ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมื่อหัวใจเพรียกหา

เมื่อหัวใจเพรียกหา

เมื่อทิฐิในใจของภารันย์บดบังความรู้สึก จนเกือบทำลายความสัมพันธ์กับคนรอบข้างและทำร้ายตัวเอง พิมพ์เพชรหญิงสาวผู้ยึดมั่นในรักจึงพยายามทำทุกทางเพื่อให้เขากลับมาเป็นคนเดิม ทว่าความหวังที่ริบหรี่กลับต้องสั่นคลอน เมื่อเธอพบเขากลับมาพร้อมกับหญิงสาวต่างชาติในภาพบาดตา พิมพ์เพชรต้องเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัสท่ามกลางเสียงเรียกหาพ่อของลูกน้อย บทพิสูจน์ของหัวใจที่เพรียกหากันจะลงเอยอย่างไร ในเมื่อความผิดพลาดในอดีตยังคงกัดกินใจและรอคอยการให้อภัยเพื่อเริ่มต้นใหม่
ตอน
แชร์

ตอน 1

"โอ๊ย..." เสียงของภารันย์ดังลั่น ก่อนร่างจะกระแทกลงกับพื้น แล้วตัวของเขาก็กลิ้งลงไปตามไหล่เขา

พิมพ์เพชรมองหาต้นเสียง เห็นแต่เพียงฝุ่นที่ฟุ้งกระจายไปทั่ว โดยสัญชาตญาณเธอวิ่งไปยังที่เกิดเหตุ หญิงสาวหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นชะโงกหน้ามองหาร่างของรุ่นพี่ที่ร่วงหล่นไปยังเหวเบื้องล่าง

"พี่เล็ก....!" เธอตะโกนขึ้นสุดเสียง เสียงของชมพูสะท้อนก้องดังไปทั้งป่า สีหน้าของเธอซีดเผือดเต็มไปด้วยอาการตระหนกตกใจ เธอเดินตามลงไปหายังพื้นเบื้องล่างพร้อมกับสัมภาระเต็มแผ่นหลัง

ทั้งคู่มาเข้าค่ายของคณะมาเยือนที่ผืนป่าละฮูแห่งนี้

สายตาของพิมพ์เพชรไม่เคยละจากเขาตั้งแต่ได้พบหน้ากัน ภารันย์รุ่นพี่ที่ดูดีจิตใจโอบอ้อมอารี รอยยิ้มที่พิมพ์ใจ เขาเป็นเดือนของคณะที่สาว ๆ ต่างกรี๊ดกร๊าด แย่งชิงเพื่อจะเป็นหวานใจของเขากันทั้งนั้น ผู้หญิงอย่างเธอคงได้แต่แอบมองเพราะไม่กล้าแม้จะขยับปากคุยกับเขา

ร่างเล็ก ๆ ของชมพูค่อย ๆ ขยับลงไปตามไหล่เขา ณ เวลานี้ เธอลืมแม้กระทั่งไปตามผู้คน ใจนึกห่วงแต่คนที่อยู่เบื้องล่างเท่านั้น

'พี่เล็ก...อย่าเป็นอะไรนะคะ' เธอตะโกนก้องอยู่ในใจ

ป่ารกชัฏ มีแต่เสียงสรรพสัตว์น้อยใหญ่ก้องกังวานไปทั้งป่า

ทุกคนหยุดพักตรงลานโล่งกว้างของหมู่บ้านละฮู รุ่นพี่ขานชื่อ และเรียกรวมพล แต่ผลปรากฏว่า มีสองคนที่หายไป

"ใครเห็นเล็กกับชมพูบ้าง" ทุกคนต่างส่ายหน้า

เสียงฟ้าเริ่มคำรามก้อง ยังไม่ทันได้ทำอะไร สายฝนก็โปรยเม็ดลงมา ก่อนจะถล่มห่าฝนเม็ดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ลมแรงที่พัดส่งเสียงโหยหวนไปทั้งป่า ทุกคนต่างวิ่งหาที่กำบัง เสียงอื้ออึงถูกกลบด้วยเสียงพายุฝนที่มาจากไหนไม่รู้ โดยที่ไม่มีพยากรณ์มาก่อนล่วงหน้า

ตอนนี้ทุกคนต่างรู้ว่าในคณะได้มีคนพลัดหลงทางไปแล้วสองคน อุปสรรคใหญ่ที่กำลังเผชิญคือห่าฝนที่ลงเม็ดอย่างหนักต่อเนื่องนับชั่วโมง

"โอ๊ะ..." ชมพูอุทานก่อนจะล้มลงไปกับพื้น หญิงสาวงอเข่าเท้าชิดโดยอัตโนมัติ ร่างเล็ก ๆ กลิ้งลงไปตามไหล่เขา ตัวของเธอกระแทกกับพื้นหญ้า และก้อนดินแข็ง ๆ เป็นช่วง ๆ ก่อนจะกระแทกหยุดอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ริมผา

"โอ๊ย...!" เธออุทานด้วยความเจ็บและจุก ชมพูพยายามพาร่างที่เต็มไปด้วยสัมภาระติดหลังให้ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก พิมพ์เพชรถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอช่างโชคดีเหลือเกิน ก้อนหินที่เธอเหยียบกลิ้งลงไปแบบไม่เป็นท่า หน้าผาที่ไม่สูงเท่าไหร่แต่ตกลงไปคงจะเจ็บตัวน่าดู

"พี่เล็กคะ!" เธอตะโกนเรียกรุ่นพี่อีกที

"โอ๊ะ...อยู่นี่" เสียงหนาใหญ่พยายามเปล่งเสียงออกมา ตอนนี้ร่างเขาอยู่ตรงเบื้องล่างนั้นเอง  เขาขยับร่างกายอย่างทรมาน

ชมพูแสดงสีหน้าดีอกดีใจออกมา เธอรีบปีนป่ายลงไปข้างล่างอย่างรวดเร็ว เพื่อไปให้ถึงที่ร่างของเขา ภารันย์มีเลือดอาบอยู่ที่ใบหน้า หญิงสาวตกใจหน้าซีดขาวราวกระดาษ รีบเข้าไปจับที่ตัวของเขา

"โอ๊ย....เจ็บ..." มือหนาใหญ่ของเล็กจับอยู่ที่แขนพยายามประคองมันไว้

"พี่เล็กเจ็บตรงไหนบ้างคะ" ชมพูสำรวจด้วยสายตามองไปทั่วร่างกายของเขา

"สงสัยแขนพี่จะหัก" เขาบอกเธอ

ชมพูรีบวางเป้ของตัวเองลง ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ ออกมาซับเลือดที่หน้าของเขาที่ไหลลงเป็นทาง เธอทำมันอย่างเบามือ

"พี่เล็ก มืออีกข้างเจ็บไหมคะ" เธอถามเขา

"ไม่" เธอรีบจับมันไปประกบตรงที่แผลแล้วบังคับมือของเขาให้กดมันเอาไว้

"พี่กดเอาไว้ก่อนนะคะ"

สายตาของภารันย์มองตามมือของหญิงสาวที่กำลังพยายามช่วยเหลือเขาอยู่

ชมพูหยิบกิ่งไม้แถว ๆ นั้นมาหัก ก่อนจะทาบมันไปกับแขนของเขาข้างที่ภารันย์บอกว่าหัก แล้วหยิบยกทรงของตัวเองในเป้ออกมาถอดสายแล้วเอาสายนั้นรัดไม้ขนาบไปกับแขนเพื่อไม่ให้เคลื่อนไหว

เสียงฟ้าคำรามลั่นดังมาแต่ไกล สองคนสบตากัน แล้วแหงนหน้าขึ้นไปมองฟ้าสีครึ้มที่กำลังเปลี่ยนสีจากสว่างเป็นดำมืด ก้อนเมฆม้วนตัวเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มันจับตัวกันเป็นก้อนใหญ่สีทะมึนเริ่มทึบดำแน่นขึ้นเรื่อย ๆ

"ฝนจะตกแน่ ๆ ค่ะ" ปากก็พูดมือก็หยิบเป้ของตัวเองมาแบกไว้ที่หลัง

ภารันย์ก็ยังมีสัมภาระอยู่เต็มหลัง

"ต้องหาที่หลบฝนกันก่อนค่ะ" เธอบอกเขา

ชมพูพยายามพยุงร่างของภารันย์ที่ใหญ่กว่าให้ลุกขึ้น

"โอ๊ะ..." ร่างใหญ่ล้มลงไป โดยมีร่างเล็ก ๆ ของชมพูทับบนร่างของเขาอีกที สองใบหน้าประชิดกันห่างแค่คืบ  หญิงสาวหน้าแดงก่ำ เธอรีบลุกอย่างรวดเร็ว ตาของเธอมองหากิ่งไม้ที่ใหญ่พอจะทำให้เป็นไม้ค้ำยันตัวรับน้ำหนักตัวหนา ๆ ของเขาได้  ชมพูจัดแจงเอาผ้าที่ห้ามเลือดผูกรอบศีรษะของภารันย์ แล้วรีบทำทุกอย่างอย่างรวดเร็ว

"เดินเลียบลำธารไปเรื่อย ๆ ดีกว่านะคะ"

เขามองเธอทำทุกอย่างอย่างตั้งใจ อาจจะไม่ได้คล่องแคล่วไปหมดแต่ทุกสิ่งที่เธอทำคือช่วยเหลือเขา

สายฝนเริ่มลงเม็ดกระทบศีรษะของทั้งสองคน

"ไหวนะคะ" เธอถามเขา พยายามพยุงร่างที่ได้รับบาดเจ็บให้ไปตามทางเดินเล็ก ๆ ดูก็จะเป็นทางเดินของคนในป่าแห่งนี้แน่ ๆ

ตอนนี้ในหัวใจของเธอรู้สึกกลัวไม่น้อย แต่ก็อุ่นใจที่มีเขาอยู่ข้าง ๆ

"โชคดีนะคะ ที่ขาพี่เล็กไม่เป็นอะไร" เธอยกหน้าขึ้นไปยิ้มให้เขา

"น้องชื่ออะไรนะ?" ภารันย์ถามเธอ

ใช่สิ ไม่ได้สวยจนสะดุดตา แว่นหนา ๆ ที่เธอใส่ และผมที่ฟูหยิกหย็องของเธอนี่ คงไม่แม้จะทำให้ภารันย์หันมามองและจดจำ พิมพ์เพชรหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก

"ชมพูค่ะ"

แล้วความเงียบสงัดก็เกิดขึ้น ได้ยินแต่เสียงลมหายใจของกันและกัน และเสียงลมหวนที่พัดความเย็นและสายฝนโปรยปราย

ที่หมู่บ้านละฮู ตอนนี้ทุกคนต่างเป็นห่วงทั้งสองคน

"เล็กจะเป็นยังไงบ้าง" เดือนเด่น หรือ โมเมนึกถึงคู่จิ้น ที่ใครต่างเชียร์ให้เป็นคู่รัก

"แล้วพลัดสายตากันตรงไหนยะ เห็นตัวติดกันเป็นตังเม" สายธารแซวเพื่อน

"ก็ตอนที่เดินขึ้นมาด้วยกัน เมบอกเล็กว่าดอกไม้สีเหลืองเล็ก ๆ ตามทางเดินที่เหมือนดอกกล้วยไม้สวยมาก ๆ"

"ตรงไหน" พิชาญเสียงดังโพล่งขึ้นมาทันที

เดือนเด่นบอกถึงจุดนั้น

ทุกคนต่างสรุปว่าน่าจะเป็นบริเวณนั้นที่เขาหายไป

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ร้าวรัก
9.7
อธิปกและสิมิลันเคยมีสัญญาใจว่าจะแต่งงานกัน ณ ลอนดอนอาย แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้ทั้งคู่ต้องแยกทางกันหลายปี เมื่ออธิปกกลับมาทวงคำมั่น เขากลับพบว่าหญิงสาวมีพฤกษ์ รุ่นพี่ที่เขาไว้ใจคอยดูแลอยู่ ท่ามกลางความเข้าใจผิดและอุบัติเหตุที่ทำให้อธิปกกลายเป็นเจ้าชายนิทรา สิมิลันจึงหนีไปลอนดอนพร้อมลูกในท้องโดยที่เขาไม่รู้ สองปีผ่านไปโชคชะตาพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งเพื่อประสานรอยร้าวในอดีตและพิสูจน์ว่าความรักที่เคยฝังใจจะยังคงอยู่ท่ามกลางหยาดฝนและหยดน้ำตาได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย พันธนาการบาปบริสุทธิ์
9.6
เมื่ออุบัติเหตุพรากชีวิตมารดาอันเป็นที่รักไป ความแค้นจึงเข้าครอบงำหัวใจของเขาอย่างบ้าคลั่ง แม้เธอจะพยายามยืนยันความบริสุทธิ์เพียงใดว่าไม่ได้เจตนาฆ่า แต่เขากลับไม่รับฟังและตราหน้าว่าเธอคือฆาตกรใจโฉด บทลงโทษที่เต็มไปด้วยไฟสวาทและแรงเกลียดชังจึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อจองจำเธอไว้ในกรงขังแห่งความทุกข์ระทม ท่ามกลางความเจ็บปวดที่เขาหยิบยื่นให้ราวกับตกนรกทั้งเป็น เธอต้องชดใช้ด้วยร่างกายและหยาดน้ำตาในพันธนาการบาปที่เขาเป็นผู้กำหนด
หน้าปกนวนิยาย DANGEROUS PERSON  หนีรักมาเฟีย
8.2
อีโซมิน มาเฟียหนุ่มลูกครึ่งเกาหลีจีนผู้มีเบื้องหลังอันมืดมนและเป็นเจ้าของอาณาจักรคาสิโนรายใหญ่ในกัมพูชาและมาเก๊า กำลังไล่ล่าตัว บัว หรือ ยอนฮวา หญิงสาวลูกครึ่งไทยเกาหลีที่ชีวิตต้องพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือเพียงเพราะได้พบกับเขา แม้เธอจะพยายามหนีไปให้ไกลเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างแดน แต่เขากลับประกาศกร้าวว่าหากตามตัวเธอกลับมาได้เมื่อไหร่ บทลงโทษที่รออยู่จะทรมานยิ่งกว่าเดิม ท่ามกลางความหวาดกลัวที่เธอยืนยันว่าไม่เคยรู้จักเขามาก่อนเลยแม้แต่น้อย
หน้าปกนวนิยาย กลลวงบ่วงดอกรัก
9.0
ณฉัตร นักแสดงสาวมาดทอมบอยชื่อดังที่ใครต่างก็เชื่อว่าเธอชอบผู้หญิงด้วยกัน แม้แต่ กฤตนัย ชายหนุ่มที่มองว่าเธอน่าเสียดายหากจะเป็นทอมจริงๆ เมื่อถูกเขาท้าทายและจ้องจับผิด ณฉัตรจึงต้องพยายามแสดงความแมนปกปิดความหวั่นไหวเอาไว้ ทว่ากฤตนัยกลับเกิดความคิดแผลงๆ ที่จะพิสูจน์ทฤษฎีส่วนตัวเพื่อเปลี่ยนทอมอย่างเธอให้กลายเป็นผู้หญิงเต็มตัวด้วยเสน่ห์และบทเรียนรักเจ้าเล่ห์ของเขา จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยกลลวงและบ่วงรักที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ถ้าหากว่า (if)
9.0
หลายคนมักจมปลักอยู่กับความสงสัยว่าหากย้อนเวลากลับไปแก้ไขการกระทำหรือคำพูดในอดีตได้ ชีวิตในปัจจุบันจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่หรือไม่ ฉันเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้นที่ไม่อาจสลัดความพ่ายแพ้ในใจทิ้งไปได้เลย ความเจ็บปวดที่กัดกินใจทำให้ฉันเฝ้าแต่คิดซ้ำไปซ้ำมาด้วยความเสียดายว่า หากย้อนกลับไปในวันแรกเริ่มนั้นได้จริง การที่เราสองคนไม่เคยทำความรู้จักกันเลยตั้งแต่วันนั้น คงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตของฉันแล้ว