
รักแท้ หรือรักเท็จ
ตอน 2
“คุณเซียวยู เดี๋ยวฉันจะจัดการกับสิ่งของพวกนั้นทั้งหมดเองค่ะ ” มิไป๋พูดขึ้นในขณะที่เธอเหลือบมองไปยังชายที่เป็นตำนานในสายตาคนอื่นอย่างเฉยเมย เธอไม่เคยสนใจในสิ่งอื่นใดเลย นับตั้งแต่ที่พ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่น่าเศร้า “อ่อ อีกอย่างหนึ่ง ฉันเชื่อว่าคุณคงไม่ได้มีความสนใจที่จะเก็บ ‘พวกชุดเครื่องตกแต่งบ้าน’ พวกนั้นเอาไว้ด้วยใช่ไหมคะ?”
มิไป๋แต่งงานกับเขามานานกว่าหนึ่งปีแล้ว แต่เซียวยูแทบไม่ค่อยกลับบ้านมาหาเธอเลย เธอสามารถนับนิ้วได้เลยด้วยซํ้าว่าสามีกลับมาบ้านกี่ครั้งบ้าง แล้วถ้าหากสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ของประดับตกแต่ง แล้วมันมีเอาไว้เพื่ออะไร? การทำให้ทัศนียภาพภายในบ้านดูดียิ่งขึ้น อย่างงั้นเหรอ?
“ก็ตามใจคุณ” เซียวยูกล่าว เขาดูจะไม่สนใจกับการเสียดสีของมิไป๋เลย แต่ดวงตาของเขาก็จับจ้องมาที่เธอ ราวกับว่ามันคือกล้องส่องทางไกล เขารู้ดีอยู่เสมอว่ามิไป๋สวย แต่เขาก็ไม่เคยสังเกตมองเธออย่างเต็มที่แบบนี้ และในวันนี้ เธอก็ยิ่งดูสวยมากขึ้นไปอีกในชุดเดรสสีชมพูของเธอที่ช่างประจวบเหมาะและเข้ากันกับฤดูกาลนี้มาก ดวงตาที่เป็นผลึกอันงดงามของเธอก็เปล่งประกายราวกับน้ำพุเมื่อเธอจ้องมองมาที่เขาอย่างใกล้ชิด และแก้มสีดอกกุหลาบระเรื่อของเธอก็ไม่ได้ปกปิดลักยิ้มที่น่ารักที่มันเปล่งประกายออกมาทุกครั้งที่เธอยิ้มเลย แต่หญิงสาวซึ่งมีอายุเพียงแค่ยี่สิบต้น ๆ คนนี้กำลังจะต้องมายุติการแต่งงานในระยะเวลาอันสั้นกับเซียวยูและกลายเป็นผู้หญิงที่หย่าร้างไปแล้วอย่างเป็นทางการ เมื่อนึกถึงสิ่งนี้เขาก็เริ่มสงสัยว่าการตัดสินของตนในครั้งนี้มันจะผิดไปหรือเปล่า?
เซียวยูรีบดึงสติและความรู้สึกของเขากลับมา ให้หยุดคิดมากในเรื่องนี้ เพื่อที่ตัวเขาเองจะได้ไม่เปลี่ยนใจ เขารู้ดีถึงเหตุผลที่เขาเลือกที่จะแต่งงานกับมิไป๋ และมันก็ยังชัดเจนมากในความทรงจำราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ได้ทำตามความปรารถนาของเธอที่เธอต้องการมาโดยตลอด เพราะว่าในตอนนี้ เธอก็ได้รับอิสระภาพและความมั่นคงในชีวิตสำหรับตัวเธอเองแล้ว! เรื่องราวของพวกเขาก็เป็นเหมือนเส้นด้ายสองเส้นที่มาบรรจบกันที่จุดจุดหนึ่ง ก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายและเดินต่อไปตามเส้นทางของพวกเขา
“หลึนลาน ส่งคุณมิไป๋กลับบ้าน” เซียวยูสั่ง
“ไม่เป็นไรหรอก ขอบคุณค่ะ ดิฉันกลับบ้านด้วยตัวเองได้ คุณเซียวยู เอาจริง ๆ แล้ว ฉันวางแผนที่จะซื้อรถหรูสักคันเอาไว้แล้วแหละ เพราะค่าเลี้ยงดูที่คุณให้ฉันไว้ มันก็เป็นจำนวนเงินก้อนโตเลยเชียวล่ะ และถึงฉันเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือยมันก็ยังเพียงพอไปตราบจนสิ้นลมหายใจของฉันนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป!” มิไป๋โบกมือตามข้อตกลงการหย่าร้างในมือ ราวกับธงแห่งชัยชนะของเธอ จากนั้นก็หันหลังให้กับเซียวยูและเดินออกจากสำนักงานไปในอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่เธอเดินออกจากห้อง มิไป๋ก็รีบไปนั่งบนโซฟาที่ใกล้ที่สุดในเลานจ์ ในมือของเธอนั้นกำใบหย่าเอาไว้แน่น เธอกระซิบเบา ๆ กับตัวเองว่า ‘ฉันจะแสดงให้คุณเห็น เซียวยู คอยดูเถอะ ถึงแม้จะไม่มีตระกูลหรงและตระกูล ซือ แต่ฉันก็ยังสามารถใช่ชีวิตอย่างมีความสุขได้แน่นอน! ในที่สุดฉันก็จะสามารถมีชีวิตที่เป็นของตัวเองและมีอิสระตามที่ฉันต้องการจนได้’
หลังจากที่ได้สงบอารมณ์ของเธอแล้ว เธอก็ลุกขึ้นยืนและเดินออกจากบริษัทไปในทันที และในตอนนั้นเอง หลึนลานก็เดินกลับเข้ามาที่ห้องสำนักงานของเซียวยูเพื่อรายงานสิ่งที่เขาได้สังเกตเห็นให้เขาฟัง
“ท่านครับ เธอออกจากอาคารไปแล้วเมื่อครู่นี้ครับ สังเกตดูจากสีหน้าของเธอแล้ว เธอจะดูขวัญเสียเล็กน้อย แต่มันก็จางหายไปในทันทีที่เธอสงบลงครับ” หลึนลานกล่าว เขาได้ทำงานให้กับเซียวยูมานานมากกว่าห้าปีแล้ว เขารู้เรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับการแต่งงานของพวกเขา แต่สำหรับวันนี้ มันถือเป็นครั้งแรกของเขาเลยที่เขาได้สัมผัสกับมิไป๋อย่างใกล้ชิดขนาดนี้ สำหรับเขาแล้ว มิไป๋ก็เป็นคนดูไม่ธรรมดา
“อืม ถ้างั้นก็เร่งให้ทนายจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จโดยเร็วที่สุด” เซียวยูกล่าว เขาสั่งคนของเขาโดยไม่ได้สบตาเลย ในขณะที่เขาเองก็กำลังพลิกดูเอกสารที่อยู่ตรงหน้าไปด้วย
“ได้เลยครับท่าน” หลึนลานพูดในขณะที่เขากำลังเดินออกจากห้องทำงานของเซียวยูทันที
ฤดูใบไม้ผลิมาถึงช้าในปีนี้ มิไป๋กำลังเดินไปรอบ ๆ ถนนที่พลุกพล่านที่สุดในเมืองปีนังพร้อมกระเป๋าสุดหรูของเธอโดยไม่ได้สังเกตสายตาที่จ้องมองมาที่เธอจากรอบตัวเธอเลยสักนิด นับตั้งแต่ที่เซียวยูหย่ากับเธอ เธอก็กลายเป็นอิสระที่เหมือนนกพิราบ ที่จะโบยบินไปไหนก็ได้ตามที่เธออยากจะไป ในเวลานั้นเธอกำลังหลงอยู่ในโลกของเธอเองซะแล้ว
ไม่มีคู่รักคู่ใดในโลกเลยที่จะมีชีวิตแบบพวกเขา พวกเขาเป็นคนแปลกหน้าต่อกันมากกว่า ราวกับว่าพวกเขามาจากสองจักรวาลที่เข้ากันไม่ได้ และในตอนนี้ที่พวกเขาได้แยกทางกันแล้ว เธอก็รู้สึกโล่งอกอย่างมาก มันถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่จะหย่ากับเขา เธอสามารถที่จะทำอะไรก็ได้ตามที่ใจเธอต้องการนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป! และโดยที่ไม่มีโซ่ตรวนของครอบครัวตระกูล ซือ รั้งขาเธอเอาไว้อีกต่อไป ในที่สุดเธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าเธอได้หลุดออกจากกรงขังที่มืดหม่นนั้นไปแล้ว เธอจะได้เป็นตัวตนที่แท้จริงของเธอได้อีกครั้ง
มันเป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้วที่เธอแต่งงานกับเซียวยู แต่พวกเขาก็ไม่ค่อยได้เจอหน้ากันเลย เขาไม่เคยชวนเธอเป็นคู่ควงในงานเลี้ยงหรือในโอกาสต่าง ๆ เลยที่เขาได้เข้าร่วม ก็เพราะว่าเขามีผู้หญิงคนอื่นเคียงคู่ไปด้วยเสมอ วันนี้อาจเป็นกุลสตรีที่มาจากครอบครัวที่รำรวย พรุ่งนี้ก็อาจเป็นดาราดัง และวันต่อมา ผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างเขาก็อาจจะเป็นนางแบบแฟชั่นรุ่นเยาว์ที่สวยสะดุดตา แต่สำหรับมิไป๋แล้ว เธอไม่เคยปรากฏตัวในงานสังสรรค์ใด ๆ เลยสักครั้ง ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นถึงภรรยาถูกต้องตามกฏหมายของเขาก็ตาม! มันช่างน่าตลกขบขันเสียนี่จริง ๆ
คุณอาจจะชอบ





