
พิษแค้นเสน่หาวาเลนไทน์
ตอน 3
ตามผับบาร์และบาร์ แต่งกายนุ่งน้อยห่มน้อย ให้แขกสัมผัสและแตะต้องตัวได้ แต่เกลียวลินินไม่เคยเลือกอย่างนั้น เพราะหล่อนคิดว่าต่ำทรามในความรู้สึกและศีลธรรม
“คุณพูดได้เสมอค่ะภิญตรัยเพราะคุณไม่เคยรู้จักรสชาติความลำบากว่ามันเป็นยังไงทรมานมากแค่ไหน”
เกลียวลินินเพียงแต่อยากให้เขาเห็นภาพคร่าวๆ
และภิญตรัยก็ยอมรับออกมาจริงๆว่า ภาพและรสชาติแบบนั้นตั้งแต่เกิดมาลืมตาดูโลก เขาไม่เคยสัมผัสเลยจริง
เพราะบิดาและมารดาเลี้ยงดูรักใคร่ประคบประงม เหมือนริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยสักนิด
ภิญตรัยจึงชินกับความสุขสบายตลอดเวลา
เขายอมรับในคำพูดของหล่อน
“ภิญยอมรับว่าภิญไม่เคยรู้จักรสชาติของความลำบาก”
“ไม่แปลกหรอกค่ะภิญตรัยเพราะคุณเกิดมามีความพร้อมทุกอย่างแล้ว แต่อยากให้คุณมองดูโลกนี้บ้าง อีกทางหนึ่งเหลียวแลมองคนอีกฟากที่เขาดิ้นรนต่อสู้ไม่ได้สุขสบายเหมือนคุณ”
หล่อนเพียงต้องการจะบอกกล่าวชีวิตของหล่อนให้เขาฟังเท่านั้น เป็นคำพูดที่ซ่อนแฝง ไม่ได้ระบุชื่อตัวตนออกมา
แต่เขาก็คงสามารถเดาได้ว่า นั่นมันเป็นชีวิตของหล่อนทั้งนั้น
“ชีวิตของเกลียวใช่ไหม”
เขาเดาถูก หล่อนก็เพียงแต่พยักหน้าให้กับเขาเท่านั้น
พากันนิ่งคุยนานมาก หล่อนอยากจะกลับบ้านแล้ว
เพราะสิ่งที่ภิญตรัยต้องการนั้น ถือว่าหล่อนก็ตอบรับเขาไปแล้ว ดอกกุหลาบที่ราคาแสนแพง
แต่มันใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลยในความคิดของหล่อน คงต้องปล่อยทิ้งไว้กับแจกันให้มันเหี่ยวแห้งจนสนิทเหมือนเมื่อปีก่อน
ที่ภิญตรัยซื้อให้หล่อน อย่างไม่รู้สึกเสียดมเสียดายเงินตราสักนิด อย่างว่าล่ะนะ คนเกิดมารวยเขามีพร้อมกับสรรพสิ่งทุกอย่าง ไม่ต้องไขว่คว้าและดิ้นรนเหมือนหล่อน
นึกๆไปแล้วก็อดแอบอิจฉาเขาไม่ได้
แต่หล่อนต้องมามองถึงชีวิตจริงด้วย ที่หล่อนไม่มีแบบนั้น นั่นล่ะเกลียวลินินจึงคิดได้ ไม่อยากใฝ่ฝันและคว้าไขว่กับวิมานกลางอากาศ ที่จะไม่มีวันเกิดขึ้นตามความจริง
“กลับกันเถอะค่ะ”
หล่อนรบเร้าเขาอีกแล้ว เพราะใช้เวลาไปนานแล้วพอสมควรจน
ภิญตรัยอิ่มเอมใจแต่ว่า มันยังไม่หนำใจเขา เขาต้องการอีก อยากจะพาหล่อนไปท่องเที่ยว ทานอาหาร แต่คำพูดของเกลียวลินิน ทำให้เขานึกเปลี่ยนใจ เพราะเข้าใจว่า หล่อนต้องการพักผ่อน
เพราะทำงานหนักและเพลียแทบจะทั้งวัน
“จ้ะเดี๋ยวผมจะไปส่ง”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ เกลียวว่าจะกลับไปเอง”
“นั่งรถเมล์นะเหรอ ไม่เอา ให้ผมไปส่ง อันตรายออกผมไม่ไว้ใจใครทั้งนั้นนะเกลียว”
ทุกครั้งที่เลิกงานนั้น หากไม่มีเขาอาสามาส่ง หล่อนก็นั่งรถเมล์กลับตามลำพังอยู่แล้ว เป็นปกติ ไม่ยุ่งยากใจอะไร เพราะนี่เป็นกิจวัตรประจำก็ว่าได้
“ขึ้นรถเถอะ ผมจะไปส่งเดี๋ยวนี้ ผมไม่ยอมให้เกลียวนั่งรถเมล์กลับหรอกคืนนี้ นะจ้ะ”
คำพูดที่อ่อนโยนสุภาพของเขา ทำให้หล่อนพยักหน้า
หล่อนปฏิเสธเขาไม่ได้
และภิญตรัยจะไม่ยอม เขาเป็นคนขี้น้อยใจไม่เบาด้วยเช่นกัน
ระหว่างที่นั่งรถกับเขาหล่อนนั่งเงียบ ภิญตรัยพูดขึ้นบ้าง หลายคำ หล่อนก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง
สนุกสนานเพลิดเพลินดีกับเขา ที่ภิญตรัยมีความสุขอย่างมากในสีหน้า
จนกระทั่งว่ารถคันหรูแล่นขับมาหยุดจอดหน้าหอพักสตรีที่หล่อนพักอาศัยอยู่ แล้วเขาหยุดจอดให้หล่อนลง
“เดี๋ยวสิจ้ะเกลียว” เขาบอกเหมือนให้หล่อนรั้งรอเขาก่อน
“ทำไมหรือคะ”
“จู่ๆจะรีบขึ้นไปเลยหรือ ภิญมาถึงนี่แล้ว”
“อ้าว ก็ถึงหอพักแล้วนี่คะ”
“แต่ว่า เกลียวจ๋า ภิญอยากอยู่ใกล้เกลียวให้นานๆที่สุด”
คำพูดของเขาหวานสุภาพอ่อนโยนเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
“ไว้โอกาสหน้าเถอะค่ะ”
หล่อนคิดว่า เขาคงจะหมายความว่า ขอขึ้นไปส่งหล่อนถึงข้างบนหอพัก และอาจจะอยู่คุยธุระต่อสักพัก
“เกลียวไม่อนุญาตใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ” หล่อนตอบเขากลับไป
“เห็นว่าดึกแล้วภิญเองก็ควรกลับส่วนเกลียวเหนียวตัวจะแย่แล้วค่ะขอเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะอาบน้ำนอนเลย”
หล่อนบอกกับเขาเสียงใส
ซึ่งเขาเข้าใจพยักหน้า
แต่จะว่าไปในวันนี้เขาได้อยู่กับหล่อนนานหลายชั่วโมง ความรักที่หวานชื่นเติมแต่งให้แก่กันและกันนานพอสมควร
เขาจึงเงยหน้าที่สาดแสงไฟจนเห็นชัดถึงใบหน้าหล่อเหลาผิวขาวจัดคมคายและดูเกลี้ยงเกลา มีโครงใบหน้าเรียวยาว ดูแล้วเป็นผู้ชายที่เจ้าเสน่ห์
ซึ่งในส่วนนี้เกลียวลินินยอมรับอย่างดิบดี ว่ามันใช่
“ราตรีสวัสดิ์นะจ้ะแล้วเวลานอนอย่าลืมนึกถึงใบหน้าของภิญจนนอนหลับล่ะเกลียวจะนอนหลับฝันดีตลอดทั้งคืนเลย”
จากน้ำเสียงของเขาที่ยั่วเย้าตามมา
“ค่า จะหลับฝันถึงภิญตลอดทั้งคืนเลย แบบนี้พอใจไหมคะ”
“พอใจมากที่สุดเลยจ้ะ เกลียวจ๋า”
เขาเดินไปส่งหล่อนแค่ประตูทางขึ้นบันไดของหอพักสตรีแห่งนี้แล้วยกมือโบกบ๊ายๆให้แถมท้ายด้วยการส่งจูบ
เกลียวลินินรับรู้หล่อนเขินอายจนใบหน้าผุดสีระเรื่อแดงจัดอีกครั้งในยามดึกเช่นนี้ กับความรักของภิญตรัยที่มีต่อหล่อน
เมื่อหล่อนก้าวเข้าไปถึงในห้อง ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของภิญตรัยครางกระหึ่มและแล่นไปเรื่อยๆจนน้ำเสียงนั้นกลบหูของหล่อน ไม่ได้ยินอะไร
เพราะเขาไปไกลลับตาแล้ว
แต่หล่อนยังมีความรู้สึกที่เสมอเหมือนยิ่งกว่าความผูกพัน กับช่อดอกกุหลาบหรู ที่เขามอบให้ในวันแห่งความรัก แสดงสัญลักษณ์ถึงความภักดีต่อหัวใจ
คุณอาจจะชอบ





