
Zombie Hunter จะรักไหมถ้าผมเป็นซอมบี้
ตอน 2
บทที่ 2
[Richie’s Part]
เสียงขู่กรรโชกที่ดังผ่านประตูโกดังร้างมาให้ได้ยิน ทำให้ผมที่ต้องรีบซุกตัวลงในกล่องไม้ซึ่งเป็นกล่องขนาดใหญ่สำหรับบรรจุสินค้า ปิดฝาขังตัวเองอยู่ภายในและพยายามเก็บเสียงให้เงียบที่สุดเพื่อไม่ให้ไอ้พวกตัวที่อยู่ด้านนอกมันรู้ว่ายังมีผมอยู่ข้างในโกดังร้างแห่งนี้
ผมใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เมื่อหกเดือนก่อนหลังจากที่ไวรัสนรกที่ชื่อว่าไวรัสซีระบาดไปทั่วโลกเมื่อปลายปีที่แล้วหลังจากที่มันเริ่มกระจายในแถบทวีปแอฟริกาก่อนหน้านั้นสามปี ที่นี่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองและบ้านหลังสุดท้ายของผมในสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมาถึงมั้ย จากประสบการณ์ในการอยู่ที่นี่ตลอดหกเดือน ทำให้ผมรู้ว่าไอ้พวกตัวที่เดินเกลื่อนอยู่ข้างนอกนั้นมันประสาทสัมผัสดีต่อสิ่งเร้าเพียงสองอย่างเท่านั้น นั่นก็คือเสียงและกลิ่น
สำหรับกลิ่นน่ะ ผมไม่ค่อยเป็นกังวลนักเพราะโกดังนี้ค่อนข้างทึบ ดูอย่างไรก็น่าจะเก็บกลิ่นได้ดี แถมเมื่ออาทิตย์ก่อน ผมเพิ่งจะได้เสื้อเครื่องแบบของซอมบี้ฮันเตอร์หน่วยหนึ่งที่เอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่มาใส่ คราบเลือดและเศษเนื้อที่เปรอะเปื้อนบนเสื้อนั้นพอจะกลบกลิ่นดั้งเดิมของผมไปได้บ้างเมื่อผมมีกลิ่นช้ำเลือดช้ำหนองไม่ต่างจากพวกมัน ส่วนเรื่องเสียงนั้นเป็นสิ่งที่ผมต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง หากมีเสียงดังขึ้นเมื่อไหร่ พวกมันก็พร้อมจะพังโกดังและบุกเข้ามาเขมือบผมอย่างไม่รีรอทันที
ทำไมพวกมันถึงจะบุกมาเขมือบผมน่ะเหรอ?
ก็เพราะพวกมันไม่ใช่คน แต่เป็นซากศพเดินได้ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าซอมบี้ไง
ใช่แล้วล่ะ ผมกำลังพูดถึงซอมบี้ ซอมบี้ที่กินคนเป็น ๆ ได้หน้าตาเฉยน่ะ
น่าตกใจใช่มั้ยที่สิ่งที่คุณเคยเห็นในภาพยนตร์มันมาเกิดขึ้นในชีวิตจริง แถมพอเกิดขึ้นแล้ว รัฐบาลทั่วโลกก็ทำอะไรมันไม่ได้เหมือนกับที่ภาพยนตร์พวกนั้นคุยโวไว้สักนิด ทั้งยาต้านไวรัส ทั้งยารักษา หาต้นตอที่มาของไวรัสยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ ที่พวกนั้นทำได้อยู่อย่างเดียวก็คือ การส่งหน่วยทหารที่ถูกเรียกว่า ‘ซอมบี้ฮันเตอร์’ ออกตามหาผู้รอดชีวิตให้ไปอยู่ในเขตควบคุมโรคที่กระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของเมือง
ที่ผมรู้ว่ามีพวกทหารพวกนี้ออกลาดตระเวนตามหาผู้รอดชีวิต ก็เพราะผมได้ยินเสียงประกาศจากเครื่องกระจายเสียงของทหารลาดตระเวนพวกนั้นเกือบทุกอาทิตย์ แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่หน่วยลาดตระเวนพวกนั้นจะฝ่าดงซอมบี้ที่ออกันอยู่ข้างหน้าโกดังขนาดใหญ่แห่งนี้มาเจอตัวผมได้ ก็ในที่ที่ผมอยู่ มันเป็นโกดังร้างที่อยู่ในส่วนลึกสุดของโกดังเก็บสินค้าหลังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง และถูกปิดตายโดยฝีมือผมหลังจากที่ผมหนีพวกนรกนั่นมาลงหลักปักฐานตั้งแต่ช่วงที่ไวรัสระบาดใหม่ ๆ ด้วยคิดว่าสถานที่แห่งนี้มันน่าจะปลอดภัยที่สุดแล้ว
โอเค สารภาพตามตรงก็ได้ว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะมาอยู่ที่นี่ แต่บังเอิญรถของทางการที่ขนผู้รอดชีวิตจากการระบาดของไวรัสเมื่อปลายปีที่แล้วซึ่บรรทุกผมมาด้วยถูกจู่โจมโดยพวกติดเชื้อ ทำให้คนเกือบทั้งคันรถไม่รอดชีวิต จะมีก็แต่ผมนี่แหละที่วิ่งหนีออกมาจากขุมนรกนั้นได้ ก่อนจะทะเล่อทะล่ามาเจอโกดังร้างนี่ แล้วจัดการปิดตาย ขังตัวเองอยู่ในนี้ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ถึงผมจะไม่เคยออกไปด้านนอกเลยตั้งแต่ตอนนั้น ผมก็พอจะเดาได้ว่าข้างนอกนั้นคลาคล่ำไปด้วยพวกซากศพเดินได้มากมายแค่ไหน เพราะถ้าไม่เยอะจนฝ่าเข้ามาไม่ได้ ป่านนี้พวกซอมบี้ฮันเตอร์คงจะบุกเข้ามาด้านใน และเจอตัวผมไปแล้วเรียบร้อย
จริง ๆ แล้วก็เคยมีซอมบี้ฮันเตอร์หน่วยหนึ่งบุกเข้ามาถึงที่นี่เหมือนกันนะ ล่าสุดก็เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว น่าเสียดายที่พวกนั้นเข้ามาได้ลึกสุดแค่ด้านหน้าโกดัง ก่อนจะถูกซอมบี้จัดการกินโต๊ะราบคาบเป็นหน้ากลอง แต่ก็ดีแล้วล่ะที่เข้ามาไม่ถึง เพราะไม่อย่างนั้นพวกนั้นคงจะต้องเจอผมแล้วอาจจะต้องสงสัยแน่ว่าทำไมผมถึงมาอยู่ในนี้ ดีอีกอย่างที่พวกนั้นไม่ได้สละชีวิตโดยเสียเปล่า ยังเหลือเศษซากเสื้อผ้าให้ผมได้เอาไว้ใช้อำพรางกลิ่นของตัวเอง
ก็บอกแล้วใช่มั้ยล่ะว่าเมื่ออาทิตย์ก่อน ผมเพิ่งจะได้เสื้อเครื่องแบบของซอมบี้ฮันเตอร์มาใส่ ทำใจกล้าเปิดประตูเหล็กออกไปคว้ามาตอนที่พวกซอมบี้หน้าโกดังถูกเบี่ยงความสนใจไปยังพวกซอมบี้ฮันเตอร์หน่วยอื่นที่พยายามจะบุกเข้ามาข้างใน แน่นอนว่าพวกนั้นก็ไม่รอดเช่นเดียวกัน ส่วนซอมบี้ฮันเตอร์ที่เป็นเจ้าของเสื้อที่ผมใส่ หมอนั่นมีชื่อว่า ‘ไบรอัน บรู๊ค’ หน้าตาเป็นยังไงไม่ต้องถาม เศษซากอะไรก็ไม่เหลือให้เห็น และที่ผมตัดสินใจเอาเสื้อของเขามาใส่ก็เพราะว่าผมรู้ว่าซอมบี้พวกนั้นมันไวต่อกลิ่นและเสียง ผมจึงพยายามทำตัวกลมกลืนโดยการปกปิดกลิ่นตัวเอง กลิ่นเลือดผสมกลิ่นน้ำลายของซอมบี้ทำให้ผมอยู่อย่างสงบสุขตลอดทั้งอาทิตย์ ไม่มีซอมบี้ตัวไหนมาเกาประตูแกรก ๆ พยายามจะเข้ามากินสมองผมเหมือนหกเดือนก่อนเลยแม้แต่น้อย
ผมจำเป็นต้องทำแบบนี้แม้ว่าผมจะไม่อยากทำด้วยมันชวนขยะแขยงสุดทน และแม้ว่าผมเองก็ติดเชื้อ เป็นซอมบี้ไม่ต่างจากพวกมันก็ตาม
ใช่แล้ว... ผมเองก็เป็นซอมบี้ แต่อย่าเพิ่งงงว่าทำไมผมถึงบอกว่าตัวเองเป็นซอมบี้ ทว่ายังมีความคิดและสติสัมปชัญญะครบถ้วน ต่างจากพวกซอมบี้ที่อยู่ด้านนอกนั่น ผมจะอธิบายให้เข้าใจได้คร่าว ๆ แล้วกันว่าซอมบี้ที่เกิดจากเชื้อไวรัสซีเนี่ย ผมแยกมันออกเป็นสองประเภทตามความเข้าใจของผม
ประเภทแรกคือ พวก ‘คอมพลีทซอมบี้’ เป็นซอมบี้ที่คุณเห็นได้ทั่วไปตามท้องถนน พวกนี้จะติดเชื้อจากการถูกคอมพลีทซอมนี้ตัวอื่นกัดเลยทำให้แปรสภาพเป็นคอมพลีทซอมบี้ตาม ลักษณะทางกายภาพเด่น ๆ ของพวกนี้คือ เป็นซากศพที่ยังเคลื่อนไหวได้ ส่วนกิจวัตรประจำวันก็ไม่ต้องถาม แน่นอนว่าต้องจ้องหาพวกที่รอดชีวิต แล้วจัดการเขมือบให้ไม่เหลือซากอยู่แล้ว
ส่วนซอมบี้อีกประเภท ผมเรียกมันว่า ‘แรร์ซอมบี้’
ซอมบี้ประเภทนี้จะต่างจากคอมพลีทซอมบี้อย่างสิ้นเชิง เพราะไม่ได้ติดเชื้อไวรัสซีจากการถูกกัด แต่เป็นเพราะกินน้ำลายของซอมบี้เข้าไปต่างหาก ดังนั้น ลักษณะทางกายภาพจะไม่เหมือนกับคอมพลีทซอมบี้ ยังเหมือนกับคนปกติทุกประการ แต่บางส่วนของร่างกายจะเริ่มออกอาการที่เรียกว่า ‘เน่า’
จะเรียกว่าอยู่ในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตายก็ได้ ส่วนเรื่องที่ผมบอกว่าเน่า มันก็ไม่ใช่ว่าเน่าแบบซากศพพวกนั้นหรอกนะ มันออกจะเหมือนรอยช้ำที่เป็นปื้นขนาดใหญ่ราวกับถูกกระแทกมาอย่างรุนแรงมากกว่า มันไม่มีกลิ่น มีแต่สีที่คล้ำขึ้นทีละน้อยเท่านั้น และอาการของมันก็กำเริบช้ากว่าการเน่าเปื่อยของซากศพจริงๆ อยู่หลายเท่า เพราะผมคอบสังเกตอาการของตัวเองตลอดระยะเวลาที่อยู่ในสภาพอย่างนี้มากว่าครึ่งปี
ใช่... ผมก็เป็นซอมบี้ประเภทนี้
และที่ผมเรียกซอมบี้ประเภทเดียวกับผมว่าแรร์ซอมบี้ ก็เพราะผมคิดว่า มันจะมีสักกี่คนเชียวที่โคตรจะซวยที่ไปกินน้ำลายซอมบี้อย่างไม่ได้ตั้งใจแบบนั้น คือ...ความจริงอาจจะมีแรร์ซอมบี้ที่ติดเชื้อด้วยวิธีการอย่างอื่นที่ไม่ได้กินน้ำลายก็ได้ แต่สำหรับกรณีผม มันเริ่มต้นด้วยสาเหตุแบบนี้น่ะ
ถ้าอยากจะรู้ว่าผมไปเขมือบน้ำลายซอมบี้มาได้ยังไง ผมคงต้องขอเล่าย้อนไปเมื่อปีที่แล้วในตอนที่ผมยังเป็นนักศึกษาและเป็นนักกีฬามวยปล้ำสุดฮ็อตประจำมหาวิทยาลัยสักหน่อย ช่วงนั้นชีวิตของผมดูดีแทบจะทุกอย่าง ผมเป็นที่หมายปองของสาว ๆ เป็นที่อิจฉาของหนุ่ม ๆ ในมหาวิทยาลัย แต่ความซวยมันมาบังเกิดตอนที่ผมลงแข่งมวยปล้ำในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัย ใครจะไปรู้ล่ะว่าขณะที่ผมซัดกับคู่ต่อสู้นัวเนีย จู่ ๆ จะมีซอมบี้ฝูงใหญ่บุกเข้ามาในโรงยิม หนำซ้ำ ซอมบี้ตัวหนึ่งยังพยายามจะกินผมโดยการจับผมทุ่มลงบนพื้น ล็อคแขนล็อคขา ตั้งท่าจะกินสมอง แล้วมีหรือที่นักมวยปล้ำอย่างผมจะยอมถูกล็อค แล้วให้มันกินสมองง่ายๆ แน่นอนว่าผมสู้สุดกำลัง บีบคอซอมบี้ตัวนั้นจนมันทำน้ำลายยืดใส่ปากผมที่อยู่ใต้ร่าง
นั่นแหละ ความอภิมหาซวยเลยบังเกิดตั้งแต่วินาทีนั้น
คุณอาจจะชอบ





