ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย บ่วงเสน่หา

บ่วงเสน่หา

หญิงสาวผู้เย่อหยิ่งถูกตราหน้าว่าร้ายกาจหลังครอบครัวแตกแยก เธอต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มคนนอกที่ก้าวเข้ามาแย่งชิงความรักและความไว้วางใจจากพ่อแม่ของเธอไปจนหมดสิ้น ด้วยความแค้นเธอจึงพยายามกดขี่เขาไว้ในฐานะเด็กรับใช้เพื่อปกป้องสมบัติทุกชิ้น เมื่อล่วงรู้ว่าเขาแอบหลงรักเธออย่างสุดหัวใจ เธอจึงวางแผนสร้างบ่วงเสน่หาเพื่อล่อลวงเขามาทำลายให้ย่อยยับ ทว่าในเกมที่หวังสร้างความทุกข์ทรมานให้อีกฝ่าย เธอกลับเป็นคนที่ติดกับดักหัวใจและตกหลุมพรางเสน่หาที่ตัวเองขุดไว้เสียเอง
ตอน
แชร์

ตอน 3

“นก...” นายธวัชก้าวมา เขามาหยุดเบื้องหลังลูกสาว มองข้ามบ่าของหล่อนลงไปเบื้องล่าง เห็นอัคนัยยืนอยู่โดดเด่นบนทางลาดซีเมนต์ใกล้กับสนามหญ้าเขียวขจี นายธวัชโบกมือให้ ก่อนจะดึงเหมือนชนกออกมาห่างจากตรงนั้น “ลัคนัยกำลังไปได้สวยทีเดียว”

มีเสียงแค่นๆ ออกมาจากลำคอของหล่อน เหมือนชนกปลดมือของนายธวัชออกจากบ่าของหล่อน

“นกอยากอยู่คนเดียว”

“พี่อยากจะให้ลูกเข้าใจ...ขอให้มันถูกต้อง แม่เค้าพูดไม่ถูก”

“นกรู้ว่าพ่อกับแม่หย่ากันแล้ว...มันถูกต้องหรือเปล่าล่ะคะ”

“เหมือนลูกโกรธพ่อ”

เหมือนชนกหันหลังให้ น้ำเสียงของหล่อนบังคับได้ยากยิ่งที่จะไม่ให้สั่น “แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นล่ะคะ”

“พ่อไม่ให้ลูกโกรธพ่อเป็นอันขาด เราเคยพูดกันเข้าใจเสมอนี่นา”

“นั่นมันอดีตค่ะ นกมีสังหรณ์บางอย่างค่อนข้างแรงว่าเราอาจจะไม่เข้าใจกันอีก”

หล่อนหมุนตัวกลับมาช้าๆ “นกขอพักผ่อนนะคะ พ่อ เดินทางจากอเมริกากลับมานี่ไม่ใช่ใกล้ๆ หลายสิบชั่วโมงที่นกไม่ได้งีบเต็มอิ่ม...นกอยากอยู่คนเดียว”

“ลูกต้องมีเวลาให้พ่ออธิบายใช่ไหม”

หญิงสาวเงียบกริบ...หล่อนไม่สนใจเขาอีกต่อไป ทำเหมือนกับว่าไม่มีเขาในห้องอีกแล้ว นายธวัชนิ่งไปนานก่อนจะถอยกลับมาเงียบๆ เขาร้อนใจ...และก็ทำให้แทบจะทำงานไม่ได้ เขามีลูกสาวคนเดียว รักหล่อนสุดสวาท...เหมือนชนกเหมือนจิตวิญญาณของเขา หล่อนเป็นสิ่งดีๆ สิ่งเดียวที่เขาได้เอาไว้จากการแต่งงาน

เขาเคยหวาดกลัวเมื่อหล่อนกลับมาบ้าน...แล้วนี่เขาจะทำอย่างไรดี...เขาจะทำอย่างไรกับเหมือนชนก หล่อนจะยอมเข้าใจสักแค่ไหนกับการหย่าร้างของเขา และกับการแต่งงานใหม่ของเขากับพิมลแขที่จะถึงในเร็ววันนี้ เพราะเหมือนชนกรีบร้อนกลับบ้านก่อนกำหนด เขาเองไม่ทันคิดถึงเรื่องนี้ เขายังคิดว่าหล่อนจะบินไปเที่ยวยุโรปเสียก่อน...เมื่อหล่อนกลับมาก็มีพิมลแขเข้ามาในบ้านแล้ว ทุกอย่างอาจจะง่ายดายเข้า

เขาเคยหวาดกลัวเมื่อหล่อนกลับมาบ้าน...แล้วนี่เขาจะทำอย่างไรดี...เขาจะทำอย่างไรกับเหมือนชนก หล่อนจะยอมเข้าใจสักแค่ไหนกับการหย่าร้างของเขา และกับการแต่งงานใหม่ของเขากับพิมลแขที่จะถึงในเร็ววันนี้ เพราะเหมือนชนกรีบร้อนกลับบ้านก่อนกำหนด เขาเองไม่ทันคิดถึงเรื่องนี้ เขายังคิดว่าหล่อนจะบินไปเที่ยวยุโรปเสียก่อน...เมื่อหล่อนกลับมาก็มีพิมลแขเข้ามาในบ้านแล้ว ทุกอย่างอาจจะง่ายดายเข้า...

นายธวัชลงบันไดหินอ่อนมาข้างล่าง เขายังเห็นวิสาขานั่งที่เก้าอี้ในห้องรับแขก...ท่านั่งไขว่ห้างในมือมีบุหรี่คีบอยู่และมองมายังเขาแบบนั้นบอกให้รู้ว่าเธอยังมีเรื่องอยากจะพูดกับเขา

“ผมไม่มีอะไรจะพูดกับคุณอีกแล้ว”

เขาเดินย่ำเท้าแรงๆ ผ่านหน้าไป วิสาขาส่งเสียงหัวเราะแหลมๆ ตามหลังเขามา

“คุณเห็นใช่ไหมว่าลูกสะเทือนใจมากเหลือเกินกับเรื่องหย่าของเรา...ฉันอยากปรึกษากับคุณเรื่องอนาคตของลูก”

“คุณห่วงลูกเหมือนกันหรือ”

“ฉันเป็นแม่นะ” ชะโงกตัวไปเขี่ยเถ้าบุหรี่ลง วิสาขามีมาดชวนให้ขัดสายตาเสมอ แล้วเธอก็ค่อนข้างจะ ‘โอเวอร์’ เสมออีกด้วย “ฉันก็รักลูกเป็น แต่ฉันไม่ได้พร่ำเพรื่ออย่างคุณ...ฉันรู้ว่าจะรักลูกแบบไหน...อย่างน้อยๆ ฉันก็ไม่ได้มีผัวใหม่ให้ลูกแสลงใจ”

นายธวัชขบฟันแน่น ถลึงตามองอดีตภรรยาอย่างฉุนๆ

“แน่ล่ะซิ อย่างคุณไม่ต้องมี...แค่ชู้ก็นับไม่ถ้วนแล้ว ปิดๆ ลูกบ้างนะ อย่าให้ลูกรู้เห็น”

“แกโตแล้ว แกต้องยอมรับความจริง...แกจะต้องรู้ว่าแม่แกเป็นแบบไหน ฉันอยากบอกคุณเรื่องที่ฉันเคยพูดเอาไว้หลายหนแล้ว...”

“คุณพูดหลายเรื่องเหลือเกิน”

“ก็เรื่องบ้านหลังนั้น...”

“อีกแล้วหรือ วิสาขา...ไม่นะ...ไม่เด็ดขาด...คุณจะขนของกลับมาอีกไม่ได้”

“ต้องได้ซิ...”

“ไม่...”

“ฉันจะขนของกลับมา...ตอนนี้สิ่งที่คุณควรจะทำอย่างยิ่งก็คือคุณควรให้ทำความสะอาดเอาไว้”

เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ สง่างามอย่างยิ่ง มือหนึ่งค่อยๆ รีดกลีบกระโปรงให้ดูเรียบร้อย วัยห้าสิบสองไม่ได้ทำให้วิสาขาด้อยความงามเลย และเรือนร่างของเธอก็ยังดูดีเสมอ...นายธวัชไม่รู้ว่าสาเหตุของความเบื่อหน่ายของเขากับเธอเริ่มต้นที่ตรงไหน...เขารู้แต่ว่ามันไปกันไม่ได้อีกแล้ว มีช่องว่างอยู่ในทุกเรื่องที่เขากับเธออ้าปากพูด...ไม่เคยมีความเห็นตรงกันเลย

“นี่คุณ...ฉันขอบอกนะ ว่าฉันทำลงไปเพื่อลูก...ฉันอยากให้ลูกอบอุ่นมีพ่อมีแม่พร้อมหน้า...ลำพังคุณน่ะเร้อ...” ปากของเธอเชิดขึ้น ยิ้มเย้ยใส่หน้าเขา “ฉันไม่ใส่ใจอีกแล้วจะไปขึ้นสวรรค์ลงนรก มีเมียอย่างนังพิมลแขที่ไหนก็ไปเลย แต่ฉันสนใจลูกสาวของฉัน”

“อย่าเอาลูกมาอ้าง”

“ฉันไม่ได้อ้าง ฉันกำลังเผชิญหน้ากับความจริง...ฉันไปละ...”

นายธวัชอยากจะบ้าตายให้ได้ เขาไม่อาจจะทำงานได้ดังเคย...นอกเสียจากไปหาลัคนัย พูดระบายเรื่องนี้ยืดยาว

“วิสาขาน่ะท่าจะสติไม่ดีไปกันใหญ่แล้วนะ อยากให้พูดกับป้าเธอเสียหน่อย พูดให้เข้าใจว่าไม่จำเป็นต้องขนของเข้าไปในบ้านฉันอีก”

ลัคนัยหมุนปากกาในมือไปมา...ก่อนจะตอบอย่างตริตรองอย่างยิ่งแล้ว “คุณป้าไม่เคยฟังเสียงใครนะฮะ ถ้าเธอตัดสินใจแล้ว ก็เป็นอันว่าเธอมั่นใจแล้ว ต่อให้มีอุปสรรคใหญ่หลวงเธอก็ไม่ยอมหยุด”

“ฉันก็รู้นะ” นายธวัชพึมพำ ยกสองมือกุมขมับเอาไว้ ฉันรู้นิสัยบ้าๆ ข้อนี้ของวิสาขาดี แล้วลองคิดดูซิว่าต่อไปข้างหน้ามนจะอลเวงแค่ไหน ฉันจะแต่งงานกับพิมลแขแล้ววิสาขาก็จะขนของกลับเข้าไป...ฉันอยากจะยับยั้งวิสาขานะ แต่ถ้าฉันทำแบบนั้น มีหวังว่าอาจจะมีเรื่องกับยายนกก็ได้”

ไขกุญแจห้องเข้ามาเงียบๆ แล้วก็ควานหาสวิทซ์ไฟด้วยความเคยชินอย่างยิ่งก่อนที่แสงไฟจะเปิดสว่างไปทั่วห้องพัก...มันดูเรียบง่ายตามสไตล์ของเขาเอง เป็นห้องดูโล่งกว้าง มีเครื่องเรือนน้อยชิ้น...เขาเดินเลยไปยังบาร์เหล้าเล็กๆ ที่จัดเอาไว้มุมหนึ่งรินเหล้าใส่แก้วถือไปชิดกระจกบานใสที่มองออกไปเห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครได้ในซีกหนึ่ง เห็นแสงไฟสว่างไสวเหมือนอัญมณีสวยงามที่เอามาแขวนห้อยไว้

เขายกแก้วเหล้าขึ้นจิบ...ยังไม่ได้ทันลดแก้วลงก็รู้สึกถึงสัมผัสที่โอบมาจากทางด้านหลัง อกนุ่มหยุ่นดันถูกแผ่นหลังของเขาพร้อมกับกลิ่นหอมโชยเข้าจมูก เขาระวังไม่ให้เกิดเสียงถอนใจออกมา

“คุณมาทำไม” น้ำเสียงของเขาเหมือนตำหนิอยู่ในที “มันไม่เหมาะแล้วนะ”

“อยากมา” หล่อนแนบหน้ากับแผ่นหลังของเขา กับชายคนนี้เหมือนมีมนต์สะกดหล่อนเอาไว้...ไม่ว่าจะอยู่ไกลแสนไกลใจของหล่อนก็โหยหาเขา แล้วเมื่อเข้าใกล้หล่อนก็ไม่เคยควบคุมตัวเองได้ “อีกไม่นานเราก็ไม่มีโอกาสอีกแล้วนะ”

“มันไม่ถูกต้อง”

เขาผละออกห่าง “ผมไม่อยากให้มันยืดเยื้อต่อไป มันจบลงไปแล้ว”

“แขยังไม่อยากจบเลยนะคะ”

“มันเป็นไปไม่ได้”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป
8.3
ตลอดสามปีในฐานะภรรยาผู้ถูกตราหน้าว่าอัปลักษณ์ เจียงซิงซิงยอมทนความเย็นชาจากคุณชายเซียวแห่งเมืองบีเพื่อความรัก จนกระทั่งความจริงปรากฏว่าเธอเป็นเพียงเครื่องมือช่วยชีวิตคนรักของเขา เธอจึงตัดสินใจหย่าขาดเพื่อกู้ศักดิ์ศรีคืนมา สามปีต่อมาเธอกลับมาในฐานะศัลยแพทย์และนักเปียโนผู้สง่างามจนอดีตสามีที่เคยเมินเฉยต้องอ้อนวอนขอโอกาสท่ามกลางสายฝนเพื่อรั้งเธอไว้ไม่ให้จากไปอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ออฟฟิศร้อน ฝึกบทรัก
8.3
สัมผัสความเร่าร้อนในที่ทำงานเมื่อพนักงานสาวอย่างหญิงต้องตกอยู่ในสถานการณ์ชวนใจสั่นบนตักของบอสหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ท่ามกลางบรรยากาศออฟฟิศที่ดูเงียบสงบ แผ่นหลังของเธอแนบชิดไปกับแผงอกแกร่งจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจและสัมผัสจากมือหนาที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ความใกล้ชิดที่เกินเลยขอบเขตงานทำให้ความซ่านสยิวพลุ่งพล่านจนยากจะต้านทาน แม้จะตกใจแต่หัวใจกลับเต้นรัวแรงไปกับคำยืนยันอันหนักแน่นของเขาว่านี่ไม่ใช่แค่การล้อเล่นแต่คือความปรารถนาที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย คนขับรถกับคุณหนูใจแตก
9.4
ปั้นหยาตกอยู่ในวังวนแห่งความรัญจวนใจที่ยากจะถอนตัว ร่างกายของเธอสั่นสะท้านด้วยความทรมานอันแสนหวานขณะที่ไทเกอร์รุกเร้าอย่างหนักหน่วง เขาจับจ้องใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านของเธอพร้อมกับใช้ปลายลิ้นกระตุ้นจุดอ่อนไหวในรอยแยกอย่างเร่าร้อน ยิ่งหญิงสาวส่งเสียงครางระงมด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่านมากเท่าไหร่ ชายหนุ่มก็ยิ่งตอบสนองด้วยจังหวะที่รัวเร็วและดุดันมากขึ้นเท่านั้น จนความปรารถนาของทั้งคู่ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่หา
หน้าปกนวนิยาย ฤดูรักสีน้ำผึ่ง
8.9
แพรรุ้งมักฝันถึงสัมผัสเร่าร้อนจากชายปริศนาจนตื่นมาด้วยความโหยหา แม้เธอจะเกลียดสายฝน แต่โชคชะตากลับใช้หยาดพิรุณนำพาบุสสธิติ์เข้ามาเปลี่ยนเสียงฟ้าร้องให้กลายเป็นจังหวะรัก ทว่าท่าทีที่เดี๋ยวแสนดีเดี๋ยวเฉยชาของเขากลับทำให้เธอสับสนจนต้องเอ่ยปากถามความในใจ แม้ไร้คำตอบในคราแรกแต่จุมพิตที่โหยหาก็เผยความจริงที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางปริศนาลึกลับ เมื่อเสียงหัวใจของเขาตะโกนก้องบอกรักเธอในที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความลับที่ต้องค้นหา
หน้าปกนวนิยาย พยศรักพญามาร
9.5
เมื่อความรักกลายเป็นความขมขื่น เหมียวจึงพยายามดิ้นรนให้พ้นจากพันธนาการของพี่วิน ชายหนุ่มผู้ไร้ความปรานีที่ใช้กำลังบังคับและข่มขู่จะลงโทษเธออย่างทารุณ แม้จะเจ็บปวดจากการถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ แต่เธอก็ยังกล้าตัดพ้อที่เขาไม่เคยมอบความเห็นอกเห็นใจให้แก่คนไร้ที่พึ่งอย่างเธอเลย ท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น เหมียวเผลอประกาศกร้าวว่าจะหนีไปจากชีวิตคนใจร้ายคนนี้ให้ได้ โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดนั้นอาจนำมาซึ่งบทลงโทษที่หนักหนากว่าเดิมในเงื้อมมือของพญามาร
หน้าปกนวนิยาย อสูรสองหัวใจ
9.1
นันท์นภัสต้องทนทุกข์ทรมานท่ามกลางความเย็นชาของอูโก้ มาเฟียหนุ่มที่มองว่าเธอเป็นเพียงของเล่นไร้ค่าและสัตว์เลี้ยงส่วนตัวที่เขาครอบครองไว้เพื่อสนองตัณหาเท่านั้น สร้อยคอที่เขามอบให้กลายเป็นพันธนาการที่แสดงความเป็นเจ้าของอย่างเบ็ดเสร็จ เมื่อเธอถูกลงโทษอย่างป่าเถื่อนเพียงเพราะชายอื่นสัมผัสตัว อูโก้ตอกย้ำด้วยคำพูดเชือดเฉือนว่าเธอไม่มีสิทธิ์ตกเป็นของใครนอกจากเขา พร้อมมอบบทลงโทษอันเร่าร้อนและแสนเจ็บปวดที่จะจารึกชื่อของเขาไว้ในใจเธออย่างไม่มีวันลืมเลือน