ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หนึ่งชาติแค้นสองภพรัก ไยไม่คะนึงหา

หนึ่งชาติแค้นสองภพรัก ไยไม่คะนึงหา

ความแค้นในอดีตเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาปักใจเชื่อว่าหลันเล่อคือผู้อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมอันเลวร้ายที่ทำลายหญิงคนรัก ด้วยความพิโรธและการแก้แค้นอย่างบ้าคลั่งทำให้หลันเล่อต้องสังเวยด้วยชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน ทว่ากาลเวลาผ่านไปนานถึงสิบแปดปี ความจริงที่เคยถูกบิดเบือนกำลังจะกลับมาเปิดเผยอีกครั้งในวันที่ทุกสิ่งเปลี่ยนไป ชะตากรรมระหว่างเขาและนางจะลงเอยอย่างไรในเมื่อความผิดพลาดครั้งใหญ่ได้พรากทุกอย่างไปแล้ว
ตอน
แชร์

ตอน 2

18ปีผ่านไป

“องค์หญิง องค์หญิงเจ้าขาอย่าวิ่งเจ้าค่ะเดี๋ยวจะล้มลงไปแข้งขาเป็นรอย ไม่สวยนะเจ้าค่ะ”

ร่างบางระหงในอาภรณ์สีแดงสดตัดกับใบหน้าสว่างใสงดงาม ผิวขาวราวกับปุยนุ่นแต่ริมฝีปากกับมีสีแดงระเรื่อไม่ได้แต่งแต้ม คิ้วคมรับกับดวงตากลมเหมือนกำลังสงสัยใคร่รู้จมูกรั้นเชิดหยิ่ง เป็นใบหน้าของลี่หลันเล่อทว่านางกับน่าเอ็นดูยิ่งนักยังอ่อนโตโลกและไร้เดียงสา

“ข้าแค่อยากเห็นคนของแคว้นหานที่ยิ่งใหญ่ฮ่องเต้แคว้นหานมาถึงนี่ เจ้าไม่ตื่นเต้นหรือไร” 

ร่างสูงชะลูดกอดกระบี่ ยิ้มอ่อนโยนตรงหน้าก่อนจะยกมือขวางร่างบางที่วิ่งมาหยุดนิ่งกอดที่จะถึงอ้อมแขนแข็งแรงนั้น

“ซือฟุ ท่านมาขวางข้าทำไม คนจากแคว้นหานข้าอยากเห็นว่าจะมีใบหน้าเหมือนอาจารย์ไหม”

“เหมือนข้า องค์หญิงชอบหรือไม่”

ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆจ้องตาใสของอีกคน

“ชอบซี้ ชอบมากเลยทีเดียว ซือฟุเราไปดูพวกเขากัน”

คว้ามือของอีกคนวิ่งลิ่วไปยัง ท้องพระโรง

“หลันเล่อ องค์หญิงรองมานี่”

 หันซ้ายหันขาวยืนบิดไปบิดมาเมื่อพระสนมของบิดา เอ่ยปากทักด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“หลันเล่อถวายพระพรเสด็จพ่อเสด็จแม่พระสนมลู่ฟาง พี่ใหญ่”

ย่อกายลงเงอะงะไม่ได้มีท่าทีอ่อนหวานแม้แต่น้อย

“ฮองเฮา เจ้าตามใจนางจนเคยตัวไม่สำรวมสักนิด หลันเล่อวันนี้มีแขกเมืองฮ่องเต้แคว้นหาน เสด็จเยี่ยมเยือนเผ่าปาเอ่อถัวของเราเจ้าไม่สำรวมเช่นนี้ ยังกล้ามาวุ่นวาย”

หลบอยู่ด้านหลังสนมลู่ฟางที่ยกมือขึ้นคว้ามือของหลันเล่อใว้อย่างปลอบโยน ฮองเฮาหน้าตึง

“ฝ่าบาทนางยังเด็กนัก พร่ำสอนอีกไม่นานจะกลายเป็นองค์หญิงที่งดงามในไม่ช้า”ก้มหน้าซ่อนยิ้มภายใน

"ฮ่องเต้แคว้นหานมาดีมาร้ายไม่อาจหยั่งรู้ หลันเล่อเข้าไปข้างใน"

องค์ชายใหญ่ส่งสายตาดุดันมายังหลันเล่ออย่างจงใจทำให้หลันเล่อหดหัวไม่กล้า อีกทั้งยังก้มหน้านิ่ง

" ถงหมิ่นพานางกลับไปที่ห้องนาง"

องค์ชายใหญ่ออกไปสำทับเมื่อเห็นว่าทั้งฮ่องเต้และฮองเฮาไม่มีการท้วงติง ถงหมิ่นพยักหน้าให้กับหลันเล่อที่ก้าวเดินนำออกจากท้องพระโรงไปในทันที

“ ต้าหมิงคุนฮ่องเต้แคว้นหานเสด็จจจจจจ”

"ขัาน้อยจื่อจื่อผู้แทนพระองค์ในต้าหมิงคุนฮ่องเต้”

จื่อจื่อ ประสานมือตรงหน้าท่าทีองอาจ

“ฮ่องเต้แคว้นหาน ไม่ปรากฏกาย ไร้ความจริงใจ”

“ฝ่าบาทโปรดอภัย ฝ่าบาทหมิงคุนของเราประชวรจากการเดินทางคาดว่าต้องใช้เวลาพักฟื้น เมื่ออาการดีขึ้นแล้วจึงจะแวะมาถวายพระพรฝ่าบาทอย่างแน่นอน” หลันเซ่อฮ่องเต้ ทำสีหน้าแสดงความไม่พอใจออกมาชัดเจน

“ข้าหลันเซ่อมิบังอาจ เห็นได้ชัดว่าฮ่องเต้แคว้นหานยิ่งใหญ่เพียงใดอีกทั้งยังเป็นคนหนุ่มอนาคตไกล ข้าแค่เพียงคนแก่ชรา ไม่อาจบังคับให้ใครต้องมาเกรงใจ”

“ฝ่าบาท ลู่ฟางเองก็คิดถึงหลานไม่น้อยเอาอย่างนี้ดีไหม ลู่ฟางอาสาเยี่ยมไข้ ต้าคุนหมิงฮ่องเต้บอกเล่าเจตนารมณ์ของฝ่าบาท”

น้ำเสียงอ่อนหวานจริงใจ แก้ไขสถานการณ์หลันเซ่อถอนหายใจเบือนหน้าหนี

“ตามใจเจ้า”น้ำเสียงอ่อนโยน

“ขอบพระทัยฝ่าบาท” หลันตี้ยิ้มมุมปาก

“เสด็จแม่ คนแค้นหานเป็นอย่างไรบ้าง”

หลันเล่อเอ่ยปากถามฮองเฮา

“เฮ้อ จะเป็นอย่างไรก็แค่พวกที่ตั้งใจมาสืบข่าวว่าเผ่าปาเอ่อถัวของเรามีสิ่งใดที่อยากได้บ้างก็เท่านั้น หากพึงใจก็ยกทัพหากไม่พึงใจก็แค่สานสัมพันธ์เหมือนที่เคยทำมานานนม”

“เสด็จแม่เหมือนที่เขาส่ง พระสนมลู่ฟางมาอย่างนั้นหรือ”

“สนมลู่ฟางเป็นเสด็จพ่อเจ้าที่พึงใจนาง แค่เพียงตั้งใจว่าจะช่วยเป็นด่านหน้าคอยปกป้องชายแดนของแคว้นหาน ต่อกรกับแคว้นฉินแคว้นใต้ ฮ่องเต้แคว้นหานก็ส่งนางมามานี่ทันที”

“เสด็จแม่แล้วเราต้องส่งใครไปไหม หากว่าเขาต้องการ”

“ไม่มีทาง เราไม่ต้องส่งใคร พี่ใหญ่ของเจ้าไม่มีทางยอมแม้เสด็จพ่อจะหลงใหลสนมลู่ฟางนางชี้นกเป็นไม้เสด็จพ่อก็คล้อยตาม แต่มีพี่ใหญ่เจ้าอยู่ทั้งคนไม่ต้องกลัวว่าจะต้องยอมคนของแคว้นหานที่กระหายในอำนาจนั่น”

“เสด็จแม่เช่นนั้นเราก็วางใจได้แล้วใช่ไหม”

“หลันเล่อเจ้าอย่าบอกนะว่าจะหนีออกไปเที่ยวนอกเขตวังหลวงอีกแล้ว”

“เสด็จแม่รู้ทันหลันเล่ออีกแล้ว”

ยกมือขึ้นลูบหลังเบาๆ

“หลันเล่อของแม่จะต้องระวังตัวให้มากมีคนต่างแคว้น เข้ามาในเขตวังหลวง ไม่ได้มาแค่คนสองคนแต่มาทั้งกองทัพเพื่ออารักขาฮ่องเต้ต้าหมิงคุน”

“ต้าหมิงคุน”ฮองเฮาพยักหน้า

“ฮ่องเต้หนุ่ม อายุอานามเพิ่งจะสามสิบหกแต่ก็มีชื่อก้องไปทั่วเจ็ดคาบสมุทร”

“ช่างเถอะท่านแม่ ข้าออกไปเดินเที่ยวในตลาดสักสองชั่วยาม เสด็จแม่ช่วยปิดอย่าให้พี่ใหญ่รู้ว่าข้าออกไป”

“เฮ้อ หลันเล่อ พี่ใหญ่เขาหวังดีกับเจ้าวันๆวิ่งตามแต่ซือฟุ แม่กำลังคิดว่าไม่อยากให้เจ้าใกล้ชิดซือฟุมากไปเพราะอย่างไรเขาก็คนที่อื่นไม่ใช่คนของเผ่าปาเอ่อถัวของเรา”

“อาจารย์ดีกับข้ายิ่งนักหากไม่ใช่อาจารย์ข้ายังนึกไม่ออกว่าจะเป็นใครได้อีก”

“อืม หลันเล่อสักวันจะต้องแต่งออกไปถึงเวลานั้นจะต้องมีคนที่รักจริงใจกับเจ้ายิ่งกว่าถงหมิ่น”

หลันเล่อยิ้มแม้ภายนอกจะดูเหมือนไม่ดื้อรั้นแต่ภายในหลันเล่อกับรู้สึกว่า ในตอนนี้ไม่มีใครดีไปกว่าถงหมิ่น

“หลันเซ่อฮ่องเต้ มีท่าทีเช่นไร”

ต้าหมิงคุน ยืนเอามือไพล่หลังสิบแปดปีที่ผ่านมาใบหน้าแม้จะไร้รอยยิ้มทว่า กลับหล่อเหลาในแบบของบุรษหนุ่มที่องอาจสายตาประดุจเหยี่ยวคมกริบ หนวดเครารกครึ้ม

“ก็เพียงแต่ตัดพ้อ ความจริงฝ่าบาทไม่จำเป็นไปที่นั่นก็ได้ ไม่เห็นว่าจะต้องให้ความสำคัญกับเผ่าเล็กๆ เช่นนั้น”

“หลันเซ่อ หมดความน่าเกรงขามแล้ว หลันตี้ต่างหากที่ข้ากังวล หลันตี้ผู้ซึ่งตอนนี้ มีอำนาจยิ่งใหญ่ไม่แพ้หลันเซ่อแล้วอีกอย่างตอนนี้หลันตี้ เจรจากับเผ่าต่างๆ รวบรวมชนเผ่าเป็นปึกแผ่น นับว่าน่าหวั่นใจไม่น้อย”

“ฝ่าบาทก็ทำแบบเดิม ที่แคว้นหานมักจะเดินหมากในรูปแบบเดิม”

“สานสัมพันธ์โดยการแต่งงานอย่างนั้นหรือ.. ข้ายังไม่มีรัชทายาท เรื่องนี้คงต้องเลิกล้ม”

“ฝ่าบาท ข้าน้อยได้ยินมาว่า องค์หญิงรองเพิ่งจะโตตอนนี้งดงามจนเล่าขานไปทั่ว หลายชนเผ่าที่ยอมสวามิภักดิ์กับปาเอ่อถัวเพราะหมายมั่นองค์หญิงรองผู้นี้”

“ข้าบอกว่าขายังไม่มีรัชทายาทหากจะมีก็คงจะไม่ทันกาล”

“ฝ่าบาท ฝ่าบาทเองยังไร้ฮองเฮา”

ต้าหมิงคุน ขมวดคิ้วนานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องรักใคร่ตั้งแต่.. เมื่อไหร่กัน

“ฉึก”

เสียงธนูแหวก พงไม้เข้าหากระโจมใหญ่ เสียงโห่ร้องของโจรตามแนวชายแดนที่ชื่อว่าพรรคจิ้งจอกดำเข้าล้อมกระโจมใหญ่ เหล่าทหารชักทั้งดาบและกระบี่ออกห้ำหั่น จื่อจื่อยกมือขึ้นกันต้าหมิงคุนไว้ โยนเสื้อคลุมของสีทึบให้กับต้าหมิงคุน เพื่อปลอบตัวเป็นเพียงทหารธรรมดา พวกโจรฮึกเหิมพุ่งเข้ามาราวห่าฝน ในหุบเขาเริ่มอับแสง ดวงอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาไปแล้ว

“ฝ่าบาทเร้นกายไปก่อนจื่อจื่อจะอยู่ที่นี่หลอกล่อพวกมัน ทางที่ดีอย่าเปิดเผยฐานะพวกโจรจิ้งจอกดำ มักจะออกปล้นฆ่าคนที่มาพักค้างแรมที่หุบเขาทั้งพ่อค้าและคหบดีฝ่าบาทรีบหนีไปเสียพวกมันเหี้ยมโหดยิ่งนัก” 

ต้าหมิงคุนคว้ากระบี่ หันหลังพุ่งตัวออกจากกระโจมไปในทันที

แต่หาได้รอดสายตาของโจรจิ้งจอกดำไม่ร่างสูงของหัวหน้าโจรบุกทะลวง ให้กระบี่ในมือกางกั้นไว้ จื่อจื่อถลาเข้าใช้กระบี่ของตัวเองรับคมกระบี่ของโจรป่าเสียงดังลั่น อีกคนพุ่งตรงเข้ามาจากด้านหลัง เงื้อกระบี่ฟันฉับเข้าที่แผ่นหลังของต้าหมิงคุน

“เอือก”

เลือดสีแดงไหลทะลัก

“ใครฆ่า ฮ่องเต้แค้วนหานได้มีรางวัลอย่างงาม”

เสียงตะโกนดังลั่นเท่านั้นเองกระบี่นับสิบพุ่งตรงเข้าใส่ต้าหมิงคุน จื่อจื่อพุ่งเข้ามาพยุง ต้าหมิงคุน

“ฝ่าบาทไหวหรือไม่”

ต้าหมิงคุนพยักหน้าหงึกหงัก

“ข้าจะต้านพวกมันไปไว้ฝ่า่บาทหาทางหนีไปเสีย” 

พูดเสร็จก็ทะยานขึ้นด้านบนกวัดแกว่งกระบี่เป็นวงกลม ฟาดฟันเหล่าโจรป่าล้มลุกคลุกคลาน ต้าหมิงคุนได้โอกาสพุ่งเข้าไปในดงไม้ทะยานขึ้นสู่คาคบไม้ พุ่งตัวไต่ไปตามกิ่งไม้อย่างรวดเร็ว

บาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังทำให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างที่สุด เพียงครู่สายตาก็พร่ามัวก่อนที่ร่างสูงจะทะยานลงจากกิ่งไม้เอนกายลงพิงต้นไม้ใหญ่สติดับวูบด้วยทนพิษบาดแผลไม่ไหว

“ตื่นๆๆๆ อย่าเพิ่งตาย ข้าเป็นองค์หญิงสั่งห้ามให้เจ้าห้ามตาย”

หลันเล่อตวาดดังลั่นมือไม้สั่นด้วยไม่เคยเห็นคนที่ถูกทำร้ายมาก่อน ตรงเข้าพยุงต้าหมิงคุนที่ยกกระบี่ขึ้นมาขวางไว้ไม่ให้หลันเล่อเข้าใกล้

“จะตายอยู่แล้วยังทำเก่ง ตกลงจะให้ข้าช่วยไหม”

ต้าหมิงคุนหลี่ตาก่อนจะดึงร่างบางพลิกตัวขึ้นทาบทับยกมือขึ้นอุดปากหลันเล่อไว้แน่น

“เงียบ”เค้นเสียงพูด

เสียงวิ่งฝ่าดงไม้อีกทาง หลันเล่อหุบปากสนิททั้งๆที่อยากจะโวยวายที่ถูกทับไว้อย่างนั้น

“ปล่อยข้า”

เสียงคนวิ่งผ่านไปแล้ว ดวงจันทร์บนฟากฟ้าโผล่พ้นเงาเมฆ ต้าหมิงคุนจ้องใบหน้างดงามเต็มตา

“ลี่หลันเล่อ”

ฟุบหน้าลงบนอกอุ่นหมดสติไปในทันที

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพลิงหัวใจไฟเสน่หา
8.1
สีหราชระเบิดอารมณ์คลุ้มคลั่งใส่บุษย์น้ำเพชรอย่างรุนแรงจนเธอเปรียบเขาเป็นดั่งคนบ้าที่ไร้สติ แม้หญิงสาวจะพยายามประชดประชันเพื่อปกปิดความกลัว แต่ทว่าโทสะของชายหนุ่มกลับทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่อาจต้านทานได้ เขาประกาศกร้าวแสดงความเป็นเจ้าของเหนือตัวเธอเพียงผู้เดียวพร้อมพันธนาการร่างบางไว้ด้วยกำลังมหาศาล ท่ามกลางเสื้อผ้าที่ถูกฉีกขาดและคราบน้ำตาแห่งความหวาดหวั่นที่รินไหล บุษย์น้ำเพชรจำต้องเผชิญกับเพลิงเสน่หาอันดุดันที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ไปกับความโกรธแค้นของเขา
หน้าปกนวนิยาย หลังแกล้งทำเป็นความจำเสื่อม เขาก็สูญเสียคู่ชีวิต
8.9
ไคอัน คู่ชีวิตเบต้าของฉันอ้างว่าสูญเสียความทรงจำหลังถูกหมาป่าทำร้าย เขาลืมเลือนว่าฉันกำลังตั้งครรภ์และหันไปหาเอเวลิน แกมม่าสาวที่เขาปักใจเชื่อว่าเป็นรักแท้ พร้อมดูแคลนว่าโอเมก้าอย่างฉันไม่คู่ควร เมื่อความรักพังทลาย ฉันจึงยอมยกเลิกพันธะเพื่อให้เขาได้สมหวัง ทว่าในวันที่ฉันเข้าพิธีแต่งงานกับราชาอัลฟ่าผู้เป็นคู่ชีวิตคนใหม่ ไคอันกลับมาทวงถามถึงลูกด้วยความคลุ้มคลั่ง ฉันจึงตอกกลับอย่างเย็นชาว่าเด็กคนนั้นไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา
9.3
ซูชิงซวู่ยอดสายลับสาวทะลุมิติมาอยู่ในร่างบุตรีผู้ถูกทอดทิ้งของจวนโหวอันติ้ง ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณีที่นำพาแต่ความโชคร้าย ทว่าหลังจากรอดพ้นจากเงื้อมมือโจร เธอกลับกลายเป็นคนใหม่ที่พร้อมฟาดฟันกับบิดาที่แสนเย็นชา แม่เลี้ยงจอมบงการ และอดีตคู่หมั้นที่ทรยศไปหาน้องสาวต่างแม่ เธอตั้งมั่นจะทวงคืนความยุติธรรมและจัดการคนชั่วให้สิ้นซาก แต่แผนการกลับยุ่งเหยิงเมื่อท่านอ๋องเผ่ยเสวียนจูผู้ที่เธอเคยช่วยชีวิตไว้ กลับตามตื้อเพื่อขอตอบแทนพระคุณด้วยการเอาตัวเข้าแลกในฐานะสามี
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่ถูกทิ้ง
9.3
ซูเมิ่ง นักธุรกิจสาวผู้เก่งกาจต้องมาอยู่ในร่างบุตรีที่ตระกูลขุนนางชิงชัง เธอถูกส่งตัวไปแต่งงานกับท่านแม่ทัพจากตระกูลศัตรูในฐานะตัวประกันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แม้จะถูกสามีทอดทิ้งแต่นางกลับมองเป็นโอกาสในการสร้างตัวด้วยทักษะการค้า ทว่าท่ามกลางความขัดแย้ง ท่านแม่ทัพเจ้าแผนการกลับเริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมบีบบังคับให้เธออยู่ปรนนิบัติด้วยของหวานรสเลิศเพื่อดับโทสะ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดวุ่นวายที่ทั้งคู่ต้องรับมือ
หน้าปกนวนิยาย ต้องมนต์บุปผา
9.1
หลิวซือซือ หญิงสาวผู้งดงามและใสซื่อที่เติบโตมาจากการประคบประหงมของครอบครัวผู้มั่งคั่ง เธอตัดสินใจก้าวเข้าสู่เส้นทางนักแสดงตามความฝันแม้พ่อแม่จะไม่เห็นชอบ จนกระทั่งได้รับขลุ่ยโบราณที่พ่อหามาให้เพื่อใช้ประกอบการแสดงซีรีส์ย้อนยุค ตั้งแต่นั้นมาเธอก็เริ่มฝันถึงแม่ทัพหนุ่มท่ามกลางสนามรบซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยในฝันเธอได้ช่วยเหลือเขาไว้หลายครั้ง สิ่งที่น่าพิศวงคือความฝันเหล่านั้นเริ่มซ้อนทับกับความจริงอย่างประหลาด เขาเป็นใคร และขลุ่ยเล่มนี้มีความลับใดซ่อนอยู่กันแน่
หน้าปกนวนิยาย จวนร้างแห่งนี้มีสตรีถูกทิ้ง
8.0
ซ่งจื่อเหยียนถูกน้องสาววางแผนร้ายจนต้องอับอายในงานวันเกิดองค์หญิงหก เมื่อตื่นมาพบว่าตนนอนเคียงข้างเว่ยเซียวหยาง ทว่าเขากลับรังเกียจและขับไล่นางไปอยู่จวนร้างไกลเมืองหลวง ขณะที่หลี่จื่อเหยียนวิญญาณจากยุคปัจจุบันต้องมาเข้าร่างและเผชิญความเจ็บปวดจากการคลอดลูกเพียงลำพังโดยไม่มีหมอตำแย มีเพียงสาวใช้และชาวบ้านคอยช่วยเหลือ ท่ามกลางความแค้นเคืองต่อท่านอ๋องใจดำ นางคลอดบุตรชายได้สำเร็จก่อนสลบไสลไปด้วยความเหนื่อยล้าในโชคชะตาที่แสนรันทดนี้