
การเดินทางข้ามเวลาของเสี่ยวเหอ蕭何的時空穿梭
ตอน 3
ชิงถิงเงียบอยู่ราวกับจะรอคำตอบจากเสี่ยวเหอเท่านั้น แต่เสี่ยวเหอกลับเอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตา จนแม่สื่อต้องเร่งอีกครั้ง หลังจากนั้นชิงถิงจึงไม่ตื้อถามอีก เดินกลับไปขี่ม้าและจากไปทันที
เสี่ยวเหอเดินทางไปเช่าโรงเตี๊ยมนอนด้วยความรู้สึกหนักหน่วง คล้ายกับมีใครกำลังทุบอกข้างซ้าย แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร รอจนเย็นก็ออกไปพร้อมสาวใช้และแม่สื่อ ไปเดินเล่นในเทศกาลซีซีกับผู้ชายอายุคราวลุง แถมทั้งอ้วนทั้งหัวล้านลงพุง
ตอนพบหน้ากันครั้งแรก เสี่ยวเหอเห็นว่าอีกฝ่ายพอใจในตัวนางมาก แต่เสี่ยวเหอกลับรู้สึกคลื่นไส้จะอาเจียนกับสายตาของเขาที่มองอย่างโลมเลียไม่ปิดบัง เสี่ยวเหอจึงเอาแต่ก้มหน้า จื่อรั่วจับมือให้เดินไปทางใดก็เดินไปทางนั้น จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเดินไปที่ไหนบ้าง
เพราะเป็นการเดินเล่นของคู่ชายหญิงที่ใกล้แต่งงาน พวกคนใช้ แม่สื่อและจื่อรั่วที่ติดตามมา เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งจึงจำเป็นต้องเดินตามหลังห่างๆ เพื่อให้คู่หมั้นได้คุยกันอย่างใกล้ชิด เสี่ยวเหอก็เอาแต่เดินก้มหน้า ไม่สนใจจะคุยกับคู่หมั้นแม้อีกฝ่ายจะพยายามชวนคุยแล้ว แต่สุดท้ายก็เริ่มรู้สึกเบื่อที่ฝ่ายหญิงไม่พูดคุยโต้ตอบ ไม่นานก็ต่างคนต่างเงียบ สักพักเสี่ยวเหอก็พบว่าตัวเองหลงทาง เพราะคนเดินผ่านไปผ่านมาเยอะมาก
เสี่ยวเหอพยายามมองหาคนรู้จัก แต่ก็ไม่คุ้นหน้าใครเลย สุดท้ายจึงหยุดเดินและตั้งใจจะกลับโรงเตี๊ยม ไปอยู่ที่โรงเตี๊ยมรอน่าจะดีกว่าตามหาคน ถึงอย่างไร คนมากเช่นนี้คงตามหากันไม่เจอ พรุ่งนี้ค่อยขอโทษฝ่ายชายก็น่าจะได้ เสี่ยวเหอจึงเดินกลับทางที่ผ่านมา แต่เพราะผู้คนเยอะมากและไม่แน่ใจว่าตอนนี้อยู่ที่ใดกันแน่ เสี่ยวเหอเป็นคุณหนูบ้านนอกที่ไม่ค่อยได้เข้าตัวอำเภอ ไม่ต้องคิดว่าตอนนี้เป็นกลางคืนอีกด้วย นางเองก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเดินตลอดทางจึงหาทางกลับลำบากมาก เดินไปมา ถูกชนหลายครั้ง สุดท้ายเสี่ยวเหอก็รู้ตัวว่าคงหลงทางแล้ว เพราะร้านค้าก็เริ่มน้อยลง แสงไฟก็สว่างน้อยลง
ทันใดก็มีมือผู้ชายใส่ชุดดำลากเสี่ยวเหอ เดินดุ่มๆเข้าซอยมืดๆ เสี่ยวเหอตกใจมากจนร้องไม่ออก มืออีกข้างพยายามทั้งตีทั้งแกะมือแข็งแรงที่ลากตัวเองอยู่ เสี่ยวเหอแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ แต่พอเงยหน้ามอง กลับจำได้ว่าคนตรงหน้าคือชิงถิง แม้เขาจะใส่ชุดดำปิดหน้าเอาไว้ครึ่งหนึ่ง เสี่ยวเหอจึงหยุดเดิน จนชิงถิงต้องหันมามองว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดเสี่ยวเหอไม่เดินต่อ
"เจ้าอยากกลับไปเดินเล่นกับเจ้าหมูตอนนั่นหรือ?" ชิงถิงถามด้วยเสียงโกรธๆ
เสี่ยวเหอส่ายหน้า น้ำตาใกล้จะไหลออกมา ชิงถิงไม่สนใจลากให้นางเดินต่อ
ชิงถิงจับมือเสี่ยวเหอเดินผ่านซอยมืดๆและซุ้มประตูหลายครั้ง จนกระทั่งทั้งสองคนออกมาข้างนอกเมือง แสงสว่างและเสียงเทศกาลเริ่มจางลงจางลง จนในที่สุดก็มืดสนิท แต่ชิงถิงกลับยังคงลากให้เสี่ยวเหอเดินต่อไป ผ่านไปนานเสี่ยวเหอถึงเริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ พยายามเรียกให้ชิงถิงหยุดเดิน แต่ชิงถิงไม่สนใจ เอาแต่ลากนางอยู่นั่นแหละ จนเสี่ยวเหอสะบัดมือแรงๆ ชิงถิงจึงจำเป็นต้องหยุด
“ข้าต้องกลับไปแล้ว” เสี่ยวเหอพูด
เป็นเพราะมืดมากเสี่ยวเหอจึงไม่เห็นว่าชิงถิงทำหน้าโกรธทันที ก่อนจะตะคอกด่านางว่า
"เจ้าโง่หรือไง!"
เสี่ยวเหอตกใจน้ำเสียงที่โกรธจัดของชิงถิง เพราะไม่เคยเห็นเขาโกรธมากเช่นนี้สักครั้ง ปกติเขาไม่ค่อยยิ้มแต่ก็ไม่เคยตะคอกใส่นาง เพราะเขาเป็นคนใจดี มักจะเอาตุ๊กตาดินปั้นมาฝากนางบ่อยๆ
ตอนนั้นหลายสิ่งอย่าง วิ่งเข้าไปในใจของเสี่ยวเหอ ทั้งน้อยใจเรื่องพี่สาว ทั้งความว้าวุ่นใจทั้งหมดที่เจอช่วงนี้ เขายังจะดุใส่นางอีก ทำให้เสี่ยวเหอเริ่มร้องไห้น้ำตาไหล ก่อนจะส่งเสียงร้องไห้ดังๆออกมา เสี่ยวเหอร้องไห้อยู่นาน ไม่มีเสียงปลอบใจจากชิงถิง นางไม่เห็นหน้าชิงถิงเพราะเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ท่ามกลางความมืด แต่ยังคงรู้สึกถึงมือของเขาที่จับมือนางอย่างอ่อนโยนอยู่ตลอดไม่ปล่อย
เสี่ยวเหอร้องไห้จนพอใจ ใช้มืออีกข้างเช็ดน้ำตาตัวเองลวกๆ ถึงแม้จะยังมีเสียงสะอื้นอยู่บ้างแต่ก็ไม่มีน้ำตาแล้ว
“หนีไปด้วยกันเถอะ ข้าจะดูแลเจ้าตลอดชีวิตเอง” เสียงของชิงถิงดังผ่านความมืดและความเงียบของยามค่ำคืน
แม้จะเป็นการขอแต่งงานที่กะทันหันมาก เสี่ยวเหอตกใจ หัวใจเต้นแรงมาก แต่ก็เพียงครู่เดียว เพราะความจริงทุกอย่างก็ทำให้นางไม่กล้าแม้แต่จะคิด กลัวท่านพ่อท่านแม่จะเสียใจ ยิ่งนึกถึงคืนที่พี่สาวหนีออกจากบ้าน นึกถึงหน้าตาของท่านพ่อท่านแม่ที่รอมๆจะร้องไห้เพราะพี่สาวหายไป นางไหนเลยจะกล้าคิดทิ้งงานแต่ง หนีไปกับชายอื่น
สุดท้ายเสี่ยวเหอก็บอกว่า
“ข้าไปไม่ได้”
“ชิ” ชิงถิงอารมณ์เสียชัดเจนแต่ก็ไม่ตะคอกใส่นางอีก มือก็ยังไม่ยอมปล่อย ทั้งสองคนได้แต่ยืนอยู่ท่ามกลางความมืด ไม่ขยับไปไหน
ยืนอยู่นาน ในที่สุดชิงถิงก็ยอมพาเสี่ยวเหอกลับมาที่โรงเตี๊ยม และเหมือนไม่มีใครสนใจที่นางหายตัวไป
ก่อนกลับชิงถิงบอกนางว่า
“ข้าให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง ข้าจะพาจ้าหนี คิดอีกที คิดให้ดีๆแล้วตอบตกลงกับข้าเถอะ”
เสี่ยวเหอไม่แน่ใจว่าชิงถิงต้องการอะไรกันแน่ บอกให้นางคิด แต่ก็คล้ายๆจะบังคับให้นางตอบตกลง ในน้ำเสียงยังเต็มไปด้วยอารมณ์อ้อนวอนขอร้อง แต่เสี่ยวเหอก็ส่ายหน้า ไม่ยอมพูดอะไร
ชิงถิงคล้ายจะโกรธขึ้นมาอีกครั้ง
“เจ้าอยากแต่งงานกับเจ้าหมูตอนนั่นหรือ!?” เขาถามดุๆ
แต่เสี่ยวเหอก็เอาแต่ส่ายหน้า ชิงถิงโมโหจนไม่รู้จะทำเช่นไรกับเด็กดื้อตรงหน้าดี สุดท้ายเขาเหมือนตัดสินใจบางอย่าง ดึงเสี่ยวเหอมาจูบปากแรงๆ จูบจนเสี่ยวเหอแทบละลายยืนไม่ค่อยอยู่ ก่อนจะปล่อยและบอกว่า
“ข้าไม่สนใจว่าเจ้าคิดอะไร แต่ข้ายอมให้เจ้าแต่งกับเจ้าหมูตอนนั่นไม่ได้”
พูดเสร็จก็หันหลังเดินจากไปทันที ทิ้งให้เสี่ยวเหอสับสนกับชีวิตและความรู้สึก ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ทุกอย่างประเดประดังเข้ามาเร็วมากจนนางตั้งตัวไม่ทัน ทั้งเรื่องแต่งงาน เรื่องพี่สาว เรื่องหนีตามเขา และเรื่องจูบ!
คืนนั้นเสี่ยวเหอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเข้าไปนอนในโรงเตี๊ยมอย่างไร เข้าไปตอนไหน หรือนอนหลับไปเมื่อใด แต่รุ่งขึ้นสาวใช้จื่อรั่วเห็นนางออกมาจากห้องพักก็ตกใจมาก แต่ก็พยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และใช้ข้ออ้างที่เสี่ยวเหอหายตัวไปมาตำหนิ
“คุณหนูหายไปไหนมา ข้าตามหาอยู่ทั้งคืน ต่อไปอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ”
“ข้าขอโทษ” เสี่ยวเหอได้แต่ขอโทษและรู้สึกผิดอย่างมาก โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าที่ผิดปกติของจื่อรั่ว
ถูกจื่อรั่วบ่นอยู่นาน ในที่สุดเสี่ยวเหอ จื่อรัวและแม่สื่อก็เตรียมกลับบ้าน ระหว่างทางเสี่ยวเหอก็ยังคงถูกจื่อรั่วบ่นตลอดทาง
วันต่อมาเสี่ยวเหอเห็นว่าจื่อรั่วมีรอยฟกช้ำเต็มไปหมด พยายามถามแล้ว แต่นางกลับบอกว่าเป็นแค่อุบัติเหตุ ตัวเองล้มระหว่างไปหาฟืน ตกเนินเขาเล็กๆ ไม่เป็นไรมาก เสี่ยวเหอสงสาร จึงลับห้องตัวเองเพื่อเอายาไปให้จื่อรั่ว ระหว่างทางเจอกับพี่หลันเหมยที่กำลังจะออกบ้านพอดี ตั้งแต่ที่พี่สาวหนีออกจากบ้านครั้งนั้น เสี่ยวเหอก็แทบไม่ได้คุยกับพี่สาว เหมือนพี่สาวจะพยายามหลบหน้าเสี่ยวเหอด้วย
“พี่หลันเหมย” เสี่ยวเหอเรียก
พี่สาวเห็นว่านางหอบยามาเยอะหลายขวด จึงถามว่า
“เจ้าจะเอายาไปไหนเยอะแยะ” นางถามโดยพยายามไม่มองหน้าเสี่ยวเหอ คงรู้สึกผิดที่ทำเรื่องเช่นนั้นไป แต่เสี่ยวเหอดีใจมากที่ในที่สุดพี่สาวก็ยอมคุยด้วย
“จื่อรั่วล้มตอนไปเก็บฟืนบนเขาน่ะเจ้าค่ะ ตัวฟกช้ำเต็มไปหมด ข้าเลยจะเอายาไปให้นางเจ้าค่ะ” เสี่ยวเหอตอบพร้อมรอยยิ้ม
แต่พี่สาวกลับโกรธมากแทน
“เหตุใดเจ้าโง่เช่นนี้!” หลันเหมยพูดใส่หน้าเสี่ยวเหอ
ทั้งยังแย่งขวดยาไปทุบทิ้งโยนทิ้งทั้งหมด พร้อมกับบอกว่า
“ข้าไม่อยากสนใจเจ้าอีกแล้ว”
คุณอาจจะชอบ





