ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักไม่ได้ถ้าไม่ได้รัก

รักไม่ได้ถ้าไม่ได้รัก

หลังค่ำคืนอันเร่าร้อนที่ปวีย์มอบจุมพิตและสัมผัสลึกซึ้งให้พลอยชมพูจนเธออ่อนระทวยเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์ สามีผู้เคยเฉยชาก็เดินทางไปเรียนต่อต่างแดนและตัดขาดการติดต่อทุกทางนานหลายปี ทิ้งให้ภรรยาสาวที่สัญญาจะซื่อสัตย์ต้องรอคอยอย่างเดียวดาย วันนี้เขากำลังจะกลับมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง พลอยชมพูที่เคยไร้เดียงสาจะตัดสินใจอย่างไรกับความสัมพันธ์ที่เย็นชาแต่แฝงด้วยความทรงจำแสนวาบหวามในอดีต เมื่อคนที่เคยใกล้ชิดที่สุดกลับกลายเป็นเหมือนคนแปลกหน้าที่ทอดทิ้งเธอไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

ปวีย์ค่อยๆ วางพลอยชมพูลงบนเตียงของเธอ เขาเอนกายนอนลงบนเตียงข้างๆ กัน ก่อนจะกระชับผ้าห่มขึ้นห่มด้วยกัน เธอหันไปสบตาเขา เขายิ้มเบาๆ

“นอนได้แล้วนะครับ พรุ่งนี้พลอยมีเรียนแต่เช้านะ”

“ค่ะ พี่ปีย์อยู่ที่นี่กับพลอยนะคะ”

พลอยชมพูขยับใช้มือโอบรอบกอดเอวสอบของปวีย์ไว้อย่างหวงแหน เธอไม่อยากให้เขาจากไป ถ้าเป็นไปได้อยากอยู่ด้วยกันแบบนี้ในทุก ๆ วัน

“ถ้าพี่ไม่อยู่พลอยต้องตั้งใจเรียนรู้ไหม พลอยต้องมีชีวิตที่ดี ประสบความสำเร็จ พี่เชื่อแบบนั้น”

“พลอยไม่อยากให้พี่ปีย์ไป แต่พลอยเข้าใจค่ะว่าพี่ปีย์ต้องไป พลอยจะตั้งใจเรียน จะมีชีวิตที่ดี จะรอพี่ปีย์กลับมานะคะ พี่ปีย์ต้องกลับมาหาพลอยบ่อย ๆ นะคะ และถ้าทางโน้นเขายืนยันวันเดินทางแล้วพี่ปีย์ต้องรีบบอกพลอยเลยนะคะ ถึงมันจะน่าเศร้าที่เราต้องจากกันไปไกล แต่พลอยจะติดต่อพี่ปีย์ให้บ่อยที่สุดเลยค่ะ”

เธอว่าพลางซุกหน้าลงกลางอกของเขา ปวีย์ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแต่มองเธอ แล้วจุมพิตหน้าผากบอกฝันดี แล้วกอดเธอไว้ในอ้อมกอด อ้อมกอดที่แสนจะอบอุ่นที่เธอโหยหามานานแสนนาน

“ฝันดีครับ คนดีของพี่”

เช้าวันต่อมาแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้า ส่องแสงลอดผ่านม่านโปร่งเข้ามายังห้องนอน ทำให้พลอยชมพูเริ่มรู้สึกตัว เมื่อคืนเธอหลับสบายมาก อาจเป็นเพราะได้นอนในอ้อมแขนที่แสนจะอบอุ่นของผู้เป็นสามีและเมื่อคืนก็เป็นครั้งแรกที่เธอและเขาได้ใกล้ชิดกันขนาดนั้น

หญิงสาวค่อย ๆ ขยับตัวและลุกขึ้นมาด้วยความสดชื่น ข้างๆ กันไม่เจอปวีย์แล้ว เขาคงตื่นก่อนเธอ เธอรีบจัดการอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปรับประทานอาหารเช้ากับสามี แต่เมื่อออกมายังโซนห้องครัวก็ไม่เจอเขาจิบกาแฟอยู่เหมือนทุก ๆ วัน เธอจึงเดินไปเคาะประตูหน้าห้องนอนก็ไม่มีเสียงตอบรับ

“พี่ปีย์ พี่ปีย์คะ ไปไหนของเขานะ เดี๋ยวค่อยโทรหาก็ได้ สายแล้ว”

พลอยชมพูตามหาเขาจนทั่วก็ไร้วี่แวว เธอต้องรีบไปเรียนด้วย เธอสะพายกระเป๋าเตรียมตัวจะออกไปจากห้องเพื่อไปเรียน แต่ก่อนที่จะเปิดประตู กลับเจอกระดาษแผ่นน้อยแปะไว้เด่นหราบริเวณหน้าประตูห้อง

“ขอให้พลอยใช้ชีวิตในแบบที่พลอยต้องการ พี่เองก็จะใช้ชีวิตในแบบของพี่เหมือนกัน และเมื่อถึงเวลาพี่จะกลับมาจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย รักไม่ได้ถ้าไม่ได้รัก / ปวีย์”

พลอยชมพูค่อยๆ เอื้อมมือที่สั่นเทาไปแกะกระดาษแผ่นนั้นออกพร้อมอ่านข้อความด้วยหัวใจแตกสลาย ดวงตาแดงคลอหน่วยไปด้วยน้ำตา ซึ่งค่อย ๆ เอ่อล้นออกมาอย่างมากมาย นี่หมายความว่ายังไงกัน เขาไปแล้วอย่างนั้นเหรอ ไปโดยไม่บอกลากันสักคำอย่างนั้นเหรอ

“คนใจร้ายไปโดยไม่บอกพลอยสักคำ ฮือ ฮือ ฮือ”

พลอยชมพูร้องไห้อยู่เพียงครู่ก็รีบต่อสายโทรหาปวีย์ทันที แต่โทรแล้วโทรเล่าปลายสายก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ เธอจึงรีบเปิดประตูไปเคาะห้องยายปิ๊งเพื่อนสนิทซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของปวีย์ และอาศัยอยู่ห้องตรงข้ามกัน

“ก๊อก ๆ ๆ ปิ๊ง ปิ๊ง ปิ๊งอยู่ไหม”

เธอพยายามเคาะเรียกอยู่นานก็ไม่การตอบรับ เลยตัดสินใจต่อโทรศัพท์หาปิ๊งทันที

“ฮัลโหลพลอย ฟื้นแล้วเหรอ ไม่สบายเป็นไงบ้าง ดีขึ้นรึยัง แกไม่น่าจะมาป่วยวันนี้เลยนะ เลยอดมาส่งพี่ปีย์เลย แกรู้ไหมวันนี้นะมีสาว ๆ มาส่งพี่ปีย์เพียบ ฉันล่ะเป็นไม้กันหมาให้แกแทบไม่หวาดไม่ไหวเลยรู้ไหม”

“ฮัลโหล พลอยทำไมเงียบไปล่ะ พลอย”

พลอยชมพูที่ได้รู้ว่าปวีย์ไปแล้ว เขาไปโดยไม่มีคำร่ำลาสักคำ เธอหมดเรี่ยวแรง เอนตัวพิงผนังประตูห้องของปิ๊ง แล้วปล่อยน้ำตาไหลลงมาเป็นสาย เธอทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นหน้าห้องของเพื่อนรัก ปล่อยน้ำตาไหลพรากลงมาอย่างคนพ่ายแพ้สิ้นหวัง เขาไปไม่ลาสักคำ แค่คำลายังให้กันไม่ได้เลย

"จริง ๆ แล้วพี่ปีย์ไม่เคยรักพลอย ฮือ ฮือ ฮือ"

หลังจากปวีย์จากไป พลอยชมพูก็พยายามติดต่อเขาแต่เขาตัดการติดต่อกับเธอทุกช่องทาง คนเดียวที่เขาจะติดต่อด้วยคือชื่นฤทัยมารดาของเขาเท่านั้น ในเมื่อทุกอย่างมันชัดเจนอย่างนี้แล้วพลอยชมพูจึงตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีที่สุดอย่างที่เขาได้บอกไว้ เป็นการตอบแทนที่เขาอุตส่าห์เสียสละอิสรภาพของเขามาปกป้องเธอ และเมื่อถึงวันที่เขากลับมาเธอสัญญาว่าจะคืนอิสรภาพให้เขาทันทีโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ

“พลอยจะตั้งใจเรียน จะมีชีวิตที่ดีให้ได้ พลอยจะดีกว่าที่พี่ปีย์คิด”

หลังจากวางสายแม่ของสามีไปแล้ว พลอยชมพูเหม่อคิดถึงเรื่องที่ผ่านของเขาและเธอ ตอนนี้เธอเข้าใจอะไร ๆ มากขึ้น เธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขา ห้าปีมันนานเกินไปสำหรับพวกเรา เขาเสียสละเพื่อเธอมามากเกินพอแล้ว เธอจะเป็นคนคืนอิสรภาพให้เขาด้วยตัวของเธอเอง

@ห้องเสื้อ

วันรุ่งขึ้นพลอยชมพูเดินทางมาทำงานตามปกติ เธอเรียนจบแฟชั่นดีไซน์มาแล้ว 1 ปี ทันทีที่เรียนจบก็ตัดสินใจร่วมหุ้นกับปิ๊งและเมเปิ้ล ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเปิดห้องเสื้อ ตอนนี้กิจการเป็นไปได้ด้วยดี ห้องเสื้อของพวกเธอมีการออกแบบเสื้อผ้าให้ลูกค้าเฉพาะบุคคล อีกทั้งแนะนำเรื่อง Personal Color และแฟชั่นต่างๆ เรียกว่าเป็นที่ปรึกษาด้านการแต่งกายครบวงจรเลยทีเดียว นอกจากดีไซน์ถูกใจแล้ว ฝีมือทีมช่างตัดเย็บก็เนี้ยบ ทำให้ได้ลูกค้าติดใจ แนะนำบอกต่อกันมาเรื่อย ๆ

วันนี้พลอยชมพูไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงานเลย ในหัวตื้อไปหมดออกแบบอะไรมาก็ไม่ถูกใจ เธอจึงหยุดพักงานไว้เพียงเท่านั้น เพราะถ้าฝืนทำงานออกไปคงออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจเป็นแน่ จากนั้นเธอก็เข้าห้องน้ำเพื่อสำรวจตัวเองให้พร้อมสำหรับการต้องเผชิญหน้ากับคนที่ไม่ได้เจอกันมานานถึงห้าปีเต็ม

พลอยชมพูเป็นหญิงสาวตัวเล็ก สมส่วน ผิวขาวอมชมพู ผมเธอยาวเป็นสีน้ำตาลธรรมชาติ ด้วยเธอเป็นคนผิวดีอยู่แล้ว วันนี้เธอจึงเลือกใส่เดรสแบบเรียบ ๆ เป็นเดรสแขนกุดเข้ารูปสีชมพูอ่อน คัตติ้งสวยงาม ทำให้ดูหุ่นเพรียวสวย และสีชมพูทำให้เธอดูหน้าตาสดใส ขับผิวหน้าให้ผ่องขึ้น ไม่เหมือนคนอดหลับอดนอนมาทั้งคืน เธอแต่งหน้าอ่อน ๆ กลบรอยดำใต้ตาเล็กน้อย แต่งแต้มริมฝีปากด้วยลิปติกสีชมพูกุหลาบ เคลือบกลอสเล็กน้อย ทำให้ดูสุขภาพดี

พลอยชมพูส่งยิ้มให้ตัวเองในกระจกแล้วบอกตัวเองว่าเธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งแล้ว ทุกอย่างใกล้จะจบลงแล้ว เขาและเธอจะเป็นอิสระจากกันเสียที

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักแท้ต้องเบรก
7.4
ตลอดระยะเวลาสามปีเต็มที่มอบความไว้วางใจและความรักอันบริสุทธิ์ให้กับชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก หญิงสาวได้ถักทอความฝันอันงดงามเกี่ยวกับการสร้างครอบครัวและงานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ทว่าความหวังทั้งหมดกลับพังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อเธอค้นพบความจริงอันแสนโหดร้ายว่าคนที่เธอเตรียมจะฝากชีวิตไว้ได้ทรยศหักหลังกันอย่างเลือดเย็นที่สุด คำมั่นสัญญาที่เคยให้กันไว้กลายเป็นเพียงลมปากที่ไร้ความหมาย เหตุการณ์สะเทือนอารมณ์ครั้งนี้ได้กรีดแทงลึกลงไปในความรู้สึก ทำให้ดวงใจของเธอต้องแหลกสลายเป็นเสี่ยงๆ แม้ว่าอีกเพียงไม่กี่ก้าวเธอก็จะได้สวมชุดเจ้าสาวตามที่เคยวาดฝันไว้แล้วก็ตาม ความรักที่เคยคิดว่ามั่นคงกลับกลายเป็นเพียงภาพลวงตาที่ทำร้ายเธอจนแทบสิ้นสติ
หน้าปกนวนิยาย รักสุดร้าย
8.9
อิฐถูกบังคับให้แต่งงานกับนาหญิงสาวที่เขามองว่าเป็นเพียงคนรับใช้ผู้หิวเงินและวางแผนร้ายเพื่อจับเขา แม้เธอจะยืนยันว่าไม่เคยต้องการทรัพย์สินหรือเรียกร้องความรับผิดชอบใดๆ แต่เขาก็ไม่เชื่อคำพูดนั้นและมองว่าเป็นเพียงการเสแสร้งโดยใช้ปู่ของเขาเป็นข้ออ้าง อิฐจึงประกาศกร้าวว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อขับไล่เธอออกไปจากชีวิตโดยไม่เสียเงินสักบาท พร้อมเปลี่ยนชีวิตสมรสที่เธอใฝ่ฝันให้กลายเป็นความทุกข์ทรมานอย่างถึงที่สุดเพื่อแก้แค้นในสิ่งที่เธอทำไว้
หน้าปกนวนิยาย รักหมดใจยัยเด็กดื้อ
9.3
เมื่อทายาทหนุ่มจำต้องตัดสินใจเลือกคู่ครองจากลูกสาวฝาแฝดทั้งสองของเพื่อนรักของบิดา ท่ามกลางความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างคนพี่ที่มีเสน่ห์เย้ายวนและเต็มไปด้วยความทะนงตัว กับคนน้องที่มีความสดใสน่ารัก อ่อนน้อม และเป็นกันเองอย่างที่สุด เขาจะตัดสินใจเลือกใครมาเป็นเจ้าสาวเคียงข้างกายในชีวิตแต่งงานครั้งนี้กันแน่ นี่คือบทพิสูจน์หัวใจครั้งสำคัญที่เขาต้องเผชิญท่ามกลางความสับสนของความรู้สึกที่ไม่อาจคาดเดาได้เลย
หน้าปกนวนิยาย ซาตานเด็ดปีกนางฟ้า
9.7
รินรดาตกที่นั่งลำบากหลังไปล้อเล่นกับมาเฟียอันตรายบนเที่ยวบินส่วนตัว ความกล้าบ้าบิ่นที่เธอสาดน้ำใส่และตบหน้าเขาทำให้ชายหนุ่มโกรธจัดจนกักขังเธอไว้ในห้องน้ำแคบๆ แม้จะพยายามขู่เรื่องพ่อหรือเสนอเงินชดเชย แต่นั่นกลับยิ่งกระตุ้นเพลิงแค้นของเขา มาเฟียหนุ่มยืนกรานว่าเงินไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ แต่เขาปรารถนาจะเด็ดปีกนางฟ้าแสนสวยอย่างเธอเพื่อเป็นการลงทัณฑ์ ทางเลือกเดียวที่เขามอบให้คือการยอมสยบต่อเขา หรือจะเผชิญกับชะตากรรมที่เลวร้ายกว่าจากน้ำมือลูกน้องทั้งหมด
หน้าปกนวนิยาย แผนร้ายเจ้าบ่าวที่รัก :: 新郎的甜蜜圈套
9.1
หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความว่างเปล่าในหัวสมอง เมื่อความทรงจำทั้งหมดเลือนหายไปอย่างปริศนา ท่ามกลางความสับสน มีเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาแสดงตัวว่าเขาคือสามีผู้แสนดีของเธอ ด้วยความไว้วางใจ เธอจึงยอมมอบทั้งกายและหัวใจให้เขาอย่างหมดสิ้นโดยไม่ระแวงสงสัยในคำลวง แต่แล้วชีวิตคู่ที่ดูเหมือนจะหวานชื่นกลับต้องพังทลายลงอย่างกะทันหัน เมื่อจู่ๆ เขากลับเอ่ยปากขอหย่าขาดจากเธอด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ด ความลับของสามีนักแข่งรถถูกเปิดโปงผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาตลอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาปกปิดตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีมโดยอ้างเรื่องความปลอดภัย แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่น ฉันจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนทิ้งไป ก่อนจะหยิบถุงมือสีดำคู่เดิมกลับมาสวมอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าความเร็วที่เขาเคยขู่ว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร