
สะใภ้ป้ายเเดง
ตอน 2
อ่าเจอกันวันเเรกก็เล่นเอาซะปากเเตกเลยเนี่ยนะเกินไปเเล้วจริงๆ ขาเรียวเล็กก้าวเดินเข้ามายังตึกก็ได้ยินเสียงเพื่อนๆพูดคุยกันสลับกับเสียงหัวเราะไปมา
“ไอ้เมฆ! กูคิดว่ามึงจะไม่มาซะเเล้วนะเนี่ย” เจย์ส่งเสียงตะโกนถามมาตั้งเเต่ผมเปิดประตูเข้ามายังไม่ได้ปิดเลยด้วยซ้ำ
เจย์เป็นเพื่ิอนที่สนิทกับผมมากๆเลยครับ ก็คนนี้เเหละที่คอยไปรับไปส่งผมที่คอนโดมาตลอด เจย์นี่ได้ชื่อว่าเจ้าชู้สุดๆเเถมฐานะทางบ้านก็ใช่เล่นที่ไหนทุกวันนี้ทำตัวเหมือนพ่อผมจนทุกคนเรียกผมว่าเป็นลูกชายหัวเเก้วหัวเเหวนของมันไปเเล้ว
“กว่าจะมาได้นะคุณเมฆา พ่อมึงจะไปตามถึงคอนโดเเล้ว”
“โห ขี้เวอร์ว่ะเจย์” ผมย่นจมูกใส่เพื่อนสนิทจนมันหมั่นไส้บีบจมูกผมซะเเดงเลย
“เดี๋ยวลูกกูหายจะทำไงวะยิ่งนารักแบบนี้อยู่คนเดียว” มันพูดพร้อมกับล็อกคอใช้มือยีซะหัวผมยุ่งไปหมด
“เเล้วนี่อารมไหนของมึงวะร้อนขนาดนี้ใส่เสื้อกันหนาวเนี่ยนะ?”
“อะ..เอ่อ อ้อ!ก็เราอ่ะกินเลอะเลยใส่เสื้อทับน่ะ” ผมโกหกออกไปทันทีจะให้ตอบว่าไงโดนกระทำเเบบนั้นมาก็ไม่ใช่ป่ะวะ
“เเล้วเสื้อใครวะ เสื้อพ่อ?” เวรกรรมลืมไปได้ไงว่าเสื้อมันใหญ่ขนาดนี้ไม่มีทางเป็นไซส์เราได้เเน่นอน
“คงงั้นเเหละ รีบน่ะเลยหยิบอะไรมาก็เอามาใส่”
“หื้ม?” อะไรมองทำไมเเบบนั้น นี่สินะเจย์รู้ทันตลอดว่าโกหก
“ไอ้เจย์ ลูกมึงเเอบไปมีผัวที่ไหนหรือป่าวว่ะ5555” ปาร์คจุดประเด็นทำไมวะเเล้วทำไมมันต้องพูดเหมือนรู้อะไรมาด้วย
“หรือว่าจริงวะ?” เจย์หันมามองหน้าผมเหมือนจะเอาคำตอบให้ได้
“บ้า! ทำงานได้เเล้วเลิกช้าอย่ามาบ่นกันนะ”ผมรีบเดินเเยกจากเจย์ไปรวมกลุ่มทำงานกับเพื่อนคนอื่นทันที
ผมทำงานไปได้สักพักก็รู้สึกเมื่อยอาจจะนั่งทำงานนานไปเลยออกมายืดเส้นยืดสายสักหน่อยขาเรียวเล็กเเวะเข้าห้องน้ำอันดับเเรกเมื่อทำธุระเสร็จก็ออกมาเเต่ต้องชะงักเมื่อมีใครคนหนึ่งยืนขวางหน้าประตู
“อะ..เอ่อ ขอทางหน่อยครับ”
“อ๋อได้สิ” เขาตอบกลับมาเหมือนไม่น่ามีพิษภัยอะไรผมเลยเลือกจะเดินผ่านไป
“เดี๋ยวสิ อะไรไม่รู้ติดบนหัวนาย”
“อ่ะ! ไหนออกยังอ่ะ”ผมรีบใช้มืิอปัดตามผมเส้นผมสีน้ำตาล
“ยังเดี๋ยวเอาออกให้” เขายืนมือมาจะจับตามเส้นผมเเต่กลับต้องชะงักมือก่อนเพราะมีมืออีกคนมาขวางไว้
“มึงจะไปทำไรก็ไปเถอะ เดี๋ยวกูจัดการให้เพื่อนกูเอง” เสียงปาร์คดังขึ้นจนผมเริ่มงงเเล้วว่าปาร์คเดินตามมาตอนไหน
ว่าจบผู้ชายคนนั้นก็เข้าห้องน้ำไปปล่อยให้ผมกับปาร์คมองหน้ากันไปมา
“มึงอยากซวยนักหรือไง?” ซวยอะไรยังไม่ได้ทำอะไรเลย
“ซวยไรอ่ะ เมื่อกี้เขาเเค่จะหยิบอะไรไม่รู้ที่ติดหัวเราออก”
“มันไม่มีอะไรติดหัวมึง” อ้าวผมหน้าเหว๋อคิ้วขมวดทันที
“เราถูกหลอกเหรอ”
“เออ ทำไมกูต้องมาคอยดูมึงด้วยวะ เออช่างเหอะ ถ้ามึงไม่อยากโดนไปมากกว่ารอยที่คอมึงก็อย่าหาเรื่องใส่ตัว”
ผมอ้าปากค้างมือรีบจับฮู๊ดขึ้นมาใส่คลุมหัวทันทีหมายความว่าไงปาร์ครู้ได้ยังไงหรือว่าตอนเราเผลอปาร์คเลยเห็นรอยพวกนี้?
“ปะปาร์คเดี๋ยวก่อน!” กว่าจะหลุดออกจากความคิดเรียกสติตัวเองกลับมาได้ปาร์คก็เดินห่างออกไปไกลเเล้ว มันอะไรกันงงไปหมดเเล้ว ฮือออ
ตอนนี้ก็เกือบจะหกโมงครึ่งงานที่ทำมาตั้งนานก็เสร็จสักที เสียงเพื่อนๆที่นั่งทำกันจนหลังขดหลังเเข็งก็เฮออกมากันใหญ่ ผมสะดุ้งอีกทีเมื่อโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงผมดังขึ้น
“เบอร์ใครอ่ะ?” ผมพึมพำกับตัวเองหลังจากหยิบโทรศัพท์ออกมาดูเเต่กลับพบกับเบอร์ที่ไม่คุ้น
“ฮัลโหล สวัสดีครับ” ผมกดรับทันที
“เสร็จเเล้ว?” เสียงคุ้นเกินไป
“เอ่อ ไม่ทราบว่าใครครับ”
“หึ ลืมผัวตัวเอง?” ผมตกใจรีบเดินออกมาให้ห่างจากเพื่อนทันที
“คุณเปรมเหรอครับ โทษทีครับเมฆไม่รู้ว่าคุณเปรมจะโทรมา”
“ตกลงที่ฉันถาม”
“อ้อ เสร็จเเล้วครับเเต่คุณเปรมไม่ต้องมารับเมฆหรอกนะครับ”
“ทำไม” ให้ตายเอาใจอยากจริงๆคอนโดก็ใกล้เเค่นี้
“คอนโดเมฆใกล้เเค่นี้เอง เดี๋ยวเพื่อนไปส่งไม่นานก็ถึงเเล้ว”
“ฉันบอกว่าไง” อ่าขัดใจไม่ได้สินะ
“จะมารับครับ”
“ก็รีบออกมาสักที”
พูดจบเขาก็ตัดสายไปทันที มาเเล้ว? เหมือนรู้ความเคลื่อนไหวของผมทุกอย่างเลยเเหะ
“ได้กลับซักทีโว้ยยย ไปไอ้ลูกรักเดี๋ยวพ่อคนนี้จะไปส่งหนูเอง” โวยวายเสร็จก็ทำเหมือนเดิมลากผมออกไปนั้นนี่ตามใจชอบ เเต่จะบอกเจย์ยังไงดีว่าคุณเปรมจะมารับ
“เอ่อ เจย์วันนี้เจย์ไม่ต้องไปส่งเรา”
“อ้าวทำไมวะ มึงจะไปธุระไหนกูไปส่งได้”
“หลายอย่างเลยมันนานอ่ะ ไม่อยากให้เจย์มารอ” เลือกที่จะโกหกออกไปเเล้วกัน
“ปกติกูก็รอมึงจะมาเกรงใจไรตอนนี้” ผมไม่รู้จะโกหกยังไงสายตาเหลือบไปเห็นปาร์คเดินมาพอดี
“ไม่เอาน่าทำเป็นพ่อหวงลูกสาวไปได้ มันโตจนจะมีผัวเเล้วมั้งมึงไปกับกูดีกว่า” ว่าจบปาร์คก็ล็อกคอเจย์ลากออกไปทันทีไม่ลืมส่งสายตาไปทางประตูให้ผมรีบออกไป
“ไอ้สัสปาร์คโว้ยยย ลากกูเพื่อ? ถ้าลูกกูเป็นอะไรนะมึงงงง”
ผมได้ยินเสียงเจย์โวยวายเหมือนไม่พอใจเเต่เจย์ก็ขี้เวอร์จริงๆเเหละผมเดินออกมาไม่เท่าไหร่ก็เจอกับพี่เเม็กคนเดิมคนนี้ไงครับรุ่นพี่ที่ตามจีบผมอยู่
“น้องเมฆกลับเเล้วเหรอครับ”
“ครับพอดีงานเสร็จเเล้ว”
“เเล้วนี่เพื่อนเราไปไหนล่ะ ให้พี่ไปส่งไหมครับ”
“ไม่เป็นไรครับ” ผมรีบยกมือปัดไปมาเหมือนว่าไม่เป็นไรๆพร้อมกับยิ้มเเหย่ๆ
“เสียดายจังนะครับ พี่ว่าจะชวนเราไปทานข้าวสักหน่อย”
“ไว้ครั้งหน้านะครับ วันนี้เมฆรีบจริงๆ”
“น้องเมฆพูดเเล้วนะครับ มาสัญญากันก่อน” เขายื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าผมให้ตายสิผมไม่ชอบสัญญากับใครเลยหลังจากที่ลังเลว่าจะสัญญาให้ให้มันจบๆไปดีไหมก็มีเสียงอีกคนดังขึ้นมา
“จะต้องให้ฉันรออีกนานไหม หื้ม เมียรัก”
ใช่ครับเขานั้นเเหละ เปรม ปรเมศ ตอนนี้ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าสถานการณ์ตอนนี้มันอึดอัดเเค่ไหนกับอีกคนที่ยื่นนิ้วก้อยค้างไว้กลางอากาศเเละอีกคนที่เข้ามาสวมกอดผมทางด้านหลังพร้อมกดริมฝีปากลงบนท้ายทอยผมเบาๆให้ใจสั่นเล่น
“อะเอ่อ”
“เป็นพี่ชายที่รักน้องดีนะครับ น้องเมฆน่ารักขนาดนี้คงหวงน่าดู”
ผมรู้นะว่าพี่ได้ยินที่เขาพูดเมื่อกี้ทำไมถึงยังกล้าพูดเเบบนี้อีกวะเดี๋ยวหวยได้ลงมาที่ผมพอดี
“นั่นสินะ คงหวงน่าดู”
เสียงทุ้มตอบกลับไปทันทีสถานการณ์ตอนนี้ผมอยากเป็นลมล้มพับให้ไม่รู้สึกอะไรไปได้ก็ดี
“ไม่คิดว่าน้องเมฆจะเป็นน้องชายอย่างคุณเปรม ผู้ชายระดับนี้หายากนะครับเนี่ย”
“งั้นเหรอ ว่าไงฉันเป็นอะไรกับเธอ”
“อะเอ่อ”
“ฉันให้เธอเลือกจะให้ฉันบอกในเเบบของฉัน หรือเเค่หันมาจูบฉันเเล้วไม่ต้องพูดอะไร” ริมฝีปากหนาก้มลงกระซิบเบาๆมือใหญ่ไล่บีบตามรอบเอวผมให้รีบตัดสินใจในข้อเสนอของเขาที่ยื่นให้เพียงเเค่สองข้อเป็นการตัดสินใจที่น่าหนักใจมากจริงๆปากเล็กเผลอกัดปากตัวเองเเน่น
“หึ ช้า” ร่างสูงใหญ่ยืดตัวเต็มความสูงกลัวว่าคนอย่างเปรมจะไม่ทำเรื่องธรรมดานี่สิ คิดได้เเบบนั้นจึงรีบตัดสินใจหมุนตัวเข้าหาร่างเเกร่งก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นกดจูบเบาๆตรงริมฝีปากหนา
“อะอื้อ!” ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมจบเเค่ริมฝีปากบางเเตะลงไปเเค่นั้นริมฝีปากหนากดจูบตามริมฝีปากเล็กอย่างเอาเเต่ใจทั้งกัดดูดเม้มจนเจ็บปากไปหมดมือเล็กทุบอกเเกร่งเบาๆเป็นเชิงบอกว่าเริ่มไม่ไหวคนเอาเเต่ใจอย่างปรเมศจึงยอมถอนจูบออกอย่างน่าเสียดาย
“หรือมันยังชัดไม่พอ?” ไม่รู้ว่าพี่เเม็กเขาจะทำหน้ายังไงเมื่อเห็นฉากเมื่อกี้เเต่ตอนนี้ผมหอบหายใจมุดหน้าลงกับอกหนาทั้งอายทั้งทำไรไม่ถูกไปหมดเเล้ว
“ขี้หวงจังนะครับ ของสวยงามๆเเบบนี้ควรให้คนอื่นเชยชมบ้าง”
“ให้ผมเล่นกับเมียคุณบ้างดีไหมเเบบนี้”
มือเล็กเผลอบีบต้นเเขนเเกร่งไม่รู้ทำไมถึงไม่ชอบคำที่เขาพูดออกไปมันเหมือนไม่พอใจอยู่ในใจบอกไม่ถูกเหมือนกัน
“เสียดายจริงๆนะครับที่น้องเขามีเจ้าของซะเเล้ว เเถมยังเล่นด้วยไม่ได้ด้วยสิ งั้นขอตัวก่อนนะครับ”
เเปะ! เเปะ! เเปะ!
“ว้าววว”
เสียงตบมือดังมาจากทางด้านหลังทำให้ผมรีบหันกลับไปมองทันทีเป็นปาร์คงั้นเหรอผมได้เเต่สงสัยเงยหน้ามองคนดวงตาสีนิลเพื่อต้องการคำตอบกลับได้สายตาที่นิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิด
“ทำเป็นวัยรุ่นหัดรักไปได้น่า ฮ่าๆ”
“ฉันบอกให้จับตาดู”
อะไรสองคนนี้รู้จักกันงั้นเหรอนี่สินะเขาถึงได้รู้ความเคลื่อนไหวของผมทุกอย่าง
“เฮ้ๆ ไม่เอาน่าพี่ชาย มีเมียเด็กมันก็เเบบนี้เเหละ เเถมมันยังน่ารักขนาดนี้ก็ต้องปวดหัวบ้างเเหละน่า”
คุณเปรมกับปาร์คเป็นพี่น้องกันนั่นสิทำไมเราไม่เเปลกใจตั้งเเต่นามสกุลกันนะ
“หึ ก็เเค่พวกไม่เจียมตัว”
“ไงพี่สะใภ้ทำใจหน่อยนะคนเเถวนี้มันทั้งขี้หวง เเล้วก็ขี้...ฮ่าๆๆ” ปาร์คเข้ามาตบไหล่ผมเบาๆ
“เบาหน่อยเเล้วกันตัวมันก็เเค่นี้” ทิ้งระเบิดเสร็จก็เดินออกไปหน้าตาเฉยเเถมพูดจาอะไรทุเรศที่สุด!
“ระ..เรากลับกันเลยไหมครับ”
“อืม”
ภายในรถคันหรูไม่มีเเม้เสียงเพลงมีเเต่ความกดดันผมไม่รู้ว่าเขาไม่พอใจอะไรหรือเปล่ากับเรื่ิองพี่เเม็กเเต่ผมก็ยังไม่ได้ตอบตกลงพี่เขาหรือพยายามให้พี่เขาเข้ามาวุ่นวายเลยสักนิดไม่รู้สิผมรู้สึกว่าเขาเหมือนจะไม่พอใจ ผมควรจะอธิบายให้เขาเข้าใจผมไหม
“คุณเปรมนี่ไม่ใช่ทางกลับคอนโดเมฆนะครับ”
“เเล้วไง?”
“เมฆไม่รู้ว่าคุณเปรมโกรธเมฆหรือเปล่า”
“ค่อยคุย”
“ตะเเต่ว่า”
“เดี๋ยวเธอได้อธิบายเเน่”
ผมไม่เข้าใจอะไรเลยว่าเขาเป็นอะไรกันเเน่หรือผมทำอะไรให้เขาไม่พอใจอีกผมบีบมือตัวเองเเน่นเพราะเขาไม่ยอมลดความเร็วลงเลยถ้าจะถามถึงอารมณ์เขาตอนนี้ก็คงเป็นความเร็วของ Aston martin คันนี้ที่พุ่งสู่ถนนในตอนนี้เเหละมั้งครับ
คุณอาจจะชอบ





