หน้าปกนวนิยาย ณ กาลครั้งหนึ่ง

ณ กาลครั้งหนึ่ง

8.5 / 10.0
เมื่อปาฏิหาริย์จากแรงอธิษฐานนำพาให้คนสองคนจากต่างช่วงเวลาได้โคจรมาพบกันอย่างไม่คาดฝัน ท่ามกลางสายใยแห่งพรหมลิขิตและความรู้สึกแบบรักแรกพบที่แสนตราตรึงใจ แม้กาลเวลาจะพยายามขวางกั้น แต่หัวใจทั้งสองดวงกลับค่อยๆ หลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นหนึ่งเดียวในที่สุด เรื่องราวความรักก้าวข้ามมิติเวลาที่เต็มไปด้วยความหวังและการรอคอยที่แสนยาวนานกำลังเริ่มต้นขึ้นเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้สามารถเอาชนะทุกอุปสรรคได้เสมอ

ณ กาลครั้งหนึ่ง ตอนที่ 1

บทนำ

คำสั่งเสีย

ปี ค.ศ. 1925

ดวงตาคมของบุรุษร่างสูงใหญ่มองคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงด้วยท่าทางสงบนิ่ง มีเพียงแววตาเท่านั้นที่บอกถึงความรู้สึกของเขาได้เป็นอย่างดี ดวงตาที่เคยมีสีฟ้าสดใสของคนที่นอนอยู่บนเตียงนั้นดูหม่นเต็มที ท่าทางของเขาอ่อนแรงลงเรื่อยๆ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจกับสภาพร่างกายของตัวเองมากนัก ต่างกับชายหนุ่มที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงลิบลับ คนที่กำลังนั่งอยู่ข้างเตียงมีสีหน้าเครียดจัดจนเห็นได้ชัด แววตาก็เศร้าซึมอย่างไม่สามารถปิดบังได้ มือหนาของคนป่วยยื่นสมุดบันทึกเล่มใหญ่ส่งให้บุรุษที่นั่งอยู่ข้างเตียง

“ฝากสมุดบันทึกเล่มนี้ไว้ที่นายก่อนนะ ถ้าพบเธอช่วยเอาให้เธอด้วย” เสียงของคนที่นอนป่วยอยู่บนเตียงบอกกับญาติผู้น้องของเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เขาคือ พันเอกลอยด์ สก็อต แลมป์ตัน นายทหารหนุ่มแห่งกองทัพอังกฤษผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์ แต่สภาพของเขาในตอนนี้ไม่ต่างจากซากที่ไร้วิญญาณ

“ลอยด์” เสียงนั้นสั่นอย่างไม่สามารถบังคับได้

“นายคงจะเจอเขาหลังจากฉันตายไปแล้วหลายสิบปี ถ้าพบเขาบอกเขาด้วยว่าฉันรักเขามาก บอกให้เขาอ่านสมุดบันทึกเล่มนี้นะ แล้วเขาจะรู้ว่าฉันเป็นยังไงตั้งแต่เขาจากไป” นายทหารหนุ่มพูดได้เพียงเล็กน้อยก็ไอออกมาอย่างแรงติดๆ กัน

เบิร์ทมองญาติผู้พี่ที่เขารักและนับถือเหมือนพี่ชายแท้ๆ อย่างตกใจเมื่อเห็นสีแดงของเลือดที่เปื้อนผ้าเช็ดหน้า

“พี่อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยนะ พักเถอะ” เสียงห้าวบอกอย่างเป็นห่วง

“ฉันเหลือเวลาไม่มากแล้ว เขาเคยขอร้องฉันให้ดูแลตัวเองให้ดี แต่ฉันไม่ได้ทำตามที่เขาขอ เขารู้แม้กระทั่งวันตายของฉัน” คนป่วยบอกแล้วยิ้มออกมาน้อยๆ ใบหน้าหวานของใครคนหนึ่งแวบเข้ามาในความคิด ดวงตาคู่นั้นของเธอถึงไม่ใหญ่นักแต่ก็ดูอ่อนหวานและอ่อนโยน ผมสีดำราวกับนกกาน้ำของเธอนั้นนุ่มสลวยน่าสัมผัส น้ำเสียงที่อ่อนหวานก็ชวนให้เพลินหูเวลาที่ได้ฟัง แต่เขาคงไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดเธอคนนั้นอีกแล้ว เวลาของเขากำลังจะหมดลงในไม่ช้านี้

“พักก่อนนะ” เบิร์ทบอกญาติผู้พี่ของเขาอย่างเป็นห่วง มันยากมากทีเดียวที่จะพยายามบังคับไม่ให้น้ำเสียงของตัวเองสั่น

“มีเวลาน้อยเต็มทีแล้วที่จะพูด ฟังนะน้องชาย นายรู้ดีว่าเรื่องของฉันมันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ แต่มันเกิดขึ้นกับฉันแล้ว ถ้านายพบเขา บอกเขานะ บอกเขาว่าอย่าได้เสียใจกับการจากไปของฉัน ฉันไม่ได้จากเขาไปไหน ถึงตัวของฉันจะไม่มีอยู่แล้ว แต่หัวใจของฉัน ความรักของฉัน จะอยู่กับเขาตลอดไป อยู่กับเขาคนเดียวเท่านั้น ฉันเชื่อว่าฉันกับเขาจะได้พบกันอีก เราจะได้พบกันและรักกัน เมื่อเขาสามารถก้าวผ่านข้ามเส้นแบ่งของเวลามาพบฉันจนเรารักกันและจากกันได้ เราก็จะได้พบกันอีก และถ้าหากพบกัน บอกเขาด้วยว่าฉันจะไม่ยอมปล่อยให้เขาหลุดมือไปเด็ดขาด” เสียงนั้นค่อยๆ เบาลงเรื่อยๆ แต่ทว่าจริงจังและมั่นคง

“อย่าเพิ่งพูดเลยนะ ขอร้องพักเถอะ ร่างกายพี่อ่อนแอมากนะ” ญาติผู้น้องบอกพร้อมทั้งพยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดความสามารถ

“ขอให้ฉันพูดเถอะ เรื่องคฤหาสน์ของฉัน ช่วยเก็บไว้ให้เขาด้วย คฤหาสน์หลังนี้คือบ้านของฉัน บ้านที่ฉันกับเขาเคยมีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน ฉันทำพินัยกรรมไว้แล้ว ส่วนสมบัติอื่นๆ ที่เหลือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเงินสด ที่ดินที่มี และกิจการทั้งหมด ฉันยกให้นาย ฉันไม่มีทายาทที่ไหน ญาติที่เหลืออยู่ของฉันก็มีแค่นาย ฉันเชื่อว่านายจะดูแลมันได้เป็นอย่างดี ถ้าเขาถามอะไร นายบอกเขาอย่างเดียวว่าให้อ่านสมุดเล่มนี้แล้วเขาจะรู้เรื่องเอง มันมีอีกสิบสองเล่ม แต่เล่มนี้เป็นเล่มสุดท้ายที่ฉันเขียนไว้”

ลอยด์บอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงลงมากกว่าเดิม แล้วชี้ไปที่สมุดบันทึกของตัวเองที่ตอนนี้เบิร์ทเป็นคนถืออยู่พร้อมทั้งมองหน้าญาติผู้น้องอย่างขอร้อง

“ส่วนนี่เป็นนาฬิกาพกโบราณของฉันที่เขาชอบ มันเป็นล็อกเก็ตด้วย ฉันใส่ภาพของฉันไว้เพื่อให้เขามองดูเวลาที่คิดถึงฉัน เวลาในนาฬิกานี้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ฉันพบเขาและหยุดลงเมื่อวันที่เขาจากไป มันเป็นเวลาของฉันกับเขา เวลาของเรา นายช่วยเอานาฬิกานี้ให้เธอ มันเป็นสิ่งที่เก็บวันเวลาของเราไว้” ลอยด์ยังคงพูดต่อ แต่น้ำเสียงนั้นอ่อนแรงลงเรื่อยๆ

เบิร์ทมองหน้าญาติผู้พี่อย่างเป็นห่วง แต่เขาทำได้แค่พยักหน้ารับเพราะพูดอะไรไม่ออก

“สัญญาสิน้องชาย สัญญากับพี่ ว่าจะทำตามที่พี่บอกทุกอย่าง” คนป่วยบอกก่อนจะเริ่มไออย่างแรงอีกครั้ง

“ได้ ฉันจะทำตามที่พี่บอกทุกอย่าง เมื่อฉันพบเขา ฉันจะบอกเรื่องของพี่กับเขา” เบิร์ทรีบบอกอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นอาการของญาติผู้พี่ที่ตอนนี้แย่ลงอย่างเห็นได้ชัด

“ขอบใจ ขอบใจ อย่าลืมบอกเขาว่าเขาคือรักแท้ของฉัน บอกเขาว่าฉันรักเขาที่สุด รักมากเหลือเกิน ฉันรักเขาตั้งแต่แรกเห็นหน้า ยิ่งพอได้รู้จักได้พูดได้คุย ฉันยิ่งรัก” ลอยด์บอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ทว่าแววตาของเขาจริงจังและมั่นคง

“ได้ ฉันจะบอกทุกอย่างที่พี่พูดกับฉันให้เขาฟัง จะบอกเขาว่าพี่รักเขามากที่สุด เขาจะได้ทุกอย่างตามที่พี่สั่ง” เบิร์ทบอกทั้งน้ำตา

ลอยด์ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะค่อยๆ หันมองออกไปนอกหน้าต่าง

“ขอบใจ ขอบใจมาก ฉันไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว ฉันกับเขาผูกพันกันด้วยพันธะแห่งรัก ที่แม้แต่กาลเวลาก็ไม่สามารถพรากความรักของเราได้ ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร แม้ว่าเวลาของเราสองคนจะต่างกันแค่ไหน แต่ความผูกพันและความรักของเราจะไม่มีวันถูกตัดขาด”

น้ำเสียงของคนป่วยเริ่มแผ่วลงก่อนที่จะเงียบลงไป ดวงตาที่อ่อนล้ามองไปยังด้านนอกหน้าต่าง ภาพของพระอาทิตย์ที่กำลังจะหายไปจากขอบฟ้านั้น ช่างเหมือนกับช่วงเวลาของชีวิตเขาที่กำลังจะค่อยๆ หายไปเช่นกัน

ดวงตาที่เคยสวยงามค่อยๆ ปิดลงอย่างเหนื่อยอ่อน พร้อมกับลมหายใจที่ค่อยๆ อ่อนลงเรื่อยๆ และหยุดลงในที่สุด

เบิร์ทมองภาพสะเทือนใจตรงหน้าอย่างทำใจไม่ได้ น้ำตาไหลออกมาอย่างมากมายเมื่อรับรู้ว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

เบิร์ทมองหลุมศพของญาติผู้พี่ด้วยแววตาเศร้าโศก ลอยด์จากไปก่อนเวลาอันควร เขาควรจะมีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุขกับช่วงสุดท้ายของชีวิตมากกว่านี้ แต่กลับไม่เป็นไปอย่างที่คิดไว้เลย

“เบิร์ท กลับบ้านเถอะ” เสียงใครคนหนึ่งเรียกชื่อของเขาอย่างสุภาพ

“นายกลับไปก่อนเถอะนะ ฉันอยากอยู่เป็นเพื่อนลอยด์อีกสักพัก” เบิร์ทตอบกลับโดยที่ไม่หันไปมอง

“ตามใจ ฉันกลับก่อนนะ”

“ขอบใจมากนะที่มาช่วยงาน” เบิร์ทหันไปบอก เขายิ้มให้เพื่อนเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมามองหลุมศพของญาติผู้พี่อีกครั้ง เขาและลอยด์สนิทสนมราวกับพี่น้องแท้ๆ พ่อกับแม่ของเขาเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเด็ก ทำให้เขาต้องมาอยู่ในการอุปการะของผู้เป็นลุงซึ่งเป็นพ่อของลอยด์ ทุกคนในบ้านดูแลเขาอย่างดี โดยเฉพาะลอยด์ ไม่ว่าเขาจะทำตัวเกเรแค่ไหนก็ไม่เคยทิ้งเขา อีกทั้งยังคอยแนะนำและชี้ทางที่ถูกที่ควรให้เขาเสมอ ถึงแม้ลอยด์จะเป็นคนที่มีเชื้อสายขุนนางเก่า มีตำแหน่งหน้าที่การงานและหน้าตาทางสังคม แต่ญาติผู้พี่ของเขาก็พยายามเอาใจใส่ดูแลเขาราวกับว่าเป็นน้องชายแท้ๆ ส่งเสียให้เขาเรียนจนจบมหาวิทยาลัยและให้เขามาทำงานเป็นเลขาส่วนตัว

ดังนั้นเรื่องราวทั้งหมดของญาติผู้พี่นั้นเขารับรู้ทุกเรื่องไม่เว้นแม้แต่เรื่องความรัก เขาเคยเห็นคนรักของญาติผู้พี่ตั้งแต่ทั้งคู่พบกันครั้งแรกจนถึงต้องแยกจากกันอย่างไม่มีวันกลับ การจากไปของหญิงสาวผู้เป็นที่รักนั้นทำให้ลอยด์จมอยู่กับความเศร้าโศก ลอยด์แทบไม่กินไม่นอนและหมดสิ้นความสนใจในสิ่งรอบตัว ยามที่ลอยด์อยู่คนเดียว เขาดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ ซิการ์ ไปป์ อย่างเอาเป็นเอาตาย และนั่นเป็นสิ่งที่ทำลายสุขภาพของเขาอย่างร้ายกาจ เขารู้ดีว่าญาติผู้พี่ของเขามีความหวังลึกๆ ว่าจะได้พบกับเธออีกครั้ง แต่นั่นมันก็เป็นเพียงแค่การรอคอย จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต

ปี 1997

ดวงตาสีเทามองภาพถ่ายขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ของบ้านนิ่ง กี่ปีมาแล้วที่คนในภาพจากไปอย่างไม่มีวันกลับ กี่ปีมาแล้วที่เขาเพียรพยายามตามหาใครคนหนึ่งแต่ก็ไม่พบ

“คุณท่านคะ คุณท่าน” เสียงเรียกนั้นทำให้เขาละสายตาหันมามองคนเรียก

“มีอะไรเหรอ ลัชน์” เบิร์ทที่ตอนนี้อายุแปดสิบเก้าปีถามคนที่เรียกเขาเสียงเรียบ

“รถพร้อมแล้วค่ะ คุณท่านจะไปโรงแรมเลยหรือเปล่าคะ” สาวใช้วัยใกล้เคียงกันบอก

“ไปเลยก็ได้” เสียงห้าวบอกก่อนจะเดินออกไปเงียบๆ

ลัชน์มองภาพถ่ายขนาดใหญ่ที่ใส่กรอบสวยงามนิ่ง คนในภาพจะรู้ไหมว่าการจากไปของเขาสร้างความเสียใจให้กับใครต่อใครหลายคน หนึ่งในนั้นคือเจ้านายของเธอที่ดูเหมือนว่าเขายังคงไม่คลายความเศร้าเลยแม้แต่น้อย เธอเป็นแม่บ้านของตระกูลนี้มาหลายปี และนั่นทำให้เธอรู้ดีว่าเจ้านายของเธอเคารพคนในภาพมากขนาดไหน

เบิร์ทยิ้มให้พนักงานต้อนรับของโรงแรมอย่างเป็นกันเองเหมือนทุกครั้ง ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าของที่นี่ แต่ก็ไม่เคยที่จะวางท่ากับลูกน้องเลยสักครั้ง โรงแรมนี้เป็นโรงแรมเก่าแก่ที่เขาได้รับมาจากญาติผู้พี่อีกต่อหนึ่ง

เขาพัฒนาที่นี่จนเป็นโรงแรมระดับห้าดาวที่เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางในเรื่องของการบริการและความสะดวกสบาย

เขากลายมาเป็นพ่อม่ายตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิตไป ถึงแม้จะมีลูกชายถึงสามคน หากแต่ละคนก็ล้วนมีทางชีวิตเป็นของตัวเอง ลูกชายคนโตของเขาเป็นทหารเรือ ลูกชายคนที่สองเข้ามาบริหารโรงแรมในเครือที่ต่างประเทศ ส่วนคนสุดท้องคนที่สามนั้นเป็นคนที่เขารักมากที่สุดและหวังจะให้อยู่ดูแลกิจการที่นี่ต่อ แต่ลูกชายเขากลับขอไปดูแลกิจการบ่อน้ำมันที่เทกซัสแทน ทุกคนต่างมีครอบครัวเป็นของตัวเอง ยกเว้นลูกชายคนเล็กของเขาที่ดูเหมือนว่าไม่สนใจจะมองหญิงสาวคนไหนเลยสักคน แต่ถึงแม้จะห่างกัน ความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวยังคงแน่นแฟ้น สนิทสนมกันอย่างมาก

หลังจากทักทายพนักงานเรียบร้อยแล้ว ชายชราก็เข้ามานั่งในห้องทำงานของตัวเองด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน เบิร์ทมองภาพครอบครัวของเขา ก่อนจะหันมาสนใจเอกสารตรงหน้าต่อเงียบๆ สักพักชายชราก็มองไปยังภาพของญาติผู้พี่ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ผมจะต้องตามหาเธอให้เจอ ผมสัญญา”

*****

อ่านต่อ

สารบัญ ณ กาลครั้งหนึ่ง

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หยั่งรากฝากรัก
8.3
เมื่อก่อนจิรายุเคยขับไสไล่ส่งดรีมจนเธอหายไปจากชีวิต แต่พอเธอกลับมาในลุคใหม่ที่ไม่แยแสเขาอีกต่อไป เขากลับเป็นฝ่ายที่อยากทวงคืนหัวใจเธอ ทว่าอุปสรรคครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะนอกจากจะมีหนุ่มๆ มาคอยขายขนมจีบแล้ว เธอยังพยายามหลบหน้าเขาแทบทุกวิถีทาง ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือพ่อแม่ของเขาที่เคยเชียร์กลับเปลี่ยนมาขัดขวาง โดยประกาศกร้าวว่าผู้ชายคนไหนก็ได้ยกเว้นลูกชายตัวเองที่จะได้คู่กับดรีม งานนี้เขาจะขุดรากรักที่ฝังลึกในใจให้กลับมาเบ่งบานได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่
8.0
ชบาได้ครองคู่กับชายในฝันที่หลงรักมาแต่เยาว์วัย ทว่าชีวิตคู่กลับไม่เป็นดั่งใจเมื่อสามีเมินเฉยไม่ยอมร่วมหอ เธอจึงต้องงัดสารพัดมารยาหญิงมาพิชิตใจเขาให้สำเร็จ โดยเฉพาะหลังจากได้รับคำชี้แนะจากแม่สามีถึงศิลปะการครองเรือนที่ต้องแนบชิดกายเนื้อต่อเนื้อโดยไร้พัสตราภรณ์กั้นกลาง เมื่อได้เห็นแผงอกอันกำยำของสามีกับตาตนเอง สาวน้อยผู้เคยแต่ซุกซนจึงต้องรีบเรียนรู้งานปรนนิบัติพัดวีขนานใหญ่ เพื่อเปลี่ยนความประหม่าให้เป็นเสน่หาที่มัดใจสามีให้อยู่หมัดในเรือนหอแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย ร้ายรัก กลซาตาน
9.3
อคิน นฤปนาถ เจ้าของอาณาจักรการเงินระดับประเทศ ใช้เวลากว่าทศวรรษเพื่อตามหาฝาแฝด ดาหลาและกาสะลอง โดยหวังจะชดใช้ความผิดในอดีตที่เขาเคยทำลายครอบครัวของพวกเธอ ทว่าโศกนาฏกรรมในคืนนั้นที่ทำให้ทั้งคู่ต้องกลายเป็นกำพร้า กลับกลายเป็นรอยแผลลึกที่ไม่อาจเยียวยา แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่ความแค้นของสองพี่น้องยังคงฝังรากลึก เปลี่ยนดอกไม้ที่เคยอ่อนโยนให้กลายเป็นอาวุธเคลือบยาพิษที่พร้อมจะทำลายล้างชายที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตของพวกเธอ
หน้าปกนวนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
แอลตัน เพลย์บอยหนุ่มฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้เพียบพร้อมทั้งความหล่อและรวย เขายังคงหวงแหนความโสดและไม่คิดจริงจังกับใครเพราะมีอดีตฝังใจ ทว่าชีวิตที่เคยโลดโผนกลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ สายป่าน สาวแสบวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแซ่บและนิสัยไม่ยอมคน พร้อมดับเครื่องชนทุกสถานการณ์ ภารกิจกำราบเสือร้ายให้กลายเป็นหมาหงอยจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาว่าบทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักจอมทมิฬ
8.2
ลลนาหรือนุ่มถูกสิงหาชายหนุ่มรูปงามแต่ใจร้ายจับตัวมาเพราะความเข้าใจผิด เธอต้องเผชิญกับคำพูดทำร้ายจิตใจท่ามกลางความกังวลถึงคนใกล้ชิดที่บาดเจ็บ นุ่มจึงบนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ตนหลุดพ้นจากอำนาจเถื่อนของเขา พร้อมหวังจะมีชีวิตใหม่ที่รวยทางลัดเพื่อเลิกทำงานกลางคืนและพบสามีที่ดี แม้สิงหาจะยอมรับความผิดพลาดที่จับตัวคนผิดมาและกล่าวขอโทษอย่างหัวเสีย แต่ท่าทีพยศและรอยยิ้มยียวนของหญิงสาวกลับทำให้เขาหมั่นไส้จนสถานการณ์ระหว่างทั้งคู่ยิ่งวุ่นวาย
หน้าปกนวนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ไรอันมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้หวาดหวั่นต่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา ชายหนุ่มจึงต้องใช้ความใจเย็นเพื่อสอนบทเรียนรักที่แสนหวานและเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนในที่สุดความรัญจวนที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามที่ยากจะถอนตัว แม้จะทรมานจากความต้องการที่ถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสอันหนักหน่วงของเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มเธอได้ ในขณะที่ไรอันเองก็ยืนยันว่าจะไม่หยุดรุกรานจนกว่าเธอจะหลอมละลายไปพร้อมกับเขา
ตอน
อ่านเลย
แชร์