
บ่วงเสน่หา
ตอน 3
“นก...” นายธวัชก้าวมา เขามาหยุดเบื้องหลังลูกสาว มองข้ามบ่าของหล่อนลงไปเบื้องล่าง เห็นอัคนัยยืนอยู่โดดเด่นบนทางลาดซีเมนต์ใกล้กับสนามหญ้าเขียวขจี นายธวัชโบกมือให้ ก่อนจะดึงเหมือนชนกออกมาห่างจากตรงนั้น “ลัคนัยกำลังไปได้สวยทีเดียว”
มีเสียงแค่นๆ ออกมาจากลำคอของหล่อน เหมือนชนกปลดมือของนายธวัชออกจากบ่าของหล่อน
“นกอยากอยู่คนเดียว”
“พี่อยากจะให้ลูกเข้าใจ...ขอให้มันถูกต้อง แม่เค้าพูดไม่ถูก”
“นกรู้ว่าพ่อกับแม่หย่ากันแล้ว...มันถูกต้องหรือเปล่าล่ะคะ”
“เหมือนลูกโกรธพ่อ”
เหมือนชนกหันหลังให้ น้ำเสียงของหล่อนบังคับได้ยากยิ่งที่จะไม่ให้สั่น “แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นล่ะคะ”
“พ่อไม่ให้ลูกโกรธพ่อเป็นอันขาด เราเคยพูดกันเข้าใจเสมอนี่นา”
“นั่นมันอดีตค่ะ นกมีสังหรณ์บางอย่างค่อนข้างแรงว่าเราอาจจะไม่เข้าใจกันอีก”
หล่อนหมุนตัวกลับมาช้าๆ “นกขอพักผ่อนนะคะ พ่อ เดินทางจากอเมริกากลับมานี่ไม่ใช่ใกล้ๆ หลายสิบชั่วโมงที่นกไม่ได้งีบเต็มอิ่ม...นกอยากอยู่คนเดียว”
“ลูกต้องมีเวลาให้พ่ออธิบายใช่ไหม”
หญิงสาวเงียบกริบ...หล่อนไม่สนใจเขาอีกต่อไป ทำเหมือนกับว่าไม่มีเขาในห้องอีกแล้ว นายธวัชนิ่งไปนานก่อนจะถอยกลับมาเงียบๆ เขาร้อนใจ...และก็ทำให้แทบจะทำงานไม่ได้ เขามีลูกสาวคนเดียว รักหล่อนสุดสวาท...เหมือนชนกเหมือนจิตวิญญาณของเขา หล่อนเป็นสิ่งดีๆ สิ่งเดียวที่เขาได้เอาไว้จากการแต่งงาน
เขาเคยหวาดกลัวเมื่อหล่อนกลับมาบ้าน...แล้วนี่เขาจะทำอย่างไรดี...เขาจะทำอย่างไรกับเหมือนชนก หล่อนจะยอมเข้าใจสักแค่ไหนกับการหย่าร้างของเขา และกับการแต่งงานใหม่ของเขากับพิมลแขที่จะถึงในเร็ววันนี้ เพราะเหมือนชนกรีบร้อนกลับบ้านก่อนกำหนด เขาเองไม่ทันคิดถึงเรื่องนี้ เขายังคิดว่าหล่อนจะบินไปเที่ยวยุโรปเสียก่อน...เมื่อหล่อนกลับมาก็มีพิมลแขเข้ามาในบ้านแล้ว ทุกอย่างอาจจะง่ายดายเข้า
เขาเคยหวาดกลัวเมื่อหล่อนกลับมาบ้าน...แล้วนี่เขาจะทำอย่างไรดี...เขาจะทำอย่างไรกับเหมือนชนก หล่อนจะยอมเข้าใจสักแค่ไหนกับการหย่าร้างของเขา และกับการแต่งงานใหม่ของเขากับพิมลแขที่จะถึงในเร็ววันนี้ เพราะเหมือนชนกรีบร้อนกลับบ้านก่อนกำหนด เขาเองไม่ทันคิดถึงเรื่องนี้ เขายังคิดว่าหล่อนจะบินไปเที่ยวยุโรปเสียก่อน...เมื่อหล่อนกลับมาก็มีพิมลแขเข้ามาในบ้านแล้ว ทุกอย่างอาจจะง่ายดายเข้า...
นายธวัชลงบันไดหินอ่อนมาข้างล่าง เขายังเห็นวิสาขานั่งที่เก้าอี้ในห้องรับแขก...ท่านั่งไขว่ห้างในมือมีบุหรี่คีบอยู่และมองมายังเขาแบบนั้นบอกให้รู้ว่าเธอยังมีเรื่องอยากจะพูดกับเขา
“ผมไม่มีอะไรจะพูดกับคุณอีกแล้ว”
เขาเดินย่ำเท้าแรงๆ ผ่านหน้าไป วิสาขาส่งเสียงหัวเราะแหลมๆ ตามหลังเขามา
“คุณเห็นใช่ไหมว่าลูกสะเทือนใจมากเหลือเกินกับเรื่องหย่าของเรา...ฉันอยากปรึกษากับคุณเรื่องอนาคตของลูก”
“คุณห่วงลูกเหมือนกันหรือ”
“ฉันเป็นแม่นะ” ชะโงกตัวไปเขี่ยเถ้าบุหรี่ลง วิสาขามีมาดชวนให้ขัดสายตาเสมอ แล้วเธอก็ค่อนข้างจะ ‘โอเวอร์’ เสมออีกด้วย “ฉันก็รักลูกเป็น แต่ฉันไม่ได้พร่ำเพรื่ออย่างคุณ...ฉันรู้ว่าจะรักลูกแบบไหน...อย่างน้อยๆ ฉันก็ไม่ได้มีผัวใหม่ให้ลูกแสลงใจ”
นายธวัชขบฟันแน่น ถลึงตามองอดีตภรรยาอย่างฉุนๆ
“แน่ล่ะซิ อย่างคุณไม่ต้องมี...แค่ชู้ก็นับไม่ถ้วนแล้ว ปิดๆ ลูกบ้างนะ อย่าให้ลูกรู้เห็น”
“แกโตแล้ว แกต้องยอมรับความจริง...แกจะต้องรู้ว่าแม่แกเป็นแบบไหน ฉันอยากบอกคุณเรื่องที่ฉันเคยพูดเอาไว้หลายหนแล้ว...”
“คุณพูดหลายเรื่องเหลือเกิน”
“ก็เรื่องบ้านหลังนั้น...”
“อีกแล้วหรือ วิสาขา...ไม่นะ...ไม่เด็ดขาด...คุณจะขนของกลับมาอีกไม่ได้”
“ต้องได้ซิ...”
“ไม่...”
“ฉันจะขนของกลับมา...ตอนนี้สิ่งที่คุณควรจะทำอย่างยิ่งก็คือคุณควรให้ทำความสะอาดเอาไว้”
เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ สง่างามอย่างยิ่ง มือหนึ่งค่อยๆ รีดกลีบกระโปรงให้ดูเรียบร้อย วัยห้าสิบสองไม่ได้ทำให้วิสาขาด้อยความงามเลย และเรือนร่างของเธอก็ยังดูดีเสมอ...นายธวัชไม่รู้ว่าสาเหตุของความเบื่อหน่ายของเขากับเธอเริ่มต้นที่ตรงไหน...เขารู้แต่ว่ามันไปกันไม่ได้อีกแล้ว มีช่องว่างอยู่ในทุกเรื่องที่เขากับเธออ้าปากพูด...ไม่เคยมีความเห็นตรงกันเลย
“นี่คุณ...ฉันขอบอกนะ ว่าฉันทำลงไปเพื่อลูก...ฉันอยากให้ลูกอบอุ่นมีพ่อมีแม่พร้อมหน้า...ลำพังคุณน่ะเร้อ...” ปากของเธอเชิดขึ้น ยิ้มเย้ยใส่หน้าเขา “ฉันไม่ใส่ใจอีกแล้วจะไปขึ้นสวรรค์ลงนรก มีเมียอย่างนังพิมลแขที่ไหนก็ไปเลย แต่ฉันสนใจลูกสาวของฉัน”
“อย่าเอาลูกมาอ้าง”
“ฉันไม่ได้อ้าง ฉันกำลังเผชิญหน้ากับความจริง...ฉันไปละ...”
นายธวัชอยากจะบ้าตายให้ได้ เขาไม่อาจจะทำงานได้ดังเคย...นอกเสียจากไปหาลัคนัย พูดระบายเรื่องนี้ยืดยาว
“วิสาขาน่ะท่าจะสติไม่ดีไปกันใหญ่แล้วนะ อยากให้พูดกับป้าเธอเสียหน่อย พูดให้เข้าใจว่าไม่จำเป็นต้องขนของเข้าไปในบ้านฉันอีก”
ลัคนัยหมุนปากกาในมือไปมา...ก่อนจะตอบอย่างตริตรองอย่างยิ่งแล้ว “คุณป้าไม่เคยฟังเสียงใครนะฮะ ถ้าเธอตัดสินใจแล้ว ก็เป็นอันว่าเธอมั่นใจแล้ว ต่อให้มีอุปสรรคใหญ่หลวงเธอก็ไม่ยอมหยุด”
“ฉันก็รู้นะ” นายธวัชพึมพำ ยกสองมือกุมขมับเอาไว้ ฉันรู้นิสัยบ้าๆ ข้อนี้ของวิสาขาดี แล้วลองคิดดูซิว่าต่อไปข้างหน้ามนจะอลเวงแค่ไหน ฉันจะแต่งงานกับพิมลแขแล้ววิสาขาก็จะขนของกลับเข้าไป...ฉันอยากจะยับยั้งวิสาขานะ แต่ถ้าฉันทำแบบนั้น มีหวังว่าอาจจะมีเรื่องกับยายนกก็ได้”
ไขกุญแจห้องเข้ามาเงียบๆ แล้วก็ควานหาสวิทซ์ไฟด้วยความเคยชินอย่างยิ่งก่อนที่แสงไฟจะเปิดสว่างไปทั่วห้องพัก...มันดูเรียบง่ายตามสไตล์ของเขาเอง เป็นห้องดูโล่งกว้าง มีเครื่องเรือนน้อยชิ้น...เขาเดินเลยไปยังบาร์เหล้าเล็กๆ ที่จัดเอาไว้มุมหนึ่งรินเหล้าใส่แก้วถือไปชิดกระจกบานใสที่มองออกไปเห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครได้ในซีกหนึ่ง เห็นแสงไฟสว่างไสวเหมือนอัญมณีสวยงามที่เอามาแขวนห้อยไว้
เขายกแก้วเหล้าขึ้นจิบ...ยังไม่ได้ทันลดแก้วลงก็รู้สึกถึงสัมผัสที่โอบมาจากทางด้านหลัง อกนุ่มหยุ่นดันถูกแผ่นหลังของเขาพร้อมกับกลิ่นหอมโชยเข้าจมูก เขาระวังไม่ให้เกิดเสียงถอนใจออกมา
“คุณมาทำไม” น้ำเสียงของเขาเหมือนตำหนิอยู่ในที “มันไม่เหมาะแล้วนะ”
“อยากมา” หล่อนแนบหน้ากับแผ่นหลังของเขา กับชายคนนี้เหมือนมีมนต์สะกดหล่อนเอาไว้...ไม่ว่าจะอยู่ไกลแสนไกลใจของหล่อนก็โหยหาเขา แล้วเมื่อเข้าใกล้หล่อนก็ไม่เคยควบคุมตัวเองได้ “อีกไม่นานเราก็ไม่มีโอกาสอีกแล้วนะ”
“มันไม่ถูกต้อง”
เขาผละออกห่าง “ผมไม่อยากให้มันยืดเยื้อต่อไป มันจบลงไปแล้ว”
“แขยังไม่อยากจบเลยนะคะ”
“มันเป็นไปไม่ได้”
คุณอาจจะชอบ





