ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หนึ่งชาติแค้นสองภพรัก ไยไม่คะนึงหา

หนึ่งชาติแค้นสองภพรัก ไยไม่คะนึงหา

ความแค้นในอดีตเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาปักใจเชื่อว่าหลันเล่อคือผู้อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมอันเลวร้ายที่ทำลายหญิงคนรัก ด้วยความพิโรธและการแก้แค้นอย่างบ้าคลั่งทำให้หลันเล่อต้องสังเวยด้วยชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน ทว่ากาลเวลาผ่านไปนานถึงสิบแปดปี ความจริงที่เคยถูกบิดเบือนกำลังจะกลับมาเปิดเผยอีกครั้งในวันที่ทุกสิ่งเปลี่ยนไป ชะตากรรมระหว่างเขาและนางจะลงเอยอย่างไรในเมื่อความผิดพลาดครั้งใหญ่ได้พรากทุกอย่างไปแล้ว
ตอน
แชร์

ตอน 3

"ไม่น้าาาาจะตายไม่ได้ได้นะ ห้ามตายตรงนี้เจ้าคนถ่อย ลุกขึ้นมาข้าสั่งไม่ให้ตายจะตายทั้งๆ ที่ยังนอนอยู่บนตัวข้าไม่ได้น้าาาา" 

ทั้งผลักทั้งดันร่างสูงที่หนวดเครารุงรังแต่ด้วยร่างสูงที่ทั้งใหญ่ทั้งหนักหลันเล่อจึงเปลี่ยนวิธียกมือขึ้นกอดรวบลำตัวมือบางวางที่แผ่นหลังของเหลวเหนียวหนึบ หลันเล่อจ้องมือบางที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของตัวเอง

"บาดเจ็บนี่"

พลิกร่างสูงลงด้านล่างตัวเองนอนทับด้านบน หอบแฮ่กๆ

"คนอะไรตัวใหญ่เป็นบ้า ไปตามอาจารย์มาดีกว่า ไม่ได้สิต้องจัดการกับบาดแผลเสียก่อนค่อยตามอาจารย์"

ดึงมีดสั้นออกมาจากเอวขมวดคิ้วจรดมีดสั้นลงที่ลำคอของต้าหมิงคุน ลากมือขึ้นลงเบาๆ

"ไม่มีหนวดเคราแล้วค่อยดูดีมาหน่อย อีกอย่างพวกที่ตามล่าก็จะจำไม่ได้"

พลิกร่างใหญ่ให้นอนคว่ำหน้าด้วยแรงทั้งหมด ตัดเศษอาภรณ์ด้านหลังของต้าหมิงคุนออก แผลยาวเหวอะหวะฟาดยาวบนแผ่นหลัง ดึงถุงน้ำกระเพาะแพะมารินน้ำใส่ผ้าจนชุมเช็ดรอบๆ บาดแผล

"ไปปล้นฆ่าใครเขามา จึงถูกตามล่าเช่นนี้ แต่หายห่วงถึงมือหลันเล่อแล้วจะต้องปลอดภัย" 

หยิบยาสมานแผลขวดเล็กที่พกติดตัวเป็นประจำ ก็หลันเล่อมักจะบาดเจ็บมีบาดแผลเล็กน้อยไปทั่วกาย ถงหมิ่นจึงยัดยาสมานแผลใส่มือให้ตั้งแต่นั้นมาก็กลายเป็นของที่ต้องพกติดตัวเป็นประจำ โรยยาสมานแผล เทน้ำใส่ในผ้าอีกครั้ง เช็ดรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนใบหน้าอีกครั้ง หลันเล่อชะงักมือ ด้วยใบหน้าหมดจดที่เห็นช่างหล่อเหลาในตอนที่มีหนวดเครามองเหมือนโจรป่า แต่พอโกนหนวดเคราออกเสียสิ้นกับมีสภาพ ดังอ๋องหรือองค์ชายของแคว้นใดสักแห่งหนึ่ง

หลันเล่อมองใบหน้าหล่อเหลารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด บังเกิดความรู้สึกประหลาด ที่หลันเล่อไม่เข้าใจว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ สะบัดหัวไปมา

"ไปตามอาจารย์ดีกว่า"

ลุกขึ้นยืนกับถูกร่างสูงดึงรั้งจนล้มลงบนอกของเขาทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเพียงครู่เดียวร่างเล็กของหลันเล่อก็อยู่ใต้ร่างของต้าหมิงคุน

"เจ้าเป็นใคร"

"ขะขะ เอ่อหลันเล่อ"

"ไม่จริงลี่หลันเล่อนางตายไปแล้ว"

"ลี่หลันเล่อ ไม่ไม่ไม่ข้าเอ่อหลันเล่อองค์หญิงรองเผ่าปาเอ่อถัว"

ต้าหมิงคุนยกมือขึ้นกุมขมับ

"นางตายไปแล้ว"

พึมพำเบาๆ

"ท่านลุงเอ๊ยท่านอาท่านต้องใจเย็นๆ ข้าเป็นคนช่วยท่านไม่ได้คิดจะทำร้ายท่าน เห็นไหมบาดแผลของท่านก็เป็นยาสมานแผลที่ดีที่สุดของเผ่าเรามีใช้เฉพาะในวังหลวงชาวบ้านธรรมดาไม่มีโอกาสได้ใช้ยานี่ ถงหมิ่นให้ข้าพกไว้พอดีได้ใช้ช่วยชีวิตท่านอาพอดีเลย"

ต้าหมิงคุนได้ยินชื่อของถงหมิ่น

"ถงหมิ่น ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน"

"อาจารย์กับข้าเรามักจะร่ำสุราด้วยกันที่….ทำไมข้าต้องบอกท่านด้วย"

"ตามเขาให้ข้า"

น้ำเสียงดุดัน

"นี่พูดดีๆ หน่อยถ้าท่านอารู้จักซือฟุอยากพบซือฟุจะต้องพูดกับข้าดีๆ เพราะว่าข้าเป็นถึงองค์หญิง"

"ตามเขามาพบข้า"

ยังพูดคำเดิมซ้ำๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงแผ่หลาด้วยรู้สึกถึงความเจ็บปวดบริเวณบาดแผล

จื่อจื่อทะยานลงจากคบไม้ ตรงเข้าพยุงร่างสูงของต้าหมิงคุน

"ฮะฮะ ฮ่าฮ่า"

อดที่จะขำไม่ได้เมื่อเห็นว่าใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเคราไม่เคยต้องคมมีดมานับสิบปีบัดนี้สะอาดหมดจดไม่เหลือเส้นขนบนใบหน้าแม้แต่เส้นเดียว

"นายท่าน ทำไมใบหน้าท่าน"

หลันเล่อเม้มริมฝีปากกลั้นยิ้ม ยืนส่ายไปส่ายมา

"ข้ากลัวว่าพวกที่ตามล่าเขาจะจำเขาได้อีกอย่าง...ข้าไม่ชอบคนที่หนวดเครายาวรุงรังเหมือนโจรป่า"

ต้าหมิงคุนอ้าปากค้างยกมือขึ้นลูบที่ใบหน้าหมดจดของตัวเอง

"เจ้า นี่เจ้าทำอะไรข้า"

"เอ้า ก็แค่โกนหนวดเคราให้ แล้วก็ทำแผลไม่ได้ปล้นพรหมจรรย์เสียหน่อยทำไมต้องโมโหขนาดนั้น"

“เจ้าต้องชดใช้”

“จะบ้าหรือชดใช้เรื่องอะไรกัน ข้าช่วยชีวิตแค่กวนหนวดเคราด้วยความหวังดี อีกอย่างโกนขนพวกนี้ทิ้งแล้วก็หล่อเหลาไม่น้อย” 

จื่อจื่ออมยิ้มนึกขำ แม่นางน้อยผู้นี้ช่างมีอารมณ์ขันยิ่งนัก นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เห็นว่า ต้าหมิงคุนจะมีอาการวุ่นวายแบบนี้

จื่อจื่อหันมองหลันเล่อ ก่อนจะอ้าปากค้าง

"คุณหนูลี่"

"ไม่ไม่ไม่ข้าชื่อเอ่อหลันเล่อ" 

จื่อจื่อยังคงจ้องมองใบหน้าของหลันเล่อนิ่ง จะเป็นไปได้อย่างไรหากเป็นลี่หลันเล่อที่ไม่แก่เฒ่าแล้วยังสวยน่ารักแววตาใสซื่อไร้แววหยิ่งยโส

ลี่หลันเล่อที่เขาฝังนางกับมือ ต้าหมิงคุนหลบลี้หนีหน้าจากผู้คนนานนับเดือนด้วยเรื่องของลี่หลันเล่อ เมิ่งเม่ยที่แทบจะถอดใจเมื่อไม่อาจดึงรั้งต้าหมิงคุนให้กลับเป็นคนเดิม

"ไม่เอาดีกว่าท่านมีคนดูแลแล้ว ข้าไปก่อนดีกว่า”

ก้าวขาจากไป จื่อจื่อพยุงต้าหมิงคุนนั่งพิงต้นไม้ใหญ่

“นางยั่วโทสะข้า”

“นางน่าเอ็นดูอีกอย่างใบหน้าของนางช่างละม้ายกับแม่นางลี่แล้วยังมีชื่อเดียวกันด้วย” 

ต้าหมิงคุนยกมือขึ้นลูบหนวดเคราด้วยความรู้สึกแปลกไป ความจริงก็ดีไม่น้อยไม่มีหนวดเคราก็รู้สึกว่าใบหน้าสะอาดสะอ้าน ถอนหายใจกับคำว่าหล่อเหลาของแม่นางน้อยหลันเล่อ

“เจอตัวหรือไม่”

หลันตี้ ถามหัวหน้าโจรจิ้งจอกดำ

“ไม่เจอ ข้าส่งคนติดตามจนทั่วไม่พบแม้แต่เงา”

หานจงหัวหน้าโจรพรรคจิ้งจอกดำส่ายหน้าไปมา

“เรื่องง่ายดายทำให้เป็นเรื่องยาก อยู่ในเผ่าปาเอ่อถัวของเราจะสังหารคนล้วนง่ายดาย ข้ามักจะเปิดโอกาสให้พวกท่านได้ทำตามใจ ของที่ปล้นมาก็ไม่เคยเอาส่วนแบ่งเรื่องแค่นี้กลับทำไม่สำเร็จ”

“ต้าหมิงคุนได้รับบาดเจ็บสาหัส หากองค์ชายเพียงแค่ห้ามหมอในปาเอ่อถัวให้การรักษา คาดว่าบาดแผลอาจมีปัญหาในภายหลัง”

“โง่เสียจริงข้าจะสั่งแบบนั้นได้อย่างไร พรุ่งนี้พระสนมลู่ฟางก็จะต้องรับเอาหลานคนโปรดต้าหมิงคุนเข้ามาในวังหลวงอยู่แล้ว ความจริงควรจะจัดการให้สำเร็จในคืนนี้”

“ข้าส่งคนไปแล้วองค์ชายวางใจ ข้าจะทำให้ดีที่สุดตามที่ตกลงกันไว้”

“เรื่องน้องสาวของข้า องค์หญิงรองนะหรือข้ายังไม่ได้รับปากว่าจะทูลเสด็จพ่อเรื่องนี้”

“องค์ชาย แต่ข้าบอกท่านแล้วว่าที่ข้ายอมทำเรื่องทั้งหมดให้ท่านยอมเสี่ยงกับการยกทัพมาโจมตียอมเอาชีวิตของจอมโจรจิ้งจอกดำหลายร้อยชีวิตไปเสี่ยงก็เพราะว่าข้าแอบหมายปององค์หญิงรองหลันเล่อ เพียงท่านเอ่ยปากเชื่อว่าฝ่าบาทจะต้องไม่กล้าปฏิเสธ” 

หลันตี้ยิ้มมุมปาก ใครกันอยากจะให้ลูกสาวหรือน้องสาวที่น่าเอ็นดูอย่างหลันเล่อต้องไปเป็นภรรยาจอมโจรมีชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ

“ไว้ข้าคุยกับเสด็จพ่อเรื่องนี้อีกที เจ้าทำสิ่งที่ข้ามอบหมายให้สำเร็จก่อนเถิด หานจง”

ลุกขึ้นสะบัดชายเสื้อจากไปในทันที

“องค์หญิงรองหายออกจากวังหลวงอีกแล้ว กงเจี้ยนตามหาองค์หญิงให้กลับมาได้แล้ว”

หลันตี้สั่งดังๆ

“องค์ชาย คงอยู่กับถงหมิ่นเป็นแน่ไม่ได้หายไปไหน”

“นั่นยิ่งต้องตามนางกลับมา ถงหมิ่นเป็นคนแคว้นหานข้าไม่เคยไว้ใจเขา”

“ขอรับ”

กงเจี้ยนประสานมือ คว้ากระบี่ออกจากห้องไปอีกคน

หลันเล่อสาวเท้ากลับวังหลวงเร็วรี่วันนี้ไม่ได้ร่ำสุราเหมือนเช่นทุกครั้งที่หนีออกมาป่านนี้แล้ว อาจารย์ก็คงกลับวังหลวงแล้วเช่นกัน

“อุ๊ป”

ถงหมิ่นกางมือออกขวางหน้าหลันเล่อไว้ยิ้มด้วยแววตาอ่อนโยน

“องค์หญิงรองหนีอะไรมา” พูดยิ้มๆ

“อาจารย์ ดีใจจังข้าคิดว่าต้อง เดินกลับวังหลวงเพียงลำพังเสียแล้ว”

ยื่นหน้าเข้ามาใกล้

“ก็เลยคิดถึงอาจารย์ใช่หรือไม่”

“อาจารย์รู้ใจข้าที่สุด นี่ข้าเดินจนขาพังไปแล้ว”

ทรุดกายชันเข่านวดน่องเบาๆถงหมิ่นหันหลังให้

“มะ...อาจารย์แบกเจ้าไปดีไหม”

 หลันเล่อกระโดดขึ้นหลังของถงหมิ่นในทันที

“ดีมาก ไม่เห็นข้าไปก็ไม่ยอมตามหาข้า ต้องทำคุณไถ่โทษโดยการแบกข้ากลับวังหลวง”

ถงหมิ่นยิ้ม

“เต็มใจอย่างยิ่ง”

แสงจันทร์กระจ่างกับร่างเล็กบนแผ่นหลังที่เจื้อยแจ้วไม่หยุด ถงหมิ่นฟังไปยิ้มไป กับคำถามที่หลันเล่อสรรหามาถามเขาตลอดทาง

“อาจารย์ เมื่อครู่หลันเล่อช่วยชีวิตคนผู้หนึ่งจากการถูกสังหาร”

ถงหมิ่นชะงักฝีเท้า

“ องค์หญิง ท่านทำเรื่องอันตรายเพียงนี้ คนผู้นั้นอาจไม่ใช่คนดี”

“ดีสิ เพราะเขารู้จักอาจารย์ เขายังบังคับให้ข้าตามอาจารย์ให้เขา”

"องค์หญิงเจอเขาที่ไหน”

“ป่าทางทิศใต้ก่อนถึงทางออกไปยังโรงเตี๊ยมที่เรามักจะพบกัน”

“องค์หญิง จากนี้ไปก็จะถึงตำหนักขององค์หญิงแล้ว ข้าน้อยขอตัว”

นั่งลงให้หลันเล่อลงจากแผ่นหลัง

“อ้าว ..อาจารย์ท่านไม่แบกข้าแล้วหรือ”

“อาจารย์มีเรื่องเร่งด่วนต้องไปทำ องค์หญิงอย่าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังอย่าบอกใครว่าคนผู้นั้นรู้จักกับอาจารย์”

หลันเล่อพยักหน้ายิ้มๆ

“หากเป็นคำสั่งอาจารย์หลันเล่อจะปกปิดให้เอง”

ยิ้มกว้างถงหมิ่นรีบทะยานจากไป

“ฝ่าบาท ต้าหมิงคุนมาในครั้งนี้ เป็นเพราะลู่ฟางส่งสารไปเชิญเขามา”

“ข้ารู้ เจ้าหวังดี”

“ฝ่าบาทหากจะรักษาดินแดนของเผ่าปาเอ่อถัวไว้ได้ ไม่มีการรุกรานจากเผ่าอื่นและแคว้นใต้จะต้องอาศัยแคว้นหาน”

“หลันเล่อเพิ่งจะสิบแปดอีกอย่างข้าไม่อยากฝืนใจนาง”

“ฝ่าบาท ต้าหมิงคุนยังไม่มีฮองเฮารับนางไปแคว้นหาน ข้าช่วยพูดเสียหน่อย ตำแหน่งฮองเฮาคงจะต้องเป็นหลันเล่ออย่างแน่นอน”

“หลันเล่อยังเด็กนักเกรงว่าชีวิตในวังหลวงแคว้นหาน จะทำให้นางต้องพบกับความทุกข์มากกว่าความสุข”

“ นางเป็นองค์หญิง เรื่องบ้านเมืองล้วนสำคัญเหนืออื่นใด”

“ไว้ข้าไตร่ตรองให้ดีกว่านี้ก่อน ไท่จือแคว้นใต้ก็กำลังจะส่งเครื่องบรรณาการมาสู่ขอนาง”

ลู่ฟางยิ้มอ่อนโยน

“ฝ่าบาทต้าหมิงคุน ไม่มีสิ่งใดบกพร่อง หวังว่าฝ่าบาทจะเห็นแก่ข้ามอบนางให้เป็นคนของต้าหมิงคุน”

“ไม่มีทางนางพูดเอาเองตามแต่ใจของนาง คิดจะดองกับเผ่าปาเอ่อถัวเพื่อผลประโยชน์กดดันหลันเล่อของข้า นางแพศยาได้ใจฝ่าบาทไปยังคิดบงการลูกของข้าอีก”

ฮองเฮา ส่งเสียงดังลั่นเมื่อนางกำนัลที่ส่งไปยังตำหนักของลู่ฟางรีบคาบข่าวสำคัญนี้มาบอก

“ฝ่าบาทรับปากนางหรือไม่”

“ไม่เพคะฝ่าบาทไม่ยอมรับปาก อ้างว่าองค์หญิงยังเด็ก”

“ทั้งลู่ฟางและถงหมิ่นทั้งสองคนคิดจะบงการหลันเล่อของข้า ส่งข่าวบอกไท่จือแคว้นใต้ให้รีบเสด็จยังเผ่าปาเอ่อถัวโดยเร็วที่สุด”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HTP” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HTP
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพลิงหัวใจไฟเสน่หา
8.1
สีหราชระเบิดอารมณ์คลุ้มคลั่งใส่บุษย์น้ำเพชรอย่างรุนแรงจนเธอเปรียบเขาเป็นดั่งคนบ้าที่ไร้สติ แม้หญิงสาวจะพยายามประชดประชันเพื่อปกปิดความกลัว แต่ทว่าโทสะของชายหนุ่มกลับทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่อาจต้านทานได้ เขาประกาศกร้าวแสดงความเป็นเจ้าของเหนือตัวเธอเพียงผู้เดียวพร้อมพันธนาการร่างบางไว้ด้วยกำลังมหาศาล ท่ามกลางเสื้อผ้าที่ถูกฉีกขาดและคราบน้ำตาแห่งความหวาดหวั่นที่รินไหล บุษย์น้ำเพชรจำต้องเผชิญกับเพลิงเสน่หาอันดุดันที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ไปกับความโกรธแค้นของเขา
หน้าปกนวนิยาย หลังแกล้งทำเป็นความจำเสื่อม เขาก็สูญเสียคู่ชีวิต
8.9
ไคอัน คู่ชีวิตเบต้าของฉันอ้างว่าสูญเสียความทรงจำหลังถูกหมาป่าทำร้าย เขาลืมเลือนว่าฉันกำลังตั้งครรภ์และหันไปหาเอเวลิน แกมม่าสาวที่เขาปักใจเชื่อว่าเป็นรักแท้ พร้อมดูแคลนว่าโอเมก้าอย่างฉันไม่คู่ควร เมื่อความรักพังทลาย ฉันจึงยอมยกเลิกพันธะเพื่อให้เขาได้สมหวัง ทว่าในวันที่ฉันเข้าพิธีแต่งงานกับราชาอัลฟ่าผู้เป็นคู่ชีวิตคนใหม่ ไคอันกลับมาทวงถามถึงลูกด้วยความคลุ้มคลั่ง ฉันจึงตอกกลับอย่างเย็นชาว่าเด็กคนนั้นไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา
9.3
ซูชิงซวู่ยอดสายลับสาวทะลุมิติมาอยู่ในร่างบุตรีผู้ถูกทอดทิ้งของจวนโหวอันติ้ง ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณีที่นำพาแต่ความโชคร้าย ทว่าหลังจากรอดพ้นจากเงื้อมมือโจร เธอกลับกลายเป็นคนใหม่ที่พร้อมฟาดฟันกับบิดาที่แสนเย็นชา แม่เลี้ยงจอมบงการ และอดีตคู่หมั้นที่ทรยศไปหาน้องสาวต่างแม่ เธอตั้งมั่นจะทวงคืนความยุติธรรมและจัดการคนชั่วให้สิ้นซาก แต่แผนการกลับยุ่งเหยิงเมื่อท่านอ๋องเผ่ยเสวียนจูผู้ที่เธอเคยช่วยชีวิตไว้ กลับตามตื้อเพื่อขอตอบแทนพระคุณด้วยการเอาตัวเข้าแลกในฐานะสามี
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่ถูกทิ้ง
9.3
ซูเมิ่ง นักธุรกิจสาวผู้เก่งกาจต้องมาอยู่ในร่างบุตรีที่ตระกูลขุนนางชิงชัง เธอถูกส่งตัวไปแต่งงานกับท่านแม่ทัพจากตระกูลศัตรูในฐานะตัวประกันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แม้จะถูกสามีทอดทิ้งแต่นางกลับมองเป็นโอกาสในการสร้างตัวด้วยทักษะการค้า ทว่าท่ามกลางความขัดแย้ง ท่านแม่ทัพเจ้าแผนการกลับเริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมบีบบังคับให้เธออยู่ปรนนิบัติด้วยของหวานรสเลิศเพื่อดับโทสะ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดวุ่นวายที่ทั้งคู่ต้องรับมือ
หน้าปกนวนิยาย ต้องมนต์บุปผา
9.1
หลิวซือซือ หญิงสาวผู้งดงามและใสซื่อที่เติบโตมาจากการประคบประหงมของครอบครัวผู้มั่งคั่ง เธอตัดสินใจก้าวเข้าสู่เส้นทางนักแสดงตามความฝันแม้พ่อแม่จะไม่เห็นชอบ จนกระทั่งได้รับขลุ่ยโบราณที่พ่อหามาให้เพื่อใช้ประกอบการแสดงซีรีส์ย้อนยุค ตั้งแต่นั้นมาเธอก็เริ่มฝันถึงแม่ทัพหนุ่มท่ามกลางสนามรบซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยในฝันเธอได้ช่วยเหลือเขาไว้หลายครั้ง สิ่งที่น่าพิศวงคือความฝันเหล่านั้นเริ่มซ้อนทับกับความจริงอย่างประหลาด เขาเป็นใคร และขลุ่ยเล่มนี้มีความลับใดซ่อนอยู่กันแน่
หน้าปกนวนิยาย จวนร้างแห่งนี้มีสตรีถูกทิ้ง
8.0
ซ่งจื่อเหยียนถูกน้องสาววางแผนร้ายจนต้องอับอายในงานวันเกิดองค์หญิงหก เมื่อตื่นมาพบว่าตนนอนเคียงข้างเว่ยเซียวหยาง ทว่าเขากลับรังเกียจและขับไล่นางไปอยู่จวนร้างไกลเมืองหลวง ขณะที่หลี่จื่อเหยียนวิญญาณจากยุคปัจจุบันต้องมาเข้าร่างและเผชิญความเจ็บปวดจากการคลอดลูกเพียงลำพังโดยไม่มีหมอตำแย มีเพียงสาวใช้และชาวบ้านคอยช่วยเหลือ ท่ามกลางความแค้นเคืองต่อท่านอ๋องใจดำ นางคลอดบุตรชายได้สำเร็จก่อนสลบไสลไปด้วยความเหนื่อยล้าในโชคชะตาที่แสนรันทดนี้