หน้าปกนวนิยาย จาก ภรรยาผู้ถูกทอดทิ้ง สู่ ทายาทหญิงผู้ทรงอำนาจ

จาก ภรรยาผู้ถูกทอดทิ้ง สู่ ทายาทหญิงผู้ทรงอำนาจ

8.7 / 10.0
ชีวิตของฉันพังทลายลงกลางงานกาลา เมื่อสามีอย่างเก้าเปิดตัวชู้รักที่กำลังตั้งครรภ์ต่อหน้าสื่อ พร้อมร่วมมือกับครอบครัวหักหลังฉันเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ฉันถูกกักขังและตราหน้าว่าวิกลจริต ทั้งยังถูกบังคับให้ทำแท้งลูกในท้องอย่างเลือดเย็น ทว่าในความสิ้นหวังนั้น พวกเขาหารู้ไม่ว่าฉันได้ติดต่อหาอนันต์ ธีรวงศ์ พ่อแท้ๆ ผู้ทรงอิทธิพล เพื่อกลับมาทวงแค้นและทำลายโลกของคนทรยศให้มอดไหม้เป็นจุณในฐานะทายาทหญิงที่แท้จริง

จาก ภรรยาผู้ถูกทอดทิ้ง สู่ ทายาทหญิงผู้ทรงอำนาจ ตอนที่ 1

ชีวิตแต่งงานของฉันพังทลายลงในงานกาลาการกุศลที่ฉันเป็นคนจัดขึ้นมาเองกับมือ

วินาทีหนึ่ง ฉันคือภรรยาผู้มีความสุขและกำลังตั้งครรภ์ของเก้า สุวรรณกิจ เจ้าพ่อวงการเทคโนโลยี

วินาทีต่อมา หน้าจอโทรศัพท์ของนักข่าวคนหนึ่งก็ประกาศให้โลกรู้ว่าเขากับพราว นิธิวัฒน์ รักแรกในวัยเด็กของเขา กำลังจะมีลูกด้วยกัน

ฉันมองข้ามห้องไป เห็นพวกเขาสองคนยืนอยู่ด้วยกัน มือของเก้าวางอยู่บนท้องของพราว

นี่ไม่ใช่แค่การนอกใจ แต่มันคือการประกาศต่อสาธารณะที่ลบตัวตนของฉันและลูกในท้องของเราให้หายไป

เพื่อปกป้องการเปิดขายหุ้น IPO มูลค่าหลายหมื่นล้านของบริษัท เก้า แม่ของเขา หรือแม้กระทั่งพ่อแม่บุญธรรมของฉันเอง ก็ร่วมมือกันหักหลังฉัน

พวกเขาย้ายพราวเข้ามาอยู่ในบ้านของเรา บนเตียงของฉัน ปฏิบัติกับเธอราวกับเป็นราชินี ในขณะที่ฉันกลายเป็นนักโทษ

พวกเขาตราหน้าว่าฉันเป็นคนสติไม่ดี เป็นภัยต่อภาพลักษณ์ของครอบครัว

พวกเขาใส่ร้ายว่าฉันนอกใจ และกล่าวหาว่าลูกในท้องของฉันไม่ใช่ลูกของเขา

คำสั่งสุดท้ายนั้นโหดร้ายเกินกว่าจะคิดฝัน...ให้ฉันไปทำแท้ง

พวกเขาขังฉันไว้ในห้องและนัดวันผ่าตัดเรียบร้อย พร้อมขู่ว่าจะลากฉันไปที่นั่นถ้าฉันขัดขืน

แต่พวกเขาทำพลาดไปอย่างหนึ่ง...

พวกเขายอมคืนโทรศัพท์ให้ฉันเพื่อหวังจะปิดปากฉันไว้

ฉันแสร้งทำเป็นยอมแพ้ แล้วใช้โอกาสสุดท้ายโทรออกไปยังเบอร์ที่ฉันเก็บซ่อนไว้มานานหลายปี...

เบอร์โทรศัพท์ของพ่อผู้ให้กำเนิดของฉัน อนันต์ ธีรวงศ์ ประมุขของตระกูลที่ทรงอิทธิพลมากพอที่จะเผาโลกทั้งใบของสามีฉันให้มอดไหม้เป็นจุณได้

บทที่ 1

มุมมองของชาร์เลท จิรโชติ:

ฉันได้รู้ว่าชีวิตแต่งงานของตัวเองกำลังจะจบสิ้นลงพร้อมๆ กับที่คนทั้งโลกรู้...ผ่านแสงแฟลชกล้องที่สาดส่องเข้ามาในงานกาลาการกุศลที่ฉันเป็นคนจัด

วินาทีหนึ่ง ฉันยังคงยิ้มแย้ม มือเรียวถือแก้วน้ำแร่อย่างสง่างาม ในใจนึกถึงลูกน้อยที่กำลังเติบโตอยู่ในท้อง...ความลับและความสุขของเราสองคน

วินาทีต่อมา นักข่าวคนหนึ่งก็ยื่นโทรศัพท์มาจ่อที่หน้าฉัน หน้าจอสว่างวาบด้วยข่าวด่วน

“คุณสุวรรณกิจคะ มีอะไรจะให้ความเห็นเกี่ยวกับข่าวใหญ่ของสามีคุณไหมคะ”

พาดหัวข่าวนั้นเด่นชัดและโหดร้าย... *เก้า สุวรรณกิจ เจ้าพ่อเทคฯ และพราว นิธิวัฒน์ รักแรกวัยเด็ก เตรียมต้อนรับทายาทคนแรก*

อากาศในปอดของฉันกลายเป็นน้ำแข็ง รอยยิ้มแข็งค้างบนใบหน้า เหมือนหน้ากากแก้วที่พร้อมจะแตกละเอียด

ฉันรู้สึกได้ถึงสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องมา เสียงซุบซิบเริ่มดังระลอกคลื่นไปทั่วห้องบอลรูมที่หรูหราดุจยาพิษ

ฉันหันกลับไปอย่างเชื่องช้า ราวกับหุ่นยนต์

และเขาก็อยู่ตรงนั้น...เก้า สามีของฉัน

เขายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของห้องกับพราว นิธิวัฒน์ มือของเขาวางอย่างแสดงความเป็นเจ้าของบนบั้นเอวของเธอ

เธอกำลังเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาที่คลอหน่วยด้วยน้ำตาแห่งความรัก มือของเธอเองก็กุมท้องที่นูนออกมาเล็กน้อยอย่างปกป้อง

พวกเขาดูเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบ...คู่รักที่กำลังแบ่งปันความลับอันงดงามให้โลกได้รับรู้

ความลับที่ควรจะเป็นของฉัน

นักข่าวที่เหมือนอีแร้งได้กลิ่นซากศพ ขยับเข้ามาใกล้ขึ้น “จริงไหมคะที่คุณกับคุณเก้าแยกกันอยู่มาสักพักแล้ว”

แววตาของเก้าฉายแววตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อเขาเห็นฉันในที่สุด เขาเห็นนักข่าว เห็นโทรศัพท์ และเห็นสีหน้าที่กำลังแหลกสลายของฉัน มือที่จับพราวอยู่เกร็งขึ้นชั่ววูบก่อนจะปล่อยออก หน้าของเขาซีดเผือด

สายตาของเราประสานกันข้ามห้องที่แออัด

ในช่วงเวลาที่หยุดนิ่งนั้น ชีวิตเจ็ดปีของเราฉายซ้ำและตายจากไปในบัดดล

ค่ำคืนที่เราช่วยกันระดมสมองเขียนโค้ดสำหรับแอปแรกของเขา...อ้อมกอดของเขาตอนที่พ่อแม่บุญธรรมของฉันวิจารณ์อาชีพของฉัน...คำกระซิบสัญญากันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าลูกของเรา ลูกชายของเรา จะได้รับความรักที่ทั้งเราสองคนไม่เคยมีอย่างแท้จริง

ทุกอย่างมลายหายไปเป็นเถ้าถ่าน

ความโกรธที่เยียบเย็นและเงียบงันเริ่มก่อตัวขึ้นในอก เป็นพลังน้ำแข็งที่ผลักไสความตกตะลึงออกไป

ฉันเริ่มเดินตรงไปหาเขา

เสียงพึมพำในห้องเงียบลง ฝูงชนแหวกทางให้ฉันเหมือนทะเลแดง

เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงส้นสูงของฉันที่กระทบพื้นหินอ่อนอย่างสม่ำเสมอและเด็ดเดี่ยว แต่ละก้าวคือค้อนที่ทุบลงบนรากฐานชีวิตแต่งงานของเรา

ฉันหยุดยืนตรงหน้าเขา ไม่ได้มองไปที่พราวเลย โลกทั้งใบของฉันแคบลงเหลือเพียงใบหน้าที่หล่อเหลาและทรยศของเก้า

“ฉันให้เวลาคุณหกสิบวินาที คิดคำโกหกที่ฉันอาจจะเชื่อได้” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่ำจนน่ากลัว ปราศจากความอบอุ่นใดๆ

เขาอ้าปาก เสน่ห์อันน่าหลงใหลของเขาเริ่มทำงานทันที “เลท ที่รัก มันไม่ใช่อย่างที่เห็นนะ กลับบ้านกันเถอะ แล้วผมจะอธิบายทุกอย่างให้ฟัง”

ฉันไม่ปล่อยให้เขาพูดจบ มือของฉันตวัดออกไปเองอย่างรวดเร็ว

เพียะ!

เสียงฝ่ามือของฉันกระทบแก้มของเขาก้องกังวานในความเงียบสงัดของห้องบอลรูม เสียงสูดหายใจเฮือกดังขึ้นพร้อมกันจากผู้ชมของเรา

เก้ายืนนิ่ง ตะลึงงัน รอยฝ่ามือสีแดงของฉันปรากฏขึ้นบนผิวของเขา เขาไม่ได้ดูโกรธ เขาแค่ดู...จนมุม

“ได้โปรด อย่าโทษคุณเก้าเลยค่ะ!” เสียงของพราวเป็นเสียงกระซิบหวานปานน้ำผึ้งเคลือบยาพิษ แฝงไปด้วยความเปราะบางจอมปลอมขณะที่เธอก้าวเข้ามาขวางระหว่างเรา วางมือบนอกของเขา “มันเป็นความผิดของพราวเองค่ะ พราว...พราวเหงา เขาแค่ใจดีกับพราวเท่านั้น”

ดวงตาของเธอที่เอ่อคลอด้วยน้ำตาที่กะเวลามาอย่างสมบูรณ์แบบจับจ้องมาที่ฉัน ในแววตานั้นไม่มีคำขอโทษ มีเพียงชัยชนะอย่างสาแก่ใจ

ในที่สุดความโกรธในตัวฉันก็ทะลวงผ่านน้ำแข็งออกมา น้ำตาร้อนๆ หยดหนึ่งไหลอาบแก้มที่เย็นชืดของฉัน ฉันรู้สึกว่าความอดทนสุดท้ายของตัวเองกำลังแตกสลาย

เก้าเอื้อมมือมาหาฉัน เสียงของเขาแหบพร่าอย่างสิ้นหวัง “เลท ได้โปรด”

เขาพยายามจะดึงฉันเข้าไปในอ้อมแขน แต่ฉันผงะถอยจากสัมผัสของเขาราวกับถูกไฟลวก

“อย่าแตะต้องตัวฉัน” ฉันเค้นเสียงพูดออกมา

นักประชาสัมพันธ์ของเขาปรากฏตัวขึ้นข้างๆ กระซิบกระซาบอย่างเร่งรีบที่ข้างหู ขากรรไกรของเก้าเกร็งขึ้น เขามองจากนักประชาสัมพันธ์ ไปยังฝูงชนที่จับจ้อง ไปยังสีหน้าอ้อนวอนของพราว และสุดท้ายกลับมาที่ฉัน การคำนวณในดวงตาของเขาน่าขยะแขยงสิ้นดี

“ลูกคนนี้เป็นลูกของผม” เขาพูด เสียงของเขาตอนนี้ชัดเจนและหนักแน่น ไม่ใช่เพื่อฉัน แต่เพื่อทุกคนที่กำลังฟังอยู่ “พราวกับผมรู้จักกันมานาน เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน”

พราวสะอื้นเบาๆ แล้วซบหน้าลงกับชุดสูทราคาแพงของเขา เขาวาดแขนโอบรอบตัวเธอ กอดเธอไว้ใกล้ๆ เป็นท่าทีปกป้อง ท่าทีที่เขาไม่เคยให้ฉัน ภรรยาที่กำลังตั้งท้องของเขา ซึ่งยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางซากปรักหักพังที่เขาสร้างขึ้น

“เก้า คุณพูดอะไร” ฉันกระซิบ คำพูดติดอยู่ในลำคอ “แล้วลูกของเราล่ะ”

ในที่สุดเขาก็มองมาที่ฉัน ดวงตาของเขามืดมนด้วยความเจ็บปวดที่ฉันรู้ว่าไม่ใช่เพื่อฉัน แต่เพื่อตัวเขาเอง เพื่อความไม่สะดวกที่ฉันเป็นตัวแทนอยู่

“เราจะคุยกันที่บ้าน” เขาพึมพำ เสียงต่ำและเครียด เขาเริ่มประคองพราวที่กำลังร้องไห้ไปยังทางออก ทีมงานของเขาปิดล้อมรอบตัวพวกเขาราวกับราชองครักษ์

เขากำลังทิ้งฉันไป เขากำลังทิ้งฉันไว้ที่นี่คนเดียว ให้เผชิญกับความอัปยศอดสู

ฉันยืนนิ่งขณะที่พวกเขาเดินจากไป น้ำหนักของคำประกาศต่อสาธารณะของเขาถั่งโถมลงมา เหมือนผ้าคลุมที่น่าหายใจไม่ออก เขาไม่ได้แค่ยอมรับว่านอกใจ แต่เขาประกาศยอมรับลูกของหญิงอื่นต่อหน้าสาธารณชน และในการทำเช่นนั้น เขาก็ได้ลบลูกของเราให้หายไป

ขาของฉันอ่อนแรงจนทรุดลงไปพิงโต๊ะที่เต็มไปด้วยแก้วแชมเปญที่ไม่มีใครแตะต้อง ห้องทั้งห้องเริ่มหมุนคว้าง

บริษัทของเขา สุวรรณกิจเทค กำลังจะเปิดขายหุ้น IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ ข่าวฉาว การหย่าร้างที่ยุ่งเหยิง ลูกนอกสมรส มันจะเป็นหายนะ แต่เจ้าพ่อเทคโนโลยีที่ยืนหยัดเคียงข้างเพื่อนสมัยเด็กที่กำลังตั้งท้อง? นั่นเป็นเรื่องราวของความภักดี มันดูสูงส่ง

มันเป็นคำโกหกที่สังเวยฉันและลูกที่ยังไม่เกิดของเราบนแท่นบูชาแห่งความทะเยอทะยานของเขา

ขณะที่การ์ดคนหนึ่งของเขาเข้ามาเพื่อพาฉันออกไปทางประตูด้านข้าง ให้พ้นจากสายตาที่สอดรู้สอดเห็นและแสงแฟลชกล้อง ความจริงอันน่าสะอิดสะเอียนก็ปรากฏขึ้น

เก้าไม่ได้แค่ทำพลาด

เขาได้เลือกแล้ว และเขาไม่ได้เลือกฉัน

เขาเลือกเธอ

อ่านต่อ

สารบัญ จาก ภรรยาผู้ถูกทอดทิ้ง สู่ ทายาทหญิงผู้ทรงอำนาจ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมมอบทุกอย่างให้ราซิเอลโล่ด้วยความรัก แต่เมื่อเธอแจ้งข่าวเรื่องตั้งครรภ์ เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่มึนเมา จึงตราหน้าว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา คำสบประมาทนั้นสร้างความเจ็บปวดให้หญิงสาวอย่างแสนสาหัส เธอตัดสินใจหอบหัวใจที่แตกสลายพร้อมลูกในท้องกลับเมืองไทย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ และความมั่นใจนั้นกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
หน้าปกนวนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปเผชิญความเจ็บปวดจากการถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนรักเพียงเพราะอคติต่อตระกูลของเขา เพื่อแก้แค้นและเย้ยหยันอดีตคนรัก เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่ปิยธิดาเกลียดชังที่สุด แม้เบื้องต้นจะมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเริ่มหวั่นไหวกับลูกเมียน้อยที่เขาเคยรังเกียจ ท่ามกลางทิฐิที่ปิดกั้นหัวใจ เขาต้องเลือกระหว่างความแค้นหรือจะยอมรับความรักที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
สาวผู้คลั่งไคล้ในสมบัติและของมีค่าอย่างสุดหัวใจ แต่กลับพยายามปฏิเสธความปรารถนาดีจากชายหนุ่มผู้สายเปย์ที่คอยประเคนของขวัญให้เธอไม่หยุดหย่อน แม้เธอจะพยายามหาทางหลบหนีจากความสัมพันธ์นี้มากเพียงใด เขากลับรุกหนักด้วยการส่งสิ่งของล้ำค่ามาให้มากมายราวกับขนมาด้วยรถสิบล้อ ยิ่งหนีเขาก็ยิ่งเปย์ ยิ่งถอยเขาก็ยิ่งรุกใส่ด้วยความร่ำรวย แล้วแบบนี้ผู้หญิงที่แพ้ทางของสวยๆ งามๆ อย่างเธอจะสามารถรอดพ้นจากบ่วงรักมหาเศรษฐีจอมทุ่มคนนี้ไปได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
ตอน
อ่านเลย
แชร์