
การเดินทางข้ามเวลาของเสี่ยวเหอ蕭何的時空穿梭
ตอน 2
(ช่วงแรกๆ เสี่ยวเหอนางเอกของเรื่องจะเป็นผู้หญิงน่ารำคาญมากค่ะ คุณนักอ่านต้องเข้าใจว่าน้องไม่รู้ และคนไม่รู้ก็มักจะดูโง่เง่าน่ารำคาญ ทำอะไรก็ดูขัดข้องไปหมด ไร้หนทางจนน่ารำคาญ แต่ช่วยอย่าเพิ่งรีบเทกันนะคะ)
วันนั้น เป็นวันเกิดของเสี่ยวเหออายุครบ 19 ปีพอดี จู่ๆท่านแม่ก็เรียกเสี่ยวเหอไปพบ และบอกว่ามีคนมาสู่ขอ อีกฝ่ายเป็นพ่อค้าวาณิช ไม่ได้ขายสินค้าอะไรตายตัว เน้นเดินทางเอาสินค้าจากแคว้นหนึ่งไปทำกำไรที่แคว้นอื่นๆ และนำสินค้าจากแคว้นอื่นๆมาทำกำไรในแคว้นนั้นๆ สินค้าอะไรทำเงินได้ก็เอาหมด อายุเกือบ 35 ปีแล้ว มีลูกชาย 3 คน เคยแต่งงานแล้วและเมียตายไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน
ถึงเสี่ยวเหอจะรู้สึกไม่ยินดี แต่ถ้าท่านพ่อท่านเห็นดีด้วยแล้ว อย่างไรก็ต้องแต่ง เพราะอีกฝ่ายส่งแม่สื่อมาแล้ว ไหนจะอายุที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงในใจจะไม่อยากแต่งกับคนรุ่นลุงก็ตาม แต่เสี่ยวเหอก็เลือกจะทำตามที่ท่านพ่อท่านแม่สั่ง
เพียงแต่มีสิ่งหนึ่งที่เสี่ยวเหอห่วงที่สุด คือความรู้สึกของพี่หลันเหมย เหตุจจึงเป็นเสี่ยวเหอที่ได้เป็นคนแต่ง ในเมื่อพี่สาวก็ยังไม่ได้แต่ง และอายุเยอะมากแล้ว ถ้าเสี่ยวเหอแต่งงานแล้วพี่สาวจะเป็นเช่นไร ทุกวันนี้คนในหมู่บ้านไม่ว่าใครก็มองสองพี่น้องแปลกๆ ทำให้เสี่ยวเหอรู้สึกไม่สบายอยู่ลึกๆ
ท่านแม่ยังบอกอีกว่าอีกไม่ถึงเดือนก็จะเป็นเทศกาลซีซี ฝ่ายเจ้าบ่าวอยากจะเจอกับเสี่ยวเหอผู้เป็นเจ้าสาวสักครั้ง ท่านแม่จึงให้เสี่ยวเหอเตรียมตัว เพื่อไปเดินเล่นกับเจ้าบ่าวในเทศกาลซีซีก่อน และค่อยจัดงานแต่งหลังจากนั้น
หลังจากที่ทุกคนในบ้านรู้เรื่องงานแต่งครั้งนี้ เสี่ยวเหอรู้สึกว่าพี่สาวไม่ยอมมองหน้านางตอนกินข้าวเย็นวันนั้น หลายวันจากนั้นก็ไม่ยอมคุยกับนาง พยายามหลบหน้า เสี่ยวเหอรู้ดีถึงความกังวลของพี่สาว แต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพี่สาวจึงโกรธตัวเอง เพราะเรื่องนี้นางไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจ ท่านพ่อท่านแม่ต่างหากที่เป็นผู้ตัดสินใจ เสี่ยวเหอทำใจกล้าเข้าไปคุยกับพี่สาวในคืนหนึ่ง
“พี่หลันเหมย ข้าเข้าไปหาได้หรือไม่?” เสี่ยวเหอเรียกอยู่นอกประตูห้องของพี่สาว
“เข้ามาสิ” พี่หลันเหมยตอบ
เสี่ยวเหอเข้าไปนั่งในห้องที่ปลายเตียงของพี่สาว อึกอักอยู่นานกว่าจะรวบรวมความกล้าพูดขึ้น
“ข้าไม่ได้อยากแต่งงาน หากว่าพี่หลันเหมยอยากแต่ง เดี๋ยวข้าจะบอกกับท่านแม่ให้ ถ้ายังไม่ได้จะไปขอร้องท่านพ่ออีกคน”
แต่ไม่มีเสียงตอบจากพี่สาว เสี่ยวเหอจึงหันไปมอง แสงเทียนในห้องส่องให้เห็นว่าพี่หลันเหมยทำหน้าตาโกรธเคืองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
”เจ้า! เจ้าโง่ไปแล้วหรือ เจ้าทำไมโง่เช่นนี้!” พี่สาวตะหวาดใส่เสี่ยวเหอ
“ออกไปจากห้องของข้าเดี๋ยวนี้!!” พี่หลันเหมยไล่เสี่ยวเหออย่างไม่สนใจความรู้สึกของน้องสาว สองมือกำหมัดจนแน่น ริมฝีปากสั่นระริกด้วยโทสะ
เสี่ยวเหอได้แต่ร้องไห้หนีไปนอนกับน้องสาวต่างแม่ ไม่กล้านอนคนเดียว ไม่อยากเชื่อว่าพี่สาวจะพูดรุนแรงเช่นนี้ แม้น้องสาวจะถามแล้วถามอีก แต่เสี่ยวเหอก็เอาแต่ร้องไห้ไม่ปริปากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น
วันรุ่งขึ้นถึงได้รู้ว่าพี่สาวหนีออกจากบ้าน
ทุกคนเป็นห่วงกันมาก ท่านพ่อสั่งให้บ่าวในบ้านช่วยกันตามหาทั้งวันก็ยังไม่เจอ เหล่าน้องๆก็ออกไปตามหากันในที่ต่างๆที่พี่หลันเหมยมักจะไปก็ไม่พบ ท่านพ่อแทบจะต้องแบกหน้าไปของให้ลุงเซียงโถวช่วยส่งคนในหมู่บ้านไปตามหา แต่สุดท้ายหลังจากเลยยามเฉิน พี่สาวก็กลับมา แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร ถูกท่านพ่อทั้งดุทั้งตี แต่กลับไม่ร้องสักแอะ ยังคงปิดปากเงียบ
คืนนั้นเสี่ยวเหอแอบไปขอร้องท่านพ่อท่านแม่ให้พี่สาวได้เป็นคนแต่งงาน แต่ท่านพ่อท่านแม่ทำหน้าตาลำบากใจ ก่อนบอกว่าอีกฝ่ายเขาเจาะจงเลือกว่าต้องเป็นเสี่ยวเหอ ทั้งยังเอาวันปีเกิดของเสี่ยวเหอไปตรวจชะตาเรียบร้อยแล้วด้วย
เสี่ยวเหอได้แต่ร้องไห้นอนไม่หลับทั้งคืน
จากนั้นอีกสองสามวันต่อมาเสี่ยวเหอยังไม่ทันทำใจเรื่องพี่สาว ก็ต้องถูกแต่งตัวตั้งแต่เช้า ได้ใส่เสื้อผ้าที่งดงามที่สุดในชีวิต และนั่งรถเทียมวัวเข้าไปในตัวอำเภอพร้อมสาวใช้ชื่อ จื่อรั่ว กับแม่สื่อ เพื่อไปเดินเล่นในเทศกาลซีซีกับว่าที่เจ้าบ่าว
ระหว่างทาง เสี่ยวเหอได้ยินเสียงม้าวิ่ง เลยชะโงกหน้าออกไป เห็นชิงถิงใส่ชุดทหารกำลังควบม้าวิ่งผ่านสวนทางมา เสี่ยวเหอดีใจที่ได้เจอชิงถิงระหว่างทาง หลังจากไม่ได้เจอชิงถิงมาสักพักแล้ว ครั้งล่าสุดก็เมื่อปลายเดือนที่แล้วที่ชิงถิงกลับบ้านมาตอนสิ้นเดือน จึงเผลอตะโกนเรียกไปแบบลืมตัว
“ต้าจื่อ! ต้าจื่อ”
ชิงถิงได้ยินเสียงเรียกของเสี่ยวเหอจึงหยุดม้า เสี่ยวเหอมองเห็นเหมือนชิงถิงตกใจมาก จึงพยายามส่งยิ้มและถามว่า
“เจ้าจะรีบไปไหนหรือ?”
สีหน้าของชิงถิงกลับกลายเป็นโกรธแทน แต่เหมือนพยายามข่มเอาไว้ ลงจากหลังม้าและกำเชือกไว้แน่น ก่อนจะเค้นเสียงต่ำๆออกมาถามเสี่ยวเหอว่า
“แล้วเจ้าจะไปไหน?”
เสี่ยวเหอรู้สึกละอายและเสียใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงไม่ค่อยกล้าบอกชิงถิงเรื่องที่จะแต่งงาน อึกอักอยู่สักพัก สาวใช้จื่อรั่วจึงเป็นฝ่ายพูดเสียเอง
“พวกข้ากำลังจะพาคุณหนูรองไปในตัวเมือง เพื่อไปเดินเล่นกับคู่หมั้นในเทศกาลซีซีน่ะเจ้าค่ะ”
เสี่ยวเหอเห็นว่าชิงถิงหน้าซีดกว่าเดิม ในใจอยากจะถามว่าเป็นอะไรหรือไม่ แต่แม่สื่อกลับเร่งให้รีบเดินทาง
“ต้องรีบออกเดินทาง อย่ามัวแต่โอ้เอ้พูดคุยกับชายอื่นระหว่างทาง กำลังจะไปเจอคู่หมั้น เรื่องเช่นนี้ ไม่ค่อยดีงามนัก”
แล้วรถเทียมวัวก็เริ่มออกเดินทาง
ชิงถิงเหมือนนิ่งไป สักพักกว่าจะวิ่งตามรถเทียมวัวมา ทิ้งม้าไว้ที่เดิม วิ่งมาขวางทางเอาไว้เพื่อถามเสี่ยวเหอตรงๆว่า
“เจ้าจะแต่งงานแน่ใช่หรือไม่ เจ้าอยากแต่งด้วยจริง ๆ หรือ?”
แต่เสี่ยวเหอกลับตอบไม่ได้ จื่อรั่วจึงต้องเป็นฝ่ายพูดอีกครั้ง
“ตอนนี้ คุณหนูรองของข้าเหลือเพียงแค่ทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน ฝ่ายชายเอาสินสอดมาให้แล้ว แม่สื่อก็มาแล้ว ชะตาก็ตรวจแล้วเช่นกันเจ้าค่ะ”
คุณอาจจะชอบ





