่กลับมาทวงคืนความแค้นและจัดการทุกคนที่ขวางทางด้วยความเด็ดขาดเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดได้
หน้าปกนวนิยาย กรงรักร้อนภรรยาคนเถื่อน
9.0
มยุรดาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันเลวร้ายเมื่อแม่เลี้ยงใจโฉดวางแผนกำจัดเธอด้วยการมอมยาแล้วส่งไปขายยังซ่องนรก ทว่าในความมืดมิดนั้น อินทนิลชายหนุ่มผู้ลึกลับได้ปรากฏตัวขึ้นเพื่อช่วยชีวิตเธอไว้ แม้เขาจะตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นและปรารถนาจะปกป้องเธอไปชั่วชีวิต แต่ความหวาดกลัวทำให้มยุรดาเข้าใจผิดว่าเขาคือคนร้ายที่ลักพาตัวเธอมา ท่ามกลางความสับสนและอ้อมกอดที่บีบคั้น อินทนิลต้องหาทางพิสูจน์ความจริงเพื่อลบล้างมลทินในใจและเปลี่ยนความหวาดระแวงให้กลายเป็นความรักที่ยั่งยืน
ตอน
อ่านเลย
แชร์