ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย บ่วงเสน่หา

บ่วงเสน่หา

หญิงสาวผู้เย่อหยิ่งถูกตราหน้าว่าร้ายกาจหลังครอบครัวแตกแยก เธอต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มคนนอกที่ก้าวเข้ามาแย่งชิงความรักและความไว้วางใจจากพ่อแม่ของเธอไปจนหมดสิ้น ด้วยความแค้นเธอจึงพยายามกดขี่เขาไว้ในฐานะเด็กรับใช้เพื่อปกป้องสมบัติทุกชิ้น เมื่อล่วงรู้ว่าเขาแอบหลงรักเธออย่างสุดหัวใจ เธอจึงวางแผนสร้างบ่วงเสน่หาเพื่อล่อลวงเขามาทำลายให้ย่อยยับ ทว่าในเกมที่หวังสร้างความทุกข์ทรมานให้อีกฝ่าย เธอกลับเป็นคนที่ติดกับดักหัวใจและตกหลุมพรางเสน่หาที่ตัวเองขุดไว้เสียเอง
ตอน
แชร์

ตอน 2

ชายหนุ่มเดินออกมาด้านหน้าตึก ได้ยินเสียงทะเลาะกันแว่วๆ ของอดีตสามีภรรยา ท่าทียืนประจันหน้ากันนั้นบอกให้รู้ว่าจะไม่มีการยอมกันและกันเป็นอันขาด...นี่เป็นอีกคู่หนึ่งที่เหมือนชนวนระเบิดในบ้าน

“ผมขอห้ามนะ อย่ายุ่งกับลูกผมอีก”

“ก็ลูกฉันด้วยเหมือนกัน ฉันเป็นแม่นะ...คุณมีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน”

“ก็ขอให้รู้เอาไว้ เรื่องลูกผมจัดการเองได้”

“ไปจัดการกับนังเมียใหม่ของคุณดีกว่า ลูกนี่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉัน”

“ไม่...”

นายธวัชเสียงกร้าว “ผมไม่อยากเห็นลูกเป็นอย่างคุณ...วันๆ เอาแต่ลอยละล่องไม่มีประโยชน์”

“ใช่ซิ...” น้ำเสียงของวิสาขาแหลมจัดขึ้นมาทันใดเหมือนกัน “ฉันมันไม่น่าเสน่หาแล้วนี่ ไหนเลยจะสู้อีนางงามนั่นได้เล่า...มันล่ะมีประโยชน์แค่ไหน...รึไอ้ที่คุณจับมันมานั่งแทนทำงานจะพิสูจน์ว่านอกจากสวยแล้ว อีนั่นก็มีสมอง...โธ่เอ๊ย...ก็อีแค่นางงามคนหนึ่งเรียนก็ยังไม่จบ...ประโยชน์มันแค่เรื่องบนเตียงใช่ไหมล่ะ...”

ลัคนัยก้าวออกไปให้เห็นเสียก่อนที่สงครามน้ำลายจะยืดเยื้อต่อไปอีก นายธวัชหันมามองเขา เงียบไปได้เหมือนกัน

“นัย...ช่วยดูแลทางนี้ด้วย” เขาสั่งก่อนจะเดินเข้าไปในตึก วิสาขาเข้ามาใกล้

“นัย...เจอยายนกแล้วใช่ไหม ท่าทางจะไม่ดีนักหรอก...โกรธเป็นฟืนเป็นไฟทีเดียวกับเรื่องหย่า ต้องคอยดูๆ หน่อยนะ เกิดบ้าขึ้นมากะหันหันคงจะทำให้บ้านนี้เป็นไฟ”

ลัคนัยไม่กล้าแสดงความเห็นอันใดออกมา เขาเพิ่งเข้ามาอยู่บ้านนี้ได้แค่สามปี...ลัคนัยมีศักดิ์เป็นญาติสายห่างๆ ของวิสาขา เธอยินดีต้อนรับเขาเข้ามาเป็นเครือญาติ และก็ให้การสนับสนุนเขา ที่แปลกอีกประการหนึ่งก็คือนายธวัชก็นึกนิยมเขาอีกด้วย ทั้งที่ทุกครั้งนายธวัชกับญาติๆ ของวิสาขาแทบจะไม่เคยมองหน้ากัน

“เจอกันแล้วเป็นไงบ้าง”

“ก็เหมือนเดิมครับ”

“อย่าถือสายายนกเลยนะ ฉันอยากให้ช่วยดูแลแกด้วยซ้ำไป...พ่อก็มีเมียใหม่ ไอ้ฉันก็ไม่ค่อยจะมี

เวลามาใส่ใจหรือถ้าจะมีเวลา ยายนกก็ไม่ค่อยจะให้ฉันเข้าไปยุ่มย่ามด้วย นัย...ฉันอยากให้เธอช่วยปกป้องคุ้มครองแก...อย่าให้เมียใหม่ของพ่อยายนกรังแกเอาได้นะ”

“ผมว่าพิมลแขก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร”

“เธอก็เป็นอีกคนที่หลงใหลนังคนนั้น” วิสาขาสะบัดเสียงฉุนเฉียว ลัคนัยยังวางเฉยอยู่ “ฉันอยากรู้จริงๆ นะว่าเธอกับนังนั่นเคยมีอะไรกันมาแค่ไหน ก็เห็นป้วนเปี้ยนกันมาก่อน...นึกยังไงกันล่ะ นัย...ถึงเอานังนั่นใส่พานมาถวายเจ้านายซะได้ หรือว่าอยากมัดใจคุณธวัช อยากเป็นคนโปรดไปนานๆ”

วิสาขาอ่านผู้ชายตรงหน้าไม่ออก เขาเงียบเฉยติดจะขรึมจัด แม้คำพูดของเธอค่อนข้างจะก้าวร้าวเข้าไปในเรื่องส่วนตัวของเขามากโขอยู่ แต่ลัคนัยก็ยังวางเฉยได้ เขารู้นิสัยวิสาขาดี เธอปากมากไปสักนิด แล้วช่างโวยวาย แต่เอาเข้าจริงๆ วิสาขาก็ไม่ได้ร้ายกาจมากไปกว่านั้น

“ทำให้ดีๆ นะ...ฉันไม่อยากเห็นเธอกับคุณวัชลุกขึ้นมากัดกันเอง เพราะนังพิมลแข”

ผมรู้สถานการณ์ดีฮะว่าอะไรเป็นอะไร...พิมลแขจะมาเป็นภรรยาของคุณธวัช..ผมวางตัวได้ถูกต้องแน่ ไม่ต้องเป็นห่วงผม”

“อุ๊ย...ฉันก็ไม่ได้อยากห่วงเธอหรอก แต่แม่เธอน่ะซิจะมาโทษฉันเข้าได้ ถ้าเธอเกิดสะดุดตอเข้ากลางคัน...ฉันน่ะอยากให้เธอได้ดิบได้ดีไปได้ไกลๆ นะ...นัยก็รู้ว่าหนทางข้างหน้ายังยาวไกล อย่าให้เรื่องผู้หญิงเข้ามาทำให้เธอต้องหยุดลงแค่นี้ คุณวัชถ้าจะหลงใหลนังคนนี้มากเสียด้วย”

“พิมลแขเป็นผู้หญิงสวยที่ฉลาด”

“เธอถึงกับชมมันต่อหน้าฉันเชียวหรือ” วิสาขาชักจะอารมณ์เสีย เสียงกลับแหลม ดวงตาวาววับ...เขานึกถึงดวงตาของเหมือนชนก...หล่อนถอดแบบไปจากวิสาขามากกว่านายธวัช...ทั้งท่าทีเย่อหยิ่ง ที่แสดงออก ก็เหมือนวิสาขาในยามที่เธออารมณ์ไม่ดีอีกนั่นแหละ

“ผมพูดตามความจริง”

“ฉันไม่เคยเห็นนังนั่นมันฉลาด...”

“ผมก็ไม่ได้ชมว่า พิมลแขฉลาดในด้านสติปัญญาที่จะเรียนรู้ แต่ผมว่าพิมลแขฉลาดในเรื่องการดำเนินชีวิต และรู้ว่าตอนไหนตัวได้ ตอนไหนตัวเสีย”

วิสาขามองเขาเขม็ง

“ลัคนัย” ทุกครั้งที่เอ่ยชื่อเขาเต็มๆ บอกให้รู้ว่าเธอกำลังจะจริงจังอย่างมาก ไม่ใช่เพียงแต่พูดเล่นๆ อีกต่อไป “ฉันไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว เธอกับพิมลแขมีความสนิทสนมกันแค่ไหน เธอถึงพูดเหมือนรู้จักมันถ่องแท้ ฉันขอเตือนนะ...ให้มันเป็นอดีต อย่าให้ยืดเยื้อต่อไปอีก”

แล้ววิสาขาก็เดินจากไป หล่อนให้ลัคนัยยืนอยู่คนเดียว...เขายืนอยู่เช่นนั้นสักพักหนึ่งจึงเดินดุ่มๆ ออกไป เขายังต้องกลับไปทำงาน แต่ความรู้สึกของเขาเหมือนถูกจ้องมองอยู่เงียบๆ อย่างไม่ตั้งใจ เมื่อเขาหันกลับแล้วเงยหน้าขึ้นไปเบื้องบน... หน้าต่างยาวจรดพื้นที่เป็นกระจกบานใสสะอาดมีร่างโปร่งบางในชุดสูทเดินทางของเหมือนชนกยืนอยู่

หล่อนเห็นเขา แล้วรู้ว่าเขาก็รู้ตัว หล่อนไม่ได้หลบไปทางไหนทั้งสิ้น ยังคงยืนอยู่อย่างนั้น ตึกสองชั้นเขาแน่ใจทีเดียวว่าสีหน้าของหล่อนเมินเฉย หล่อนไม่ชอบเขาค่อนข้างแน่นอนทีเดียว มีความเกลียดชังเงียบๆ ที่ลัคนัยไม่เคยเข้าใจแทรกอยู่ และนั่นทำให้เขากับหล่อนไม่อาจจะเข้ากันได้ คงความเป็นคนแปลกหน้าต่อกันอย่างเหนียวแน่นเสมอมา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป
8.3
ตลอดสามปีในฐานะภรรยาผู้ถูกตราหน้าว่าอัปลักษณ์ เจียงซิงซิงยอมทนความเย็นชาจากคุณชายเซียวแห่งเมืองบีเพื่อความรัก จนกระทั่งความจริงปรากฏว่าเธอเป็นเพียงเครื่องมือช่วยชีวิตคนรักของเขา เธอจึงตัดสินใจหย่าขาดเพื่อกู้ศักดิ์ศรีคืนมา สามปีต่อมาเธอกลับมาในฐานะศัลยแพทย์และนักเปียโนผู้สง่างามจนอดีตสามีที่เคยเมินเฉยต้องอ้อนวอนขอโอกาสท่ามกลางสายฝนเพื่อรั้งเธอไว้ไม่ให้จากไปอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ออฟฟิศร้อน ฝึกบทรัก
8.3
สัมผัสความเร่าร้อนในที่ทำงานเมื่อพนักงานสาวอย่างหญิงต้องตกอยู่ในสถานการณ์ชวนใจสั่นบนตักของบอสหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ท่ามกลางบรรยากาศออฟฟิศที่ดูเงียบสงบ แผ่นหลังของเธอแนบชิดไปกับแผงอกแกร่งจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจและสัมผัสจากมือหนาที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ความใกล้ชิดที่เกินเลยขอบเขตงานทำให้ความซ่านสยิวพลุ่งพล่านจนยากจะต้านทาน แม้จะตกใจแต่หัวใจกลับเต้นรัวแรงไปกับคำยืนยันอันหนักแน่นของเขาว่านี่ไม่ใช่แค่การล้อเล่นแต่คือความปรารถนาที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย คนขับรถกับคุณหนูใจแตก
9.4
ปั้นหยาตกอยู่ในวังวนแห่งความรัญจวนใจที่ยากจะถอนตัว ร่างกายของเธอสั่นสะท้านด้วยความทรมานอันแสนหวานขณะที่ไทเกอร์รุกเร้าอย่างหนักหน่วง เขาจับจ้องใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านของเธอพร้อมกับใช้ปลายลิ้นกระตุ้นจุดอ่อนไหวในรอยแยกอย่างเร่าร้อน ยิ่งหญิงสาวส่งเสียงครางระงมด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่านมากเท่าไหร่ ชายหนุ่มก็ยิ่งตอบสนองด้วยจังหวะที่รัวเร็วและดุดันมากขึ้นเท่านั้น จนความปรารถนาของทั้งคู่ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่หา
หน้าปกนวนิยาย ฤดูรักสีน้ำผึ่ง
8.9
แพรรุ้งมักฝันถึงสัมผัสเร่าร้อนจากชายปริศนาจนตื่นมาด้วยความโหยหา แม้เธอจะเกลียดสายฝน แต่โชคชะตากลับใช้หยาดพิรุณนำพาบุสสธิติ์เข้ามาเปลี่ยนเสียงฟ้าร้องให้กลายเป็นจังหวะรัก ทว่าท่าทีที่เดี๋ยวแสนดีเดี๋ยวเฉยชาของเขากลับทำให้เธอสับสนจนต้องเอ่ยปากถามความในใจ แม้ไร้คำตอบในคราแรกแต่จุมพิตที่โหยหาก็เผยความจริงที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางปริศนาลึกลับ เมื่อเสียงหัวใจของเขาตะโกนก้องบอกรักเธอในที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความลับที่ต้องค้นหา
หน้าปกนวนิยาย พยศรักพญามาร
9.5
เมื่อความรักกลายเป็นความขมขื่น เหมียวจึงพยายามดิ้นรนให้พ้นจากพันธนาการของพี่วิน ชายหนุ่มผู้ไร้ความปรานีที่ใช้กำลังบังคับและข่มขู่จะลงโทษเธออย่างทารุณ แม้จะเจ็บปวดจากการถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ แต่เธอก็ยังกล้าตัดพ้อที่เขาไม่เคยมอบความเห็นอกเห็นใจให้แก่คนไร้ที่พึ่งอย่างเธอเลย ท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น เหมียวเผลอประกาศกร้าวว่าจะหนีไปจากชีวิตคนใจร้ายคนนี้ให้ได้ โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดนั้นอาจนำมาซึ่งบทลงโทษที่หนักหนากว่าเดิมในเงื้อมมือของพญามาร
หน้าปกนวนิยาย อสูรสองหัวใจ
9.1
นันท์นภัสต้องทนทุกข์ทรมานท่ามกลางความเย็นชาของอูโก้ มาเฟียหนุ่มที่มองว่าเธอเป็นเพียงของเล่นไร้ค่าและสัตว์เลี้ยงส่วนตัวที่เขาครอบครองไว้เพื่อสนองตัณหาเท่านั้น สร้อยคอที่เขามอบให้กลายเป็นพันธนาการที่แสดงความเป็นเจ้าของอย่างเบ็ดเสร็จ เมื่อเธอถูกลงโทษอย่างป่าเถื่อนเพียงเพราะชายอื่นสัมผัสตัว อูโก้ตอกย้ำด้วยคำพูดเชือดเฉือนว่าเธอไม่มีสิทธิ์ตกเป็นของใครนอกจากเขา พร้อมมอบบทลงโทษอันเร่าร้อนและแสนเจ็บปวดที่จะจารึกชื่อของเขาไว้ในใจเธออย่างไม่มีวันลืมเลือน