ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สะใภ้ป้ายเเดง

สะใภ้ป้ายเเดง

เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าชีวิตต้องเปลี่ยนไปตลอดกาลจากการมีคู่หมั้นที่ไม่ได้เลือกเอง แถมชายคนนั้นยังเป็น เปรม ปรเมศ บุคคลผู้ทรงอิทธิพลและน่าเกรงขามที่สุดจนใครต่างก็หวาดเกรง ความเย็นชาและไม่แคร์ใครของเขาทำให้การเริ่มต้นชีวิตคู่เต็มไปด้วยความสับสนและกดดัน ผมจะรับมือกับผู้ชายที่เดาใจยากคนนี้ได้อย่างไร และบทสรุปของความสัมพันธ์ภายใต้พันธะที่ต้องเผชิญหน้ากับคนอย่างปรเมศจะลงเอยในทิศทางไหน เมื่อทางเลือกในชีวิตดูเหมือนจะเลือนลางลงทุกที
ตอน
แชร์

ตอน 2

อ่าเจอกันวันเเรกก็เล่นเอาซะปากเเตกเลยเนี่ยนะเกินไปเเล้วจริงๆ ขาเรียวเล็กก้าวเดินเข้ามายังตึกก็ได้ยินเสียงเพื่อนๆพูดคุยกันสลับกับเสียงหัวเราะไปมา

“ไอ้เมฆ! กูคิดว่ามึงจะไม่มาซะเเล้วนะเนี่ย” เจย์ส่งเสียงตะโกนถามมาตั้งเเต่ผมเปิดประตูเข้ามายังไม่ได้ปิดเลยด้วยซ้ำ

เจย์เป็นเพื่ิอนที่สนิทกับผมมากๆเลยครับ ก็คนนี้เเหละที่คอยไปรับไปส่งผมที่คอนโดมาตลอด เจย์นี่ได้ชื่อว่าเจ้าชู้สุดๆเเถมฐานะทางบ้านก็ใช่เล่นที่ไหนทุกวันนี้ทำตัวเหมือนพ่อผมจนทุกคนเรียกผมว่าเป็นลูกชายหัวเเก้วหัวเเหวนของมันไปเเล้ว

“กว่าจะมาได้นะคุณเมฆา พ่อมึงจะไปตามถึงคอนโดเเล้ว”

“โห ขี้เวอร์ว่ะเจย์” ผมย่นจมูกใส่เพื่อนสนิทจนมันหมั่นไส้บีบจมูกผมซะเเดงเลย

“เดี๋ยวลูกกูหายจะทำไงวะยิ่งนารักแบบนี้อยู่คนเดียว” มันพูดพร้อมกับล็อกคอใช้มือยีซะหัวผมยุ่งไปหมด

“เเล้วนี่อารมไหนของมึงวะร้อนขนาดนี้ใส่เสื้อกันหนาวเนี่ยนะ?”

“อะ..เอ่อ อ้อ!ก็เราอ่ะกินเลอะเลยใส่เสื้อทับน่ะ” ผมโกหกออกไปทันทีจะให้ตอบว่าไงโดนกระทำเเบบนั้นมาก็ไม่ใช่ป่ะวะ

“เเล้วเสื้อใครวะ เสื้อพ่อ?” เวรกรรมลืมไปได้ไงว่าเสื้อมันใหญ่ขนาดนี้ไม่มีทางเป็นไซส์เราได้เเน่นอน

“คงงั้นเเหละ รีบน่ะเลยหยิบอะไรมาก็เอามาใส่”

“หื้ม?” อะไรมองทำไมเเบบนั้น นี่สินะเจย์รู้ทันตลอดว่าโกหก

“ไอ้เจย์ ลูกมึงเเอบไปมีผัวที่ไหนหรือป่าวว่ะ5555” ปาร์คจุดประเด็นทำไมวะเเล้วทำไมมันต้องพูดเหมือนรู้อะไรมาด้วย

“หรือว่าจริงวะ?” เจย์หันมามองหน้าผมเหมือนจะเอาคำตอบให้ได้

“บ้า! ทำงานได้เเล้วเลิกช้าอย่ามาบ่นกันนะ”ผมรีบเดินเเยกจากเจย์ไปรวมกลุ่มทำงานกับเพื่อนคนอื่นทันที

ผมทำงานไปได้สักพักก็รู้สึกเมื่อยอาจจะนั่งทำงานนานไปเลยออกมายืดเส้นยืดสายสักหน่อยขาเรียวเล็กเเวะเข้าห้องน้ำอันดับเเรกเมื่อทำธุระเสร็จก็ออกมาเเต่ต้องชะงักเมื่อมีใครคนหนึ่งยืนขวางหน้าประตู

“อะ..เอ่อ ขอทางหน่อยครับ”

“อ๋อได้สิ” เขาตอบกลับมาเหมือนไม่น่ามีพิษภัยอะไรผมเลยเลือกจะเดินผ่านไป

“เดี๋ยวสิ อะไรไม่รู้ติดบนหัวนาย”

“อ่ะ! ไหนออกยังอ่ะ”ผมรีบใช้มืิอปัดตามผมเส้นผมสีน้ำตาล

“ยังเดี๋ยวเอาออกให้” เขายืนมือมาจะจับตามเส้นผมเเต่กลับต้องชะงักมือก่อนเพราะมีมืออีกคนมาขวางไว้

“มึงจะไปทำไรก็ไปเถอะ เดี๋ยวกูจัดการให้เพื่อนกูเอง” เสียงปาร์คดังขึ้นจนผมเริ่มงงเเล้วว่าปาร์คเดินตามมาตอนไหน

ว่าจบผู้ชายคนนั้นก็เข้าห้องน้ำไปปล่อยให้ผมกับปาร์คมองหน้ากันไปมา

“มึงอยากซวยนักหรือไง?” ซวยอะไรยังไม่ได้ทำอะไรเลย

“ซวยไรอ่ะ เมื่อกี้เขาเเค่จะหยิบอะไรไม่รู้ที่ติดหัวเราออก”

“มันไม่มีอะไรติดหัวมึง” อ้าวผมหน้าเหว๋อคิ้วขมวดทันที

“เราถูกหลอกเหรอ”

“เออ ทำไมกูต้องมาคอยดูมึงด้วยวะ เออช่างเหอะ ถ้ามึงไม่อยากโดนไปมากกว่ารอยที่คอมึงก็อย่าหาเรื่องใส่ตัว”

ผมอ้าปากค้างมือรีบจับฮู๊ดขึ้นมาใส่คลุมหัวทันทีหมายความว่าไงปาร์ครู้ได้ยังไงหรือว่าตอนเราเผลอปาร์คเลยเห็นรอยพวกนี้?

“ปะปาร์คเดี๋ยวก่อน!” กว่าจะหลุดออกจากความคิดเรียกสติตัวเองกลับมาได้ปาร์คก็เดินห่างออกไปไกลเเล้ว มันอะไรกันงงไปหมดเเล้ว ฮือออ

ตอนนี้ก็เกือบจะหกโมงครึ่งงานที่ทำมาตั้งนานก็เสร็จสักที เสียงเพื่อนๆที่นั่งทำกันจนหลังขดหลังเเข็งก็เฮออกมากันใหญ่ ผมสะดุ้งอีกทีเมื่อโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงผมดังขึ้น

“เบอร์ใครอ่ะ?” ผมพึมพำกับตัวเองหลังจากหยิบโทรศัพท์ออกมาดูเเต่กลับพบกับเบอร์ที่ไม่คุ้น

“ฮัลโหล สวัสดีครับ” ผมกดรับทันที

“เสร็จเเล้ว?” เสียงคุ้นเกินไป

“เอ่อ ไม่ทราบว่าใครครับ”

“หึ ลืมผัวตัวเอง?” ผมตกใจรีบเดินออกมาให้ห่างจากเพื่อนทันที

“คุณเปรมเหรอครับ โทษทีครับเมฆไม่รู้ว่าคุณเปรมจะโทรมา”

“ตกลงที่ฉันถาม”

“อ้อ เสร็จเเล้วครับเเต่คุณเปรมไม่ต้องมารับเมฆหรอกนะครับ”

“ทำไม” ให้ตายเอาใจอยากจริงๆคอนโดก็ใกล้เเค่นี้

“คอนโดเมฆใกล้เเค่นี้เอง เดี๋ยวเพื่อนไปส่งไม่นานก็ถึงเเล้ว”

“ฉันบอกว่าไง” อ่าขัดใจไม่ได้สินะ

“จะมารับครับ”

“ก็รีบออกมาสักที”

พูดจบเขาก็ตัดสายไปทันที มาเเล้ว? เหมือนรู้ความเคลื่อนไหวของผมทุกอย่างเลยเเหะ

“ได้กลับซักทีโว้ยยย ไปไอ้ลูกรักเดี๋ยวพ่อคนนี้จะไปส่งหนูเอง” โวยวายเสร็จก็ทำเหมือนเดิมลากผมออกไปนั้นนี่ตามใจชอบ เเต่จะบอกเจย์ยังไงดีว่าคุณเปรมจะมารับ

“เอ่อ เจย์วันนี้เจย์ไม่ต้องไปส่งเรา”

“อ้าวทำไมวะ มึงจะไปธุระไหนกูไปส่งได้”

“หลายอย่างเลยมันนานอ่ะ ไม่อยากให้เจย์มารอ” เลือกที่จะโกหกออกไปเเล้วกัน

“ปกติกูก็รอมึงจะมาเกรงใจไรตอนนี้” ผมไม่รู้จะโกหกยังไงสายตาเหลือบไปเห็นปาร์คเดินมาพอดี

“ไม่เอาน่าทำเป็นพ่อหวงลูกสาวไปได้ มันโตจนจะมีผัวเเล้วมั้งมึงไปกับกูดีกว่า” ว่าจบปาร์คก็ล็อกคอเจย์ลากออกไปทันทีไม่ลืมส่งสายตาไปทางประตูให้ผมรีบออกไป

“ไอ้สัสปาร์คโว้ยยย ลากกูเพื่อ? ถ้าลูกกูเป็นอะไรนะมึงงงง”

ผมได้ยินเสียงเจย์โวยวายเหมือนไม่พอใจเเต่เจย์ก็ขี้เวอร์จริงๆเเหละผมเดินออกมาไม่เท่าไหร่ก็เจอกับพี่เเม็กคนเดิมคนนี้ไงครับรุ่นพี่ที่ตามจีบผมอยู่

“น้องเมฆกลับเเล้วเหรอครับ”

“ครับพอดีงานเสร็จเเล้ว”

“เเล้วนี่เพื่อนเราไปไหนล่ะ ให้พี่ไปส่งไหมครับ”

“ไม่เป็นไรครับ” ผมรีบยกมือปัดไปมาเหมือนว่าไม่เป็นไรๆพร้อมกับยิ้มเเหย่ๆ

“เสียดายจังนะครับ พี่ว่าจะชวนเราไปทานข้าวสักหน่อย”

“ไว้ครั้งหน้านะครับ วันนี้เมฆรีบจริงๆ”

“น้องเมฆพูดเเล้วนะครับ มาสัญญากันก่อน” เขายื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าผมให้ตายสิผมไม่ชอบสัญญากับใครเลยหลังจากที่ลังเลว่าจะสัญญาให้ให้มันจบๆไปดีไหมก็มีเสียงอีกคนดังขึ้นมา

“จะต้องให้ฉันรออีกนานไหม หื้ม เมียรัก”

ใช่ครับเขานั้นเเหละ เปรม ปรเมศ ตอนนี้ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าสถานการณ์ตอนนี้มันอึดอัดเเค่ไหนกับอีกคนที่ยื่นนิ้วก้อยค้างไว้กลางอากาศเเละอีกคนที่เข้ามาสวมกอดผมทางด้านหลังพร้อมกดริมฝีปากลงบนท้ายทอยผมเบาๆให้ใจสั่นเล่น

“อะเอ่อ”

“เป็นพี่ชายที่รักน้องดีนะครับ น้องเมฆน่ารักขนาดนี้คงหวงน่าดู”

ผมรู้นะว่าพี่ได้ยินที่เขาพูดเมื่อกี้ทำไมถึงยังกล้าพูดเเบบนี้อีกวะเดี๋ยวหวยได้ลงมาที่ผมพอดี

“นั่นสินะ คงหวงน่าดู”

เสียงทุ้มตอบกลับไปทันทีสถานการณ์ตอนนี้ผมอยากเป็นลมล้มพับให้ไม่รู้สึกอะไรไปได้ก็ดี

“ไม่คิดว่าน้องเมฆจะเป็นน้องชายอย่างคุณเปรม ผู้ชายระดับนี้หายากนะครับเนี่ย”

“งั้นเหรอ ว่าไงฉันเป็นอะไรกับเธอ”

“อะเอ่อ”

“ฉันให้เธอเลือกจะให้ฉันบอกในเเบบของฉัน หรือเเค่หันมาจูบฉันเเล้วไม่ต้องพูดอะไร” ริมฝีปากหนาก้มลงกระซิบเบาๆมือใหญ่ไล่บีบตามรอบเอวผมให้รีบตัดสินใจในข้อเสนอของเขาที่ยื่นให้เพียงเเค่สองข้อเป็นการตัดสินใจที่น่าหนักใจมากจริงๆปากเล็กเผลอกัดปากตัวเองเเน่น

“หึ ช้า” ร่างสูงใหญ่ยืดตัวเต็มความสูงกลัวว่าคนอย่างเปรมจะไม่ทำเรื่องธรรมดานี่สิ คิดได้เเบบนั้นจึงรีบตัดสินใจหมุนตัวเข้าหาร่างเเกร่งก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นกดจูบเบาๆตรงริมฝีปากหนา

“อะอื้อ!” ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมจบเเค่ริมฝีปากบางเเตะลงไปเเค่นั้นริมฝีปากหนากดจูบตามริมฝีปากเล็กอย่างเอาเเต่ใจทั้งกัดดูดเม้มจนเจ็บปากไปหมดมือเล็กทุบอกเเกร่งเบาๆเป็นเชิงบอกว่าเริ่มไม่ไหวคนเอาเเต่ใจอย่างปรเมศจึงยอมถอนจูบออกอย่างน่าเสียดาย

“หรือมันยังชัดไม่พอ?” ไม่รู้ว่าพี่เเม็กเขาจะทำหน้ายังไงเมื่อเห็นฉากเมื่อกี้เเต่ตอนนี้ผมหอบหายใจมุดหน้าลงกับอกหนาทั้งอายทั้งทำไรไม่ถูกไปหมดเเล้ว

“ขี้หวงจังนะครับ ของสวยงามๆเเบบนี้ควรให้คนอื่นเชยชมบ้าง”

“ให้ผมเล่นกับเมียคุณบ้างดีไหมเเบบนี้”

มือเล็กเผลอบีบต้นเเขนเเกร่งไม่รู้ทำไมถึงไม่ชอบคำที่เขาพูดออกไปมันเหมือนไม่พอใจอยู่ในใจบอกไม่ถูกเหมือนกัน

“เสียดายจริงๆนะครับที่น้องเขามีเจ้าของซะเเล้ว เเถมยังเล่นด้วยไม่ได้ด้วยสิ งั้นขอตัวก่อนนะครับ”

เเปะ! เเปะ! เเปะ!

“ว้าววว”

เสียงตบมือดังมาจากทางด้านหลังทำให้ผมรีบหันกลับไปมองทันทีเป็นปาร์คงั้นเหรอผมได้เเต่สงสัยเงยหน้ามองคนดวงตาสีนิลเพื่อต้องการคำตอบกลับได้สายตาที่นิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิด

“ทำเป็นวัยรุ่นหัดรักไปได้น่า ฮ่าๆ”

“ฉันบอกให้จับตาดู”

อะไรสองคนนี้รู้จักกันงั้นเหรอนี่สินะเขาถึงได้รู้ความเคลื่อนไหวของผมทุกอย่าง

“เฮ้ๆ ไม่เอาน่าพี่ชาย มีเมียเด็กมันก็เเบบนี้เเหละ เเถมมันยังน่ารักขนาดนี้ก็ต้องปวดหัวบ้างเเหละน่า”

คุณเปรมกับปาร์คเป็นพี่น้องกันนั่นสิทำไมเราไม่เเปลกใจตั้งเเต่นามสกุลกันนะ

“หึ ก็เเค่พวกไม่เจียมตัว”

“ไงพี่สะใภ้ทำใจหน่อยนะคนเเถวนี้มันทั้งขี้หวง เเล้วก็ขี้...ฮ่าๆๆ” ปาร์คเข้ามาตบไหล่ผมเบาๆ

“เบาหน่อยเเล้วกันตัวมันก็เเค่นี้” ทิ้งระเบิดเสร็จก็เดินออกไปหน้าตาเฉยเเถมพูดจาอะไรทุเรศที่สุด!

“ระ..เรากลับกันเลยไหมครับ”

“อืม”

ภายในรถคันหรูไม่มีเเม้เสียงเพลงมีเเต่ความกดดันผมไม่รู้ว่าเขาไม่พอใจอะไรหรือเปล่ากับเรื่ิองพี่เเม็กเเต่ผมก็ยังไม่ได้ตอบตกลงพี่เขาหรือพยายามให้พี่เขาเข้ามาวุ่นวายเลยสักนิดไม่รู้สิผมรู้สึกว่าเขาเหมือนจะไม่พอใจ ผมควรจะอธิบายให้เขาเข้าใจผมไหม

“คุณเปรมนี่ไม่ใช่ทางกลับคอนโดเมฆนะครับ”

“เเล้วไง?”

“เมฆไม่รู้ว่าคุณเปรมโกรธเมฆหรือเปล่า”

“ค่อยคุย”

“ตะเเต่ว่า”

“เดี๋ยวเธอได้อธิบายเเน่”

ผมไม่เข้าใจอะไรเลยว่าเขาเป็นอะไรกันเเน่หรือผมทำอะไรให้เขาไม่พอใจอีกผมบีบมือตัวเองเเน่นเพราะเขาไม่ยอมลดความเร็วลงเลยถ้าจะถามถึงอารมณ์เขาตอนนี้ก็คงเป็นความเร็วของ Aston martin คันนี้ที่พุ่งสู่ถนนในตอนนี้เเหละมั้งครับ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ลูกหนี้ตีตรา
8.6
บุญคุณที่ต้องทดแทนอาจไร้ความหมายเมื่อหัวใจของคมน์ไม่เคยได้รับความรักตอบกลับมา แม้ต้นหลิวจะเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาเฝ้ารักมาตลอดชีวิต แต่ท่าทีอันห่างเหินและดวงตาที่พร้อมจะตัดพ้อเสมอทำให้เขาต้องแบกรับความอึดอัดเอาไว้จนถึงที่สุด ในวันที่ความอดทนสิ้นสุดลง คมน์จึงตัดสินใจเผชิญหน้ากับความจริงที่แสนเจ็บปวดเพื่อยุติพันธะสัญญาที่ไร้หัวใจนี้ลงเสียที เขาเลือกที่จะเอ่ยปากขอหย่าขาดและคืนอิสระให้แก่เธอ แม้ว่านั่นหมายถึงการต้องสูญเสียคนที่เขารักที่สุดไปตลอดกาลก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย ตรวนร้ายซาตานทมิฬ ชุด ซาตานเมดิเตอเรเนียน
8.3
เนโลคลิส ทายาทตระกูลดังแห่งเมดิเตอเรเนียนเคยสละอิสรภาพเข้าพิธีวิวาห์กับเข็มหอมตั้งแต่นางเอกอายุเพียงสิบหกปีเพื่อข้อแลกเปลี่ยนบางอย่าง ทว่าเขากลับทิ้งเมียตีทะเบียนให้เผชิญความเจ็บปวดเพียงลำพังในคืนนั้น แปดปีต่อมาเขากลับมาทวงสิทธิ์ในตัวหญิงสาวผู้มีบาดแผลในใจอีกครั้ง แม้เข็มหอมจะพยายามร้องขอการหย่าร้างเพื่อจบสิ้นพันธนาการที่ไร้หัวใจ แต่ซาตานร้ายกลับปฏิเสธและมุ่งมั่นจะทำหน้าที่สามีให้สมบูรณ์เพื่อกักขังเธอไว้ในกรงขังแห่งสมรสนี้ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย พี่เขย
9.5
ความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ยากจะปฏิเสธ เมื่อชายหนุ่มผู้มีสถานะเป็นพี่เขยกลับปรารถนาจะครอบครองตัวเธอในฐานะภรรยาอย่างเต็มตัว แม้ว่าหญิงสาวจะอยู่ในฐานะน้องเมียที่ควรเว้นระยะห่าง แต่เขากลับพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนสถานะนี้ให้กลายเป็นคู่ชีวิต ขณะที่เธอเองไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับตำแหน่งภรรยาของเขาด้วยความจำใจ ท่ามกลางความขัดแย้งในใจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในความรักที่ผิดที่ผิดทางครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีในชีวิตคู่ สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากทาส จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกเพื่อหลีกทางให้คนรักเก่าของเขา เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในตอนที่สเตลล่ากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับเกิดความหึงหวงจนคลุ้มคลั่งและพยายามเข้ามาแทรกแซงชีวิตเธออีกครั้ง แต่คราวนี้สเตลล่าเลือกที่จะตอกกลับอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องอิสระและหัวใจของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย นายตัวร้ายกับหนุ่มดอกไม้
8.8
ในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนระหว่างนายตัวร้ายและหนุ่มดอกไม้ท่ามกลางบรรยากาศเมืองใหญ่ที่แสนวุ่นวาย พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันขมขื่นที่ว่า การเลือกเดินจากกันไปอาจเป็นหนทางที่สร้างรอยแผลและความทุกข์ระทมน้อยกว่าการพยายามฝืนประคับประคองความรักที่ผุพังให้คงอยู่ต่อไป เรื่องราวความรักร่วมสมัยที่สะท้อนให้เห็นว่าในบางกรณี การยุติความสัมพันธ์คือการปลดปล่อยความเจ็บปวดที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่ายที่เคยผูกพันกัน