
ตะวันส่องจันทร์
ตอน 2
“น้าเพ็ญอย่าร้องไห้เลยครับ” ตะวันฉายร้องไห้ตามแม่ยาย ทรมานหัวใจเมื่อเห็นวันเพ็ญคุกเข่าตรงปลายเท้าของหมอ
ชายหนุ่มคลานเข้าไปนั่งข้างๆ หญิงชรา...ตะวันฉายแกะมือวันเพ็ญออกจากมือหมอ ชายหนุ่มโอบบ่าบอบบางพยุงให้นางลุกขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม
“น้องท้องหรือฉาย?” เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง วันเพ็ญก็เอ่ยถาม แววตาฉ่ำน้ำสั่นระริกมองใบหน้าของลูกเขย
“ผะ...ผมก็เพิ่งจะทราบเหมือนกันครับ”
เสียงเย็นเยือกของวันเพ็ญทำให้ตะวันฉายหนาวเหน็บเข้าไปถึงกระดูกสันหลัง ชายหนุ่มเอาแต่นั่งคุกเข่า ก้มหน้าไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมองสบตาหญิงชรา เพราะเขากลัวนางจะเห็นความเลวชั่วของตัวเองในดวงตาของเขา
“ทำไมน้องถึงถูกรถชน...ฉายจะบอกน้าได้ไหม ทำไมลูกสาวของน้าถึงเป็นแบบนั้น?” วันเพ็ญถามลูกเขยเสียงสั่นเครือ แววตาเอ็นดูเหมือนลูกคนหนึ่งมองชายหนุ่มอย่างรักใคร่
ตะวันฉายเข้ามาเป็นคนในครอบครัว ไม่ใช่เพราะชายหนุ่มเป็นทายาทคนเดียวของมหาเศรษฐีรวยเงินล้นฟ้าติดอันดับสองของประเทศไทย แต่เป็นเพราะตะวันฉายกล้าเดินเข้ามาขอจันทร์ฉัตรจากนาง สัญญาต่อฟ้าดินและให้คำมั่น ว่าจะรักและปกป้องคุ้มครองลูกสาวของนางดั่งดวงตาดวงใจ ตะวันฉายได้ทำให้วันเพ็ญเชื่อใจยิ่งกว่าเก่า เมื่อพวกเขาทั้งสองได้พากันไปจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
“...” ความเงียบที่มีเพียงเสียงสูดน้ำมูกของลูกเขยที่นั่งคุกเข่า ก้มหน้าไม่ยอมตอบคำถามของนางนั้น ทำให้วันเพ็ญสะอื้นไห้ ตะวันฉายใจร้าวรานเมื่อน้ำตาร้อนระอุของหญิงชราหยดลงบนเส้นผมของเขาซึมลงผิวหนังศีรษะ ชายหนุ่มรีบเงยหน้าขึ้นมองแม่ยาย มือสั่นเทายื่นเข้าไปเช็ดน้ำตาปลอบขวัญหญิงชรา
“ผม...”
ตะวันฉายส่ายหน้าไม่ยอมพูดความจริง เขาก้มกราบเท้าของวันเพ็ญ น้ำตาเม็ดใหญ่ไหลอาบแก้มสากหยดลงบนหลังเท้าของแม่ยาย ดวงหน้าคมสันซบหน้าชิดเท้าทั้งสองข้างของวันเพ็ญ
ตะวันฉายนึกย้อนถึงเรื่องเลวร้ายที่ตนเองเป็นคนทำให้น้องต้องเป็นแบบนี้ เขาไม่กล้าเล่าเหตุการณ์ ว่าทำไมจันทร์ฉัตรถึงเกิดอุบัติเหตุให้วันเพ็ญฟัง
ย้อนไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงผ่านมา...
“สาวน้อย...ฉันอยากเมกเลิฟเธอ” เสียงเปิดประตูและปิดดังอยู่ข้างนอก ทำไห้ตะวันฉายผลักร่างของหญิงสาวให้นอนหงายบนที่นอน
“อุ๊ย! คุณคะ เบาๆ หน่อยสิคะ ผิวหนูช้ำไปหมดแล้วนะ” ปลายนิ้วมือผ่าวร้อนที่ไล้สัมผัสบนผิวเนื้อนุ่มนิ่มช่างทำให้หล่อนซ่านสยิวจนต้องเปล่งเสียงครางกระเส่า
“เธอสวยมาก รู้ตัวไหมเด็กน้อย”
ตะวันฉายปรายหางตามองกระจกตรงผนังด้านบนหัวเตียง เมื่อเห็นเพียงเงาของน้องที่ยืนอยู่หน้าห้องนอนก็เริ่มงาน เขากระโจนขึ้นคร่อมนอนทับร่างอวบ ดวงหน้าคมคายซุกไซ้ซอกคอระหง สูดดมกลิ่นไม่คุ้นเคยของหล่อน
“กรี๊ดด!” เพล้งง!!
จันทร์ฉัตรยืนช็อกร้องกรี๊ดๆ ข้าวของในมือหล่นเกลื่อนเต็มพื้น ดวงตากลมโตเบิกโพลงมองสามีของตัวเอง ชายหนุ่มกำลังจะร่วมรักอยู่กับผู้หญิงคนอื่น
“ว้าย! คุณคะ มีคนมาค่ะ”
หญิงสาวรุ่นๆ เดียวกับจันทร์ฉัตร หล่อนนอนอยู่ใต้ร่างของตะวันฉาย แกล้งทำท่าเอียงอาย ร่างเปลือยเปล่าขาวผ่องมีเพียงชุดชั้นในปิดบัง หล่อนยกแขนโอบรอบคอหนาพลางกระแซะทรวงอกอิ่มชิดแผ่นอกแข็งแกร่ง
“พิ...พี่ฉาย!”
จันทร์ฉัตรยืนเซ่อ ดวงตากลมโตเอ่อน้ำตามองสามี ชายหนุ่มย่ำยีหัวใจเธอด้วยการพาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาในบ้าน...จันทร์ฉัตรมึนเมากับภาพบาดใจ ร่างน้อยเซถลาถอยหลังไปชนผนังห้องเมื่อถูกหมอนที่เธอใช้หนุนนอนปาใส่ แต่ในเวลานี้มันถูกผู้หญิงคนนั้นใช้หนุน และหล่อนคนนั้นก็ยังใช้มันเป็นอาวุธเหวี่ยงใส่เธออย่างแรง
“เธอเป็นใครคะ ทำไมคุณไม่ไล่เธอออกไปคะ?” หล่อนทำหน้าระรื่นเมื่อเห็นจันทร์ฉัตรร้องครางเหมือนเจ็บปวด
‘สมน้ำหน้า’ หล่อนพูดเยาะเย้ยจันทร์ฉัตรในใจ
“แม่บ้านน่ะ!” ตะวันฉายเมินหน้าหนีไม่มองหน้าน้อง เขาเจ็บแผ่นอกข้างซ้ายเมื่อยกตำแหน่งใหม่ให้น้อง
“ฮืออ...พี่ฉาย ทำไม?”
จันทร์ฉัตรยืนตัวชาสะอื้นไห้ เธอส่ายหน้าไปมาไม่ยอมรับความจริงเมื่อเห็นความว่างเปล่าในดวงตาสีเข้มของสามี
“คนใช้หรือคะ?” หล่อนอ้อยอิ่งอยู่ในอ้อมกอดของตะวันฉาย หยิบเอาเสื้อผ้าของจันทร์ฉัตรมาถือไว้ แล้วทำตามคำสั่งของชายหนุ่ม
“ไปนั่งเล่นรอฉันที่ห้องรับแขกก่อนนะ” ตะวันฉายกระซิบเสียงทุ้มชิดหน้าผากของหล่อน แล้วขยับตัวไปนั่งหย่อนขาตรงปลายเตียง เขาใส่เสื้อติดกระดุมเพียงสามเม็ด
“อึกก! พี่ฉายบอกจันทร์ได้ไหม มันเกิดอะไรขึ้น...เธอคนนั้นเป็นใคร?”
จันทร์ฉัตรหมดแรง ร่างบางทรุดลงนั่งบนพื้น เธอใจร้าวแตกละเอียดมองตะวันฉายเอาชุดนอนและชุดคลุมของเธอให้ผู้หญิงคนนั้นใส่
“ฉันต้องการให้เธอออกไปจากชีวิตฉัน!”
ตะวันฉายเดินไปส่งหญิงสาวที่หน้าประตูห้อง แล้วเขาก็ย้อนกลับเข้ามาใหม่ เดินผ่านหน้าของจันทร์ฉัตรไปยืนตรงหน้าต่างบานเลื่อน ชายหนุ่มยืนหันหลังให้น้อง สายตาเจ็บปวดมองความมัวหมองสีเทาบนท้องฟ้า ที่ดูไม่สดใสเปรียบเสมือนหัวใจของเขาในเวลานี้ มันช่างมืดมิดดำบอดเสียเหลือเกิน
“จันทร์ทำผิดอะไร ทำไมพี่ถึงทำกับจันทร์แบบนี้” ชายหนุ่มโยนระเบิดลูกใหญ่ลงกลางทรวง จนหัวใจของเธอแตกสลายยับเยิน
“...” ตะวันฉายเงียบ เพราะหัวใจของเขาแตกยับเยินด้วยคำพูดของตัวเอง
“พูดอะไรบ้างสิคะ อย่าเอาแต่ยืนหันหลังให้จันทร์แบบนี้ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร พี่พาเธอเข้ามาในบ้านของเราทำไม แล้ว...” คำว่า ‘พี่มีอะไรกับเธอแล้วใช่ไหม’ ถูกตะวันฉายพูดตัดประโยค
“ฉันไม่ได้รักเธอแล้ว และฉันกำลังจะแต่งงานใหม่”
ตะวันฉายไม่ตอบคำถามของน้อง แต่ชายหนุ่มกลับใช้คำพูดทิ่มแทงหัวใจของตัวเอง
“กรี๊ดด! ไม่จริง! จันทร์ไม่เชื่อ พี่โกหกจันทร์”
จันทร์ฉัตรหมดแรงที่จะเดินเข้าไปกอดสามีจากทางด้านหลัง ร่างบางทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นเมื่อคำพูดของสามีช่างเปรียบเสมือนมีดแหลมคมเฉือนหัวใจให้ขาดออกจากขั้ว
คุณอาจจะชอบ





