
พิษแค้นเสน่หาวาเลนไทน์
ตอน 2
เกลียวลินินยิ้มหวาน ทำไมหล่อนจะไม่รู้ ยินยอมรับช่อดอกไม้จากมือเขา ด้วยกิริยาที่แสนขวยเขิน
“ขอบคุณมากค่ะภิญ ขอบคุณกับความรู้สึกที่ภิญคิดอย่างนั้นตลอดมา ไม่เคยเปลี่ยน”
หล่อนเอ่ยตอบเบาหลังจากรับช่อดอกไม้ที่มีความหมายของความรักไว้ในอ้อมแขนของหล่อน
“ก็ภิญชอบ เอ้อ รักเกลียวนี่จ้ะ ภิญอยากได้หัวใจของเกลียวมาครอบครอง” เขาเอ่ยในคำพูดที่หวานหู
“อยากให้เกลียวเอ่ยบอกถึงความรู้สึกสักหน่อย..ว่ารู้สึกอย่างไรกับดอกกุหลาบช่อใหญ่ที่ภิญคนนี้มอบให้”
และเกลียวลินินตอบไปตามความรู้สึกนึกคิดของตนเอง ซึ่งแบบนั้นมันช่างผิดไปจากการคาดหวังของเขายิ่งนัก เพราะภิญตรัยอยากให้หล่อนพูดหวานกว่านั้น ทั้งไม่ปฏิเสธเขาเลยยิ่งดี
แต่หากว่าเกลียวลินินเป็นตัวของตัวเองเหลือเกิน หล่อนไม่ได้โอนอ่อนผ่อนตามเขาในทุกอย่าง ถึงแม้จะได้ขึ้นชื่อว่า เป็นคู่รักกันก็ตาม
“ค่ะ ในความคิดของเกลียวนั้น มักจะรู้สึกว่าดอกกุหลาบช่อนี้มันราคาแพงเกินไปค่ะถ้าจะซื้อแบบเล่นๆเหมือนทิ้งขว้าง แต่ถ้าเป็นเกลียวนะคะ จะเก็บสะสมเพื่อเอาไว้ซื้อข้าวของอย่างอื่น ที่จำเป็นมากกว่า ”
เพราะหล่อนเห็นค่าของเงินตราที่หามาได้ยากนั่นไง จึงคิดแบบนี้
ภิญตรัยนิ่งอึ้งกับคำพูดของหล่อน เพราะฐานะของหล่อนและเขาต่างกันราวฟ้ากับดินเขาร่ำรวยหากแต่หล่อนยากจน เป็นลูกสาวของชาวนาจากชนบท
แต่ภิญตรัยไม่เคยคิดว่า สิ่งนี้จะเป็นอุปสรรคคอยขัดขวางความรักของเขาและหล่อน ตราบใดที่หัวใจทั้งสองดวงเกี่ยวก้อยไปด้วยกัน เห็นพ้องต้องกัน ภิญตรัยแน่วแน่ในสิ่งนี้ต่างหาก
เขาไม่เคยทำอะไรที่นอกใจหล่อน ทำอะไรที่ขัดหูขัดตาหรือในทางเลวร้าย ทำให้เกลียวลินินยินยอมเชื่อมั่นในไมตรีของเขาเช่นเดียวกัน
แต่ก็ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งหล่อนไม่กล้าไปรบกวนเขามาก นั่นเพราะความรู้สึกเกรงใจที่มีอยู่ในตัวของหล่อน
แม้ภิญตรัยจะใจป้ำใจกว้างไม่คิดในสิ่งนี้ก็ตาม เนื่องจากเขาเกิดมาเหมือนกับคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดด้วยนั่นเอง จึงคิดแบบนี้
เพราะทุกคนในครอบครัวพากันตามใจเขาทุกอย่าง ในฐานะบุตรชายคนเล็ก ที่บิดาและมารดาห่วงหวงเขา และเอ็นดู ประดุจไข่ในหินมิปานเลยทีเดียว
“โธ่ ..เกลียว อย่าคิดอย่างนั้นสิจ้ะ ภิญแค่อยากให้เกลียวยอมรับ และรับรู้ในความรักของเราทั้งสองคน”
หล่อนก็รับรู้ในความรักของเขาเช่นกัน
“ค่ะเกลียวรับรู้”
“แต่อย่าคิดอะไรมากมายเกินไปจะได้ไหม”
เขาเหมือนตำหนิหล่อนคงหาว่าหล่อนเรื่องมาก ก็ตามแต่ความคิดของเขาแล้วกัน
“เพราะว่าความรักของคุณมันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดกับ ชีวิตของผมมากเลยนะ.. รู้ไหมจ้ะ เกลียวจ๋า และผมไม่รู้สึกเสียดายหรอก กับเงินที่เสียใจ เป็นความพอใจของผมมากกว่า”
ภิญตรัยก็พูดอย่างนั้นได้นี่ เพราะเขามีเงินทองใช้เหลือเฟือ และใช้อย่างมือเติบ ค่อนไปทางสุรุ่ยสุร่ายด้วยก็เห็นจะได้ เพราะหล่อนเองก็เห็นกับตา
ผิดไปจากหล่อนที่ค่อนข้างกระเหม็ดกระเหม่จะใช้เงินแต่ละบาทแต่ละสตางค์ต้องให้คุ้มค่า
แม้หล่อนจะประหยัดในการใช้เงินก็ตาม แต่ค่าครองชีพปัจจุบันใจกลางเมืองหลวงสูงยิ่งนัก บางทีเงินเดือนไม่พอใช้ด้วยซ้ำ
ต้องหาหยิบยืมเอาจากเพื่อนทำงานแบบเดือนชนเดือน แต่หล่อนต้องสู้อุตสาหะเพราะมีเป้าหมายและทิศทางของอนาคต
คือให้เรียนจบในระดับมหาวิทยาลัย จะได้ออกไปทำงานที่เงินเดือนสูง ตามวุฒิการศึกษาระดับปัญญาชน ที่ตลาดแรงงานต้องการ
หล่อนวาดหวังเพียงเท่านี้ ไม่ได้วาดหวังมากมายสูงเกินเอื้อม
แต่นี่คือชีวิตของหล่อนจริงๆ ลูกสาวชาวนาคนหนึ่ง ที่ดิ้นรนใฝ่ฝันในเรื่องการศึกษาเพื่อต่อยอดให้กับอนาคตของตัวเองและครอบครัว กินดีอยู่ดีไม่อดอยากก็เพียงพอ
“จ้ะ เกลียวจ๋า อย่าไปคิดมากเลย เพราะวันนี้คืนนี้เป็นคืนวันที่คนทั้งโลกเขาบอกรักแฟนเค้าทั้งนั้นแหละจ้ะ”
หล่อนเข้าใจในคำพูดของเขา แต่อดแย้งเขาไม่ได้อยู่ดี
“เกลียวเข้าใจค่ะ แต่ก็เสียดายตังค์”
“โธ่ เกลียวจ๋า อย่าพูดแบบนี้สิจะ ภิญไม่อยากให้พูด”
“ทำไมคะ ภิญตรัย เพราะระหว่างเกลียวกับคุณนั้น ฐานะเราแตกต่างกันมาก เกลียวนั้นไม่ใจกว้างพอที่จะใช้เงินแบบสุรุ่ยสุร่าย ถึงเป็นอย่างนี้ก็ตามเถอะค่ะตอนนี้เกลียวก็แทบจะไม่มีเงินเก็บ”
เขาเข้าใจความรู้สึกของหล่อนจึงนิ่งมากกว่าเถียง หล่อนกำลังเล่าปัญหาส่วนตัวของหล่อนให้เขาฟัง
แม้เกลียวลินินจะไม่ค่อยบอกเรื่องแบบนี้กับเขาเป็นการส่วนตัว หล่อนมักจะเลี่ยงไม่พูดตรงๆ นั่นเพราะคิดว่า ถึงอย่างไรภิญตรัยก็ยังเป็นแค่แฟนหนุ่ม
เขาไม่ได้เป็นอย่างอื่น ในฐานะพิเศษที่หล่อนจะพึ่งพิงเขาได้ เช่นฐานะสามี
แค่คิดเหลียวลินินก็ไม่อยากจะอาจเอื้อม
และภิญตรัยไม่เคยรับรู้เรื่องนี้ ในใจของหล่อน
เพราะว่าเกลียวลินินไม่เคยปริปากบอกเขาในเรื่องนี้ ให้เขาได้ยินๆได้ฟัง และช่วยติดตามแก้ปัญหาให้หล่อน
แม้เขาจะเอ่ยถามเพราะความรักและความเห็น
แต่เกลียวลินินก็ปากแข็ง ดื้อดึงกับเขา
แม้ในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัวก็ตาม ถึงแม้จะอัตคัดเพียงใด บางครั้งข้าวไม่ตกลงถึงกระเพาะของหล่อน หล่อนก็ยังฝืนยิ้มทำหน้าชื่นตาบานบอกเขา ว่าหล่อนทานข้าวมาเรียบร้อยแล้ว
นี่คือการอดทนของหล่อน และหล่อนอดทนอย่างมาก ไม่เคยใช้วิธีต่ำทรามเหมือนนักศึกษาบางคนที่เป็นเพื่อนในมหาวิทยาลัย ชักชวนให้หล่อนทำงานกลางคืน
คุณอาจจะชอบ





