
ข้อเสนอหัวใจ
ตอน 2
หนานซ่งสงบสติอารมณ์ลง เปิดโน้ตบุ๊คขึ้นมา สิบนิ้วมือเคาะอยู่บนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว แฮ็คเข้าสู่ระบบกล้องวงจรปิด ลบร่องรอยของตัวเองทั้งหมดทิ้ง
เธอจากไปอย่างไม่ทิ้งร่องรอย ก็เหมือนกับตอนที่เธอมาอย่างไร้ร่องรอยในตอนแรก
“คุณผู้ชาย คุณผู้หญิงไปแล้วครับ!”
เช้าวันรุ่งขึ้น อวี่จิ้นเหวินที่ได้รับข้อความก็กลับจากโรงพยาบาลมาที่บ้าน
วินาทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้อง ก็ได้กลิ่นหอมของดอกกุหลาบที่สดชื่น นี่คือกลิ่นตัวของหนานซ่ง ดมมาสามปีเขาคุ้นชินกับมันแล้ว
เขาไม่ค่อยได้เหยียบเข้ามาในห้องนอนใหญ่ หนานซ่งเป็นคนตกแต่งด้วยตัวเองซะส่วนใหญ่ โทนสีเองก็ไม่เหมือนกับห้องอื่น ๆ ชุดเครื่องนอนสีเหลืองสดให้กลิ่นอายที่เงียบสงบและอบอุ่น ทั้งยังสะอาดสะอ้านเรียบร้อย เป็นสไตล์ของเธอ
เพียงแต่เขาไม่ได้หยุดอยู่ตรงนั้น แล้วก็ไม่ได้มีความสนใจจะเชยชมมันด้วยเหมือนกัน แต่เขาเดินไปที่หัวเตียง
เธอเซ็นชื่อลงไปในหนังสือข้อตกลงการหย่าร้างเรียบร้อยแล้ว ส่วนเช็คมูลค่าสิบล้านที่เขาเซ็นชื่อด้วยตัวเองใบนั้น ก็วางอยู่ตรงนั้นเหมือนเดิม
ตราประทับดอกกุหลาบโปร่งใสที่ประณีตสวยงามวางอยู่บนหัวเตียง ตรงส่วนล่างพิมพ์เอาไว้ว่า “อวี่จิ้นเหวิน” ดอกกุหลาบขาวที่อยู่ด้านข้างแกะสลักได้อย่างราวกับมีชีวิต ทักษะไม่ธรรมดา เขาอดไม่ได้ที่จะสัมผัสลูบไล้มัน หยกเป็นหยกเหอเถียนสีขาวคุณภาพดี โปร่งใส วางบนฝ่ามือแล้วรู้สึกเย็น ๆ สิ่งที่หาได้ยากคือส่วนล่างยังมีเนื้อสัมผัสสีแดงที่ไหลซึมเข้าไปอีกด้วย เวลาอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ราวกับดอกกุหลาบแดงดอกหนึ่งกำลังเบ่งบานอยู่ข้างใน ทั้งน่าอัศจรรย์ และสวยงามมาก
เขารู้ว่าเธอชอบดอกกุหลาบ ปลูกอยู่เต็มบริเวณลานบ้าน แต่เขาไม่เคยให้กุหลาบกับเธอเลยสักดอก
ด้านใต้ตราประทับมีการ์ดถูกทับเอาไว้หนึ่งแผ่น เขาหยิบขึ้นมา เปิดออก เห็นตัวอักษรที่ถูกเขียนเอาไว้อย่างสวยงาม “สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานสามปี ลาก่อน จิ้นเหวิน”
อวี่จิ้นเหวินมองถ้อยคำนี้ เพียงกระพริบตา สายตาก็มองไปยังปฏิทินที่วางอยู่บนหัวเตียง วันที่สิบเดือนสี่ตามจันทรคติ ดูเหมือนว่าจะเป็นวันที่พวกเขาจดทะเบียนสมรสกัน ชั่วพริบตาเดียวก็ผ่านไปแล้วสามปี
เขากำเหอเถียนราคาแพงเอาไว้ในฝ่ามือ ในสมองพลันมีความคิดนึงแวบขึ้นมา:เธอเอาเงินมาจากไหน?
ค่าใช้จ่ายในครอบครัวของแต่ละเดือนเขาให้ไปจำนวนไม่น้อย เพียงแต่เงินในนี้แทบจะไม่มีการแตะต้องเลย เธอบอกว่าเธอไม่เป็นกังวลเรื่องอาหารการกินและเสื้อผ้า ไม่จำเป็นต้องเอาเงินมาใช้จ่ายทางด้านนี้ ในบัญชีก็ไม่มีการใช้จ่ายเงินจำนวนมากเช่นกัน
อวี่จิ้นเหวินฟังการรายงานจากผู้ช่วย สายตานิ่ง พร้อมกับพูดขึ้นด้วยเสียงที่เคร่งขรึม “ไปตรวจสอบมาว่าเธอไปไหน จับตาดูทิศทางในช่วงนี้ ถ้าเป็นคนที่ฝ่ายตรงข้ามแอบส่งมา ก็จับตัวกลับมาให้กับฉันทันที”
เกิดที่ชนบท เป็นเด็กกำพร้าไม่มีพ่อไม่มีแม่——ลู่หนานซ่ง เป็นแบบนี้จริง ๆ เหรอ?
***
สามวันผ่านไป ณ เมืองเมอร์เดน
วันนี้สำนักงานใหญ่ของหนานซือ กรุ๊ปซึ่งตั้งอยู่ในอาคาร CBD เครสท์เรียกได้ว่าโกลาหลวุ่นวายไปหมด พนักงานของบริษัทต่างพากันวิ่งตรงเข้าไปข้างในด้วยความรีบร้อนลนลาน เหล่าบรรดาผู้บริหารระดับสูงต่างมารวมตัวกันที่ล็อบบี้ชั้นหนึ่ง กำลังรอการมาถึงของท่านประธานคนใหม่
เมื่อวันก่อน หนานซือ กรุ๊ปที่หุ้นร่วงตกฮวบลงจนใกล้จะล้มละลายจู่ ๆ ก็ฟื้นกลับมาอีกครั้ง ถูกคนใหญ่คนโตที่ลึกลับคนหนึ่งรับซื้อไปในราคาที่สูงลิ่ว พนักงานกำลังรักษาหน้าที่การงานเอาไว้ ในขณะเดียวกันก็ตกอยู่ในความรู้สึกตื่นตระหนกอีกแบบ
“ประธานคนใหม่เป็นใครกันแน่ เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง มีที่มาที่ไปยังไง ไม่เคยได้ยินข่าวลือมาก่อนเลยเหรอ”
“อย่าว่าแต่พวกเราเลย ระดับผู้จัดการเองก็ไม่รู้จักตัวตนของท่านประธานคนใหม่เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าทำตัวลึกลับไม่เปิดเผยได้ยังไงกัน หวังว่าจะเป็นหนุ่มหล่อนะ ท่านประธานเผด็จได้โปรดมาช่วยฉันด้วย!”
“เธอฝันกลางวันอยู่หรือไง ถ้าเกิดเป็นเจ้านายผู้หญิงล่ะ”
“หยุดล้อเล่นได้แล้ว จะเป็นไปได้ยังไง สู้เธอตั้งหน้าตั้งตารอยคอยให้คุณหนูของตระกูลหนานฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้งดีกว่านะ...”
“มาแล้ว ๆ! หยุดพูดกันได้แล้ว!
ทุกคนต่างรอคอยอย่างกลั้นหายใจ สายตามองตรงไปที่ประตู ความรู้สึกประหม่าผุดขึ้นมาตามธรรมชาติ เห็นรถโรลส์รอยซ์สีดำคันหนึ่งมาจอดลงตรงประตูทางเข้า รองประธานเข้าไปเปิดประตูด้วยตัวเอง จากนั้นก็มีคนคนหนึ่งลงมาจากรถ
พูดให้ถูกต้อง เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง
รองเท้าส้นสูงสีดำสูงสิบเซนติเมตรเหยียบลงบนพื้นก่อน จากนั้นผู้หญิงที่สวมใส่เสื้อสูทสีขาวทั้งตัว ผมสั้นกระฉับกระเฉงคนหนึ่งก็ลงมาจากรถ ค่อย ๆ ยืนตัวตรง การแต่งหน้าที่พิถีพิถันเสริมให้ใบหน้าสวยงามมากขึ้น
เหล่าบรรดาผู้บริหารระดับสูงของบริษัท คนเก่าคนแก่ที่ทำงานให้กับหนานซือ กรุ๊ปมาเกือบสิบปี เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยใบหน้านี้ ก็ตะโกนออกมาด้วยความตกใจ “คุณ คุณหนู...”
หนานซ่งยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าของหนานซือ กรุ๊ป ริมฝีปากสีแดงยกขึ้นเล็กน้อย “ไฮ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
คุณอาจจะชอบ





