ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักไม่ได้ถ้าไม่ได้รัก

รักไม่ได้ถ้าไม่ได้รัก

หลังค่ำคืนอันเร่าร้อนที่ปวีย์มอบจุมพิตและสัมผัสลึกซึ้งให้พลอยชมพูจนเธออ่อนระทวยเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์ สามีผู้เคยเฉยชาก็เดินทางไปเรียนต่อต่างแดนและตัดขาดการติดต่อทุกทางนานหลายปี ทิ้งให้ภรรยาสาวที่สัญญาจะซื่อสัตย์ต้องรอคอยอย่างเดียวดาย วันนี้เขากำลังจะกลับมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง พลอยชมพูที่เคยไร้เดียงสาจะตัดสินใจอย่างไรกับความสัมพันธ์ที่เย็นชาแต่แฝงด้วยความทรงจำแสนวาบหวามในอดีต เมื่อคนที่เคยใกล้ชิดที่สุดกลับกลายเป็นเหมือนคนแปลกหน้าที่ทอดทิ้งเธอไป
ตอน
แชร์

ตอน 1

เสียงกรีดร้องของโทรศัพท์ดังขึ้นก่อนที่พลอยชมพูจะทิ้งตัวลงนอน เธอเดินไปรับโทรศัพท์ซึ่งวางไว้ตรงโต๊ะเครื่องแป้ง

“สวัสดีค่ะแม่”

“พลอยจะนอนรึยังลูก แม่รบกวนรึเปล่า”

“พลอยยังไม่นอนค่ะแม่ แม่มีอะไรรึเปล่าคะ”

“คือพรุ่งนี้พลอยมาทานข้าวที่บ้านนะลูก พี่เขาจะกลับมาแล้วนะน่าจะมาถึงดึก ๆ คืนนี้แหละ พลอยมาทานข้าวด้วยกันนะลูกแม่จะทำของโปรดของพลอยกับปีย์ไว้นะ พลอยทำไมเงียบไปล่ะ ได้ยินแม่รึเปล่าลูก”

“อ้อ พลอยได้ยินค่ะแม่ พรุ่งนี้เลิกงานแล้วพลอยจะแวะเข้าไปนะคะ”

“ได้จ้า แล้วไว้พรุ่งนี้เจอกันนะจ๊ะ ฝันดีจ๊ะ”

“พรุ่งนี้เจอกันค่ะแม่ ฝันดีเช่นกันนะคะ พลอยรักแม่นะคะ”

“แม่ก็รักพลอยจ๊ะ”

@ ห้าปีที่แล้ว

งานแต่งงานเล็กๆ ถูกจัดขึ้นที่บ้านของชื่นฤทัยผู้เป็นมารดาของปวีย์ พลอยชมพูในวัยสิบเจ็ดย่างสิบแปดเป็นเจ้าสาววัยละอ่อนที่สวยหมดจด เธอใช้มารยาเท่าที่เด็กวัยนี้จะทำได้ เธอทำให้ปวีย์หลงรักและตกลงแต่งงานกับเธออย่างง่ายดาย ทั้งที่ผ่านมามีสาว ๆ มากมายตามติดปวีย์ไม่เลิก บางคนถึงกับร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายมาหาชื่นฤทัยให้ช่วยเหลือ แต่ปวีย์ก็สลัดทิ้งทุกคน ด้วยเหตุผลว่าเขาไม่ได้รัก

เธอเลือกปวีย์และครอบครัว เพราะทั้งปวีย์และชื่นฤทัยมารดาของเขารักและเอ็นดูเธอมาก เธอหวังให้พวกเขาเป็นที่พักพิงและจะเป็นร่มเงาปกป้องเธอจากภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้น มันเป็นความคิดแบบเด็ก ๆ ในตอนนั้น เธอแค่อยากได้พวกเขามาปกป้อง คุ้มภัย แต่สาบานว่าตอนนั้นนอกจากเหตุผลนี้แล้ว ปวีย์ก็เป็นคนที่เธอรู้สึกดีด้วยมาก ๆ

ในคืนส่งตัวปวีย์ก็ออกจากห้องหอไป พลอยชมพูเสียใจมาก เธอนอนร้องไห้ และยิ่งรู้สึกผิดกับสิ่งที่เธอกระทำต่อเขามากขึ้น แม้เขาจะยังใจดีและดูแลเธออย่างดี แต่ก็เหมือนมีเส้นบางๆมากั้นระหว่างเราไว้ตลอดเวลา หลังจากแต่งงานกันปวีย์ไม่เคยแตะต้องเธอเหมือนดั่งเช่นสามีภรรยาเลย

กระทั่งเธอต้องเตรียมตัวเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย เธอและปวีย์จึงย้ายมาอยู่คอนโดด้วยกัน เหตุเพราะเธอจะเดินทางไปเรียนได้สะดวก เธอและน้องสาวผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของปวีย์เรียนคณะเดียวกัน อาศัยอยู่ในคอนโดเดียวกัน ห้องตรงข้ามกัน ปิ๊งน้องสาวของปวีย์รู้ทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ปิ๊งปลอบเธอเสมอว่าปวีย์คงจะเสียใจเดี๋ยวก็หายให้เธอง้อเขามากๆ เธอก็พยายามทำดีมาโดยตลอด แต่ปวีย์ก็ยังเว้นระยะห่างกับเธออยู่ดี

หลังจากแต่งงานเพียงสามเดือน ปวีย์ก็ได้รับทุนการศึกษาไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ เขาผู้ซึ่งเป็นสามีตกลงตอบรับที่จะเดินทางไปเรียนต่อ แต่ไม่เคยบอกให้เธอรู้เลยว่าเดินทางไปวันไหน คืนหนึ่งเธอจึงตัดสินใจถามเรื่องที่คาใจกับเขา

“พี่ปีย์คะ พี่ปีย์จะเดินทางวันไหนเหรอคะ”

“รอยืนยันอยู่ครับ”

ยิ่งได้ฟังเธอก็ยิ่งคิดมาก

“พี่ปีย์ไปเพราะพลอยเหรอคะ พี่ปีย์เลือกแต่งกับพลอยเพราะสงสารแต่ไม่อยากอยู่กับพลอยใช่ไหมคะ พลอยขอโทษนะคะพี่ปีย์ พลอยคิดว่าถ้าพลอยเป็นภรรยาพี่ปีย์ จะไม่มีใครกล้ายุ่งกับพลอย ทุกอย่างที่ผ่านมาพลอยไม่ได้ตั้งใจที่จะหลอกพี่ปีย์เลยนะคะ พี่ปีย์ไม่ไปได้ไหมคะ”

“คนเราทุกคนต้องมีอนาคต ที่พี่เลือกเรียนก็เพื่ออนาคตของพี่ ที่พี่เฝ้าบอกให้พลอยตั้งใจเรียนก็เพื่ออนาคตของพลอย พลอยเข้าใจรึเปล่า”

“แล้วพลอยจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีพี่ปีย์”

“พี่เชื่อว่าพลอยจะเข้มแข็ง และพลอยต้องทำให้ได้”

พลอยชมพูได้ยินดังนั้น ก็เข้าใจทันทีว่าปวีย์ต้องการที่จะไปจริงๆ เธอร้องไห้น้ำตาไหลพราก จริงๆ แล้วเธอหลอกเขาไม่สำเร็จ เขารู้ตั้งแต่แรกว่าที่ผ่านมาเธอวางแผนอ่อยเขา เธอจัดฉากวางยาให้เหมือนเขาและเธอมีอะไรกัน จนกระทั่งเธอแต่งงานกับเขา แม้ปวีย์จะเป็นคนเจ้าชู้ แต่สำหรับเธอที่เขาเห็นมาตั้งแต่เด็ก เขาคงสารสารและอยากช่วยเหลือเธอ แม้จะเสียความรู้สึกกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก แต่เพราะสงสารเขาเลยเลือกจะยังแต่งงานด้วยเพื่อให้เธอหลุดพ้นจากพ่อเลี้ยงหื่น ทั้งๆที่สิ่งที่เธอทำมันร้ายกาย เธอวางยา เธอหลอกลวง แต่มีสิ่งหนึ่งที่จริงเสมอคือเราแต่งงานกันแล้ว และเธอก็ชอบเขามากจริงๆ

เมื่อเห็นน้ำตาของพลอยชมพูปวีย์ก็ประคองใบหน้าเธอมาเช็ดน้ำตาให้ ความอ่อนโยนของเขาทำให้พลอยชมพูยิ่งร้องไห้อย่างหนัก

“ไม่ร้องแล้วนะครับ ตอนที่พี่ไปแล้ว พลอยแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ตั้งใจเรียนเพื่ออนาคตของตัวเองรู้ไหม ที่นี่ยังมีแม่พี่อยู่พลอยมีอะไรก็ปรึกษาแม่ได้ หรือถ้าเกิดตอนนั้นพลอยโตขึ้นแล้วเจอใครที่พลอยถูกใจและรักเขาจริงๆ พลอยก็คบเขาได้นะ พี่ไม่ว่า”

“ทำไมพี่ปีย์พูดแบบนี้ล่ะคะ พลอยจะเจอคบใครได้ยังไง พลอยแต่งงานกับพี่ปีย์แล้วนะคะ พลอยสัญญาว่าจะเป็นภรรยาที่ดีของพี่ปีย์ พลอยจะซื่อสัตย์กับพี่ปีย์ค่ะ”

คำพูดของภรรยาทำให้ปวีย์อดเอ็นดูเธอไม่ได้ เขาจ้องเข้าไปในตาของเธอแล้วค่อยๆ ก้มหน้าไปหา ใช้ริมฝีปากจุมพิตที่หน้าผาก ไล่มายังเหลือตาทั้งสองข้าง ก่อนจะถอยห่างออกมา

พลอยชมพูรู้สึกตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างมากกับจุมพิตของสามี วันนี้เขาอ่อนโยนน่ารัก เมื่อเขาถอยห่าง พลอยชมพูเลยตัดสินใจใช้มือสองข้างคล้องลำคอเขาเอาไว้แน่น ค่อยๆ เขย่งเท้าขึ้นใช้ริมฝีปากสีชมพูจิ้มลิ้มจุมพิตกับริมฝีปากของผู้เป็นสามีเบาๆ แล้วจ้องมองในตาเขาเปิดเผยความจริงใจ และความต้องการที่มีต่อเขาออกไปอยู่เพียงครู่ โดยไม่คาดคิดสามีผู้เคยเฉยชากลับอุ้มเธอในท่าเจ้าสาว และพาเธอเข้าห้องนอนไปของเขาเสียดื้อๆ ห้องนอนที่เธอไม่เคยได้เข้ามานอนแต่วันนี้กลับเป็นคนอุ้มเธอเข้ามาเสียเอง

ปวีย์ค่อยๆ วางพลอยชมพูลงบนเตียงอย่างเบามือ พร้อมทิ้งกายทาบทับลงมา มือประคองใบหน้าของเธอ เพียงสบตากันก็รู้ความต้องการที่ไม่อาจซ่อนไว้ได้อีกแล้ว เขาใช้ริมฝีปากจุมพิตลงบนหน้าผาก เปลือกตา และไล่ลงมายังริมฝีปากของเธอ หยอกเย้า อ้อยอิ่งดูดดึงอยู่ที่ริมฝีปากบางเป็นนานสองนาน รสจุมพิตหวานละมุนทำให้พลอยชมพูเคลิบเคลิ้ม เธอไร้เรี่ยวแรง อ่อนระทวย ช่องท้องหวามหวิว ทำได้เพียงปล่อยให้เขาเป็นผู้นำทางตามจังหวะที่เขากำหนด เมื่อเธอเริ่มหอบและหายใจไม่ทัน เขาจึงผละริมฝีปากออกห่าง แล้วใช้ริมฝีปากไล่จุมพิตลงมายังซอกคอ และซุกไซร้ดอกอมกลิ่นกายสาวอยู่ตรงนั้นเป็นนานสองนาน จนคนอ่อนประสบการณ์อ่อนระทวยราวขี้ผึ้งถูกลนไฟ แต่ปวีย์ไม่คิดหยุด เขาค่อยๆ เอามือสอดเข้าใต้ชายเสื้อนอนลายการ์ตูนของเธอแล้วค่อยไปไต่ขึ้นมาถึงเต้าอวบ ใช้มือบีบเบาๆ เล็กน้อย แล้วค่อยๆเอื้อมมือไปปลดตะขอเสื้อในด้านหลัง พลอยชมพูไม่รู้ว่าจริงๆ ว่าเขามีกี่มือเขาทำทุกอย่างได้เร็วมาก เผลอเคลิ้มไปแป็บเดียว รู้ตัวอีกทีตอนนี้เธอนอนตัวเปล่าเปลือยอยู่บนเตียง ในขณะที่เขายังมีเสื้อผ้าอยู่ครบ

พลอยชมพูเอามือข้างหนึ่งปิดหน้าอก อีกข้างหนึ่งปิดส่วนล่าง และส่งสายตามองเขา ที่ตอนนี้กำลังนั่งคุกเข่ามองเธออยู่ที่ปลายเตียง เขาเป็นผู้ชายคนแรกที่เห็นเธอเปลือยเปล่า

“พีปีย์พลอยอาย”

สิ้นคำของพลอยชมพูปวีย์ก็ทิ้งตัวลงมาทาบทับเธออีกครั้ง คราวนี้เขาจูบเธออย่างดูดดื่มจนเธอแทบขาดอากาศหายใจ ปากเธอบวมเจ่อ ปากเขาก็จูบ มือก็ปัดป่ายไปทั่วร่างของเธอ เขาค่อยๆ ใช้มือลูบต้นขาจนมาถึงขาด้านใน เขาค่อยอ้าขาเธอออกแล้วแทรกตัวเข้ามายังหว่างขาของเธอ หลังจากนั้นเขาใช้มือทั้งสองข้างกลับมาขยำหน้าอกของเธอทั้งสองข้างพร้อมๆ กัน ปากก็ยังคงจูบเธออย่างดูดดื่ม จนหนำใจ เขาก็ผละริมฝีปากออก แล้วไล่จูบลงมายังซอกคอ ผ่านมายังหน้าอกเขาใช้สองข้างประคองหน้าอกด้านซ้ายของเธอใช้ปากค่อยๆ จุมพิตที่ยอดประทุมถันสีชมพูอ่อน อย่างเบาๆ และค่อยๆดูดแรงขึ้นจนเธอส่งเสียงร้องเบาๆ จากนั้นเขาจึงใช้ปลายลิ้นเลียมันอีก ทำแบบนั้นวนไปจนเธอหัวหมุนไปหมด หน้าอกของเธอตอนนี้แดงและเปียกไปหมด แต่เขาก็ยังไม่ยอมหยุดจนเธอร้องขอ

“พี่ปีย์พอก่อนค่ะ พลอยไม่ไหว”

“พี่ทำพลอยเจ็บเหรอคะ”

“เปล่าค่ะ พลอยแค่ เอ่อ คือพลอยพลอยบอกไม่ถูกค่ะพี่ปีย์”

“ให้พี่ทำต่อนะคะ”

ปวีย์ขอ พลอยชมพูได้แต่พยักหน้าและเคลิ้มไปกับการนำพาของเขาอีกครั้ง

ตอนนี้พลอยชมพูรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่บริเวณหว่างขาของตนเอง ปวีย์ค่อยๆ ใช้มือปัดป่ายไปบริเวณนั้นของเธอ เขาผละริมฝีปากออกจากหน้าอกลงไปยังหน้าท้อง จูบเธอไล่ลงไปยังหน้าท้อง และท้องน้อย แล้วก็จุ๊บเบา ๆ ตรงนั้นอย่างไม่คิดรังเกียจ

“พี่ปีย์อย่าค่ะ พลอยอาย”

พลอยชมพูใช้สองมือปิดหน้า ปวีย์เงยหน้ามองเธอแล้วหัวเราะเบา ๆ จากนั้นใช้มือทั้งสองข้างจังเข่าทั้งสองของเธอและดันมันขึ้นมาให้ตั้งชันขึ้นพร้อมกับก้มลงไปดูดดื่มกับน้ำหวานที่ไหลเยิ้มออกมารออยู่แล้ว เขาใช้ปลายลิ้นสีแดงสด ค่อยๆละเลียดชิมน้ำหวานครั้งแล้วครั้งเล่า สร้างความเสียวซ่านให้กับพลอยชมพูเป็นอย่างยิ่ง เธอค่อยๆ แอ่นสะโพกขยับตามลิ้นแสนร้ายของเขา เขาใช้มือดันสะโพกกลมกลึงขึ้นมาเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ ห่อลิ้น และสอดลิ้นเข้าไปในช่องทางรักของเธอแล้วสลับขึ้นมาเลียจุดเสียวซ่าน ทำอยู่อย่างนั้นหลายรอบ จนพลอยชมพูทนความเสียวซ่านต่อไปไม่ไหวอีกต่อไปแล้วเธอกรีดร้อง ตัวอ่อนระทวย และค่อยๆ ปล่อยน้ำหวานออกมามากมาย ปวีย์ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเธอ ก่อนจะลุกลงจากเตียง แต่ไม่ลืมที่จะจุมพิตริมฝีปากบาง แล้วเดินหายเข้าไปในเข้าห้องน้ำ สักพักเธอก็ได้ยินเสียงเขาร้องเสียงดังออกมา เธอตกใจมากรีบคว้าผ้าห่มคลุมกายไปยืนหน้าห้องน้ำแถวเคาะเรียกหาเขา

“พี่ปีย์ เป็นอะไรรึเปล่าคะพลอยได้ยินเสียงพี่ปีย์ร้อง”

“ไม่มีอะไรครับ เดี๋ยวพี่ออกไปนะขออาบน้ำก่อน”

ผ่านไปราวยี่สิบนาที ปวีย์ก็เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับผ้าขนหนูเพียงผืนเดียว เขาถือผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำมาพร้อมกับกะละมังใบเล็ก

“พี่เช็ดตัวให้นะครับ”

โดยไม่ต้องรอคำตอบเขาค่อยๆ ใช้ผ้าขนหนูหมาดๆ เช็ดตัวให้เธอทุกซอกทุกมุม รวมถึงตรงนั้นด้วย ทำราวกับว่าเธอเป็นเด็กทารกอย่างนั้น

“พลอยรอพี่แต่งตัวแป๊บนึงนะ”

ว่าแล้วเขาเดินไปแต่งตัวและกลับมาในชุดนอนของเขา แล้วค่อยๆอุ้มเธอที่ตอนนี้ห่อตัวอยู่ในผ้าห่ม เสียเรียบร้อย ก่อนที่จะเดินไปยังห้องนอนของเธอ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หาบัญชาหัวใจ
8.5
ชีวิตของรินรุ้งพลิกผันจากพนักงานขายสู่พี่เลี้ยงเด็กที่สเปนตามคำสั่งแม่เลี้ยง เธอต้องรับมือกับลูกสาวจอมแสบของเซคิโอ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ซ่อนความแค้นไว้ภายใต้หน้ากากเทพบุตร หลังสูญเสียคู่หมั้นไปนานแปดปี เขาจำได้ว่าเธอคือหญิงสาวที่เขาเคยจูบในคืนฝนตก และหวังจะใช้เธอเป็นเครื่องมือล้างแค้น แต่ความไร้เดียงสากลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยปิดตาย ท่ามกลางอุปสรรคจากลูกสาวตัวน้อยที่หวงพ่อสุดชีวิต รินรุ้งต้องหาทางกำราบสองพ่อลูกก่อนที่กับดักเสน่หาครั้งนี้จะแผดเผาชีวิตเธอจนหมดสิ้น
หน้าปกนวนิยาย ตื๊อรักร้ายยัยแฟนเก่า
8.2
เมื่อความสัมพันธ์มาถึงจุดแตกหัก น้ำทิพย์จึงตัดสินใจบอกเลิกเหนือนทีด้วยคำพูดที่รุนแรง เพราะเธอไม่ต้องการทนอยู่กับคนโง่ที่คอยทำร้ายจิตใจ และมั่นใจว่าสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่มีเขา แต่ทว่าฝ่ายชายกลับไม่ยอมปล่อยมือไปง่าย ๆ เหนือนทียืนกรานว่าเธอเป็นของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น ปฏิบัติการตื๊อรักเพื่อทวงคืนหัวใจแฟนเก่าจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งที่ต่างฝ่ายต่างมีจุดยืนของตนเองในซีรีส์ชุดรุ่นพี่ล่ารัก
หน้าปกนวนิยาย บำเรอรัก เพลิงสวาท
8.8
เมื่อโดมินิคได้พบกับนิต้าเป็นครั้งแรก เขาก็ปรารถนาที่จะครอบครองเธอทันที โอกาสมาถึงเมื่อแม่เลี้ยงของเธอติดหนี้กาสิโนมหาศาล เขาจึงใช้หนี้สินนั้นเป็นข้ออ้างบีบบังคับให้หญิงสาวต้องยอมเป็นนางบำเรอเพื่อชดใช้ แม้นิต้าจะพยายามรักษาศักดิ์ศรีและต่อต้านเพียงใด แต่เธอก็ไม่อาจหนีพ้นเงื้อมมือของอสูรร้ายที่จ้องจะทำลายความหยิ่งทระนงของเธอด้วยบทรักอันเร่าร้อนและเอาแต่ใจ ท่ามกลางความขัดแย้งที่เต็มไปด้วยเพลิงสวาท เขาจะไม่ยอมปล่อยเธอไปจนกว่าจะพอใจในร่างบางนี้
หน้าปกนวนิยาย หลังจากที่เธอไปต่างประเทศ พี่ชายของเพื่อนบ้านของเธอเสียใจมากจนเป็นบ้า
7.8
ฉินหยานแอบคบหาลับๆ กับลู่จื่อเหยียน พี่ชายข้างบ้านสุดอบอุ่นที่คอยติวบทเรียนและมอบสัมผัสอ่อนโยนให้จนเธอเชื่อมั่นในความรัก ทว่าในวันที่เธอสอบติดมหาวิทยาลัยตามที่เขาสัญญา ความจริงอันเจ็บปวดก็ถูกเปิดเผย เมื่อเขาบอกใครต่อใครว่าเธอเป็นเพียงตัวแทนของหญิงสาวที่เขาโหยหา ลู่จื่อเหยียนเข้าหาเธอเพียงเพราะใบหน้าที่คล้ายกับคนรักเก่าที่ไปต่างประเทศ เมื่อตัวจริงกลับมา เขาจึงเขี่ยเธอทิ้งอย่างไร้เยื่อใยพร้อมคำดูถูกที่กรีดลึกถึงหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย ถึงป๋าดุ(ดัน)หนูก็ไหว
8.1
เมื่อผู้หญิงที่เพื่อนๆ ตั้งสมญานามว่าแม่ชีอย่างเธอจับพลัดจับผลูต้องมาเจอกับผู้ชายหน้านิ่งที่เอะอะกอด เอะอะจูบอย่างเขา อา…แล้วพ่อคุณก็ดันเป็นโรคนอนไม่หลับ จะต้องนอนกอดเธอเท่านั้นด้วย แบบนี้เธอจะเอาตัวรอดได้ยังไงล่ะ “ชอบอาหารเหนือไหม” “ชอบมากเลยคุณ ให้กินทุกวันยังได้เลย” “มากพอจะอยู่ที่นี่ไหม” “แค่กๆๆ” …………… …………………………………………………………………………………………………………………………. “คุณ! เอากระบอกไฟฉายออกไปวางที่อื่นก่อนได้ไหม มันดันหลังฉัน ฉันนอนไม่หลับ” คนที่ใกล้จะหลับบอกเสียงอู้อี้ “เอ้อ! ไม่มีนี่” เขาบอกเสียงอึกอัก “มันจะไม่มีได้ไง ก็มันดันหลังฉันอยู่เนี่ย” เธอมั่นใจว่ามีแน่ๆ ก็หลักฐานมันทนโท่ขนาดนี้ “อืม! นอนเถอะ ไม่มีหรอก” “จะไม่มีได้ไง ก็นี่ไง” คุณเธอยืนยันด้วยการคว้าหมับเข้าให้ พร้อมหันกลับมา หวังงัดหลักฐานที่อยู่ในมือมาพิสูจน์ให้ได้เห็นกันจะๆ คาตา แต่… ตึก ตึก ตึก อา…! ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่คาตา แต่ยังคามือเธอด้วย เธออ้าปากตาค้างราวกับกำลังตกตะลึงสุดขีด ก่อนจะก้มมองไอ้ที่คิดว่าเป็นกระบอกไฟฉายในมือสลับกับเงยหน้ามองเขา จากนั้นก็… “กรี๊ด…!” เธอร้องลั่นพร้อมกับยื่นเท้าถีบออกไปสุดแรง ตุบ! คนไม่ทันตั้งตัวร่วงตุ้บลงไปบนพื้น ครั้นพอจะลุกขึ้น คุณเธอก็ตะโกนเสียงดังลั่นขึ้นมาอีก “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะไอ้คนลามก คนเลว คุณมันทุเรศที่สุด คุณให้ฉันจับไอ้นั่นของคุณ มัน…อี๋…! เธอพูดพลางทำท่าขยะแขยง แล้วมาส่องกระบอกไฟฉายพ่อเลี้ยงพร้อมกันนะคะ
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน