ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Say U love me โซ่รักนารา

Say U love me โซ่รักนารา

โชคชะตาหรือความบังเอิญที่นำพาให้หญิงสาวธรรมดาได้มาพบกับ โซ่ นักดนตรีหนุ่มระดับซูเปอร์สตาร์ผู้เพียบพร้อมทั้งหน้าตาและฐานะที่สาวๆ ต่างคลั่งไคล้ แต่ความโชคดีกลับกลายเป็นความสับสน เมื่อเธอตื่นขึ้นมาบนเตียงของเขาด้วยความมึนตงโดยไม่รู้สาเหตุ ท่ามกลางความตระหนกที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มกลับยื่นข้อเสนอที่เย็นชาเพื่อปกปิดความลับนี้ โดยกำชับให้เธอลืมเรื่องราวในคืนนั้นไปเสีย แลกกับการที่เธอได้รับลายเซ็นของเขาไปครอบครองตามความปรารถนา
ตอน
แชร์

ตอน 1

“เฮ้อ”

“เป็นอะไรของมึงเนี่ย”

ปลาวาฬ หนึ่งในเพื่อนสนิทของฉันหันมาเอ่ยถามด้วยความสงสัย หลังจากที่มันได้ยินเสียงถอนหายใจของฉันเมื่อกี้

“กูหิว”

ฉันพึมพำตอบกลับไป และคำตอบของฉันทันก็ทำให้อีปลาวาฬมองหน้าฉันมาด้วยสายตาเอือมระอาทันที เพราะฉันเป็นพวกประเภทที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการกิน เพราะนอกจากเรื่องกินแล้วในหัวของฉันมันก็ไม่มีเรื่องอื่นให้คิดอีกเลย อ่อ ลืมแนะนำตัวเองไปซะสนิท นารา คือชื่อของฉัน ส่วนชะนีที่ฉันพูดด้วยเมื่อกี้ก็คือเพื่อนสนิทของฉันเอง แต่ตอนนี้นอกจากพวกฉันสองคนยังมีอีกัสตุ๊ดที่ชอบทำตัวน่าหมั่นไส้และอีชีต้าร์ชะนีติดผัวนั่งรวมอยู่ด้วย

ซึ่งตอนนี้พวกฉันกำลังนั่งรอเวลาเลิกเรียนกันอยู่น่ะ เพราะก่อนหน้านี้อาจารย์ประจำวิชาได้สั่งงานให้พวกฉันนั่งทำในคาบเรียนไปพลางๆ ในระหว่างที่อาจารย์ออกไปประชุมด่วน และตอนนี้ฉันก็ทำงานที่ว่านั่นเสร็จแล้วด้วย แต่จะลุกออกไปจากห้องเลยก็ไม่ได้ เพราะต้องรอส่งงานท้ายคาบพร้อมกับรอเช็กชื่อกับอาจารย์อีกที เพราะอย่างนั้นฉันเลยต้องมานั่งถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่ายอย่างที่เห็นนี่แหละ นอกจากฉันจะเบื่อแล้ว ตอนนี้ฉันก็เริ่มหิวแล้วด้วย เฮ้อ ฉันหิวจนแทบจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้วเนี่ย เมื่อไหร่อาจารย์จะประชุมเสร็จเนี่ย

“นอกจากเรื่องกิน มึงเคยคิดถึงเรื่องอื่นบ้างไหมวะอีนารา”

ก็เพราะว่าฉันชอบกินนี่น่า จะให้นึกถึงเรื่องอื่นนอกจากเรื่องอาหารละก็ ฉันนึกไม่ออกหรอก เพราะหัวสมองที่แสนว่าเปล่าของฉันมันได้อุทิศให้กับเรื่องอาหารการกินไปหมดแล้ว อ่อ ฉันบอกไปหรือยังนะว่าตอนนี้พวกฉันเรียนอยู่ชั้นปีที่สี่แล้ว ใช่ ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่พวกฉันจะอยู่ในชุดนักศึกษากันยังไงล่ะ จะว่าไปเวลามันผ่านไปเร็วเหมือนกันนะเผลอแป๊บเดียวฉันก็จะเรียนจบแล้ว เฮ้อ ฉันรู้สึกว่าฉันยังใช้ชีวิตในรั้วมหาลัยไม่คุ้มเลย เพราะยังเหลือโรงอาหารอีกตั้งหลายคณะที่ฉันยังไม่มีโอกาสได้ไปบุก สงสัยฉันคงต้องเร่งมือเก็บแต้มแล้วล่ะ

“ไม่อะ”

“เฮ้อ ยอมใจมึงจริงๆ”

“วันนี้แวะไปกินข้าวที่ตึกคณะแพทย์ดีไหม กูได้ยินข่าวว่าที่นั่นมีร้านข้าวแกงอร่อยๆ อยู่ด้วย”

“ทำไมต้องถ่อไปกินไกลถึงคณะแพทย์ด้วยวะ ข้าวมันก็เหมือนๆ กันไม่ใช่เหรอ โรงอาหารใต้ตึกคณะเราก็มีร้านข้าวอร่อยๆ เปิดอยู่ตั้งเยอะ”

“ก็กูเบื่อร้านข้าวแถวนี้แล้วอะ และอีกอย่างกูยังไม่เคยไปลองกินข้าวที่นั่นเลย พากูไปกินสักครั้งเถอะนะ”

เรื่องอื่นฉันยอมได้ แต่เรื่องกินฉันพลาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะฉะนั้นต่อให้ฉันต้องลงไปนั่งคุกเข่าอ้อนวอนฉันก็จะทำ

“เฮ้อ ให้ตายสิ เออๆ ไปก็ไป”

“เยส”

ฉันอมยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจทันทีหลังจากที่อีปลาวาฬมันรับปากว่าจะพาฉันไปกินข้าวที่ตึกคณะแพทย์ อ่า อยากรู้จังว่ามันจะอร่อยอย่างที่ฉันได้ยืนข่าวลือมาหรือเปล่า อืม ฉันจะเลือกกินอะไรดีนะ แค่คิดก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแล้วสิ

(สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ เปิดประเด็นข่าวแซ่บ รายการที่จะพาคุณผู้ชมมานั่งเม้าท์ เกี่ยวกับข่าวสารในวงการบันเทิงต่างๆ ด้วยประเด็นสุดฮอต และเผ็ดร้อนในทุกกระแสข่าว และในวันนี้แขกรับเชิญที่ได้มาเยี่ยมชมรายการของเราก็คือวงดนตรีสุดฮอตที่กุมหัวใจหญิงสาวเกือบทั่วทั้งประเทศ ขอต้อนรับสมาชิกวง ไดอาโทนิค (Diatonic) ค่ะ)

แต่ในระหว่างที่ฉันกำลังนึกถึงเมนูอาหารที่ฉันจะกินหลังจากที่เลิกเรียนอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงพูดของใครคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมา และที่มาของเสียงดังกล่าวมันก็ดังมาจากโทรศัพท์ที่อยู่ในมือของอีกัสนั่นเอง อีกัสมันกำลังดูอะไรของมันอยู่กันนะ เล่นเปิดซะเสียงดังขนาดนั้นมันจงใจเรียกร้องความสนใจให้ตัวเองอยู่หรือไง และแน่นอนว่ามันได้ผล เพราะตอนนี้มันสามารถดึงความสนใจจากฉันไปได้แล้วหนึ่งคน

(สวัสดีครับพวกเราวงไดอาโทนิคครับ)

“อ๊าย หล่อมากเลยทูลหัวของบ่าว”

เสียงของอีกัสกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นมาเมื่อมีเสียงผู้ชายมากกว่าหนึ่งคนดังออกมาจากโทรศัพท์ของมัน มันเลยทำให้ฉันชะโงกหน้าไปดูที่หน้าจอโทรศัพท์ของอีกัสด้วยความสนใจก็เห็นว่าตอนนี้อีกัสมันกำลังนั่งดูรายการบันเทิงรายการหนึ่งอยู่

“ใครวะ”

ฉันเอ่ยถามมันออกไปด้วยความสงสัยเพราะผู้ชายที่เป็นแขกรับเชิญในรายการที่อีกัสกำลังดูอยู่ตอนนี้มันดูคุ้นหน้าคุ้นตายังไงก็ไม่รู้สิ เหมือนฉันเคยเห็นแต่จำไม่ได้ว่าเคยเห็นจากที่ไหน

“พวกพี่ๆ วงไดอาโทนิคไง”

“อ่อ วงนี้นี่เอง”

วงไดอาโทนิค เป็นวงดนตรีที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นพวกประเภทที่ไม่สนใจเรื่องอื่นนอกจากเรื่องกิน แต่ฉันก็เคยเห็นผลงานของพวกเขาผ่านหูผ่านตามาบ้างเพราะวงนี้ค่อนข้างมีชื่อเสียงมานานแล้ว และอีกัสเพื่อนของฉันคนนี้ก็เป็นแฟนคลับตัวยงของพวกเขาด้วย ฉันจึงได้ยินอีกัสมันพูดถึงบ่อยๆ ก็ว่าทำไมเมื่อกี้ฉันถึงได้รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาพวกเขา

“มึงอย่าพึ่งมารบกวนเวลาเสพความสุขของกูตอนนี้เด็ดขาด กูกำลังตั้งใจดูสุดหล่อของกูอยู่ เข้าใจไหม”

อีกัสเอ่ยกับฉันเพียงแค่นั้นก่อนที่มันจะหันไปเพ่งความสนใจที่หน้าจอโทรศัพท์ของมันต่อ ส่วนฉันนั้นก็ทำได้แค่มองหน้าอีกัสด้วยสายตาเอือมระอาเพราะเพื่อนของฉันคนนี้ไม่เคยสนใจเรื่องอื่นเลยนอกจากเรื่องผู้ชาย เรียกง่ายๆ ก็คือ อีกัสมันบ้าผู้ชายน่ะ ยิ่งเฉพาะผู้ชายหล่อๆ มันยิ่งบ้าจนแทบคลั่งเลยล่ะ

(ยินดีด้วยนะคะสำหรับเพลงใหม่ที่พึ่งปล่อยออกมา เรียกได้ว่ากระแสตอบรับค่อนข้างดีกันเลยทีเดียว รู้สึกยังไงบ้างคะกับกระแสตอบรับในครั้งนี้)

(ตอนแรกก็รู้สึกกังวลมากครับ เพราะเพลงที่พวกเราพึ่งปล่อยออกมานั้นถือว่าเป็นแนวเพลงใหม่ที่วงของพวกเราไม่เคยทำมาก่อน แต่กระแสตอบรับออกมาดีกว่าที่คาดไว้แบบนี้ พวกผมดีใจมากเลยครับ)

(เพลงเพราะมากเลยค่ะ ดิฉันเปิดฟังวันละสิบรอบเลย)

(ขอบคุณครับ)

(เอ่อ..จะว่าไปดิฉันได้ยินมาว่าเพลงที่พึ่งปล่อยออกมาครั้งนี้คุณโซ่เป็นคนแต่งเนื้อร้องและทำนองเองใช่ไหมคะ และแนวเพลงก็เป็นเพลงรักแบบนี้ไม่ทราบว่าคุณโซ่ได้แรงบันดาลใจมาจากเหรอคะ)

(จู่ๆ มันก็ผุดขึ้นมาในหัวครับ)

(ดิฉันนึกว่าคุณโซ่แต่งออกมาจากชีวิตจริงซะอีก เล่นเอาซะดิฉันอินไปกับเพลงเลยค่ะ อ่อ คุณโซ่มีความคิดเห็นยังไงบ้างคะที่น้องพิมนางเอกเอ็มวีเพลงใหม่ของวงไดอาโทนิคให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าคุณโซ่เป็นผู้ชายที่ตรงตามสเปกของเธอ)

(เธอไม่ใช่คนแรกที่บอกแบบนี้ครับ เพราะแฟนคลับผมเกือบครึ่งหนึ่งก็เคยบอกไว้แบบนี้เหมือนกัน)

ฉันถึงกับเบะปากของตัวเองด้วยความรู้สึกหมั่นไส้กับความมั่นใจของคนที่พูดประโยคเมื่อกี้ขึ้นมาทันที ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้สนใจกับสิ่งที่อีกัสกำลังดูอยู่ตอนนี้ก็เถอะ แต่มันเล่นซะเปิดเสียงดังแบบนั้นมันเลยเลี่ยงไม่ได้ที่ฉันจะได้ยิน

(แหม่ คุณโซ่เล่นพูดออกมาแบบนี้น้องพิมได้ยินคงเสียใจแย่เลยนะคะ)

(เราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันครับ เธอคงไม่เสียใจกับเรื่องแค่นี้หรอกครับ)

(ฮ่าๆ ค่ะ เอ่อ..ถ้าอย่างนั้นสุดท้ายนี้อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ ทางบ้านบ้างคะ)

(พวกเราวงไดอาโทนิคขอฝากผลงานเพลงใหม่และคอนเสิร์ตที่กำลังจะจัดขึ้นเร็วๆ นี้ด้วยนะครับ แล้วเจอกันครับ)

(ค่ะ สุดท้ายนี้ขอบคุณวงไดอาโทนิคที่มาเป็นแขกรับเชิญในวันนี้นะคะ แล้วเจอกันใหม่อาทิตย์หน้าค่ะ)

“พี่โซ่โซแบดมากเลย สมน้ำหน้าอีนังน้องพิม โดนแหกหน้ากลางรายการเลยไหมล่ะ”

ฉันไม่เข้าใจอีกัสเลยจริงๆ จากที่ฉันฟังบทสัมภาษณ์เมื่อกี้ฉันว่าผู้ชายที่ชื่อว่าโซ่อะไรนั่นเป็นผู้ชายที่นิสัยเสียเอามากๆ เลยนะ เพราะคนดีๆ ที่ไหนเขาจะให้สัมภาษณ์แบบนั้นกันละ ต่อให้เขาดังมาจากไหนก็เถอะ แต่เขาจะน่าพูดรักษาน้ำใจคนอื่นบ้าง ไม่ใช่พูดไม่ถนอมน้ำใจคนอื่นไปแบบนั้น เฮ้อ ผู้ชายที่มีความมั่นใจแบบผิดๆ แบบนี้ฉันละเกลียดที่สุดเลย

“มึงชอบไปได้ไง ผู้ชายนิสัยแบบนั้น”

“ก็พี่เขาหล่อ”

เออเนอะ ฉันลืมไปซะสนิทว่าเพื่อนฉันมันไม่สนใจอะไรนอกจากความหล่อของผู้ชาย

“ว่าแต่ช่วงนี้มึงว่างไหมอีนารา”

“ถามทำไม”

“กูจะชวนมึงไปดูคอนเสิร์ตวงไดอาโซนิคเป็นเพื่อนกู”

หืม แล้วทำไมมันต้องชวนฉันด้วย

“ทำไมต้องเป็นกู”

“ก็ชะนีคนอื่นติดผัวหมดยกเว้นมึงคนเดียวที่ยังโสดแถมยังทำตัวว่างอีก กูถึงได้เลือกมึงยังไงล่ะ”

อ้าว ฉันโสดฉันว่างแล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่ฉันต้องไปคอนเสิร์ตเป็นเพื่อนมันด้วยเนี่ย ไม่เอาหรอก ฉันไม่ไป

“กูไม่ไป มึงไปคนเดียวเถอะ”

ฉันปฏิเสธมันไปแบบไร้เยื่อใยเพราะไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่ไปคอนเสิร์ตบ้าๆ นั่นกับมันเด็ดขาด ให้ตายยังไงก็ไม่ไป

“กูเลี้ยงเค้กหน้ามออาทิตย์หนึ่ง”

หือ เค้กเหรอ

“มึงไม่สนใจข้อเสนอกูสักนิดเหรออีนารา”

“...”

“อาทิตย์หนึ่งเลยนะที่มึงจะได้กินเค้กฟรีๆ แบบไม่เสียตัง”

“วันไหน”

“พรุ่งนี้”

“ดิล”

“ให้มันได้อย่างนี้สิวะ เพื่อนรัก”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป
8.3
ตลอดสามปีในฐานะภรรยาผู้ถูกตราหน้าว่าอัปลักษณ์ เจียงซิงซิงยอมทนความเย็นชาจากคุณชายเซียวแห่งเมืองบีเพื่อความรัก จนกระทั่งความจริงปรากฏว่าเธอเป็นเพียงเครื่องมือช่วยชีวิตคนรักของเขา เธอจึงตัดสินใจหย่าขาดเพื่อกู้ศักดิ์ศรีคืนมา สามปีต่อมาเธอกลับมาในฐานะศัลยแพทย์และนักเปียโนผู้สง่างามจนอดีตสามีที่เคยเมินเฉยต้องอ้อนวอนขอโอกาสท่ามกลางสายฝนเพื่อรั้งเธอไว้ไม่ให้จากไปอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ลูกสาวตัวจริงเป็นสัตว์เลี้ยงกลุ่มปลอม
9.3
เหวินชูอี้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในฐานะลูกสาวที่ทุกคนเกรงใจ โดยมีฟู่ซีโจวสามีที่เป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งและเหวินหลินพี่ชายคอยเอาใจและปกป้องผลประโยชน์ให้เสมอ แม้เหวินเหนียนพี่สาวบุญธรรมจะเตือนให้เธอหัดพึ่งพาตัวเองแต่เธอกลับไม่สนใจ ทว่าโลกของเธอก็พังทลายเมื่อพี่สาวถูกทำร้ายจนโคม่า แต่สามีและพี่ชายที่เธอไว้ใจกลับเลือกช่วยชีวิตฆาตกรแทนที่จะช่วยคนในครอบครัว โดยอ้างบุญคุณในอดีตที่พวกเขามีต่อคนร้ายอย่างเลือดเย็น ทิ้งให้เธอเผชิญความสิ้นหวังในความรักที่เคยเชื่อมั่นมาตลอด
หน้าปกนวนิยาย รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก
9.2
นารา หญิงสาววัยยี่สิบปีผู้ซ่อนความบอบช้ำจากการหย่าร้างของพ่อแม่ไว้ใต้รอยยิ้มสดใส เพื่อเป็นเสาหลักให้แม่และส่งน้องชายเรียนหมอ เธอจึงมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ไปหาป้าเพื่อหางานทำ จนได้พบกับภูตะวัน พ่อเลี้ยงเจ้าของไร่องุ่นและโรงงานไวน์วัยสามสิบห้าปี ผู้ครองตัวเป็นโสดและปิดตายหัวใจจากความผิดหวังในอดีตที่ถูกคนรักเก่านอกใจ ทว่าการปรากฏตัวของสาวน้อยมองโลกในแง่ดีคนนี้ กำลังจะทำให้ชีวิตที่แสนเย็นชาของนักธุรกิจหนุ่มกลับมาวุ่นวายและมีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย คู่มือโต้กลับ ฉบับหมอเศรษฐี
8.2
หลินเทียนต้องกลายเป็นคนพิการเพียงเพราะปกป้องคนรัก แต่เขากลับถูกเธอและเพื่อนสนิทหักหลังอย่างเลือดเย็น ในช่วงเวลาที่มืดแปดด้าน เขาได้พบกับหลิวอีเตา หมอเทวดาในตำนานที่มารับเขาเป็นศิษย์พร้อมมอบมรดกมหาศาลให้ครอบครอง ชะตาชีวิตของหลินเทียนจึงพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขากลายเป็นยอดหมอผู้ร่ำรวยที่พร้อมจะโต้กลับทุกคนที่เคยทำร้าย และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตในฐานะผู้เหนือกว่าอย่างเต็มตัว
หน้าปกนวนิยาย เมื่อความรักแวะมาทักทาย
9.7
หลังเผชิญวิกฤตหนี้สินก้อนโตและถูกคนรักทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย วันวาดจึงสร้างกำแพงแก้วขึ้นมาปิดกั้นหัวใจเพื่อป้องกันความเจ็บช้ำ ทว่าชีวิตที่หม่นแสงของเธอกลับเปลี่ยนไปเมื่อได้พบกับ มกรา มหาเศรษฐีหนุ่มผู้เพียบพร้อม เขาเข้ามาพังทลายปราการที่เธอสร้างไว้ด้วยความจริงใจและกลายเป็นแสงสว่างนำทางชีวิตที่เคยมืดมน มกรามอบทั้งความอบอุ่นและความมั่นคงให้เธออย่างที่ไม่เคยได้รับจากใคร จนวันวาดเริ่มยอมเปิดใจให้ความรักครั้งใหม่ที่แสนล้ำค่านี้อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย คุณเลขาในความลับ
9.2
โชคชะตาหรือความซวยกันแน่ที่ทำให้ อังเดร เบอร์นาร์ด หนุ่มลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ต้องมารับตำแหน่งเลขาฯ คนที่แปดให้แก่ทายาทสาวเพียงคนเดียวของตระกูลดังอย่างคุณหญิงวริศรา เธอคือไฮโซสาวผู้ร่ำรวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้านายจอมจู้จี้และมีข้อกำหนดมากมายในการทำงาน หน้าที่ครั้งนี้จึงกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของเลขาฯ หนุ่มที่ต้องรับมือกับความเรื่องเยอะของเจ้านายสาวผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงสังคมไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้