ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมื่อหัวใจเพรียกหา

เมื่อหัวใจเพรียกหา

เมื่อทิฐิในใจของภารันย์บดบังความรู้สึก จนเกือบทำลายความสัมพันธ์กับคนรอบข้างและทำร้ายตัวเอง พิมพ์เพชรหญิงสาวผู้ยึดมั่นในรักจึงพยายามทำทุกทางเพื่อให้เขากลับมาเป็นคนเดิม ทว่าความหวังที่ริบหรี่กลับต้องสั่นคลอน เมื่อเธอพบเขากลับมาพร้อมกับหญิงสาวต่างชาติในภาพบาดตา พิมพ์เพชรต้องเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัสท่ามกลางเสียงเรียกหาพ่อของลูกน้อย บทพิสูจน์ของหัวใจที่เพรียกหากันจะลงเอยอย่างไร ในเมื่อความผิดพลาดในอดีตยังคงกัดกินใจและรอคอยการให้อภัยเพื่อเริ่มต้นใหม่
ตอน
แชร์

ตอน 3

แมลงเล็ก ๆ เริ่มมาตอมที่ไฟ แล้วเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ ชมพูรื้อกระเป๋าของตัวเอง เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าป้าเจียมของเธอบังคับให้เอามุ้งเล็ก ๆ ติดมาด้วย

'ขอบคุณค่ะป้าเจียม' หญิงสาวนึกขอบคุณนางภายในใจ เธอกางมันออกมาทันที ทุกอย่างป้าเจียมเตรียมให้พร้อมมีเชือกฟางผูกมาให้เรียบร้อย เธอมองหาที่มัดจนครบสี่ด้าน หญิงสาวนั่งลงใกล้ ๆ อย่างโล่งใจ

สายฝนที่สาดเทไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง มันกระหน่ำลงบนหลังคากระท่อมที่ทำจากหญ้าคาจนแทบทะลุ  พิมพ์เพชรได้แต่ภาวนาในใจให้ฝนหยุดไว ๆ  หญิงสาวคอยสอดสายตามองไปทั่ว ๆ ก่อนเธอคลานเข้าไปในมุ้ง

แสงไฟจากโคมเล็ก ๆ พอที่จะเห็นใบหน้าของกันและกัน ภารันย์ขยับปากเหมือนจะพูด แต่ชมพูชิงพูดก่อน

"ถ้าฝนหยุดตก ชมพูจะรีบตามคนให้มาช่วยพี่เล็กนะคะ" น้ำเสียงของเธอดูสดใสและใจชื้นขึ้น ไม่อยากให้ภารันย์เป็นกังวล

"มันมืดแล้วใช่ไหม" เขาถาม

"ค่ะ หกโมงครึ่ง" เธอยกนาฬิกาขึ้นมาดู

"หิวไหมคะพี่เล็ก" เธอถามเขาด้วยความเป็นห่วง

"พี่ไม่หิว ชมพู... พี่มีขนมในกระเป๋า ชมพูเอาออกมากินนะ ไม่ต้องห่วงพี่" น้ำเสียงที่พูดของเขาก็ขาดหายเป็นช่วง ๆ

ชมพูอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปแตะที่หน้าผากของเขา แค่เพียงชั่วยามเนื้อตัวปกติก็ร้อนฉ่าด้วยพิษของการบาดเจ็บ

"พี่เล็กมีไข้" เธอรู้สึกตกใจไม่น้อย เธอรีบออกมาจากมุ้ง หาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตามใบหน้าให้

ภารันย์แทบขยับตัวไม่ได้ ได้แต่กะพริบตาถี่ ๆ มองใบหน้าน้อย ๆ ที่ตั้งใจดูแลเขาอย่างจริงจัง

ภารันย์สังเกตเห็นขาแว่นที่ขดโก่งผิดรูปของชมพู และใบหน้าขาว ๆ ของเธอมีรอยขีดข่วนของกิ่งไม้ ชมพูเองก็รู้ตัวว่าเธอก็เจ็บปวดฟกช้ำไม่น้อย เพียงแต่ไม่มีส่วนไหนที่แตกหักเท่านั้น

"ชมพูเจ็บตรงไหนไหม" เขาถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาด้วยความเป็นห่วง

หญิงสาวคลี่ยิ้มให้แล้วส่ายหน้านิด ๆ

"ชมพูไม่เป็นไร แค่เห็นพี่เล็กไม่เป็นไรมากก็โอเคแล้วค่ะ พี่เล็กคะ ชมพูมียาแก้ไข้กินก่อนสักสองเม็ดนะคะ ให้ฝนซาอีกสักหน่อย ชมพูจะเดินตามหาคนให้มาช่วยพี่เล็กค่ะ" เขาเอามือออกมาจากผ้าห่ม จับมือน้อย ๆ ที่เช็ดใบหน้าเขาอย่างเบามือ

"ชมพูอย่าไปไหนนะ มันอันตราย" เขาส่งสายตาด้วยความเป็นห่วง บีบกระชับมือกับชมพู

"กลัวไหม" เขาถามเธออีกครั้ง

"ไม่ค่ะ ถ้าอยู่กับพี่เล็ก ชมพูไม่กลัว" ปากพูดออกไปแบบนั้น แต่ในหัวใจมันเย็นยะเยือกไปหมด

ภารันย์หลับตาข่มความเจ็บปวดที่ปะทุขึ้นมา ยาที่เธอให้กินลงไปนั้นอาจจะช่วยได้ เขาภาวนาให้มันช่วยทุเลาอาการของเขาได้บ้าง

ชมพูหยิบโคมไฟ ออกมาสำรวจข้างนอกอีกครั้ง

เธอเห็นปลายไม้ไผ่โผล่ขึ้นมา จึงลองเอามือจับแล้วดึง หญิงสาวเคยไปบ้านของป้าเจียมบ่อย ๆ เธอเห็นรูของฝาอีกด้าน จึงรีบสาวไม้ไผ่ขึ้นมามันช่างสอดรับพอดี เธอจึงนึกขึ้นได้ว่านี่คงเป็นบ้านพักนายพรานหรือคนที่ชอบเดินป่าแถบนี้ พิมพ์เพชรรีบดึงไม้ไผ่ทั้งสี่อันมาขัดกับฝาไว้ ก่อนจะเอาเสื้อผ้าของภารันย์และของตัวเองที่เปียกผึ่งตากเอาไว้ แค่นี้ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอีกนิดว่า อย่างน้อยสิงสาราสัตว์คงหวั่นไหวกับกลิ่นสาปของคน สัตว์โลกต่างก็เกรงกลัวกันเองเพราะต่างฝ่ายก็กลัวถูกทำร้ายเช่นกัน

ฝนที่หนาเม็ดเริ่มซาลง แต่ความมืดสงัดเริ่มครอบงำ มันมาพร้อมกับความวังเวง สัตว์น้อยใหญ่ต่างส่งเสียงประสานก้องไพร อึ่งอ่าง คางคก กบ เขียด ส่งเสียงประสานเหมือนวงออร์เคสตรา

หญิงสาวถอนหายใจออกมาแบบโล่ง ๆ แต่ในใจก็หวั่น ๆ กลัว ๆ อยู่ไม่น้อย

'ไม่น่าเลยชมพู ทำไมไม่ตามคนก่อนจะลงมา' หญิงสาวต่อว่าตัวเอง

"ชมพู" เสียงเรียกชื่อเธอเบา ๆ

เธอไม่ตอบ แต่รีบคลานกลับเข้าไปหาภารันย์

"พี่เล็กต้องการอะไรคะ" น้ำเสียงของเธออย่างอาทร

"นั่งทำอะไรข้างนอก ยุงเยอะ แมลงเยอะนะ ที่นี่มันเป็นป่า"  เธอส่งยิ้มให้

"ดับไฟเหอะ พี่ว่า... เผื่อเอาไว้ใช้ตอนจำเป็น เดี๋ยวแบตฯ หมด"

"ค่ะ" เธอทำตามแบบว่าง่าย และก็นั่งกอดเข่าอยู่ตรงนั้น

มือหนาใหญ่ของภารันย์เอื้อมมาจับที่ข้อเท้าเล็ก ๆ ของเธอ

"อากาศมันหนาวเย็นนะชมพู ชมพูเข้ามานอนกับพี่....มา" น้ำเสียงแหบพร่าก็จริง แต่มีแววจริงจัง

"ไม่เป็นไรค่ะ"

"ไม่เป็นไรได้ไง ชมพู....เข้ามานอนเดี๋ยวนี้ พี่สั่ง" เขาทำเสียงเขียวดัง

เธอนิ่งอึ้ง แต่ภารันย์กระตุกข้อเท้าของเธออีกที

"อย่าดื้อกับพี่" เขาพูดเสียงเบาลง เธอรู้ว่าเขาอ่อนแรงมาก ๆ เช่นกัน

ชมพูพ่นลมหายใจออกมาอีกครั้ง

ฟ้าฝนช่างไม่เป็นใจ คำรามลั่น ตอนนี้อึกทึกลั่น มีแสงฟ้าแลบแปล๊บ ๆ ชวนตกใจ ฟ้าผ่าลงมาดังสนั่น

ชมพูผวาเฮือก ใจร่วงไปอยู่ไหนไม่รู้ เอื้อมมือที่สั่นเทาจับยึดมือของภารันย์ก่อนจะสอดตัวแทรกกายเข้าไปนอนลงในถุงนอนกับเขา

ร่างใหญ่สั่นสะท้าน แขนที่หักเริ่มบ่งบอกอาการ พิษไข้สร้างความปั่นป่วนให้กับร่างกายของภารันย์จนเพ้อ

"แม่ครับ...แม่...อย่าไปจากผมนะครับ แม่...แม่..." เขาออกปากเรียกแม่ น้ำตาไหลอาบแก้ม

พิมพ์เพชรสะดุ้งตื่น เธอกอดกระชับเขาเอาไว้แน่น

ภารันย์ซุกหน้าไปในอ้อมอกของเธออย่างโหยหา ตอนนี้ร่างกายของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

"พี่เล็ก พี่เล็กขา ชมพูเองค่ะ" เธอบอกเขาเมื่อเห็นแขนข้างที่ไม่เจ็บกอดรัดร่างของเธอเอาไว้แน่น

เสียงสะอึกสะอื้นเหมือนเพ้อทำให้เธอพยายามเอื้อมมือไปหยิบโคมไฟเล็ก ๆ ก่อนจะเปิดมัน แสงสว่างพอจะทำให้เห็นใบหน้าของภารันย์เริ่มมีสี และน้ำตาซึม

"อย่าทิ้งเล็กนะครับแม่" เขายังเอื้อนเอ่ยออกมาแบบไม่รู้ตัว

"ค่ะ ชมพูจะอยู่กับพี่ เธอกอดปลอบประโลมเขา ภารันย์มีท่าทีสงบลง และลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอ

พิมพ์เพชรถอนหายใจออกมา เธอรีบขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างแผ่วเบา ๆ ภารันย์ขยับตัวนอนหงาย เม็ดเหงื่อยังเต็มใบหน้า หญิงสาวคว้าผ้าได้ก็เริ่มเช็ดตัวให้เขาอีกครั้ง

"เจ้าป่าเจ้าเขา เจ้าที่เจ้าทาง ลูกเป็นคนดีนะคะ พี่เล็กก็เป็นคนน่ารัก ช่วยปกปักรักษาเราสองคนด้วยนะคะ" เธอพนมมือขึ้นเหนือหัวก่อนจะก้มลงกราบพื้นกระท่อม

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย วิศวะขอรักคุณหมอ Mpreg
8.9
จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความไม่ถูกชะตาจนกลายเป็นการกลั่นแกล้งทุกครั้งที่พบหน้า ทว่าความรู้สึกกลับเริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อยามที่เขาหายไปจากสายตากลับทำให้หัวใจต้องว้าวุ่นและกระวนกระวายใจอย่างหนักจนทนไม่ได้ ความหมั่นไส้ในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่อยากจะพบเจอหน้ากันในทุกวัน เหมือนดั่งคำกล่าวโบราณที่ว่าหากไม่ได้เห็นหน้ากันโดยตรง เพียงแค่ได้เห็นเพียงหลังคาบ้านของเขาก็ยังดี
หน้าปกนวนิยาย พันศักดิ์
8.8
“กลางวันแสกๆ ไม่อายฟ้าอายดิน” พันศักดิ์เบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า เด็กสาวใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ตัวสั่นเทาสะบัดมือหนีมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเดินกระเผลกๆ ออกจากกระท่อม หนุ่มใหญ่สบถยาวเหยียดเมื่อหันไปเห็นก้นขาวๆ ของเด็กสาววัยสิบแปด เธอเอาเสื้อผ้าขาดๆ ปิดบังเนื้อตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นเดินหนีด้วยเนื้อตัวสั่นเทา “จะไปไหน” ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรตามมากระชากแขนเล็กของเด็กสาว เธอสะดุ้งสุดตัวยังร้องไห้ไม่ขาดสาย “มังคุดจะกลับบ้าน” มังคุดตอบเสียงสั่นๆ สะอื้นจนตัวโยน “เดินแก้ผ้าไปแบบนี้น่ะเหรอ” ขาเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจไม่น้อย “แล้วจะให้มังคุดทำยังไง” เด็กสาวถามเสียงสะอื้น “เอาใบกล้วยปิดไหมกันอุจาดตา” เขาประชดแต่เธอกัดปากตัวเองแล้วสะบัดมือหนี “โกรธรึที่มาขัดจังหวะ” พันศักดิ์เลิกคิ้วขึ้นถาม “ปากร้าย มังคุดไม่เคยคิดจะมีผัวทีเดียวสิบคนหรอกนะ” “อ้อ... นึกว่าอยาก” “ลุงศักดิ์!” เธอเสียงดังใส่เขายังร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาเปรอะเปื้อน กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! เสียงกรีดร้องดังขึ้น พันศักดิ์อุ้มร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมแขนหลังจากสะพายปืนลูกซองไปทางด้านหลัง เธอปัดป้องปิดบังเนื้อตัวเป็นพัลวัน “อย่าดิ้นสิ ตกลงไปแข้งขาหักไม่รู้ด้วยนะ” คนเถื่อนหน้าดุทำเสียงดุ เด็กสาวรีบหยุดดิ้นกอดคอหนาเอาไว้เพราะกลัวตก ยังสะอึกสะอื้นอยู่ไม่หาย เธอซุกหน้าที่อกกว้าง อับอายหนักหนาที่ต้องมาเปลือยกายต่อหน้าเขา “ทีหลังก็นัดมันมาทีละคนสิ สิบคนไม่ฉีกขาดรึ” “มังคุดเปล่านัดใครนะ พวกนั้นมาดักฉุดจะรุมข่มขืน ไม่เห็นหรือไงว่ามังคุดร้อง” เธอเถียงคอเป็นเอ็น “อ้อ... จะไปรู้เรอะ ผู้หญิงบางคนชอบร้องให้ผู้ชายตื่นเต้น” เธอกัดปากตัวเองเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
หน้าปกนวนิยาย หัวใจร้าว(รัก)ในวันวาน
8.9
ความสัมพันธ์สี่ปีของพัชชาและพิสุทธิ์พังทลายลงเมื่อฝ่ายชายทรยศความเชื่อใจด้วยการนอกใจ พัชชาตัดสินใจไล่สามีออกจากบ้านแม้จะยังเจ็บปวดและโหยหาอ้อมกอดของเขา ขณะที่พิสุทธิ์พยายามแก้ตัวว่าความผิดพลาดครั้งนี้เกิดจากความแค้นไม่ใช่ความรัก ท่ามกลางความขัดแย้ง หนูตัวน้อยอย่างพิชญาเข้ามาขัดจังหวะพร้อมคำถามแสนเศร้าถึงน้องที่จากไป การสูญเสียลูกในท้องกลายเป็นแผลลึกที่ตอกย้ำความร้าวราน พัชชาต้องฝืนยิ้มปลอบลูกสาวทั้งที่หัวใจสลายเมื่อเห็นพิชญาพยายามลูบท้องมองหาน้องที่ไม่มีวันกลับมา
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
หน้าปกนวนิยาย เมียรับจ้าง
8.7
เมื่อนักเขียนสาวไส้แห้งต้องมารับบทภรรยาจำเป็นแลกกับเงินก้อนโตเพื่อตบตาคนรอบข้างให้กับคาสโนว่าตัวพ่อผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้และกะล่อนแบบหาตัวจับยาก เธอไม่เพียงแต่ต้องรับมือกับแผนการร้ายของแม่สามีที่คอยจ้องจะเล่นงานเธออยู่ทุกฝีก้าวเท่านั้น แต่ยังต้องต่อสู้กับความรู้สึกภายในใจที่เริ่มจะหวั่นไหวไปกับเสน่ห์อันแพรวพราวของสามีกำมะลอคนนี้ งานจ้างที่ดูเหมือนจะง่ายกลับกลายเป็นบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่ที่เธอต้องเผชิญในฐานะเมียรับจ้าง
หน้าปกนวนิยาย นางฟ้าของนักฆ่า
8.6
ท่ามกลางวังวนแห่งการล้างแค้นและอันตราย หญิงสาวผู้มีจิตใจบริสุทธิ์และงดงามต้องตกเป็นเป้าหมายในเงื้อมมือของนักฆ่าเลือดเย็นผู้ไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่าความไร้เดียงสาและดวงตาคู่งามที่แสนตราตรึงกลับสั่นคลอนโลกที่เคยเงียบเหงาของเขาอย่างรุนแรง ทุกวินาทีที่ได้ใกล้ชิดกลายเป็นบททดสอบหัวใจ เมื่อความอ่อนโยนเริ่มหลอมละลายความเย็นชาให้จางหายไปในที่สุด เรื่องราวความรักท่ามกลางวิถีมือสังหารจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้