ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ด้วยมนตราแห่งรัก

ด้วยมนตราแห่งรัก

ดลลดาพยายามเผชิญหน้ากับชวนนท์ เจ้านายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องจะจับผิดความรู้สึกของเธอ ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงาน ชวนนท์รุกคืบเข้าหาเพื่อพิสูจน์ว่าหญิงสาวกำลังหวาดกลัวเขาอยู่ แม้ดลลดาจะพยายามเชิดหน้าปฏิเสธเพียงใด แต่เมื่อถูกเขาคว้าตัวเข้าไปประชิดจนสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่ง ร่างกายและสายตาของเธอก็ไม่อาจซ่อนความหวั่นใจได้อีกต่อไป เธอพยายามขัดขืนสุดกำลังพร้อมร้องขออิสระด้วยเสียงที่สั่นเครือในอ้อมกอดที่กักขังเธอไว้
ตอน
แชร์

ตอน 1

ร่างบอบบางในชุดนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ยืนตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้ายอยู่ด้านหน้าตึกสูง 25 ชั้น ของบริษัท อัครเดชไพศาล(กรุ๊ป) จำกัด (มหาชน) นางสาวดลลดา ฤทธาภิวัฒน์ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ อยู่ 3 ครั้ง ก่อนจะก้าวขาเรียวสวย ภายใต้กระโปรงสีดำ จีบรอบตัว ยาวแค่เข่า เข้าไปด้านใน สาวน้อยตรงไปจุดที่มีป้ายบอกว่าเป็นประชาสัมพันธ์ทันที

“ขอโทษนะคะ ดิฉันมาจากมหาวิทยาลัย... ขอเข้าพบฝ่ายบุคคลค่ะ”

ดลลดา แจ้งให้พนักงานสาวสวยให้ทราบว่าเธอมาจากไหน และต้องการพบใคร

“ไม่ทราบว่าต้องการพบด้วยเรื่องอะไรคะ”

ประชาสัมพันธ์สาวสวยถาม

“คือว่า ดิฉันถูกส่งตัวมาจากมหาวิทยาลัย เรื่องที่บริษัท อัครเดชไพศาล(กรุ๊ป) จำกัด ได้ตอบรับการรับนักศึกษาเข้าฝึกงานค่ะ และดิฉันก็เป็นนักศึกษาคนนั้นค่ะ”

“อ๋อ รอสักครู่นะคะ”

ดลลดา รออยู่สักพัก พนักงานสาวก็บอกทางให้เดินไปห้องฝ่ายบุคคล

“ขอบคุณค่ะ”

สาวน้อยกล่าวขอบคุณพนักงานสาวเบาๆ

ดลลดา เดินไปตามทางที่พนักงานสาวบอก ตลอดทางเดิน สาวน้อยมองสำรวจไปทั่ว ตึกอัครเดชไพศาลนี้กว้างใหญ่นัก ภายในปูพรมมีลวดลายสวยงาม เน้นสีน้ำตาลปนดำตลอดทางเดิน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฐานะทางการเงินของเจ้าของนั้นมั่นคงขนาดไหน ความสะอาดก็เป็นเลิศแม่บ้านคงเช็ดถูทั้งวันแน่ เงาวับจนแทบจะส่องกระจกได้อยู่แล้ว เดินสำรวจโน่นนี่จนเพลิน พอหันหน้ามาอีกทีก็พบห้องหนึ่ง ที่มีป้ายบอกว่าเป็นห้องฝ่ายบุคคล สาวน้อยยกมือเคาะประตูอยู่ 3 ครั้ง และก็ผลักเข้าไปพบหญิงอายุประมาณ 40 ปี ใส่แว่นตาหนาเตอะ มองมาที่หล่อน และมีพนักงานหญิงนั่งทำงานอีก 4 คน

“นั่งสิ”

หญิงวัย 40 บอก

“ชื่ออะไร”

พอดลลดานั่งลงปุ๊บ น้ำเสียงเข้มงวดก็เอ่ยถาม

“ดลลดา ฤทธาภิวัฒน์ ค่ะ”

“อืม… ต้องการฝึกงานด้านเลขานุการรึ”

“ค่ะ”

เมื่อสาวน้อยตอบไปแล้ว สายตาภายใต้แว่นตาอันหนาเตอะ ก็มองจ้องมาที่ใบหน้าหวานนิ่งอยู่พักนึง

“ถ้าจะถามว่าเธอสามารถทนต่อสภาวะความกดดันได้ดีแค่ไหน เธอคงตอบไม่ได้เพราะยังไม่เคยผ่านงาน เอาเป็นว่าตลอดเวลา 3 เดือน ที่เธอต้องทำงานที่นี่ ฉันขอให้เธอพยายามอดทนต่อความกดดันที่เกิดขึ้น งานเลขานุการขึ้นตรงกับเจ้านายใหญ่โดยตรง และคนที่แบกภาระอันหนักอึ้ง มีความรับผิดชอบสูง และเป็นเจ้านาย ก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์บ่อย ฉันหวังว่าเธอคงทนให้ได้จนครบ 3 เดือน แล้วกันนะ”

“ค่ะ” ถึงแม้ ดลลดาจะไม่ค่อยเข้าใจกับคำเตือนนั้น แต่สาวน้อยก็รับคำ

“ฉัน พิจิตรา ยินดีต้อนรับเธอร่วมงานกับเรา เดี๋ยวเธอขึ้นไปชั้น 25 พบกับคุณ อรอนงค์ เขาเป็นเลขาฯ ของคุณชวนนท์ เธอจะต้องเรียนรู้งานจากคุณอรอนงค์ ขอให้โชคดี”

ดลลดาเพิ่งจะรู้ว่าบุคคลที่นั่งคุยและเตือนเธอนั้นชื่อ พิจิตรา แล้วสาวน้อยก็ขึ้นไปชั้น 25 ตามที่คุณพิจิตราบอก

ชั้นที่ 25 นี้ มีเพียงโต๊ะทำงานซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของเลขานุการเพียงตัวเดียว และมีห้องซึ่งน่าจะเป็นห้องผู้บริหารอีก 3 ห้อง เท่านั้น

“น้องที่มาฝึกงานกับพี่ใช่ไหมคะ ดีใจจังเลยค่ะที่พี่จะมีเพื่อนแล้ว ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็เถอะ”

อรอนงค์ ส่งยิ้มต้อนรับอย่างยินดีมาให้สาวน้อย ดลลดายิ้มตอบ เริ่มรู้สึกคลายกังวลไปมาก เมื่อได้คุยกับอรอนงค์

“เดี๋ยวน้องรอสักครู่นะคะ พอดีว่าพี่ป่วยเลยหยุดงานไป 2 วัน โต๊ะของน้องก็เลยยังไม่มีใครยกมาให้ เดี๋ยวพี่จะให้ยามยกขึ้นมาให้นะคะ”

อรอนงค์บอก และเมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัย 2 คน ยกโต๊ะขึ้นมาให้พร้อมเก้าอี้เรียบร้อย อรอนงค์ก็ให้ ดลลดานั่งทำงานที่โต๊ะตัวนั้น ทั้งบอกอีกว่า วันนี้คงไม่ค่อยมีงานอะไรมาก เพราะเจ้านายไม่อยู่ ทั้งสองเลยได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น

ดลลดาพอใจในอัธยาศัยไมตรีของอรอนงค์ ที่เป็นคนร่าเริงและคุยสนุก พอได้เวลาเที่ยงอรอนงค์ก็พาดลลดาลงไปทานอาหารในโรงอาหารที่จัดไว้ให้สำหรับพนักงาน และทราบอีกว่า อาหารกลางวันมีไว้บริการแก่พนักงานทุกคนฟรี ถือเป็นสวัสดิการแก่พนักงาน

“ดีจังเลยนะคะ อิ่มจังตังค์อยู่ครบ” ดลลดาบอก ส่งยิ้มหวานให้อรอนงค์

“พวกเราโชคดีที่ได้ทำงานที่นี่จ้ะ เงินเดือนที่ได้รับก็มากพอสมควร แถมได้กินข้าวฟรีอีกด้วย เอาไว้ถ้าดรีมจบการศึกษาแล้ว ก็เข้ามาทำงานที่นี่ได้นะ เพราะดรีมได้เข้ามาฝึกงานที่นี่แล้ว”

“ดีเลยค่ะ เอ... แต่ว่าไม่รู้ว่าดรีมจะผ่านการทดลองงานรึเปล่าน่ะสิคะ”

“อย่าเพิ่งกังวลเลย เพิ่งเข้ามาวันแรก แต่พรุ่งนี้เจ้านายกลับมา ดรีมกับพี่คงหัวฟูไม่ได้มีโอกาสมานั่งคุยกันสนุกแบบนี้หรอก”

“ค่ะ ดรีมจะตั้งใจทำงาน ช่วยพี่อรให้ดีที่สุดค่ะ”

“จ้ะ”

เช้าวันที่สองของการทำงาน วันนี้ดลลดามาถึงที่ทำงานสาย เพราะรถติดซึ่งเป็นปัญหาโลกแตกของกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร เท้าบางๆ ในรองเท้าหุ้มส้น วิ่งเข้าบริษัท ตรงไปที่ลิฟต์ซึ่งประตูกำลังจะปิดพอดี

“เดี๋ยวค่ะ รอด้วยค่ะ ขอไปด้วยคน”

เสียงใสๆ บอกผู้ที่อยู่ในลิฟต์ พร้อมกับมือบางที่ยื่นเข้าไปในลิฟต์ เมื่อเห็นว่าประตูจะปิดแล้ว และคนที่อยู่ในลิฟต์ก่อนแล้วคงจะไม่ได้ยินเสียงเธอ ทำให้ข้อมือบาง โดนประตูหนีบก่อนที่ประตูจะดีดตัวออกจากกันเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง

“โอ๊ย!” ดลลดาอุทาน เมื่อรู้สึกเจ็บที่ข้อมือ

ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ข้อมือข้างเดิมก็ถูกมือใหญ่กระชากเข้าไปในลิฟต์ ด้วยความตกใจ ทำให้สาวน้อยเงยหน้าขึ้นมองคนที่ฉุดข้อมือตน ด้วยความฉุนกึก

แต่แล้วคำพูดที่กำลังจะถูกส่งผ่านออกมาจากริมฝีปากอิ่มนั้น ก็ต้องถูกกลืนลงไปในลำคอทันที เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ทำอุกอาจกับตน ดวงตากลมโตสีดำสนิทส่งประกายสดใสราวนิลน้ำดีเบิกกว้างขึ้น ริมฝีปากอิ่มเผยอออกอัตโนมัติ ไม่ใช่ว่าสาวน้อยกำลังเห็นภูตผีปีศาจหรอกนะ แต่เป็น...

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บังคับรักมาเฟียไร้ใจ
9.4
เมื่อพยศรักปะทะกับอำนาจมืดในมือมาเฟียผู้ไร้ความปรานีอย่าง เหนือเมฆ เขาจึงประกาศกร้าวเพื่อตีตราจองจำเธอไว้ในฐานะเมียเพียงคนเดียวเท่านั้น พร้อมคำขาดสุดอันตรายที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลว่า หากเธอยังกล้าปันใจหรือทอดสะพานให้ชายอื่นหน้าไหนอีก เขาจะไม่ละเว้นโทษตายให้เธออย่างเด็ดขาด เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดเข้มข้นท่ามกลางแรงหึงหวงที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจังหวะหัวใจให้มอดไหม้ไปกับไฟสวาทและการครอบครองที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักร้าย จอมใจจอมเถื่อน
9.6
รามเริ่มบรรเลงบทรักอันเร่าร้อนด้วยการปลดบิกินีของเหมือนฝันออกอย่างแผ่วเบา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ เขาสัมผัสเรือนร่างและทรวงอกอวบอิ่มของเธอจนหญิงสาวสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่าน แม้ปากจะเอ่ยห้ามด้วยความขัดเขิน แต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อสัมผัสอันจาบจ้วงนั้นอย่างไม่อาจต้านทานได้ เมื่อไฟสวาทถูกจุดขึ้น รามจึงเดินหน้ามอบความรัญจวนใจให้แก่ร่างเปลือยเปล่าบนตัก พร้อมลูบไล้สู่จุดอ่อนไหวที่แสนหวานล้ำเพื่อแผดเผาหัวใจของทั้งคู่ให้หลอมละลายไปกับเพลิงรักที่เขาสร้างขึ้น
หน้าปกนวนิยาย MY BOY ผู้ชายข้าใครอย่าแตะ
8.2
เมื่อพยาบาลสาวต้องมารับมือกับคนไข้หนุ่มจอมกวนที่อ้างว่าป่วยเพราะไม่มีเงินกินข้าว พร้อมเสนอตัวขอฝากท้องแบบหน้าไม่อาย ความสัมพันธ์สุดวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางฝีปากที่เผ็ดร้อน แม้เธอจะพยายามข่มขู่เขาด้วยชื่อพี่ชาย แต่ชายหนุ่มผู้หน้าด้านทนทานยิ่งกว่าปูนซีเมนต์คนนี้กลับไม่เกรงกลัว แถมยังตอบโต้ด้วยคำพูดหื่นกระหายและท่าทีคุกคามที่ชวนให้ใจสั่น เธอต้องเลือกว่าจะหนีไปให้ไกลเพื่อความปลอดภัย หรือจะยอมพ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์อันตรายของผู้ชายพันธุ์ดุคนนี้
หน้าปกนวนิยาย คืนสวาทเมียบำเรอ
8.3
เมื่อทะเบียนสมรสที่ได้มาต้องแลกกับความเจ็บปวดแสนสาหัส เขาตกลงมอบสถานะภรรยาตามกฎหมายให้เพียงเพราะต้องการนางบำเรอส่วนตัวไว้ระบายความใคร่เท่านั้น แม้ในทางสังคมเธอจะได้ชื่อว่าเป็นเมียแต่งที่เชิดหน้าชูตา แต่ในยามค่ำคืนเธอกลับเป็นได้แค่ทาสสวาทที่ไร้หัวใจและมีค่าเพียงแค่ร่างกายสวยงามสำหรับเขา คำประกาศกร้าวที่ว่าจะไม่มีวันมอบความรักให้นั้นกลายเป็นตราบาปที่คอยย้ำเตือนว่าเธอเป็นเพียงไม้ประดับข้างกายที่เขาสามารถหยิบใช้ได้ตามอารมณ์
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูร้อนรัก
8.6
เรื่องราวความรักที่ขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อน เมื่อชายหนุ่มผู้ซื่อสัตย์ให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่นว่าจะมอบหัวใจให้คุณหนูเพียงผู้เดียวเท่านั้น แม้จะถูกยั่วยวนด้วยหญิงอื่นเขาก็ไม่หวั่นไหว ในขณะที่หญิงสาวตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ที่ชัดเจน เขาก็ยืนยันสถานะแฟนด้วยความจริงใจ พร้อมวางแผนอนาคตให้เธอเป็นภรรยาหลังเรียนจบ ท่ามกลางความผูกพันทางกายและใจที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะแยกจากกันได้ ความรักครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความมั่นคงและแรงดึงดูดที่แสนเย้ายวน
หน้าปกนวนิยาย เรือนรักเรือนเสน่หา (เรือนคุณพระ)
9.2
ท่ามกลางพิษไข้ที่รุมเร้า บุษบาไม่อาจยอมให้ศรจากไปไหน สายตาที่สั่นคลอนของเธอทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจละทิ้งทุกอย่างเพื่ออยู่เคียงข้างเตียง ศรประคองใบหน้าหญิงสาวด้วยความทะนุถนอม พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะจัดการทุกอุปสรรคเพื่อครองคู่กับเธออย่างถูกต้อง เขาโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม หวังเพียงให้ความอบอุ่นนี้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ แม้ในยามที่สติของบุษบาจะเลือนรางคล้ายฝัน แต่สัมผัสอันอ่อนโยนและคำว่ารักจากใจเขาก็ยังคงชัดเจนและตราตรึง