ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย บ่วงเสน่หา

บ่วงเสน่หา

หญิงสาวผู้เย่อหยิ่งถูกตราหน้าว่าร้ายกาจหลังครอบครัวแตกแยก เธอต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มคนนอกที่ก้าวเข้ามาแย่งชิงความรักและความไว้วางใจจากพ่อแม่ของเธอไปจนหมดสิ้น ด้วยความแค้นเธอจึงพยายามกดขี่เขาไว้ในฐานะเด็กรับใช้เพื่อปกป้องสมบัติทุกชิ้น เมื่อล่วงรู้ว่าเขาแอบหลงรักเธออย่างสุดหัวใจ เธอจึงวางแผนสร้างบ่วงเสน่หาเพื่อล่อลวงเขามาทำลายให้ย่อยยับ ทว่าในเกมที่หวังสร้างความทุกข์ทรมานให้อีกฝ่าย เธอกลับเป็นคนที่ติดกับดักหัวใจและตกหลุมพรางเสน่หาที่ตัวเองขุดไว้เสียเอง
ตอน
แชร์

ตอน 1

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านจ้ะ ลูกรัก”

พอเหมือนชนกก้าวเข้ามานั่งในที่นั่งตอนหลังของรถคันหรูสีทองคันนี้ก็ได้รับการโอบกอดจากวงแขนเรียวๆ คู่หนึ่ง กลิ่นหอมฟุ้งตลบเข้าจมูก หล่อนก็แข็งขืนตัวเองเอาไว้ชั่วขณะหนึ่งเมื่อยินยอมให้มารดาโอบกอดอย่างนั้น วิสาขาจูบแก้มลูกสาวแรงๆ ทำเหมือนรักใคร่ที่สุด แต่เหมือนชนกก็ยังตัวแข็ง...หล่อนร่ำร้องในใจว่าแม่เล่นละครอีกแล้ว

“ไม่นึกว่าแม่จะมาด้วย”

หล่อนพึมพำออกมา น้ำเสียงไม่ยินดียินร้าย คงเฉยเมยเหมือนดังเช่นเคย เมื่อสองปีก่อนหน้านี้ก็เป็นเช่นนี้ นี่ก็เช่นเดียวกัน วิสาขาไม่ใช่คนคิดมาก เธอจึงหัวเราะเบาๆ

“ก็ต้องพูดกันย่ำแย่กับพ่อของลูก กว่าเขาจะยอมให้แม่นั่งรถคันนี้มาด้วย ลูกเป็นไงบ้าง...ไหนแม่ดูทีซิ”

เธอผลักลูกสาวออกห่างตัวเกือบจะชิดประตูอีกด้าน ทำให้นายธวัชที่กำลังจะก้าวตามเข้ามาเม้มปากอย่างหงุดหงิดอารมณ์ที่ผ่องแผ้วของเขาหายสูญไปหมดสิ้น นับจากตอนเช้าที่วิสาขายกโทร.แจ้งความจำนงว่าจะมารับลูกสาวด้วย เขาไม่ได้ทำใจมาก่อนว่าเขาจะยังจะต้องเจอะเจอกับอดีตภรรยาอย่างใกล้ชิดอีก

แล้วนายธวัชก็เปิดประตูด้านหน้าขึ้นมานั่งคู่กับคนขับ

“ลูกอ้วนขึ้นนะ...ดูซิ แก้มเป็นลูก คางเป็นลอนเชียว...อยู่โน่นลูกคงจะไม่ได้จำกัดอาหาร”

น้ำเสียงของวิสาขาเรื่อยเจื้อย

เหมือนชนกยังนิ่งอยู่ หล่อนพยายามอย่างยิ่งที่จะแสดงกิริยาดี ๆ ต่อหน้าแม่ แต่ไม่รู้ว่าความอดทนของหล่อนจะไปได้อีกแค่ไหน

“แต่ลูกของแม่ยังสวยอยู่ดี...”

รถเคลื่อนออกแล้ว เหมือนชนกกระเถิบกายออกห่างแม่มากที่สุด หล่อนเวียนหัวกับกลิ่นหอมจากเรือนกายของแม่...เนื้อตัวของวิสาขาเหมือนอบร่ำด้วยกลิ่นหอมตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า และมันก็อบอวลอยู่แค่ในรถคันนี้อีกด้วย

“ทำไมพ่อเงียบไปล่ะคะ”

เหมือนชนกถามขึ้น นายธวัชเบือนหน้ามา...เขามียิ้มหวานให้กับลูกสาว แต่กับวิสาขา เขาปึ่งชาจนเห็นได้ชัด “พ่อมัวแต่ตื่นเต้นน่ะ” เขาหายใจไม่เต็มที่กับอากาศที่อดีตภรรยาของเขาได้ใช้ร่วมกันนี้ ระบบในตัวของเขาดูจะขัดข้องไปหมด แต่วิสาขาไม่รู้สึกเหมือนดังเขา เธอยังยิ้มได้หน้าบาน ดวงตามีแววหวานฉ่ำอย่างหญิงตาเจ้าชู้ ไม่มีกิริยาบอกความอึดอัดขัดข้องอีก

“พ่อดีใจที่ลูกกลับมาบ้าน”

“แต่คงจะไม่เท่ากับแม่” วิสาขาสอดขึ้นมา ดึงลูกสาวมาทางตัวเอง “ลองถามพ่อเค้าดูซิว่าเค้ามีโครงการต้อนรับการกลับบ้านของลูกด้วยอะไร”

“ผมจะบอกลูกเอง เราจะคุยกันแบบพ่อกับลูกสองคน”

ด้วยเสียงอันเย็นชา แล้วปรายตามองเธอเหมือนไม่พอใจ วิสาขาแกล้งหัวเราะร่วน

“จะบอกเมื่อไหร่ล่ะ”

“มันเรื่องของผม”

เหมือนชนกชักสีหน้าจนเห็นได้ชัด หล่อนกล่าวออกมาอย่างหงุดหงิด “นี่มันอะไรกันคะ...อะไรกัน...ลูกกลับบ้าน แล้วพ่อกับแม่เล่นอะไรกัน...จะทะเลาะกันอีกหรือคะ...เหมือนเมื่อวันมาส่งลูก พ่อกับแม่ก็ทะเลาะกันอย่างนี้ นี่จะไม่ละเว้นกันบ้างหรือไง จะทะเลาะกันตลอดชาติเลยหรือคะ”

“เราไม่ทะเลาะกันแล้วล่ะจ้ะ” วิสาขาตอบอย่างอ่อนหวานยิ่ง “เพราะเราเบื่อเหลือเกินแล้ว นี่ลูกคงจะยังไม่รู้ซินะว่าพ่อกับแม่หย่าขาดจากกันแล้ว”

“หย่า...”

ดวงตารูปเรียวยาวของเหมือนชนกเบิกกว้าง หล่อนดึงตัวเองออกจากการโอบกอดของแม่ ใจของหล่อนเต้นแรงอยู่ในอก หล่อนไม่คาดว่าจะมาถึงจุดนี้ น้ำเสียงของหล่อนสั่นสะท้าน

“ทำไมล่ะคะ ทำไมต้องลงเอยกันตรงนี้ด้วย ก่อนไปก็ขอเอาไว้แล้วว่า สิ่งที่ลูกต้องการที่สุดก็คือพ่อกับแม่อยู่ด้วยกัน”

นายธวัชกลืนน้ำลายอย่างลำบาก เขารู้เหมือนกันว่าเหมือนชนกจะต้องโวยวายกับเรื่องนี้ ส่วนวิสาขา เธอหยุดหัวเราะไปแล้ว...แต่ยังคงอธิบายได้เหมือนไม่ทุกข์ร้อน

“มันควรจะสิ้นสุดกันนานแล้วนะ...ลูกก็โตแล้ว ยอมรับเสียบ้างเถิดว่าพ่อกับแม่ไปด้วยกันไม่ได้ หย่ากันซะมันก็ดีกับเราสองคน...แม่มีความสุข พ่อเค้าก็มีความสุข...เรามีวิถีชีวิตที่เราเลือกสรรกันเอง พ่อเค้าก็จะแต่งงานใหม่เร็วๆ นี้ ลูกกลับมาทันเป็นสักขีพยานในวันแต่งงานของพ่อเค้าพอดีเชียวนะ...”

หูของเหมือนชนกอื้อไปหมดแล้ว แต่ยังได้ยินเสียงของวิสาขาเหมือนล่องลอยมาจากที่อันไกลแสนไกลยิ่ง

“รู้ไหมว่าเมียใหม่ของพ่อลูกเป็นใคร มาจากไหน...ลูกยังจำยัยนางงามคนนั้นได้ไหม...คนที่ได้ตำแหน่งปีที่พ่อของลูกถูกเชิญไปเป็นกรรมการให้คะแนนนั่นน่ะ...ขึ้นแท่นมาแล้วล่ะจ้ะ...ขึ้นมาเป็นคุณนายเศรษฐีซะแล้ว”

รถยนต์จอดยังไม่สนิทนักเมื่อเหมือนชนกเปิดประตูพรวดออกไป...หล่อนอยากอาเจียน ความรู้สึกของหล่อนกำลังย่ำแย่เหลือเกิน...หล่อนวิ่งถลาออกไปโดยเร็ว...เสียงของนายธวัชเอะอะไล่หลังมา...หล่อนไม่สนใจอีกแล้ว วิ่งขึ้นมาในตัวตึก แล้วหล่อนก็ชนกับใครคนหนึ่งอย่างแรง...ร่างโปร่งบางของหล่อนหมุนคว้าง แต่ก่อนที่จะล้มลงก็มีมือค่อนข้างแข็งของใครคนหนึ่งคว้าจับเอาไว้ได้เสียก่อน

หล่อนพยายามเพ่งมองคนเบื้องหน้า ผู้ชายตัวสูง ผิวเข้ม...ตาคม ดวงหน้านั้นค่อนข้างจะคุ้น...

“คุณนก...”

น้ำเสียงทุ้มนุ่มๆ นั่นทำให้หล่อนจดจำเขาได้ เขาเป็นญาติทางแม่ เข้ามาทำงานในครอบครัวของหล่อนอยู่ก่อนหน้าหล่อนจะบินไปเรียนต่อ...หล่อนไม่คุ้นกับเขามากนัก เพราะเหมือนชนกค่อนข้างจะถือตัวอยู่ไม่น้อย หล่อนกดเขาเอาไว้เป็นแค่ ‘เด็กในบ้าน’ หล่อนสะบัดแขนออกอย่างแรง ก้าวถอยหลังออกมา

นั่นทำให้เขายืนนิ่ง ไม่ประหลาดใจกับท่าทางของหล่อนที่แสดงออกกับเขา เหมือนชนกเหยียดเขามานานแล้ว ตั้งแต่แรกที่เขาก้าวเข้ามา...หล่อนมักจะยกคางเรียวๆ ขึ้นอย่างเย่อหยิ่งทุกครั้งที่พบหน้าเขา แล้วมีดวงตาที่มองเขาอย่างหมิ่นๆ มีวาจาที่ทำให้เขาได้สะอึกเสมอมา

“คุณนั่นเอง...” หล่อนเอ่ยออกมา น้ำเสียงเย็นชา...สองมือไขว้เอาไว้ข้างหลัง สองปีที่ผ่านมาเขามองเห็นความเติบโตทางกายของหล่อนเท่านั้น นอกนั้นเหมือนชนกยังเหมือนเดิม ดูหล่อนไม่ค่อยจะมั่นคงนักทางด้านอารมณ์

“คุณยังอยู่ที่นี่อีกหรือ”

“ครับ”

“แม่หย่ากับพ่อแล้ว” หล่อนบอกลอยๆ “ฉันนึกว่าคุณจะเก็บของไปจากที่นี่”

ลัคนัย พยายามที่จะไม่ใส่ใจกับกิริยาเหมือนพาลของหล่อน เขาเพียงแต่ให้คำตอบเรียบๆ กับหล่อนเท่านั้น

“คุณนกคงยังไม่ทราบว่าผมได้เลื่อนตำแหน่ง...ตอนนี้ผมเป็นผู้จัดการบริษัทเงินทุนแล้ว...”

เหมือนชนกผงะออกมา...ผู้จัดการบริษัท...หล่อนไม่อยากจะเชื่อ...นี่มันอะไรกัน สองปีกับการเปลี่ยนแปลง...พ่อกับแม่หย่ากัน พ่อจะมีเมียใหม่เป็นอดีตนางงาม แล้วผู้ชายในบ้านได้ดิบได้ดีเลื่อนเป็นผู้จัดการ...นรกชัดๆ เชียว...มันเหมือนนรก...กรุงเทพฯ ไม่ใช่สวรรค์ บ้านไม่ใช่วิมานหรูหราของหล่อนอีกแล้ว เหมือนชนกกัดริมฝีปากเอาไว้...มือของหล่อนกำแน่นเข้าหากัน

ลัคนัยก็รออยู่เหมือนกันว่าหล่อนจะพูดอะไรออกมาอีกแต่เปล่าเลย เขาเห็นเหมือนชนกสะบัดหน้าพรืด แล้วหล่อนก็เดินผ่านเขาไป...ชายหนุ่มแอบถอนใจออกมา...กาลเวลาไม่ได้ทำให้หล่อนเติบโตขึ้น หล่อนยังเหมือนเดิม เป็นหญิงสาวเย่อหยิ่งจองหองคนเดิม เขามองเห็นเค้าความวุ่นวายที่จะติดตามมา...นายธวัชคงจะเดือดร้อนมากกว่าใครในเมื่อเหมือนชนกเป็นลูกรักตลอดมา...

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป
8.3
ตลอดสามปีในฐานะภรรยาผู้ถูกตราหน้าว่าอัปลักษณ์ เจียงซิงซิงยอมทนความเย็นชาจากคุณชายเซียวแห่งเมืองบีเพื่อความรัก จนกระทั่งความจริงปรากฏว่าเธอเป็นเพียงเครื่องมือช่วยชีวิตคนรักของเขา เธอจึงตัดสินใจหย่าขาดเพื่อกู้ศักดิ์ศรีคืนมา สามปีต่อมาเธอกลับมาในฐานะศัลยแพทย์และนักเปียโนผู้สง่างามจนอดีตสามีที่เคยเมินเฉยต้องอ้อนวอนขอโอกาสท่ามกลางสายฝนเพื่อรั้งเธอไว้ไม่ให้จากไปอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ออฟฟิศร้อน ฝึกบทรัก
8.3
สัมผัสความเร่าร้อนในที่ทำงานเมื่อพนักงานสาวอย่างหญิงต้องตกอยู่ในสถานการณ์ชวนใจสั่นบนตักของบอสหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ท่ามกลางบรรยากาศออฟฟิศที่ดูเงียบสงบ แผ่นหลังของเธอแนบชิดไปกับแผงอกแกร่งจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจและสัมผัสจากมือหนาที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ความใกล้ชิดที่เกินเลยขอบเขตงานทำให้ความซ่านสยิวพลุ่งพล่านจนยากจะต้านทาน แม้จะตกใจแต่หัวใจกลับเต้นรัวแรงไปกับคำยืนยันอันหนักแน่นของเขาว่านี่ไม่ใช่แค่การล้อเล่นแต่คือความปรารถนาที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย คนขับรถกับคุณหนูใจแตก
9.4
ปั้นหยาตกอยู่ในวังวนแห่งความรัญจวนใจที่ยากจะถอนตัว ร่างกายของเธอสั่นสะท้านด้วยความทรมานอันแสนหวานขณะที่ไทเกอร์รุกเร้าอย่างหนักหน่วง เขาจับจ้องใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านของเธอพร้อมกับใช้ปลายลิ้นกระตุ้นจุดอ่อนไหวในรอยแยกอย่างเร่าร้อน ยิ่งหญิงสาวส่งเสียงครางระงมด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่านมากเท่าไหร่ ชายหนุ่มก็ยิ่งตอบสนองด้วยจังหวะที่รัวเร็วและดุดันมากขึ้นเท่านั้น จนความปรารถนาของทั้งคู่ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่หา
หน้าปกนวนิยาย ฤดูรักสีน้ำผึ่ง
8.9
แพรรุ้งมักฝันถึงสัมผัสเร่าร้อนจากชายปริศนาจนตื่นมาด้วยความโหยหา แม้เธอจะเกลียดสายฝน แต่โชคชะตากลับใช้หยาดพิรุณนำพาบุสสธิติ์เข้ามาเปลี่ยนเสียงฟ้าร้องให้กลายเป็นจังหวะรัก ทว่าท่าทีที่เดี๋ยวแสนดีเดี๋ยวเฉยชาของเขากลับทำให้เธอสับสนจนต้องเอ่ยปากถามความในใจ แม้ไร้คำตอบในคราแรกแต่จุมพิตที่โหยหาก็เผยความจริงที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางปริศนาลึกลับ เมื่อเสียงหัวใจของเขาตะโกนก้องบอกรักเธอในที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความลับที่ต้องค้นหา
หน้าปกนวนิยาย พยศรักพญามาร
9.5
เมื่อความรักกลายเป็นความขมขื่น เหมียวจึงพยายามดิ้นรนให้พ้นจากพันธนาการของพี่วิน ชายหนุ่มผู้ไร้ความปรานีที่ใช้กำลังบังคับและข่มขู่จะลงโทษเธออย่างทารุณ แม้จะเจ็บปวดจากการถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ แต่เธอก็ยังกล้าตัดพ้อที่เขาไม่เคยมอบความเห็นอกเห็นใจให้แก่คนไร้ที่พึ่งอย่างเธอเลย ท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น เหมียวเผลอประกาศกร้าวว่าจะหนีไปจากชีวิตคนใจร้ายคนนี้ให้ได้ โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดนั้นอาจนำมาซึ่งบทลงโทษที่หนักหนากว่าเดิมในเงื้อมมือของพญามาร
หน้าปกนวนิยาย อสูรสองหัวใจ
9.1
นันท์นภัสต้องทนทุกข์ทรมานท่ามกลางความเย็นชาของอูโก้ มาเฟียหนุ่มที่มองว่าเธอเป็นเพียงของเล่นไร้ค่าและสัตว์เลี้ยงส่วนตัวที่เขาครอบครองไว้เพื่อสนองตัณหาเท่านั้น สร้อยคอที่เขามอบให้กลายเป็นพันธนาการที่แสดงความเป็นเจ้าของอย่างเบ็ดเสร็จ เมื่อเธอถูกลงโทษอย่างป่าเถื่อนเพียงเพราะชายอื่นสัมผัสตัว อูโก้ตอกย้ำด้วยคำพูดเชือดเฉือนว่าเธอไม่มีสิทธิ์ตกเป็นของใครนอกจากเขา พร้อมมอบบทลงโทษอันเร่าร้อนและแสนเจ็บปวดที่จะจารึกชื่อของเขาไว้ในใจเธออย่างไม่มีวันลืมเลือน