
เพลิงรักร้ายจอมใจจอมทมิฬ
ตอน 2
ธีธัชนอนอาบแดดบนชายหาดสวยอย่างอารมณ์ดี เขาหยุดพักร้อนสามเดือน และตระเวนล่องเรือยอร์ชลำหรูไปเรื่อยๆ แล้วแต่จะพอใจว่าจะขึ้นฝั่งที่ไหน โดยมีสาวใช้ส่วนตัวอย่างวีรนุชคอยรับใช้ และตอนนี้เขาขึ้นฝั่งมาพักบนเกาะส่วนตัว
เมื่อนึกถึงใบหน้าแดงก่ำด้วยโทสะของหญิงสาวแล้วชายหนุ่มก็ระบายยิ้มออกมาอย่างเสียไม่ได้ ไม่นึกเลยว่าโชคจะเข้าข้างเขาขนาดนี้ จู่ๆ ก็โยนแม่สาวตัวแสบที่ทำให้เขารู้สึกอับอายขายหน้าในคืนวันนั้นมาตกอยู่ในอาณัติ
“ยายแมงหวี่ตัวแสบ คอยดูเถอะฉันจะคิดบัญชีทบต้นทบดอกเลยทีเดียว”
เมื่อปีก่อนเขาไปเที่ยวคลับไฮโซสุดหรูแห่งหนึ่งกับเพื่อนนักธุรกิจ และที่นั่นเขาก็ได้เจอกับแม่สาวตัวเล็กแสนแสบนั่นมากับกลุ่มหญิงสาวสวยที่มารับ งานพิเศษ แน่นอนว่า งานพิเศษนี้เป็นอันรู้กันว่าเจ้าหล่อนต้องทำอะไรบ้าง เพื่อนๆ ของเขาต่างก็ควงคู่หญิงสาวสวยไปหาความสุขกันตามที่ปรารถนา แต่เขากลับได้ยายสาวตัวเล็กที่เมาแอ๋ตั้งแต่งานเริ่มมาแทน
ตอนนั้นเขาคิดว่านี่คงเป็นมิติใหม่ในการเอนเตอร์เทนลูกค้า แม่สาวสวยค่าตัวแพงหูดับกับสภาพที่เมาเละเทะ หน้าตาที่โบกเครื่องสำอางมาเสียหนาเตอะนั่นเลอะเทอะ จนมองไม่เห็นว่าใบหน้าที่แท้จริงของเธอนั้นเป็นอย่างไร นั่นไม่เท่าไหร่ แต่พอเขาพาเจ้าหล่อนขึ้นห้องที่จ่ายแพงแสนแพง เพื่อจะได้ระเริงสวาทให้หนำใจ จำต้องกลายเป็นช่วยแม่สาวที่เมาหัวราน้ำไม่ให้โดนพวกมารสังคมพาไปปู้ยี่ปู้ยำ เพราะคิดว่าเธออาจจะยังไม่บรรลุนิติภาวะ เพราะตัวเล็กเหมือนเด็กสาวเพิ่งโต
และนั่นล่ะ.. ด้วยความหวังดีของสุภาพบุรุษผู้ผดุงคุณธรรม วีรบุรุษช่วยสาวงาม แต่เหมือนทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป เจ้าหล่อนเมาและอาเจียนใส่เขาจนเปื้อนเปรอะไปหมด
เขาเรียกแม่บ้านของโรงแรมมาช่วยอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ เพราะเขาเองก็ไม่ได้มีเสื้อผ้ามาเปลี่ยนจึงให้แม่บ้านใส่เสื้อคลุมอาบน้ำให้เธอไปก่อน ซึ่งเขาก็เห็นดีด้วยเพราะตอนนั้นเขาเองก็คิดอะไรไม่ออกเช่นกัน เมื่อจัดการแม่ตัวปัญหาเสร็จแล้วเขาก็ปล่อยให้เจ้าหล่อนได้ครอบครองเตียงกว้างเพียงลำพัง และเขาก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะเสื้อผ้าของเขานั้นเปื้อนเปรอะจนไม่สามารถจะนำกลับมาใส่ได้อีก เขาเองก็สวมใส่เพียงเสื้อคลุมอาบน้ำของโรงแรมเช่นกันและคิดว่าจะโทร. ไปสั่งการให้เลขาส่วนตัวนำเสื้อผ้ามาให้หลังจากนี้ แต่ไม่นึกว่าพอเปิดประตูห้องน้ำออกมาเขาก็เจอเจ้าหล่อนจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวและเขาก็เสียท่าให้กับเธอ
วีรนุช แม่สาวแสบตัวเล็กนิดเดียว แต่จับเขามัดไว้กับเตียงอย่างแน่นหนา ด้วยข้อหาที่เจ้าหล่อนยัดเยียดให้เขา เธอกล่าวหาว่าเขาเป็นพวกชายโฉดล่อลวงเธอมาทำมิดีมิร้าย เขาพยายามจะอธิบายว่าเขาคือคนที่ช่วยเธอขึ้นมาจากคลับนั้น เพื่อไม่ให้เธอถูกคนไม่ดีพาไปปู้ยี่ปู้ยำ และเธอเมาแล้วอ้วกใส่เขาจนต้องอยู่ในสภาพนี้ แต่ดูเหมือนคนที่เพิ่งสร่างเมาจะคุยไม่รู้เรื่องทั้งยังไม่ยอมฟัง และยังใช้ลิปสติกทาตามหน้าตาเนื้อตัวของเขาเป็นข้อความว่า
ผมเป็นผู้ร้ายโรคจิต ผมมันคนเลว
แล้วก็ถ่ายคลิปไว้เพื่อเป็นหลักฐานอีกต่างหาก หลังจากฝากความอัปยศให้เขาแล้ว เจ้าหล่อนก็หนีไปพร้อมกับทรัพย์สินของเขา ที่เธออ้างว่าเป็นค่าเสียหายที่เขาได้ล่วงเกินเจ้าหล่อนไปเสียอีก
ใบหน้าเรียวนวลใสยามไร้เครื่องสำอางดูน่ารัก ราวกับเด็กสาวแรกรุ่น ตาโตๆ ใสๆ กับปากจิ้มลิ้ม ช่างเจรจาต่อว่าเขาฉอดๆ นั่นๆ ธีธัชจำได้ดีทีเดียว เสียทรัพย์ไม่เท่าไหร่ แต่เสียหน้า เสียเหลี่ยมให้สาวหน้าใสขี้เมา ที่ไม่ต่างจากงูเห่าที่เขาผู้เป็นชาวนาช่วยไว้นี่สิ มันเจ็บใจเสียนัก...
หลังจากวันนั้นเขาก็ตามสืบเรื่องราวของเจ้าหล่อนแต่ก็ไม่พบเบาะแสอะไรเลย และเธอก็ไม่ได้เป็นสาวๆ ในกลุ่มที่เพื่อนของเขาได้จ้างมาด้วย แค่หลงเข้ากลุ่มมาและเมาไม่รู้เรื่อง สาวๆ พวกนั้นก็จึงเลยตามเลย เพราะบังเอิญว่าคนขาดไปหนึ่งคน ก็เลยเนียนๆ ให้เจ้าหล่อนเข้ากลุ่มมาด้วย และกรรมมันก็มาตกอยู่ที่เขานี่เอง...
แต่ในที่สุด หลังจากที่เขาเลิกสนใจที่จะตามข่าวคราวของเจ้าหล่อน วีรนุชก็กลับมาปรากฏตัวที่บ้านของเขาเสียเอง
ธีธัชหัวเราะชอบใจอยู่คนเดียวเมื่อคิดแผนจะเอาคืนแม่ แมงหวี่ตัวแสบ ฉายาที่เขาตั้งให้วีรนุช ในใจ
“ฉันจะทำให้เธอร้องไห้ขี้มูกโป่งเลยล่ะ แม่ตัวแสบ”
“อาหารพร้อมแล้วค่ะคุณชาย” เสียงใสๆ ของคนที่เขากำลังนึกแผนกลั่นแกล้งดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มปรายตามองถาดอาหารที่เจ้าหล่อนนำมาให้ ก่อนจะกลั้นขำจนปวดแก้มแต่แสร้งทำหน้าตาดุดัน
“นี่เธอยังกล้าเรียกมันว่าอาหารอีกเหรอ..”
ธีธัชมองสิ่งที่อยู่ในจานที่มองออกนิดหน่อยว่ามันคือเม็ดข้าวสวยที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะกินได้ เพราะดูเม็ดข้าวเหมือนจะสุกบ้างไม่สุกบ้าง และสิ่งที่วางอยู่บนข้าวที่เคยสวยคือท่อนไม้หรืออะไรสักอย่างดำปี๋ ที่เรียกได้ว่าไหม้เกรียม
“ทำไมมันจะเรียกว่าอาหารไม่ได้ นี่คือข้าวหมูทอด”
คราวนี้เขาเงยหน้ามองใบหน้าของคนที่บอกว่ามันคือข้าวหมูทอดแล้วก็ต้องหัวเราะก๊ากออกมา อย่างไม่สามารถกลั้นความขบขันเอาไว้อีกต่อไป เพราะใบหน้านวลนั้นกระดำกระด่างเปรอะเปื้อนด้วยคราบฝุ่นดำ มันย่อง ทั้งมีคราบแป้งที่น่าจะเป็นแป้งทอดกรอบ และผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าก็มอมแมม ตอนนี้ไม่เหลือคราบแม่สาวตัวร้ายที่เคยอวดดีกับเขาเลยแม้แต่น้อย
“นี่คุณ อย่ามาดูถูกอาหารฝีมือฉันนะ นี่คืออาหารชนิดแรกที่คุณหนูวีวี่อย่างฉันทำด้วยตัวเอง เป็นบุญวาสนาท่วมหัวของคุณแล้วที่ได้กินมันน่ะ” หญิงสาวหน้าตึงเมื่อเขาเอาแต่หัวเราะ ดูถูกอาหารฝีมือของเธอ
“ถ้าเธอว่ามันคืออาหารอย่างแรกที่เธอทำด้วยตัวเอง งั้นเธอกินให้ฉันดูก่อนสิ ถ้าเธอกินได้ฉันก็กินได้”
คราวนี้วีรนุชอึกอักเพราะมองๆ แล้ว ไอ้สิ่งที่เธอเรียกมันว่าข้าวหมูทอดในจานนี่ เธอเองก็คงกินไม่ลงเหมือนกัน
“ใครจะไปกินลง ขืนกินเข้าไป มะเร็งถามหากันพอดี”
“แล้วเธอก็ยังยกมันมาให้ฉันกิน แผนสูงนะเธอนี่”
“ฉันก็ไม่คิดว่าคุณจะโง่กินมันหรอก”
หญิงสาวกอดอกเชิดหน้า ไม่ได้คำนึงถึงสถานะสาวใช้อันต่ำต้อยของตนแม้แต่น้อย ธีธัชไหวไหล่น้อยๆ แล้วลุกขึ้นเต็มความสูงเดินไปหยุดตรงหน้าสาวเจ้า ที่ก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวเงยหน้ามองเขาจนคอตั้ง
“ใช่.. ฉันไม่โง่ และคิดว่าเธอคงไม่โง่จนคิดแผนจะแกล้งฉันให้กินอะไรแบบนี้ใช่มั้ย”
“แน่นอน.. ใครจะกล้า” หญิงสาวเสียงสูงพลางหลบตาคมดูมีพิรุธ ธีธัชซ่อนยิ้มในหน้าแล้วบอกเธอเรียบๆ
“ฉันหิวมาก เธอรู้ใช่ไหม” วีรนุชพยักหน้าหงึกๆ ไม่สบตา จึงไม่ได้เห็นแววตาเจ้าเล่ห์ของเขา
“ดังนั้นเมื่อเธอบังอาจทำให้ฉันหิว เธอต้องรับผิดชอบ”
“อะไรกัน.. ท้องคุณกับท้องฉันก็คนละท้อง คุณหิวฉันต้องรับผิดชอบน้ำย่อยในกระเพาะคุณด้วยเหรอ”
คุณอาจจะชอบ





