
สะใภ้ป้ายเเดง
ตอน 3
โอเคผมไม่รู้ว่าเขาอารมณ์ไม่ดีก่อนมารับผมหรือเพราะอะไรก็เเล้วเเต่ เเต่ตอนนี้ผมรู้สึกอึดอัดเขาไม่พูดผมก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม ได้เเต่นั่งบีบมือตัวเองเเน่นจะบอกว่ากลัวก็คงจะใช่ เพราะผมไม่รู้ว่าเวลาเขาโกรธเป็นยังไง เเต่อีกไม่กี่อึดใจผมคงจะรู้เเล้วล่ะ
รถเลี้ยวเข้ามาตึกสูงเหยียดฟ้าผมเคยได้ยินชื่อของความหรูหราอยู่บ้างก็เเน่สิคนระดับนี้จะอยู่เเบบนี้ก็คงไม่เเปลก พอรถจอดนิ่งร่างสูงใหญ่ก็เปิดประตูลากผมลงมาทันทีสับขาเดินตามไม่ทันเเล้วโว้ยยย
“เอ่อคือ...”
“ในห้อง”
พูดมาเเค่นั้นผมกลืนคำพูดที่จะถามเเทบจะไม่ทันขาเล็กเดินตามเงียบๆขึ้นลิฟต์มาชั้นบนเปิดประตูเข้าไปเห็นวิวเเละความหรูหราภายในห้องอยากจะร้องออกมาถ้าผมซุ่มซ่ามดันไปทำอะไรพังขึ้นมาคงจ่ายหนักน่าดู ห้องของเขาเป็นห้องขนาดใหญ่มีบันไดขึ้นไปชั้นสอง อื้อหือ ความรวยนี้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนเป็นสีดำ บางอย่างเป็นสีขาวไม่รู้สิเเต่กลับดูลงตัวบอกถึงตัวเขาได้ดีเลยล่ะ ความมีทุกอย่างครบครันนี้ ที่เขาอยู่อาจจะกว้างกว่าบ้านด้วยซ้ำถ้าเทียบกับคอนโดผมคงเป็นได้เเค่ห้องนอนของเขาเท่านั้นเเหละ
“ขึ้นไปรอในห้อง”
พูดเเค่นั้นร่างสูงใหญ่ก็เดินไปทางระเบียงไม่ต้องเดาก็รู้ว่าไปทำอะไร เอาไงดีผมไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ไม่ใช่ได้กลิ่นเเล้วจะหายใจไม่ออกเเต่เเค่ไม่อยากให้เขาสูบ ผมไม่รู้ว่าเขาหงุดหงิดเรื่องอะไรเเต่ถ้ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับผมอยากให้เคลียร์ๆกันเลยดีกว่าถึงเเม้ในใจก็เเอบหวั่นกลัวอยู่บ้างไม่สิต้องบอกว่ากลัวเลยล่ะ
ขาเรียวเล็กเดินตามร่างสูงใหญ่ เขาหันหน้าออกไปข้างนอกกลิ่นบุหรี่ยีห้อเเพงเเละควันสีเทาลอยตามอากาศ ผมจ้องมองสังเกตุเเผ่นหลังกว้างคงเป็นหุ่นที่ผู้ชายทุกคนใฝ่ฝันอยากมีเเละผู้หญิงทุกคนปราถณาจะอยากได้มาครอบครองเลยสินะ ตากลมเผลอสำรวจรูปร่างสูงใหญ่สักพักจึงตัดสินใจเดินเข้าไปพร้อมกับใช้มือกระตุกชายเสื้อเชิ้ตสีดำเบาๆเป็นเชิงบอกให้หันมา
“ฉันบอกเธอว่าไง”
ใช่เขาหันมาร่างสูงใหญ่ในตอนนี้หันหลังพิงขอบระเบียบในมือคีบบุหรี่ราคาเเพงเเผงอกกว้างเผยให้เห็นเพราะกระดุมถูกปลดออกไปสองถึงสามเม็ด มือเล็กเอื้อมไปหยิบบุหรี่จากมือใหญ่ปล่อยปลายนิ้วให้บุหรี่ตกลงถังขยะอย่างพอดี ดวงตาสีนิลจ้องมองใบหน้าเรียวเล็กขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
“ทำอะไร”
“เมฆไม่รู้ว่าคุณเปรมโกรธเรื่องอะไรมา”
“ฉันบอกว่าให้รอในห้อง”
“เมฆรู้”
ปากเล็กกัดเข้าหากันแน่นตอนนี้ในใจเต้นเเรงที่กล้าขัดคำสั่งเเละยังกล้าทิ้งบุหรี่ราคาเเพงลงในถังขยะนั้นอีก
“เเล้วที่ทำอยู่?”
“เมฆไม่อยากให้คุณเปรมดูดมัน”
“ฉันเพิ่งรู้ว่าเธอสั่งฉันได้”
“มะ..เมฆไม่ได้คิดแบบนั้นนะครับ”
ปากเล็กรีบตอบกลับไปทันที ใจหนึ่งก็กลัวอีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดไปมากว่านี้ ใจอยากอธิบายจะเเย่เเล้วเเต่ทำไมมันยากขนาดนี้เพราะเป็นเขานี่เเหละอะไรถึงยากไปหมด
“หรือคิดว่าจะทำอะไรก็ได้?”
“เมฆไม่เคยคิดแบบนั้นจริงๆ”
ให้ตายสิไม่ใช่เเค่ใจสั่นเเต่ตอนนี้ร่างกายกำลังสั่นไม่ได้กลัวขนาดนั้นเเต่เสียใจมากกว่าที่เขาคิดแบบนั้นผมจะร้องไห้เเล้วนะจริงๆ
“แบบไหนล่ะ เเบบที่ยืนเกี่ยวก้อยกันเเบบนั้นหรือป่าว?”
“ระ..เรื่องนี้เมฆอธิบายได้”
“ฉันบอกให้ไปรอในห้องอยากเจ็บตัวมากหรือไง!”
“ตะ..เเต่เมฆอยากอธิบาย”
เสียงผมเริ่มสั่นเเล้วไม่ใช่เเค่เสียงเเล้วล่ะน้ำตาเริ่มคลอเบ้า ผมไม่เคยเห็นเขาหงุดหงิดเเละผมก็ไม่รู้ต้องทำยังไง
“ตอนนี้ฉันไม่อยากฟัง”
“อึก..เมฆขอร้องคะ..คุณเปรม”
ปากเล็กกัดเข้าหากันเเน่นระงับเสียงร้องที่เล็ดลอดออกมา
“ไปนอนซะ”
ร่างสูงใหญ่เดินผ่านตัวไปได้เเค่นิดเดียวมือเล็กรีบจับชายเสื้อเชิ้ตสีดำไว้เเน่นปลายเท้าอีกคนชักงักเหมือนรอฟังว่าปากสีเเดงเล็กๆนั้นจะพูดอะไรออกมาอีก
“ฮืออ มะ..ไม่ไปได้ไหมเมฆอธิบายได้ อึก! เมฆไม่เคยให้พี่เขาเข้ามาวุ่นวายกับเมฆเลย ฮืออ ไม่เคยเลย”
“ที่ฉันเห็น”
ร่างสูงใหญ่ไม่ได้หันมามองเลยสักนิดมือเล็กยิ่งจับขยุ้มปลายเสื้อเเน่นกว่าเดิม
“อึก! ไม่ใช่เเบบนั้นเลย ฮืออ เมฆไม่รู้ว่าจะปฏิเสธยังไง อึก! พี่เขามาชวนเมฆทานข้าวเเต่เมฆรู้ว่าคุณเปรมรออยู่เลยเลือกที่จะบอกปัดๆ อึก..ไม่คิดว่าพี่เขาจะทำแบบนั้น เมฆไม่รู้จริงๆ ฮืออ”
สุดท้ายผมก็ทนไม่ไหวอึดอัดจนร้องไห้ออกมาจนได้ผมไม่รู้ว่าเขาจะเชื่อที่ผมพูดไหมอย่างน้อยก็ขอให้ได้อธิบายสักนิดก็ยังดี
“ฮืออ คุยกับเมฆหน่อยเมฆไม่รู้จริงๆ”
ผมหลับหูหลับตาร้องออกมาไม่อายเลยสักนิดอาจจะเป็นเพราะผมไม่เคยเจอสถานการณ์เเเบบนี้ เเค่ปกติเขาก็เข้าถึงยากเเล้วยิ่งอารมณ์เเบบนี้ไม่รู้จะทำยังไงต่อ
“หยุดร้อง”
ยิ่งเขาพูดน้ำตาก็ยิ่งไหลออกมา บอกให้หยุดน่ะมันง่ายเเต่ใครจะทำได้ถ้าได้ร้องเเล้วคิดว่าจะหยุดได้หรือไง ผมร้องไห้ลั่นกว่าเดิมไม่รู้ว่าเอาน้ำตาไหนมา
“อึก! ฮือออหันมานะหันมาหาเมฆหน่อย”
“หยุดก่อน”
“ฮืออ อึก!หยุดเเล้วเมฆหยุดเเล้ว ฮืออ”
“ชู่ววว หยุดก่อน”
ร่างสูงใหญ่หันหน้ามาขายาวก้าวไปนั่งเก้าอี้ตรงระเบียงไม่เท่านั้นยังรวบตัวผมขึ้นไปนั่งตัก ผมได้เเต่นั่งซุกหน้ากับอกกว้างร้องไห้ออกมาไม่หยุด
“หยุดก่อนเด็กดี”
“ฮืออขอโทษ เมฆขอโทษ”
ผมพรึมพรำพูดขอโทษไม่หยุดตอนนี้อะไรก็หยุดไม่ได้เเล้วถ้าได้ร้องบอกเลยว่ายาก
“ฉันรู้ หยุดร้องก่อน”
มือใหญ่จับใบหน้าของคนตัวเล็กที่เอาเเต่ซุกหน้าร้องไห้จนเสื้อเชิ้ตราคาเเพงตอนนี้เปียกเต็มไปด้วยน้ำตา ปลายนิ้วใหญ่ลูบวนเช็ดตามขอบตาเล็กตอนนี้มันกลับบวมเเดงไปหมด
“อึก! หยุดเเล้วครับ”
“อย่าขยี้”
มือเล็กที่กำลังขยี้ตาที่บวมแดงกลับต้องชะงักมือทันทีเมื่อได้ยินเเค่นั้นทำไรไม่ถูกได้เเต่ก้มหน้าจับชายเสื้อขยุ้มไปมาจนยับ
“มองฉัน”
หัวเล็กผงกขึ้นมาสบตาคนดวงตาสีนิลตอนนี้สีหน้าเขาเริ่มดีกว่าตอนที่ไปรับเขามาเเล้วอาจจะเป็นเพราะเขาเข้าใจเเล้วก็ได้
“จะทำอีกไหม”
“มะ..ไม่เเล้วครับ”
“ถ้าฉันเจออีก?”
“เมฆจะไม่ทำอีก”
“เเล้วมีอีกล่ะ หื้ม”
ปากเล็กกัดเข้าหากัดเเน่นส่ายหน้าไปมา
“เธอจะยอมให้ฉันจัดการในวิธีของฉันไหม”
ปลายนิ้วโป้งลูบไปมาตามต้นขาเล็กออกเเรงบีบเบาๆก่อนจะเลื่อนฝ่ามือใหญ่สอดเข้าไปในเนื้อผ้าสีขาวใช้ปลายนิ้วกดเบาๆตามสันหลังจนคนร่างเล็กสะดุ้ง
“ว่าไง”
“ยะยอมครับ”
“สัญญาสิ”
“สะสัญญา”
“พูดดีๆ”
“มะเมฆสัญญาครับ”
มือเล็กยื่นนิ้วก้อยไปข้างหน้าเพื่อจะให้ร่างสูงเชื่อว่าเขาสัญญาจริงๆเเต่กลับไม่ได้นิ้วก้อยของอีกคนกลับมาเเต่เป็นริมฝีปากหนากดจูบเบาๆตรงนิ้วก้อยเล็กอ้าปากใช้ฟันกัดตามความยาวของนิ้วเเต่สายตาเขาไม่ได้มองนิ้วผมเลยสักนิดเเต่เพ่งมองสบตากับผมจนใจผมสั่นเต้นเเรงไม่หยุดจนมันจะกระเด็นออกมาเเล้ว
“ฉันไม่ชอบสัญญาเเบบเด็ก”
“อะเอ่อเมฆเคยเเต่สัญญาเเบบนี้”
“อยากรู้ไหมว่าผู้ใหญ่เขาสัญญากันยังไง”
“มะไม่ครับ”
ผมส่ายหน้ารวนทันที ผมไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดนั้นนะครับ พูดมาเเค่นี้ใครๆก็รู้ว่าต้องการสื่อไปทางไหน
“เเต่ฉันอยากให้เธอรู้”
“ตะเเต่..”
“จะได้ไม่ต้องไปรับปากสัญญากับใครอีก”
“จะไม่สัญญากับใครอีกครับ!”
“เเต่เธอสัญญากับฉันเเล้วเด็กดี”
“อะอื้อออ!”
ว่าจบมือใหญ่ขยุ้มผมให้เงยหน้าขึ้นพร้อมลากปลายลิ้นเลียตามซอกคอขึ้นมากดจูบย้ำๆปลายคางเล็กก่อนกดจูบปากเล็กดูดดึงขอบปากทั้งบนเเละล่างกดจูบบดขยี้จนปากเล็กเผยออกเล็กน้อยไม่รอช้าปลายลิ้นหนาสอดเข้าไปเกี่ยวตวัดเกี่ยวพันลิ้นเล็กไปมา
“อ่ะ..อื้ออ!”
ปลายลิ้นหนาไม่หยุดเเค่นั้นตวัดเกี่ยวลิ้นเล็กกัดจนได้กลิ่นคาวเลือดในปากเล็ก ปากหนาดูดดึงปลายลิ้นเล็กมือใหญ่บีบปลายคางเเน่นจนเกิดรอยมือตรงหน้าเรียวขาวปลายลิ้นเลียขอบปากทั้งล่างเเละบนก่อนจะดูดดึงจนบวมเจ่อ
“อ่ะ อื้ออเอ็บบ”
ใช่เจ็บคำนี้มีอยู่เต็มหัวผมเจ็บทั้งปากเจ็บทั้งคาง ร่างสูงใหญ่บดขยี้กดจูบอย่างเอาเเต่ใจ ผมเจ็บเขารุนเเรงเกินไปผมใช้ปลายเล็บจิกตามเเผ่นหลังกว้างเพราะรู้สึกไม่ไหวเเล้วจริงๆ ริมฝีปากหนาค่อยๆผละออกน้ำอะไรต่อมิอะไรไหลตามขอบปากผมรีบใช้มือเช็ดออกทันที
“ถือว่านี่คือสัญญาของฉัน”
“อื้อ”
“เเต่บุหรี่ที่เธอทิ้งมันไปจะชดใช้ยังไงดี”
“ดะเดี๋ยวเมฆซื้อคืนให้”
“ฉันไม่ต้องการเเบบนั้น”
“ละเเล้วจะให้เมฆทำยังไง”
“เธอไม่อยากให้ฉันดูดมัน?”
“ใช่ครับ”
“เธอจะยอมให้ฉันดูดเธอเเทนมันงั้นสินะ”
“อะเอ่อ”
“ฉันให้เก็บไปคิด เเต่ตอนนี้ถึงเวลาที่เธอต้องชดใช้เเล้ว”
“ดะเดี๋ยว อื้ออ”
ยังไม่ทันห้ามจบริมฝีปากหนากดจูบตามซอกคอขาวทันทีมือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออกปล่อยให้เสื้อตกลงมาตามไหล่เล็กปลายลิ้นถูกวนไปมาก่อนดูดเม้มเเรงๆให้เกิดรอยสีเเดงฟันคมขบกัดเน้นย้ำตามรอยเเดง มีรอยตรงไหนจะต้องฝังด้วยรอยฟันอีกครั้งกดจูบดูดดึงทับจนถึงหัวไหล่
“อ่ะ! เจ็บ! ฮือเมฆเจ็บ”
“ชู่วว!”
ปลายนิ้วยาวจรดปากเล็กเป็นสัญญาณเชิงบอกให้หยุดร้อง มือใหญ่รั้งขาเรียวเล็กขึ้นมาหนึ่งข้างไล่ฝ่ามือตามต้นขาขาวก้มลงจรดริมฝีปากจูบตามขาอ่อนด้านในดูดเม้มทำรอยหลายจุดไม่ลืมฝากรอยฟันทับตามรอยสีเเดงสดนั้นอีกด้วย
“อ่ะ! อื้อพะพอเเล้วครับ”
ร่างสูงใหญ่ถอนริมฝีปากออกยืดตัวเต็มความสูงปลายนิ้วถูวนตามร่องรอยต้นขาขาวที่ตอนนี้มีเเต่รอยเต็มไปหมด ปากที่บวมเจ่อ ขอบตาที่บวมจากการร้องไห้ ตามซอกคอเเละหลาดไหล่เล็กที่เต็มไปด้วยรอยฟัน เเละขาเล็กๆที่ใครๆก็ชอบมองตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยร่องรอยฝีมือที่เขาฝากไว้ทั้งนั้น
“good boy”
คุณอาจจะชอบ





