ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาอยู่ในร่างสาวน้อยพร้อมระบบเส็งเคร็งยุค 70

ทะลุมิติมาอยู่ในร่างสาวน้อยพร้อมระบบเส็งเคร็งยุค 70

แป้งร่ำ สาวโสดวัยสี่สิบที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับการทำงาน จนวันหนึ่งเธอตระหนักได้ถึงความโดดเดี่ยวที่ไร้คนเคียงข้าง เมื่อตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ โชคชะตากลับเล่นตลกส่งเธอข้ามมิติมาอยู่ในร่างเด็กสาวในยุค 70 พร้อมกับต้องเผชิญหน้ากับระบบสุดประหลาดที่เธอขนานนามว่าแสนจะเส็งเคร็ง ชีวิตใหม่ในอดีตของเธอครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเรื่องราวไม่คาดฝันที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตั้งแต่จำความได้ ชีวิตของแป้งร่ำก็เติบโตมากับแม่เพียงสองคน ส่วนพ่อเหรอ เธอไม่เคยถามแม่เลย คนที่เลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่เกิดอยู่ตรงหน้าจะถามหาผู้ชายคนอื่นทำไม แม่ของเธอเป็นแม่ค้าขายผักมาตั้งแต่เธอยังเล็กๆ เพื่อหาเงินเลี้ยงลูกสาวจึงต้องทำงานตั้งแต่เช้าและกลับบ้านดึกดื่น จนกระทั่งแป้งร่ำอายุได้ยี่สิบสามและเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย จึงคิดที่จะให้แม่หยุดทำงาน ก็ได้รับข่าวร้ายว่าแม่ของเธอถูกรถชนเสียชีวิตคาที่

เหมือนฟ้าถล่มลงมา หญิงสาวที่ต้องการตอบแทนพระคุณแม่ของเธอกลับต้องได้รับข่าวร้าย โดยคนที่ชนแม่ของเธอให้การกับตำรวจว่าครอบครัวของเขาเพิ่งกลับมาจากงานเลี้ยงฉลอง พอมาถึงที่เกิดเหตุ ไฟบริเวณนั้นมืดมากและไม่เห็นแม่ของเธอ ซึ่งมันเป็นทางลัดที่หลายคนเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก

แป้งร่ำไม่ได้เอาความเจ้าของรถที่ขับชนแม่เธอเสียชีวิต จากกล้องหน้ารถและกล้องวงจรปิดแถวนั้นพร้อมทั้งคำให้การมันตรงกันจริงๆ และดูเหมือนว่าแม่ของเธอจะเดินตัดหน้ารถของเขาด้วยซ้ำ อีกทั้งเขายังเต็มใจรับเธอเข้าทำงานในฐานะพนักงานของบริษัทขนาดเล็ก และยินดีส่งเสียให้เธอเดือนละสองหมื่นจนกว่าจะอายุหกสิบ ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่รวมกับเงินเดือน จนกระทั่งยี่สิบกว่าปีมานี้บริษัทเติบโตขึ้นมากและแป้งร่ำยังทำงานในบริษัทเดิม

ในตอนนั้นเธอคิดแค่ว่าตัวเองยังเด็กจึงมุ่งมั่นศึกษางาน แม้แต่เพื่อนๆ ที่สนิทกันชวนไปสังสรรค์ แป้งร่ำก็ปฏิเสธตลอด รู้ตัวอีกทีเธอก็ไม่เหลือใครแล้ว แม่ผู้เป็นที่พึ่งเดียวก็จากไป คุณลุงฉวีประธานบริษัทคนก่อนหรือก็คือคนที่พาเธอเข้าทำงานที่นี่ก็เสียชีวิตไปสองปีก่อนจากโรคประจำตัว ภรรยาของเขาจึงขึ้นมาบริหารแทน แม้อีกฝ่ายจะเอ็นดูเธอเหมือนลูกแต่มันก็ถึงเวลาที่เธอควรจะออกมาเดินด้วยตนเองได้แล้ว

แป้งร่ำในวัยสี่สิบเจ็ดปีตัดสินใจยื่นซองขาวขอลาออกจากบริษัทท่ามกลางเสียงคัดค้านจากบรรดาเพื่อนร่วมงานและรุ่นน้องที่ไม่เห็นด้วย เพราะแป้งร่ำเลื่อนตำแหน่งงานขึ้นมาเป็นเลขาของท่านประธานเมื่อห้าปีก่อน และแป้งร่ำก็ทำงานเก่งมาก ทั้งยังให้คำปรึกษากับทุกคนอย่างเท่าเทียม

แม้แต่คุณหญิงอรวรรณผู้มีพระคุณของเธอยังถามแล้วถามอีก เพราะอีกฝ่ายก็เอ็นดูเธอเหมือนลูกเหมือนหลาน แต่แป้งร่ำก็ยังยืนยันที่จะลาออก เพราะคอนโด รถ ก็จ่ายไปหมดแล้ว เงินเก็บก็มีให้เธอใช้ได้อีกหลายสิบปี

คุณหญิงอรวรรณเซ็นยินยอมให้เธอลาออกพร้อมทั้งยื่นเงินก้อนใหญ่ให้เธอ ทั้งยังบอกว่าเป็นเงินที่คุณลุงฉวีตั้งใจจะมอบให้เธอหากแป้งร่ำลาออกจากบริษัท

พอเห็นว่ามีเงินก้อนใหญ่แป้งร่ำจึงตัดสินใจว่าจะยังไม่หางานทำในเร็วๆ นี้ เธอต้องการพักผ่อนสักระยะ หลังจากทำงานอย่างมุ่งมั่นมาหลายสิบปี จึงหาซื้อนิยายที่กำลังฮิตๆ อย่างนิยายจีนย้อนยุคมาอ่านอย่างรวดเร็ว แต่คงเป็นเพราะอ่านติดต่อกันอย่างเอาเป็นเอาตายมาหลายวัน แป้งร่ำจึงนอนหลับไปพร้อมทั้งนิยายในมือ

“ฉันบอกเธอแล้วว่าหลานสาวของเธอเชื่อถือไม่ได้! เธอดูสภาพลูกสาวของเธอตอนนี้สิสะใภ้สี่ เป็นเพราะหล่อน เฟิ่นอี้ของเราจึงบอบช้ำ! หลายครั้งที่ฉันเตือนเธอก็ไม่เคยฟัง” น้ำเสียงดุดันถูกเอ่ยจากปากพี่สะใภ้ใหญ่ของบ้านด้วยความโกรธ สะใภ้ใหญ่ตบเข่าด้วยความโมโหเด็กสาวของบ้านอี้

ย้อนกลับไปหลายปีก่อน ในตอนที่เฉินเฟิ่นอี้ยังเรียนอยู่ในโรงเรียนประถมของตำบล ในแถบชนบทเวลานั้นเด็กสาวจำนวนน้อยมากที่จะถูกส่งเข้าเรียน หากไม่ใช่เพราะเป็นที่รักของครอบครัวจริงๆ หรือพอจะมีเงินส่งเรียนบ้าง

ในการเรียนระดับประถมชั้นปีสุดท้ายของเฉินเฟิ่นอี้ ตอนนั้นเธออายุสิบสองปี เธอถูกหลานชายของเศรษฐีในตำบลที่เรียนด้วยกันถูกใจ จึงให้ผู้ใหญ่มาขอหมั้น อีกทั้งเฉินเฟิ่นอี้ยังบอกว่าหล่อนชอบเขาและตกลงที่จะหมั้นหมายด้วย แม้คนในบ้านเฉินจะยังไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ นั่นคือหลานชายของเศรษฐีเชียวนะ! หากเฉินเฟิ่นอี้ได้แต่งเข้าสกุลหมิงอย่างน้อยก็สบายกว่ามาทำงานในแปลงนา

ทั้งสองจึงคบหากันมาตั้งแต่นั้น และพอถึงเวลาเข้าโรงเรียนมัธยมต้น ทั้งสองก็เข้าไปเรียนในโรงเรียนเดียวกัน แต่ว่าครั้งนี้มีญาติผู้พี่จากสกุลอี้บ้านเดิมของแม่เฉินเฟิ่นอี้เข้าร่วมกลุ่มด้วย เนื่องจากเพื่อนของหล่อนทางบ้านไม่ส่งเรียนต่อในระดับมัธยมต้น

หากเจอเฉินเฟิ่นอี้ย่อมเจอหมิงหลานฮุ่ย หากเจอทั้งสองคนย่อมเจออี้เหม่ยเฟิ่ง ทั้งสามตัวติดกันมากไปไหนก็ไปด้วยกัน ทว่าหลังๆ มาเฉินเฟิ่นอี้ล้มป่วยอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ทั้งๆ ที่อีกไม่กี่เดือนก็จะจบชั้นมัธยมต้นแล้ว

หมิงหลานฮุ่ยว่าที่หลานเขยของบ้านเฉิน ชอบตามอี้เหม่ยเฟิ่งที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับเฉินเฟิ่นอี้มาเยี่ยมหญิงคนรักหลังเลิกเรียนอยู่บ่อยครั้ง คนในบ้านเฉินแรกๆ ก็พอใจในเด็กคนนี้มาก ทว่าหลังๆ มา เริ่มไม่พอใจในการกระทำของหมิงหลานฮุ่ย เพราะทุกครั้งที่เขามายังหมู่บ้านเฟิ่งหลิน หมิงหลานฮุ่ยจะติดตามอี้เหม่ยเฟิ่งไปที่บ้านอี้ก่อน เมื่อถึงเวลากลับถึงจะแวะมาหาเฉินเฟิ่นอี้ที่อาการเริ่มดีขึ้นเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

ย่าเฉินเคยให้สะใภ้สี่ลูกสะใภ้คนเล็กไปเตือนหลานสาวจากบ้านเดิมของหล่อนเพราะมันไม่เหมาะสม เด็กคนนั้นก็รับปากว่าจะบอกหมิงหลานฮุ่ยให้ ทว่าเขากลับไม่พอใจและไม่ยอมมาที่บ้านเฉินอีกเลย

จนมีข่าวลือว่าหมิงหลานฮุ่ยกับอี้เหม่ยเฟิ่งคบกัน และทั้งสองยังเหมาะสมกันมาก หมิงหลานฮุ่ยเป็นหลานชายของเศรษฐีในตำบลที่มีลูกชายเพียงคนเดียวและหมิงหลานฮุ่ยก็ยังเป็นลูกชายคนเดียวของบ้านหมิง ในอนาคตเขาย่อมต้องขึ้นเป็นเจ้าบ้าน ส่วนอี้เหม่ยเฟิ่งก็เป็นหลานสาวของกรรมการในหมู่บ้าน ซึ่งพ่อของหล่อนก็กำลังจะขึ้นเป็นเลขาธิการในเร็วๆ นี้ ไหนจะเรียนในระดับมัธยมปลายอีก ดีกว่าเฉินเฟิ่นอี้ที่ป่วยขี้โรคเป็นไหนๆ

ตอนแรกบ้านเฉินไม่ได้สนใจในเรื่องนี้เพราะหมิงหลานฮุ่ยหมั้นกับเฉินเฟิ่นอี้แล้ว แต่อยู่ๆ หลายวันก่อนพ่อของหมิงหลานฮุ่ยกลับมายกเลิกสัญญาหมั้นหมายแถมยังบอกอีกว่าสินสอดบางส่วนที่ให้มาแล้วจะไม่เอาคืน สร้างความไม่พอใจให้สมาชิกในบ้านเฉินเป็นอย่างมาก หากเอาสินสอดคืนพวกเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ว่าหมิงหลานฮุ่ยเหยียบย่ำจิตใจอันบอบช้ำของเฉินเฟิ่นอี้ด้วยการพาอี้เหม่ยเฟิ่งมาด้วย

เฉินเฟิ่นอี้ที่ทนดูไม่ไหวถึงกับทรุดตัวลงพื้นและนอนสลบไม่ได้สติมาหลายวันแล้ว ผู้ชายในบ้านออกไปทำงานเก็บแต้มเหมือนปกติ ส่วนผู้หญิงช่วยกันทำงานในบ้านและสลับกันดูหลานสาว

“ฉันเอ็นดูเหม่ยเฟิ่งเหมือนลูกแท้ๆ ไม่คิดว่าหล่อนจะเป็นแบบนี้” สะใภ้สี่ร้องไห้เสียงดัง ลูกสาวคนโตของหล่อนล้มป่วยมาหลายวันยังไม่ได้สติก็ปวดใจมากแล้ว ยังมีเรื่องของหลานสาวจากบ้านเดิมที่หล่อนเอ็นดูไม่ต่างจากลูก

“พอได้แล้วสะใภ้ใหญ่ เธอก็เห็นแล้วว่าสะใภ้สี่เสียใจมากแค่ไหน” ย่าเฉินที่ป้อนข้าวหลานชายคนเล็กเงยหน้าขึ้นมาพร้อมทั้งเอ่ยปราม

ผู้หญิงในบ้านเฉินจะหยุดทำงานในแปลงนาก็เมื่อมีเหตุจำเป็น ไม่ก็ทำงานบ้านหรือป่วย ต่างจากบ้านหลังอื่นในหมู่บ้านเฟิ่งหลิน ที่ต่อให้ใกล้ตายก็ต้องลากสังขารลงแปลงนา ต้องยกความดีความชอบให้กับเฉินหมิงและเฉินจง ลูกชายคนที่สามและหลานชายคนโตของบ้านที่ตอนนี้เป็นทหาร ทุกๆ เดือนพวกเขาจะส่งเงินมาที่บ้านพร้อมคูปองต่างๆ ไม่อย่างนั้นบ้านเฉินคงไม่มีปัญญาส่งลูกส่งหลานเข้าเรียนทั้งหลานชายและหลานสาว

ส่วนเด็กชายเด็กสาวในบ้าน หน้าที่หลักๆ คือการเรียน เรียนเสร็จกลับมาถ้าไม่ช่วยทำงานในบ้านก็ต้องออกไปเก็บผักแลกแต้มค่าแรง ได้แต้มเดียวก็ยังดีกว่าไม่ได้

“คุณแม่ก็เข้าข้างหล่อน ถ้าฉันไม่รักเฟิ่นอี้ฉันจะบ่นไหม”

เสียงด้านนอกห้องนอนดังมาก จนทำให้หญิงสาวที่หลับอยู่รู้สึกตัวตื่น แป้งร่ำสาวใหญ่วัยสี่สิบปลายๆ พยุงตัวขึ้นอย่างเมื่อยล้า ความทรงจำล่าสุดก็คือนอนอ่านนิยายแบบหามรุ่งหามค่ำให้สมกับการลาออกจากงาน แต่ก็ไม่คิดว่าตื่นขึ้นมาเธอจะเมื่อยล้าขนาดนี้! คงเป็นเพราะอายุของเธอด้วย

“เดี๋ยวนะ”

แป้งร่ำเงยหน้าขึ้นมองรอบๆ ห้องของเธออย่างมึนงง คอนโดราคาเฉียดยี่สิบล้านที่เธอเพิ่งจ่ายงวดสุดท้ายไปเมื่อเดือนก่อน ทำไมถึงได้เล็กและแคบแบบนี้ อีกทั้งยังมีกลิ่นอับชื้นที่ไม่ควรมีเพราะให้แม่บ้านทำความสะอาดทุกอาทิตย์

อยู่ๆ ความทรงจำบางอย่างก็แล่นใส่หัวจนทนไม่ไหว แป้งร่ำทิ้งตัวลงนอนบนพื้นแข็งๆ เพราะปวดหัวจนเกินระงับ อยากกรีดร้องออกมาแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเสียงของเธอแทบไม่มี ก่อนจะหมดสติไปทั้งอย่างนั้น

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย Into the Nightmare สู่แดนฝันร้าย
8.0
วิญญาณของแจ็ค เวลลิงตันหลุดเข้าสู่โลกฝันร้ายหลังอุบัติเหตุประหลาด พร้อมรับพลังพิเศษและภารกิจเสี่ยงตายที่ยากจะเอาชนะ เพื่อหาทางกลับสู่โลกเดิม เขาต้องเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายที่ซ่อนเร้นในสังคม โดยเริ่มจากการต่อกรกับฆาตกรวิปริตผู้ดัดแปลงสิ่งมีชีวิตเข้ากับจักรกล แจ็คจำเป็นต้องเร่งพัฒนาความแข็งแกร่งเพื่อความอยู่รอด ทว่าอุปสรรคสำคัญคือพลังที่เขาได้รับมานั้นกลับไม่สามารถใช้ทำร้ายใครได้เลย เขาจะเอาชีวิตรอดจากดินแดนสยองขวัญแห่งนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย Please help me ช่วยฉันที ฉันไม่อยากอยู่ในโลกนิยาย
9.5
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นในร่างของนาเซีย นางร้ายผู้มีจุดจบอันแสนสลดรออยู่ เธอจึงต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตให้รอดพ้นจากโชคชะตาเลวร้าย พร้อมกับพยายามค้นหาหนทางกลับสู่โลกเดิมที่จากมา ทว่าแผนการใช้ชีวิตอย่างสงบกลับไม่เป็นไปตามที่หวัง เมื่อผู้คนรอบข้างต่างพากันเข้ามาพัวพันและสร้างความวุ่นวายในชีวิตเธอไม่หยุดหย่อน ท่ามกลางบรรยากาศแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและการตัดสินใจที่อาจเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย รักร้าย...ท่านอ๋องสายโหด
9.3
โชคชะตาเล่นตลกกับอู๋หงถิง นางขอทานใบ้ที่ตื่นขึ้นมาในชุดมงคลสีแดงแทนที่พี่สาวฝาแฝดผู้หายตัวไป หลังก่อเหตุลอบสังหารหวาเซียงอ๋องในคืนวิวาห์จนเกือบสิ้นชีพ เมื่อความแค้นของท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมปะทุขึ้น นางจึงต้องตกอยู่ในฐานะชายาทาสผู้รองรับอารมณ์แทนพี่สาวที่พลัดพราก ท่ามกลางความขัดแย้งและการเอาชีวิตรอดในวังวนแห่งอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตราย อดีตหญิงไร้ค่าจะรับมือกับโทสะของอ๋องสายโหดได้อย่างไรในวันที่ชีวิตพลิกผันไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย วาสนาชะตารักมังกร
8.0
อี้เฟย หญิงสาวชาวบ้านผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายริมฝั่งทะเล ได้เข้าช่วยเหลือชายแปลกหน้าผู้บาดเจ็บหนักและดูแลเขาจนก่อเกิดเป็นความผูกพันลึกซึ้ง ทว่าจู่ๆ เขากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้เธอต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพังพร้อมลูกแฝดในครรภ์ ท่ามกลางคำครหาและเสียงดูแคลนจากคนรอบข้าง อี้เฟยยังคงกัดฟันสู้เพื่อเลี้ยงดูหยดเลือดเนื้อเชื้อไขทั้งสอง พร้อมเฝ้ารอการกลับมาของชายคนรักอย่างมีความหวัง โดยที่เธอไม่เคยล่วงรู้เลยว่าแท้จริงแล้วตัวตนที่ปิดบังไว้ของเขาคือใครกันแน่
หน้าปกนวนิยาย เทพธิดาแค่ของเล่น
8.1
มือถือจากอนาคตปรากฏในเมืองหัวเซี่ยเจียง จางเยว่ได้ครอบครองอุปกรณ์ที่มาพร้อมแอปพลิเคชันโกงทักษะต่อสู้และพลังรักษา ซึ่งต้องแลกด้วยกุญแจพลังงาน ความวุ่นวายเริ่มขึ้นเมื่อหานซินหลาน ประธานสาวหลานหยู่กรุ๊ปถูกดูดเข้าไปขังในพื้นที่เทพธิดาของมือถือนี้ ทางเดียวที่จะพาเธอออกมาได้คือเขาต้องเร่งสะสมกุญแจพลังงานให้ครบตามเงื่อนไข ขณะเดียวกันหานซินหยู่น้องสาวของเธอกำลังร้อนใจที่พี่สาวหายตัวไปทั้งคืน จางเยว่จึงต้องซ่อนความลับนี้ไว้ในกระเป๋ากางเกง และแบกรับภารกิจช่วยเหลือเธอให้กลับคืนสู่โลกความจริง
หน้าปกนวนิยาย จองจำรักร้าย
9.5
จินเยว่ ตำรวจสาวผู้เป็นหัวหน้าสายสืบนำกำลังเข้าทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ ทว่าลูกน้องกลับบุ่มบ่ามเข้าปะทะก่อนกองกำลังเสริมจะมาถึง จนถูกซ้อนแผนและทำให้เธอได้รับบาดเจ็บปางตายขณะเข้าช่วยเหลือลูกทีม ในช่วงเวลาที่สติเลือนลางท่ามกลางความเป็นตาย เธอได้ยินเสียงเรียกปริศนาที่ดูเหมือนไม่ใช่ทั้งหมอหรือยมทูต แต่กลับเป็นเสียงเรียกอันอ่อนโยนจากหญิงคนหนึ่งที่เรียกเธอว่าลูกรัก การตื่นขึ้นครั้งนี้อาจนำพาจินเยว่ไปสู่โชคชะตาใหม่ที่เธอไม่คาดคิดมาก่อน