ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ณ กาลครั้งหนึ่ง

ณ กาลครั้งหนึ่ง

เมื่อปาฏิหาริย์จากแรงอธิษฐานนำพาให้คนสองคนจากต่างช่วงเวลาได้โคจรมาพบกันอย่างไม่คาดฝัน ท่ามกลางสายใยแห่งพรหมลิขิตและความรู้สึกแบบรักแรกพบที่แสนตราตรึงใจ แม้กาลเวลาจะพยายามขวางกั้น แต่หัวใจทั้งสองดวงกลับค่อยๆ หลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นหนึ่งเดียวในที่สุด เรื่องราวความรักก้าวข้ามมิติเวลาที่เต็มไปด้วยความหวังและการรอคอยที่แสนยาวนานกำลังเริ่มต้นขึ้นเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้สามารถเอาชนะทุกอุปสรรคได้เสมอ
ตอน
แชร์

ตอน 2

1

ดวงตาคู่นั้น

ปี 1997

ภาพขาวดำของบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ในชุดนายทหารยศพันเอกแห่งกองทัพของสหราชอาณาจักร ที่ติดอยู่ด้านหน้าทางเข้างานนิทรรศการประวัติศาสตร์ของโรงแรมนั้นดูสะดุดตา จนทำให้บัวบุษบาอดหันกลับไปมองไม่ได้ ดวงตาคู่น้อยของหญิงสาวมองภาพนั้นราวกับต้องมนตร์ คนในภาพช่างดูคุ้นตาเหลือเกิน เหมือนกับว่าเธอเคยเห็นเขามานานแสนนาน และเธอรู้สึกได้ว่าคนในภาพนั้นก็กำลังจ้องมองเธออยู่ ดวงตาของเขามีอะไรบางอย่างที่สะกดเธอไว้

“เบล มองอะไรอยู่” เสียงหวานที่ดังขึ้นทางด้านหลังทำให้เจ้าของชื่อละสายตาจากภาพ หันกลับมามองคนที่เอ่ยถาม

“มองคนในภาพอยู่ ผู้ชายคนนี้เป็นใครเหรอ” เสียงหวานของหญิงสาววัยยี่สิบห้าปีถามเพื่อนสนิทอย่างสงสัย

“ไม่แน่ใจ แต่ดูเหมือนจะเป็นเจ้าของโรงแรม อืม เหมือนว่าเป็นผู้ก่อตั้งโรงแรมนี้ที่อังกฤษ แต่ต่อมาทายาทรุ่นปัจจุบันขยายสาขาไปหลายที่ หนึ่งในนั้นคือเมืองไทยของเรา แต่น่าเสียดาย ตายตอนอายุสี่สิบเองมั้ง” สายน้ำบอกอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก

“เหรอ” บัวบุษบาพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันกลับมามองภาพของบุรุษผู้นั้นอีกครั้งและไม่ยอมละสายตาไปจากภาพตรงหน้าแต่อย่างใด

“ทำไม ชอบเขาเหรอ” คนเป็นเพื่อนถามล้อๆ เมื่อเห็นว่าเพื่อนรักยังคงมองภาพนั้นไม่ละสายตา

“ไม่รู้สิ เหมือนว่าเคยเจอเขาที่ไหนมาก่อน แต่ก็ไม่รู้ว่าที่ไหน”

บัวบุษบาบอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เหมือนไม่ใส่ใจ แต่ทว่าเธอรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เธอรู้สึกว่าเคยเจอคนในภาพนี้ที่ไหนสักแห่ง

“เฮ้ย จะไปเคยเจอเขาได้ที่ไหนล่ะ เขาเป็นคนอังกฤษแต่แกเป็นคนไทยและไม่เคยไปเมืองนอกเลยนี่นา” สายน้ำบอกอย่างอารมณ์ดี

“ก็จริง” หญิงสาวหันมาตอบเพื่อน ก่อนจะหันไปมองภาพนั้นอีกครั้งและคิดตามที่เพื่อนพูด

“ไปกันเถอะ เข้าไปด้านในของงานได้แล้ว” สายน้ำบอกเพื่อนอย่างรีบร้อน

“ไปสิ ว่าแต่นึกยังไงพาฉันมางานนี้ ปกติแกไม่ชอบนิทรรศการพวกนี้ไม่ใช่เหรอ” บัวบุษบาถามอย่างแปลกใจที่อยู่ๆ สายน้ำก็ชวนเธอมางานเปิดตัวนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของโรงแรมแกรนด์

“ฉันก็ไม่ได้อยากมาหรอก แต่งานนี้เป็นงานที่แฟนฉันเป็นโต้โผใหญ่ แกก็รู้” สายน้ำบอกอย่างขัดใจ

“แล้วนึกยังไงมาชวนฉันยะ” บัวบุษบาถามทั้งที่รู้เหตุผล

“ถ้าไม่ชวนแกแล้วจะชวนใคร แกชอบอะไรเก่าๆ นี่นา ฉันเลยคิดว่าแกน่าจะชอบ” สายน้ำตอบเพื่อนอย่างขอไปที

“อย่างนั้นเหรอ แต่ก็จริง อีกอย่างถ้าฉันไม่มาแกต้องงอนแน่ๆ” บัวบุษบาบอกเพื่อนเรียบๆ

“เอาน่า มันก็เป็นนิทรรศการโชว์ภาพถ่ายเก่าๆ และข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ อย่างที่แกชอบนั่นแหละ รับรองว่าแกจะไม่ผิดหวัง” สายน้ำตอบพร้อมทั้งจูงมือเพื่อนสนิทให้เดินตามเร็วๆ

บัวบุษบามองเพื่อนสนิทยิ้มๆ ขณะเดินตามไปเร็วๆ ตามแรงดึงของสายน้ำ

บัวบุษบายืนมองภาพถ่ายของบุรุษคนเดียวกับภาพใหญ่ด้านหน้าทางเข้างานอย่างสนใจ แต่ทว่าภาพนี้มีท่าทางที่ต่างกันออกไป การแต่งตัวของคนในภาพอยู่ในชุดทักซิโด้ และมันถูกวางอยู่บนโต๊ะที่ใช้ในการจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ในสมัยเมื่อเกือบร้อยปีที่ผ่านมา

ใบหน้าและดวงตาของคนในภาพช่างคุ้นตาเหลือเกิน แต่ไม่ว่าบัวบุษบาจะพยายามนึกแค่ไหน ก็นึกไม่ออกว่าเธอเคยเห็นใบหน้าและดวงตาคู่นี้ที่ไหนมาก่อน

“ท่าทางแกจะชอบคนในภาพนี้นะเบล” สายน้ำถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนรักมองภาพตรงหน้าเป็นเวลานาน

“ฉันคิดว่าฉันเคยเจอเขาจริงๆ นะ รู้สึกคุ้นๆ ยังไงไม่รู้เหมือนกัน” บัวบุษบาพูดขึ้นเบาๆ อะไรบางอย่างบอกเธอว่าเธอเคยเจอเจ้าของภาพนี้มาแล้ว

“ได้ยินมาว่าถ้านับตามบรรดาศักดิ์แล้วเขาเป็นท่านเอิร์ลเชียวนะ” สายน้ำบอกเพื่อน ก่อนจะหันมาเรียกคนรักของเธอที่กำลังเดินมาทางนี้พอดี

“พี่ชายคะ พี่ชาย” สายน้ำเรียกคนรักยิ้มๆ ไม่นานบุรุษร่างสันทัดก็เดินเข้ามาหาเธอ

“เรียกพี่มีอะไรหรือเปล่าน้ำ” ชาติชายถามคนรักอย่างคนใจดี

“พี่ชายรู้จักประวัติของคนในภาพไหมคะ” สายน้ำถามทันที

“รู้ว่าเป็นคนที่ก่อตั้งโรงแรมนี้ขึ้นมา และพอท่านเสีย ญาติสนิทของท่านก็รับช่วงบริหารต่อพร้อมทั้งทำให้มันมีชื่อเสียง ถ้ายังนับบรรดาศักดิ์ที่สืบทอดต่อกันมา ท่านมีตำแหน่งเป็นเอิร์ล พี่ก็พอจะทราบเรื่องของเขาแค่นี้ แต่ถ้าจะให้รู้จักมักคุ้นถึงขั้นเคยคุยกันนี่ไม่ใช่ เพราะเขาตายก่อนที่พี่จะเกิด” เขาบอกคนรักด้วยท่าทางกวนๆ

“พี่ชายอย่ากวนสิคะ” สายน้ำต่อว่าคนรักแต่ก็ไม่จริงจังนัก

“ถามทำไมเหรอ”

“น้ำว่าเพื่อนน้ำท่าทางจะชอบเขา” สายน้ำพูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียน

“จริงเหรอเบล ตาถึงนะนี่ รู้ไหมเขาเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงสมัยนั้นกรี๊ดกร๊าดมากเลยนะ เพราะ ดาร์ก ทอล แฮนซั่ม หล่อรวยนิสัยดีครบสูตร” ชาติชายบอก

“เหรอคะ” บัวบุษบาพยักหน้ารับรู้เงียบๆ สายตายังคงมองที่ภาพนั้นอยู่

“ใช่ เรียกได้ว่าเป็นชายในฝันของผู้หญิงเลยทีเดียว แต่น่าเสียดายนะ เขาอายุสั้นไปหน่อย สี่สิบเองมั้งตอนที่เขาเสีย นี่ถ้าอยู่ในช่วงสมัยวิกเตอเรีย เขาคงเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงยุคนั้นจ้องจะจับแน่ๆ มีตำแหน่งติดตัวเสียด้วย แต่หลังๆ มาในช่วงยุคสมัยของเขาดูเหมือนว่าตำแหน่งพวกนี้ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่เมื่อเทียบกับความมั่งมีของคน ตัวของท่านเองก็ไม่เคยใช้ชื่อตำแหน่งต่อท้ายเสียด้วย” ชาติชายบอกตามความคิดของเขา

“พี่ชายท่าทางจะรู้ประวัติเขาดีนะคะ” บัวบุษบาเอ่ยถามอย่างสนใจ

“เขาเป็นผู้ก่อตั้งโรงแรมนี่จ๊ะ แล้วโรงแรมนี้ก็เป็นสาขาของเขา” ชาติชายบอกกับเพื่อนสนิทของคนรักอย่างไม่ปิดบัง

“พี่ชายน่ะเขาศึกษาประวัติโรงแรมนี้เสียจนจะกลายเป็นแฟนพันธุ์แท้อยู่แล้ว” สายน้ำบอกเพื่อนอย่างติดตลก

บัวบุษบามองเพื่อนรักแล้วยิ้มหลังจากฟังเพื่อนพูดจบ

“หิวกันหรือยังสาวๆ พี่ว่าเราไปหาอะไรทานกันดีกว่านะ”

ชาติชายเอ่ยชวน

“หิวค่ะ น้ำหิวมาก ส่วนเบล น้ำก็ว่าต้องหิวเหมือนกัน” สายน้ำบอกเสร็จสรรพ ชาติชายยิ้มเมื่อได้ยินคนรักพูดแบบนั้น

“เราไปหาอะไรทานกัน มื้อนี้พี่เลี้ยงเอง” ชายหนุ่มบอกพร้อมทั้งเดินนำหน้าสองสาว สายน้ำเดินตามคนรักไปอย่างรวดเร็ว

บัวบุษบามองเพื่อนรักยิ้มๆ ก่อนจะเดินตามทั้งคู่ไป แต่สักพักก็หยุดหันกลับไปมองภาพถ่ายที่เธอเห็นครั้งแรก ทำไมเธอถึงอยากจะร้องไห้เมื่อเห็นภาพนี้ ความรู้สึกบางอย่างบอกว่าเธอรู้จักเขาเป็นอย่างดี แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อเธอไม่เคยพบเขามาก่อนเลย และที่สำคัญ เขาเสียชีวิตก่อนที่เธอจะเกิดนานแสนนานด้วยซ้ำ

“เบล เบล...เร็วเข้า” เสียงเรียกนั้นทำให้เธอละสายตาจากคนในภาพ ก่อนจะเดินตามเพื่อนสนิทไปอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเธอหันกลับมามองภาพนั้นอีกครั้ง ก็จะเห็นว่าดวงตาของคนในภาพดูหม่นลงไปกว่าเดิม

ทะนงยิ้มให้กับร่างบอบบางของลูกสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาในบ้าน บัวบุษบาตรงเข้าไปหอมแก้มบิดาเหมือนทุกครั้งที่ทำเวลากลับมาถึงบ้าน

“นิทรรศการสนุกไหมลูก” ทะนงถามลูกสาวอย่างสนใจ

“ก็ดีค่ะ พ่อคะ พ่อเคยรู้สึกเหมือนว่ารู้จักใครคนหนึ่งมาก่อนไหมคะ รู้สึกว่าคุ้นเคยทั้งๆ ที่ไม่เคยเจอเขามาก่อนเลยสักครั้ง” บัวบุษบาถามอย่างอยากรู้

“ความรู้สึกแบบนั้นพ่อไม่เคยมีนะ แต่เพื่อนพ่อบางคนเขาก็บอกว่าเคยเป็นตอนที่พบกับภรรยาพวกเขา แต่ก็อย่างว่า พ่อคิดว่าพวกนั้นคงเวอร์” ทะนงบอกอย่างไม่ใส่ใจ

“อย่างนั้นเหรอคะ”

“ใช่ ว่าแต่ลูกถามทำไมเหรอ หรือว่าไปรู้สึกแบบนั้นกับใครที่ไหนเข้า” ทะนงถามอย่างสนใจ เพราะเขาไม่เคยได้ยินบัวบุษบาถามอะไรแบบนี้มาก่อน

“เปล่าค่ะ ถามไปอย่างนั้น ว่าแต่แม่ไปไหนหรือคะ” หญิงสาวถามเมื่อไม่เห็นมารดา

“แม่ขึ้นข้างบนแล้วจ้ะ พ่อรอลูกกลับมาก่อน”

“แล้วน้องล่ะคะ”

“น้องติดประชุมที่ทำงานคงกลับค่ำ พ่อว่าเบลขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าดีกว่านะลูก” ทะนงบอกลูกสาวคนโตเพราะตอนนี้ดึกมากแล้ว

“ค่ะ พ่อเองก็ขึ้นได้แล้วนะคะ” บัวบุษบาบอกพ่อของเธอพร้อมทั้งลุกขึ้น ก่อนจะดึงทะนงให้ลุกตาม

“จ้ะ เราไปพร้อมกันเลยดีกว่านะ” คนเป็นพ่อบอก ก่อนจะเดินโอบไหล่ลูกสาวขึ้นไปชั้นสองของบ้านด้วยท่าทางสบายใจ

บัวบุษบานั่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างตั้งอกตั้งใจพร้อมทั้งทำการเก็บข้อมูลที่ได้มานั้นไว้อย่างรวดเร็ว เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องอยากรู้เรื่องของเขานัก แต่ดวงตาของผู้ชายที่เธอเห็นในภาพมันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธออยากรู้เรื่องราวของเขามากขึ้นกว่าที่ได้ฟังมา แต่ข้อมูลที่ได้มีไม่มากนัก สิ่งที่เธอพบมีเพียงประวัติคร่าวๆ เท่านั้น นอกนั้นก็เป็นพวกภาพวาดสีน้ำมันและภาพถ่ายของเขาอีกสามสี่ภาพ หญิงสาวนั่งมองภาพที่ปรากฏตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก่อนจะยิ้มให้คนในภาพอย่างเผลอตัว

“คุณกับฉันเคยรู้จักกันมาก่อนใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามขึ้นเบาๆ กับภาพที่ปรากฏตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะตรงหน้า

“แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง คุณตายก่อนที่ฉันจะเกิดเสียอีก แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกคุ้นเคยกับคุณจัง” หญิงสาวยังคงบ่นพึมพำคนเดียว

สายน้ำมองเพื่อนรักอย่างแปลกใจเมื่อเห็นหนังสือที่เพื่อนสั่งซื้อ ในขณะที่บัวบุษบามองหนังสือเล่มหนาอย่างพอใจในสภาพของมัน เพราะมันไม่เก่าอย่างที่คิดไว้

“เบล แกสั่งหนังสือเล่มนี้มาทำไม อย่าบอกนะว่าปลื้มเขาจนต้องเก็บสะสมของที่เกี่ยวกับเขาน่ะ”

สายน้ำถามเพื่อนล้อๆ เมื่อเห็นหนังสือที่เพื่อนสั่งซื้อ เป็นหนังสือเกี่ยวกับบุคคลสำคัญในอังกฤษ ซึ่งบุคคลหนึ่งที่มีชื่ออยู่ในหนังสือคือคนที่เพื่อนของเธอยืนมองรูปภาพของเขาตาไม่กะพริบในงานนิทรรศการของโรงแรม

“ไม่รู้สิ แต่รู้สึกว่าอยากรู้เรื่องของเขามากกว่านี้ อีกอย่างหนังสือเล่มนี้ก็ไม่ได้มีแค่เรื่องของเขานะ มีเรื่องของคนอื่นด้วย ที่สั่งก็เพราะรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้เขียนเรื่องราวของเขามากที่สุด แล้วก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์หลายเรื่องที่น่าสนใจ ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง”

บัวบุษบาบอกกับเพื่อนด้วยน้ำเสียงปรกติ

“เป็นเอามากนะนี่เพื่อนฉัน”

“ไม่ได้เป็นเอามากเสียหน่อย ฉันก็คงชอบเขาแบบพวกคนที่แอบชอบดาราในดวงใจนั่นแหละ” หญิงสาวบอกเพื่อนอย่างไม่ใส่ใจนัก ทั้งที่ความจริงแล้วในใจคิดตรงกันข้าม

“เออ ว่าแต่เรื่องที่แกบอกว่าจะไปอังกฤษสักสองปีนี่จริงไหม” สายน้ำถามเพื่อนเพื่อความแน่ใจ

“จริง จะไปช่วยงานป้าที่นั่นสักปีสองปีหาประสบการณ์ แล้วก็ว่าจะไปเรียนภาษาเพิ่มด้วย” บัวบุษบาบอกถึงความตั้งใจของเธอ

“อะไรกัน จะเรียนเพิ่มอีกเหรอ”

“ใช่ ถึงฉันจะจบโทแล้วแต่เรื่องภาษาอังกฤษบอกตรงๆ ว่ายังอ่อนมากเลยนะ” หญิงสาวบอก

“แต่ฉันก็เห็นแกพูดกับฝรั่งรู้เรื่องนี่นา อ่านออกเขียนได้อีกต่างหาก” สายน้ำย้อน

“ถึงจะทำได้แต่มันยังไม่ดีพอ สำเนียงฉันนี่บ้านนอกมากเลย แกก็เห็นว่าบางทีฉันต้องพูดสองครั้งกว่าจะคุยกับเขารู้เรื่อง” บัวบุษบาพูดอย่างปลงๆ

“เอาเถอะ ตามใจแก แต่ว่าไปที่นั่นแล้วช่วยเอาเพื่อนเขยที่เป็นฝรั่งมาฝากด้วยนะ” สายน้ำพูดทีเล่นทีจริง

“แหม เอาเป็นว่าจะหาให้ได้อย่างคนนี้ก็แล้วกัน” บัวบุษบาบอกพร้อมทั้งชี้ไปที่ภาพของเอิร์ลแห่งเดวอน ลอยด์ สก็อต แลมป์ตัน ที่อยู่ในหนังสือ และหัวเราะออกมาเบาๆ

*****

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย นางร้ายขอคืนรัก
9.5
ลลิตาต้องเผชิญกับโชคชะตาที่เหนือความคาดหมาย เมื่อเธอหลุดมิติย้อนเวลากลับไปสู่ยุค 80 อย่างเป็นปริศนา ทว่าการเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะเธอไม่ได้อยู่ในฐานะนางเอก แต่กลับตื่นขึ้นมาในร่างของตัวร้ายที่ใครๆ ต่างพากันรังเกียจ พร้อมด้วยไอเทมวิเศษอย่างหม้อสมบัติคู่ใจที่ติดตัวเธอมาด้วย ลลิตาจึงต้องใช้ความสามารถที่มีและสมบัติในมือเพื่อแก้ไขอดีตและพิชิตใจผู้คนรอบข้างในฐานะนางร้ายคนใหม่ที่ไม่มีใครเหมือน
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลาเปลี่ยนวาสนารัก
8.1
มู่เสวี่ยหลิงเคยทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในอดีตเพราะหลงเชื่อคำลวงจนทอดทิ้งหยวนเซิ่งเจ๋อ คู่หมั้นทายาทเศรษฐีผู้ซื่อสัตย์ ความเห็นแก่ตัวของนางทำให้เขาต้องสูญเสียทุกอย่างจนมีจุดจบที่น่าอนาถ เมื่อได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง นางจึงตั้งมั่นที่จะปกป้องเขาและแก้ไขโชคชะตาที่เคยพังทลายเพื่อชดเชยความผิดที่ผ่านมา แม้หยวนเซิ่งเจ๋อจะเคยยอมสละฐานะนายน้อยเพื่อความรัก แต่นางในชาตินี้จะขอเป็นฝ่ายพลิกฟื้นวาสนาและรักษาหัวใจของเขาให้ดีที่สุดด้วยชีวิตของนางเอง
หน้าปกนวนิยาย ท่านอา อย่าร่ำสุรา
8.2
เจียลี่เฝ้ามองท่านอาหวังผู้เอาแต่ดื่มสุราจนละเลยเรื่องสตรี เมื่อเขาเอ่ยปากให้เธอหาโสเภณีมาปรนนิบัติ เด็กสาวผู้พิการและต่ำต้อยกลับปฏิเสธด้วยความเจียมตัว ทว่าเขากลับไม่เคยดูแคลนเธอเหมือนคนอื่น ซ้ำยังข่มขวัญด้วยคำกระซิบว่าตนเองคืออสุรกายร้ายที่จ้องจะลิ้มลองกลิ่นกายสาวอันหอมกรุ่น ท่ามกลางความเมามายและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน หัวใจของเจียลี่เริ่มสั่นคลอนไปกับสัมผัสอันเร่าร้อนของชายที่เธอเทิดทูนเหนือใครในชีวิตนี้
หน้าปกนวนิยาย ข้าอยู่บน ท่านอ๋องอยู่ล่าง
7.8
เซียวหนานคือนกกระจอกสืบข่าวระดับล่างในองค์กรลับผู้ไร้หัวนอนปลายเท้า นางถูกฝึกฝนอย่างหนักในศาสตร์การปรนนิบัติและศิลปะแห่งกามารมณ์เพื่อแทรกซึมเข้าหาเหล่าขุนนาง แม้วรยุทธ์จะต่ำต้อยแต่นางกลับเชี่ยวชาญการใช้เรือนร่างเป็นอาวุธล่อลวงบุรุษ แม้จะเคยฝึกฝนกับของเทียมและชายปริศนามาบ้าง แต่นางยังต้องรักษาพรหมจรรย์ไว้เพื่อมอบให้แก่เหยื่อสูงศักดิ์รายแรกตามคำสั่งของนายใหญ่ ท่ามกลางวังวนแห่งการชิงไหวชิงพริบที่ต้องใช้ทั้งร่างกายและหัวใจเข้าแลกเพื่อความอยู่รอด
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
7.9
เมื่อวิญญาณของนักฆ่าสาวผู้ไร้ความปรานีอันดับหนึ่งได้ข้ามมิติมาสวมร่างหญิงสาวผู้มีใบหน้าอัปลักษณ์ในยุคโบราณ เธอต้องเผชิญกับชีวิตที่แสนรันทดท่ามกลางการดูถูกเหยียดหยามและการกลั่นแกล้งสารพัดจากผู้คนรอบข้างที่รุมสาปส่งเธออย่างไม่ใยดี ทว่าด้วยจิตวิญญาณของเพชฌฆาตสาวผู้แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว เธอจึงพร้อมจะลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมและเปลี่ยนโชคชะตาอันเลวร้ายนี้ให้กลายเป็นตำนานบทใหม่ที่ทุกคนต้องยำเกรงในความโหดเหี้ยมที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ทุกคนเคยดูแคลน
หน้าปกนวนิยาย ลูน่าผู้บอบช้ำ กับคำสาบานแก้แค้นอันเงียบงัน
8.6
ชีวิตของฉันพังทลายเมื่อพบว่าเดเมียนคู่แท้ของฉันแอบมีลูกกับหญิงอื่น หลักฐานชัดเจนจากพันธุกรรมอัลฟ่าบนตัวเด็กคนนั้น ความเจ็บปวดพุ่งถึงขีดสุดเมื่อเขาพลักฉันจนแท้งลูกเพื่อปกป้องลูกชายของเขาที่บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ท่ามกลางกองเลือดเขากลับเมินเฉยต่อฉันอย่างเลือดเย็น ซ้ำร้ายเมียน้อยของเขายังผลักฉันตกหน้าผาพร้อมประกาศตัดสัมพันธ์แทนเขา แต่ในเมื่อฉันรอดชีวิตมาได้ ฉันจึงเลือกทิ้งอดีตที่บอบช้ำเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สวิตเซอร์แลนด์ พร้อมรอวันทวงคืนความแค้นจากทุกคนที่ทำลายฉัน