ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมื่อหัวใจเพรียกหา

เมื่อหัวใจเพรียกหา

เมื่อทิฐิในใจของภารันย์บดบังความรู้สึก จนเกือบทำลายความสัมพันธ์กับคนรอบข้างและทำร้ายตัวเอง พิมพ์เพชรหญิงสาวผู้ยึดมั่นในรักจึงพยายามทำทุกทางเพื่อให้เขากลับมาเป็นคนเดิม ทว่าความหวังที่ริบหรี่กลับต้องสั่นคลอน เมื่อเธอพบเขากลับมาพร้อมกับหญิงสาวต่างชาติในภาพบาดตา พิมพ์เพชรต้องเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัสท่ามกลางเสียงเรียกหาพ่อของลูกน้อย บทพิสูจน์ของหัวใจที่เพรียกหากันจะลงเอยอย่างไร ในเมื่อความผิดพลาดในอดีตยังคงกัดกินใจและรอคอยการให้อภัยเพื่อเริ่มต้นใหม่
ตอน
แชร์

ตอน 2

"ชมพูมันไปเกี่ยวอะไรด้วย" เสียงหนึ่งดังขึ้น

"ยายชมพูมันทะเล่อทะล่าอยู่นะคะ หรือจะเป็นคนตกลงไป หรือหายไป แล้วพี่เล็กไปช่วยคะ" มีคนหนึ่งออกความคิดเห็น

"ช่างเหอะ ตอนนี้ต้องให้ฝนหยุดก่อน เดี๋ยวพี่ ๆ จะคุยกับทางผู้ใหญ่บ้านเรื่องตามหาสองคนนั้นเอง"

"ทุกคนแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ หาของกินลงท้องกันก่อน แล้วแยกที่หลับที่นอน หญิงนอนกับหญิง ชายนอนกับชาย"

รุ่นพี่ทำเสียงเข้ม

ทุกคนต่างหุบปากเงียบ ก่อนจะแยกย้ายขยับตัวกันหาที่ซุกหัวนอน แต่ก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่องสนุกปากถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

ชมพูเงยหน้ามองคนตัวใหญ่ที่กำลังเหนื่อยล้าและเจ็บปวดที่บาดแผลเต็มที่

"พี่เล็กไหวไหมคะ" เธอถามเขาเพราะเห็นเม็ดเหงื่อพร่างพราวผุดขึ้นมาเต็มใบหน้า เสียงลมหายใจของเขาหอบถี่เร็วขึ้น แต่เริ่มแผ่วเบาลงไปลมหายใจขาดเป็นช่วง ๆ

"อีกนิดเดียวค่ะ ทนหน่อยนะคะ" เธอยกหน้าส่งยิ้มให้กับเขาเพราะเห็นเพิงหมาแหงนอยู่ไม่ไกลนัก

ภารันย์มองตามมือน้อย ๆ ที่ชี้ไปยังข้างหน้า เขากะพริบตาถี่ ๆ ทุกอย่างในสายตาเริ่มพร่ามัว ชายหนุ่มกัดฟันทนข่มความเจ็บปวดที่ปะทุขึ้นมาเป็นระยะ ๆ แต่ก็ก้าวขายาว ๆ ตามเธอเพื่อจะไปให้ถึงกระท่อมนั้น มันไม่ไกลมาก แต่ความเจ็บปวดตามร่างกายต่างหากที่ทำให้เขาเดินไม่สะดวก

ท้องฟ้าที่สว่างจ้าเริ่มมืดมิดลง ทุกอย่างเริ่มรางเลือน เมื่อสายฝนเริ่มลงเม็ดและเม็ดดูหนาขึ้นเรื่อย ๆ

'ให้ถึงกระท่อมก่อนนะคะพระพิรุณ อย่าเพิ่งหล่นลงมาตอนนี้เลยค่ะ หนูขอร้อง' ชมพูนึกในใจ

หยาดน้ำฝนเย็น ๆ หล่นกระทบใบหน้า และเสียงของมันที่กระทบกับใบไม้เริ่มหนาหนักขึ้น หญิงสาวจับหมับที่เอวของเขา รั้งรัดแรง ๆ เพื่อส่งพลังให้ภารันย์ก้าวเท้าให้เร็วขึ้น ห่าฝนใหญ่ไม่ทานต่อคำขอของเธอ หล่นลงมาเหมือนฟ้ารั่ว ตกกระหน่ำเหมือนจะซ้ำเติมทั้งสองคนให้เปียกปอนหนักไปอีก ร่างกายของทั้งสองคนเปียกโชก

"เร็วเร่งฝีเท้าอีกนิดนะคะพี่เล็ก" เธอเห็นเขากัดฟันแน่นแล้วลงฝีเท้าให้เร็วขึ้น ตามเนื้อตัวแข้งขา ภารันย์รู้สึกเจ็บร้าวไปหมด

จนเมื่อทั้งสองมาถึงกระท่อมนั้น แค่นั่งลงฟ้าก็เหมือนรั่ว ห่าฝนเทลงมาแบบไม่ขาดสาย  หญิงสาวรีบถอดรองเท้าของตัวเองแล้วก้าวขาขึ้นไปปัดกวาดทำความสะอาดเท่าที่จะทำได้ในขณะนั้น โชคดีหน่อยกระท่อมนั้นยังมีฝาผนังที่ทำมาจากไม้ไผ่สานขัดพอกันลมและสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตานั้นได้

ภารันย์ข่มความเจ็บ สำรวจร่างกายของตัวเอง

'กรรม' เขาสบถในใจ ยกมือจับผ้าที่โพกหัว รู้สึกได้ถึงเลือดที่หยุดไหล แต่ผ้าที่เปียกโชกนี้ต่างหากที่ทำให้ใบหน้าของเขาแดงก่ำ สีแดงของเลือดไหลลงมาอีกเป็นทาง แผลเจ้ากรรมก็ร้าวจนเจ้าตัวรู้สึกระบมไปหมด แขนข้างที่หักก็ชาจนเขาไม่รู้สึกเจ็บแล้วตอนนี้ แต่พานจะยกแขนไม่ขึ้นเหมือนกับเขาไม่มีแขนอีกข้างเสียอย่างนั้น

เสียงหญิงสาวที่ปัดกวาดแรง ๆ ทำให้ภารันย์หันไปมอง ตอนนี้ชมพูกำลังเอาเสื้อของเธอตัวหนึ่งออกไปตากฝนก่อนจะบิดหมาด ๆ เช็ดพื้นกระดานของกระท่อมหลังนั้น หญิงสาวหันหน้ามาส่งยิ้มให้ชายหนุ่มเป็นระยะ ๆ ก่อนจะละมือขยับร่างเข้ามาหาเขา เธอถอดรองเท้าของเขาออก รีบบังคับให้ร่างใหญ่ขึ้นไปด้านบน

"พี่เล็กขยับมาข้างบนนี้ดีกว่าค่ะ" เธอบอกเขาแล้วยังเจ้ากี้เจ้าการถอดรองเท้าของเขาออก รื้อกระเป๋าหาผ้าขนหนูออกมาด้วย เธอทำงานอย่างคล่องมือ จัดการแทบจะถอดเสื้อผ้าที่เปียกโชกของชายหนุ่ม เพื่อให้เขาไม่หนาว และตอนนี้ชุดนั้นมันเต็มไปด้วยโคลนมอมแมม

"ต้องถอดค่ะพี่เล็ก" เธอใช้สายตาดุมองเขาเมื่อเห็นว่าเขาขัดขืน

"ไม่งั้นไข้ขึ้นแน่ ๆ" มือทำงานต่อไป ไม่สนกิริยาของชายหนุ่ม เขาได้แต่มองตามมือของชมพู พอฝ่ามือน้อย ๆ ของชมพูโดนในส่วนที่เขาถูกกระแทก เขาก็อุทานออกมาเบา ๆ  บอกให้เธอรู้ว่าเจ็บ

เธอเอาผ้าขนหนูที่โชกเลือดไปตากน้ำฝน สายน้ำที่กระหน่ำลงมาจากฟากฟ้าเหมือนจะลงโทษใครบางคน สองคนมองหน้ากันภายใต้ความมืดที่เริ่มครอบงำ และแสงราง ๆ ของท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหนา แสงแดดที่เหลือน้อยแทบลอดส่องลงมาไม่ได้

เลือดสีแดงสดหายไปกับสายน้ำฝนที่ไหลรดริน ชมพูเอาผ้าผืนนั้นบิดหมาด ๆ เข้ามาเช็ดตัวทำความสะอาดให้เขา คราบฝุ่นดินโคลนถูกเช็ดออกไปจนเกลี้ยง

"ให้ชมพูเป็นพยาบาลนะคะ พี่เล็กเป็นคนไข้ที่น่ารักมาก ๆ ค่ะ ไม่ดื้อเลย" เธอยิ้มกว้าง

โชคดีที่เขาพาถุงนอนแบกใส่หลังมาด้วย เธอกางมันออก แล้วบังคับให้เขาใส่เสื้อผ้าแล้วนอนซุกตัวลงไป โคมไฟน้อย ๆ ที่เขาเตรียมมาถูกเปิดใช้งาน

ร่างเล็ก ๆ ของชมพูเริ่มสั่นสะท้านด้วยความเย็นยะเยือก สายลมพัดกระโชกหอบห่าฝนและลมหนาวกระทบผิวกาย ขนของเธอลุกสั่น ร่างกายแสดงความอ่อนไหว หนาวสะท้านออกมาให้เขาเห็น

"ชมพูเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเองออกด้วยนะ มันเปียกอยู่ใช่ไหม" น้ำเสียงที่เป็นห่วงเป็นใย แต่มันก็แหบพร่าเหลือเกิน

"ค่ะ" เธอรับคำ ก่อนจะรีบจัดแจงกับตัวเอง หญิงสาวห่วงเขาจนลืมตัวเองไป

ภารันย์เห็นแค่แผ่นหลัง และเงาตะคุ่ม ๆ เขาปิดเปลือกตาจนสนิท เอนหลังซุกตัวลงไปนอนในถุงนอนอุ่น ๆ โชคยังเข้าข้างที่มันยังกันน้ำได้ แค่สะบัด ๆ เม็ดฝนก็จางหาย ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมาเป็นระยะ ๆ ริมฝีปากของเขาเริ่มซีด ๆ และสั่นกระทบกันอีกครั้ง

"หิวน้ำ..." เขาบอกเธอทันทีที่เห็นใบหน้า เมื่อได้ยินเสียงของเธอนั่งลงใกล้ ๆ

ชมพูกระวีกระวาดหาแก้วใบเล็ก ๆ ที่เธอพกมาด้วย รองน้ำฝนที่ชายคา ก่อนจะคลานกลับมาหาเขา เธอช่วยเขายกหัว

ภารันย์ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมันหนักอึ้งไปหมดแบบนี้ ชายหนุ่มดื่มน้ำนั้นอย่างกระหาย

"หนาวเหรอคะ" ปากน้อย ๆ อ้าถาม เขาพยักหน้านิด ๆ แล้วหลับตาลงอีกครั้ง

เธอจัดแจงเอาผ้าห่มผืนเล็ก ๆ ที่ติดมาสอดเข้าไปห่อหุ้มกายให้ภารันย์อีกชั้น แต่มันจะสู้พิษไข้ที่ถาโถมใส่ภารันย์ได้ยังไง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย วิศวะขอรักคุณหมอ Mpreg
8.9
จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความไม่ถูกชะตาจนกลายเป็นการกลั่นแกล้งทุกครั้งที่พบหน้า ทว่าความรู้สึกกลับเริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อยามที่เขาหายไปจากสายตากลับทำให้หัวใจต้องว้าวุ่นและกระวนกระวายใจอย่างหนักจนทนไม่ได้ ความหมั่นไส้ในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่อยากจะพบเจอหน้ากันในทุกวัน เหมือนดั่งคำกล่าวโบราณที่ว่าหากไม่ได้เห็นหน้ากันโดยตรง เพียงแค่ได้เห็นเพียงหลังคาบ้านของเขาก็ยังดี
หน้าปกนวนิยาย พันศักดิ์
8.8
“กลางวันแสกๆ ไม่อายฟ้าอายดิน” พันศักดิ์เบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า เด็กสาวใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ตัวสั่นเทาสะบัดมือหนีมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเดินกระเผลกๆ ออกจากกระท่อม หนุ่มใหญ่สบถยาวเหยียดเมื่อหันไปเห็นก้นขาวๆ ของเด็กสาววัยสิบแปด เธอเอาเสื้อผ้าขาดๆ ปิดบังเนื้อตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นเดินหนีด้วยเนื้อตัวสั่นเทา “จะไปไหน” ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรตามมากระชากแขนเล็กของเด็กสาว เธอสะดุ้งสุดตัวยังร้องไห้ไม่ขาดสาย “มังคุดจะกลับบ้าน” มังคุดตอบเสียงสั่นๆ สะอื้นจนตัวโยน “เดินแก้ผ้าไปแบบนี้น่ะเหรอ” ขาเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจไม่น้อย “แล้วจะให้มังคุดทำยังไง” เด็กสาวถามเสียงสะอื้น “เอาใบกล้วยปิดไหมกันอุจาดตา” เขาประชดแต่เธอกัดปากตัวเองแล้วสะบัดมือหนี “โกรธรึที่มาขัดจังหวะ” พันศักดิ์เลิกคิ้วขึ้นถาม “ปากร้าย มังคุดไม่เคยคิดจะมีผัวทีเดียวสิบคนหรอกนะ” “อ้อ... นึกว่าอยาก” “ลุงศักดิ์!” เธอเสียงดังใส่เขายังร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาเปรอะเปื้อน กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! เสียงกรีดร้องดังขึ้น พันศักดิ์อุ้มร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมแขนหลังจากสะพายปืนลูกซองไปทางด้านหลัง เธอปัดป้องปิดบังเนื้อตัวเป็นพัลวัน “อย่าดิ้นสิ ตกลงไปแข้งขาหักไม่รู้ด้วยนะ” คนเถื่อนหน้าดุทำเสียงดุ เด็กสาวรีบหยุดดิ้นกอดคอหนาเอาไว้เพราะกลัวตก ยังสะอึกสะอื้นอยู่ไม่หาย เธอซุกหน้าที่อกกว้าง อับอายหนักหนาที่ต้องมาเปลือยกายต่อหน้าเขา “ทีหลังก็นัดมันมาทีละคนสิ สิบคนไม่ฉีกขาดรึ” “มังคุดเปล่านัดใครนะ พวกนั้นมาดักฉุดจะรุมข่มขืน ไม่เห็นหรือไงว่ามังคุดร้อง” เธอเถียงคอเป็นเอ็น “อ้อ... จะไปรู้เรอะ ผู้หญิงบางคนชอบร้องให้ผู้ชายตื่นเต้น” เธอกัดปากตัวเองเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
หน้าปกนวนิยาย หัวใจร้าว(รัก)ในวันวาน
8.9
ความสัมพันธ์สี่ปีของพัชชาและพิสุทธิ์พังทลายลงเมื่อฝ่ายชายทรยศความเชื่อใจด้วยการนอกใจ พัชชาตัดสินใจไล่สามีออกจากบ้านแม้จะยังเจ็บปวดและโหยหาอ้อมกอดของเขา ขณะที่พิสุทธิ์พยายามแก้ตัวว่าความผิดพลาดครั้งนี้เกิดจากความแค้นไม่ใช่ความรัก ท่ามกลางความขัดแย้ง หนูตัวน้อยอย่างพิชญาเข้ามาขัดจังหวะพร้อมคำถามแสนเศร้าถึงน้องที่จากไป การสูญเสียลูกในท้องกลายเป็นแผลลึกที่ตอกย้ำความร้าวราน พัชชาต้องฝืนยิ้มปลอบลูกสาวทั้งที่หัวใจสลายเมื่อเห็นพิชญาพยายามลูบท้องมองหาน้องที่ไม่มีวันกลับมา
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
หน้าปกนวนิยาย เมียรับจ้าง
8.7
เมื่อนักเขียนสาวไส้แห้งต้องมารับบทภรรยาจำเป็นแลกกับเงินก้อนโตเพื่อตบตาคนรอบข้างให้กับคาสโนว่าตัวพ่อผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้และกะล่อนแบบหาตัวจับยาก เธอไม่เพียงแต่ต้องรับมือกับแผนการร้ายของแม่สามีที่คอยจ้องจะเล่นงานเธออยู่ทุกฝีก้าวเท่านั้น แต่ยังต้องต่อสู้กับความรู้สึกภายในใจที่เริ่มจะหวั่นไหวไปกับเสน่ห์อันแพรวพราวของสามีกำมะลอคนนี้ งานจ้างที่ดูเหมือนจะง่ายกลับกลายเป็นบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่ที่เธอต้องเผชิญในฐานะเมียรับจ้าง
หน้าปกนวนิยาย นางฟ้าของนักฆ่า
8.6
ท่ามกลางวังวนแห่งการล้างแค้นและอันตราย หญิงสาวผู้มีจิตใจบริสุทธิ์และงดงามต้องตกเป็นเป้าหมายในเงื้อมมือของนักฆ่าเลือดเย็นผู้ไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่าความไร้เดียงสาและดวงตาคู่งามที่แสนตราตรึงกลับสั่นคลอนโลกที่เคยเงียบเหงาของเขาอย่างรุนแรง ทุกวินาทีที่ได้ใกล้ชิดกลายเป็นบททดสอบหัวใจ เมื่อความอ่อนโยนเริ่มหลอมละลายความเย็นชาให้จางหายไปในที่สุด เรื่องราวความรักท่ามกลางวิถีมือสังหารจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้